|
กว่าพระครูจะออกจากวัดเพื่อไปงานเผาศพ
ก็เลยเวลาที่กำหนดไว้กว่าครึ่งชั่วโมง ทั้งนี้เพราะรัฐมนตรีและคณะได้เกิดความสนใจใคร่ธรรม
จึงพากันชวนท่านคุย จนนานสมชายต้องมากระซิบเตือน พร้อมทั้งนำรถมาจอดรอที่หน้าบันไดศาลา
"อาตมาต้องขอตัวก่อน เขามาตามแล้ว" ท่านบอกพวกเขาแล้วลุกออกมาขึ้นรถ
ผู้ที่นั่งอยู่ ณ ที่นั้นจึงพากันกราบท่านสามครั้งแล้วเตรียมตัวกลับ |
"ผ้าไตรเอามาหรือยัง" ท่านถามคนขับรถ
"เอามาแล้วครับ" นายสมชายตอบ แล้วพูดต่อไปว่า
"หลวงพ่อครับ สมมุติถ้าเกิดผมลืมเอาผ้าไตรมา แล้วก็ไปนึกได้เอาตอนที่ใกล้จะถึงบ้านงานแล้ว
หลวงพ่อจะให้ผมย้อนกลับไปเอาที่วัดไหมครับ"
"คิดเอาเอง"
"คิดไม่ออกน่ะครับ หลวงพ่อช่วยผมคิดหน่อย"
"คนอย่างฉันคิดหน่อยไม่เป็น ทำอะไรต้องคิดมาก ๆ ฉันถือคติว่าคิดมากมักผิดน้อย
แต่ถ้าคิดน้อยมักผิดมาก คนเราจะทำอะไรต้องคิดให้มาก ๆ ไว้ก่อน
แล้วจึงทำ จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง คิดมาในที่นี่ก็คือคิดให้รอบคอบ
ไม่ใช่คิดมากจนเป็นโรคประสาท" ท่านรู้ว่าคนเป็นศิษย์กำลังจะโต้แย้งจึงกล่าวแก้ไว้เสร็จสรรพ
"แหม หลวงพ่อของผมช่างฉลาดรอบคอบเหลือเกิน
ผมดีใจที่ไดอยู่ใกล้คนฉลาดอย่างหลวงพ่อ" เขาแกล้งยอ
"ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองฉลาดไม่เหมือนบางคนที่ชอบคิดว่าตัวเองฉลาดอยู่เรื่อย"
"หลวงพ่อว่าผมหรือครับ"
"คิดเอาเอง นายสมชายจึงต้องนั่งคิดไปตลอดทางกระทั่งรถมาจอดที่หน้าร้าน
"เน้ยโภชนา" จึงเลิกคิด
"นิมนต์ครับหลงพ่อ นิมนต์ข้างในเลย" นายฮิมเดินเข้ามารับถึงรถ
พร้อมนิมนต์เข้าร้านซึ่งเปิดขายอาหารตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
|
เจ้าอาวาสวัดป่ามะม่วงเห็นหน้าเจ้าของร้าน ก็รู้ว่าอีกสามวันเขาจะเสียชีวิตเพราะหมดอายุ
ท่านรู้สึกสงสารหากก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะชวนเขาไปเข้ากรรมฐาน เขาก็ปฏิเสธโดยอ้างว่าไม่มีเวลา
เข้าไปนั่งในร้านแล้วจึงพูดว่า
"เถ้าแก่ อาตมาขอเตือนนะ อยากให้เถ้าแก่พัก ๆ งานเสียบ้าง
มัวยุ่งกับงานก็ไม่มีเวลาพักผ่อน นี่อาตมาจะบอกอะไรให้
เถ้าแก่สวดมนต์นะ สวดอิติปิโสทุกเวลาได้ไหม ทำอะไรก็สวดไปด้วย กี่จบก็ไม่ต้องไปนับ
ขอให้สวดตลอดเวลาก็แล้วกัน ทำได้ไหม"
|
"ผมสวดไม่เป็นครับหลงพ่อ"
"ไม่เป็นไร เดี๋ยวอาตมาจะจดให้ สวดไม่เป็นก็อ่านเอา อ่านแล้วก็ท่องไม่มากหรอก
แค่สามบรรทัดเอง" แล้วท่านก็ล้วงลงไปในย่าม หยิบกระดาษและปากกาขึ้นมาเขียนบทสวดพุทธคุณส่งให้นายฮิม
ฝ่ายนั้นรับมาอ่านทีละคำ ๆ อย่างยากเย็น
"อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง
สัมมา สัมพุทโธ วิชชา จะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร
ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถาเทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวา ติ" อ่านจบก็โอดครวญว่า
|
"อ่านยากจังครับหลงพ่อ"
"ไม่ยากหรอก เถ้าแก่อ่านถูกทุกตัวเลย อ่านซ้ำหลาย ๆ หนก็จะจำได้เอง
เริ่มตั้งแต่เดี๋ยวนี้เลยนะ" ท่านแนะ "ทางสวรรค์"
ให้ เพราะหากนายฮิมสวดพุทธคุณอยู่ตลอดเวลา จิตก็อาจเป็นสมาธิได้
เมื่อเขาดับจิตลงในขณะที่จิตผ่องใส สุคติย่อมเป็นที่หมาย ท่านช่วยเขาได้เพียงเท่านี้
"แล้วทำไมไม่เอาศพไปไว้ที่วัดป่ามะม่วงล่ะ
แล้วนี่จะเผากันที่วัดไหน" ท่านกลับมาพูดเรื่องศพเจ๊นวลศรี
