ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 3
:: ภาคชีวประวัติ :: เรื่อง โบสถ์เทพนิมิต
โดย พระครูภาวนาวิสุทธิ์

ก่อนจะมีการก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่นั้น มีสิ่งมหัศจรรย์นิมิตปรากฏแด่ท่านพระครูภาวนาวิสุทธิ์ และคุณทองย้อย ชโลธร เป็นเรื่องที่ลึกลับซับซ้อนซึ่งสามัญชนธรรมดายากที่จะเข้าใจ เพราะไม่ได้รู้ได้เห็นหรือได้ประสบมากับตัวเอง นอกจากผู้ที่มีจิตใจสูงหรือเข้าใจในหลักธรรมดีแล้วเท่านั้น จึงจะเข้าใจโดยถ่องแท้ เนื่องจากมีเหตุการณ์แวดล้อมต่าง ๆ พอจะอนุโลมขนานนามสมมติได้ว่า "โบสถ์เทพนิมิต" ขอให้ท่านปัญญาชนได้อ่านและพิจารณาในเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนก่อสร้างพระอุโบสถเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ แต่ก็เป็นไปแล้วถูกต้องตามนิมิตนั้นทุกประการ

๑. นิมิต ก่อนการสร้างพระอุโบสถ ท่านพระครูภาวนาวิสุทธิ์มีความดำริที่จะสร้างพระอุโบสถมาช้านานแล้ว แต่ไม่มีกำลังทรัพย