"แม่แกไม่ตายหรอกครับ หลงพ่อ" นายฮิมบอก
"อ้าว ทำไมถึงเป็นยังงั้นไปได้ ก็อาตมากับเจ๊ก็รู้ตรงกันนี่นาว่าวันที่
๑๗ เขาจะไปแล้ว" ท่านนึกสงสัยแล้วก็ให้นึกไปถึงคำพูดของนายสมชายเมื่อสามสี่วันก่อนที่ว่า
"ถึงคราวแล้วแต่ไม่ตาย หรือตายทั้งที่ยังไม่ถึงคราว" |
 |
"ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับหลงพ่อ" นายฮิมว่า เขายิ่งนึกไม่เชื่อถือทั้งแม่ยาย
ทั้งหลวงพ่อที่ทำเป็นรู้ว่าวันนั้นวันนี้จะตาย ที่แท้ก็เพ้อเจ้อทั้งเพ
คนที่เก่งแต่เรื่องทำมาหากิน แต่เรื่องธรรมะไม่กระเตื้องเลยนั้น ก็ต้องคิดอย่างนายฮิมทุกคน
นักปฏิบัติธรรมเท่านั้นจึงจะรู้ว่าทุกสิ่งเป็นอนิจจัง หาความเที่ยงแท้มิได้
"แล้วตอนนี้เขายังอยู่ข้างบนหรือเปล่า อาตมาขอขึ้นไปเยี่ยมได้ไหม"
ท่านขออนุญาตเจ้าของบ้าน
"ไปอยู่โรงพยาบาลศิริราชแล้วครับหลงพ่อ ผมเหมารถพาไปตั้งแต่เช้าวันที่
๑๗ เห็นหมอเขาว่าจะผ่าตัดให้ ไม่รู้อะไรกันนักหนา ทีก่อนหน้านี้ไม่มีโรงพยาบาลไหนรับสักแห่งเดียว
ทั้งจุฬาฯ รามา ศิริราช ไม่ยอมรับเลย บอกแต่ว่าให้กลับไปตายที่บ้าน
บอกผมนะครับ ไม่ได้บอกแม่โดยตรง แต่แม่แกก็รู้เลยให้พากลับบ้าน
แล้วนี่ก็ให้พาไปศิริราชอีก ผมบอกเดี๋ยวหมอเขาก็ไล่กลับมาอีกหรอก
แกก็ว่าไม่ไล่หรอกน่า แล้วเขาก็ไม่ไล่จริง ๆ เห็นว่า วันที่
๑๙ จะผ่าตัดให้ มันก็แปลกอยู่เหมือนกันนะครับหลงพ่อ นี่ผมก็ต้องมาคุมลูกน้องขายอาหาร
ส่วนอาเน้ยและลูก ๆ เขาเฝ้าไข้อยู่ทางโน้น" ลูกเขยเจ๊นวลศรีรายงาน
"เอ แปลกจริง ๆ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นไปได้
เอาละ ถ้าอย่างนั้นอาตมาเห็นจะต้องขอลา จะไปเยี่ยมเขาหน่อย อยู่ตึกอะไรล่ะ" |
 |
"ตึกอะไรผมก็จำไม่ได้เสียแล้วละครับ
หลงพ่อไปถามประชาสัมพันธ์ก็แล้วกัน จะไปวันนี้เลยหรือครับ"
"ใช่ ไปเดี๋ยวนี้เลยเชียวแหละ อาตมาเป็นคนใจร้อน อยากจะรู้เรื่องเร็ว
ๆ ว่าทำไมมันถึงเป็นยังงั้นไปได้ อาตมาลาละนะ" |
"ครับ นิมนต์ครับ" นายฮิมเดินไปส่งท่านถึงรถ
นายสมชายยกมือไหว้นายฮิมพร้อมเอ่ยปากลา
"หลวงพ่อท่านสอนไว้ว่าคนดีมีสัมมาคารวะนั้นเขาต้อง "ไปลา มาไหว้"
ก็ต้องเชื่อท่าน" เขานึกในใจ
"เดี๋ยวแวะเติมน้ำมันที่ปั้มข้างหน้านั่นหน่อย เติมเต็มถังเลย"
ท่านสั่งคนขับรถ
"ถ้าเต็มถังมันก็ไม่หน่อยแล้วละครับหลวงพ่อ" ชายหนุ่มอดยั่วไม่ได้
"ปลาหมอตายเพราะปาก" ท่านพระครูพูดลอย ๆ
"พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง" ลูกศิษย์วัดพูดลอย ๆ เช่นกัน
เติมน้ำมันเรียบร้อยแล้วเขาจึงพูดอีกว่า
"หลวงพ่อครับ ตั้งแต่ผมรู้จักหลวงพ่อมา ผมยังไม่เคยเห็นว่าหลวงพ่อพูดอะไรแล้วไม่จริงเลยสักครั้ง
เพิ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เหตุการณ์มันไม่ได้เป็นไปอย่างที่หลวงพ่อพูด
ทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้นล่ะครับ ใคร ๆ เขาก็ว่าหลวงพ่อปากศักดิ์สิทธิ์
แต่คราวนี้ไหงมากลับกลายเป็นอื่นไปเสียได้" |
"มันก็แปลกนะสมชาย ฉันเองก็ยังงงอยู่เหมือนกัน"
"หรือว่า "เห็นหนอ" ของหลวงพ่อหมดสมรรถภาพเสียแล้ว"
"เป็นไปไม่ได้ มันจะต้องมีอะไรสักอย่างอย่างแน่นอน เพียงแต่ฉันยังไม่รู้เท่านั้นว่าอะไรที่ว่านั้นมันคืออะไร"
"โอ๊ย หลวงพ่อครับ น้อย ๆ หน่อยครับ พูดวกวนจนผมเวียนหัวแล้ว
อะไร ๆ ของหลวงพ่อน่ะ มันคืออะไรเล่าครับ" |
|
|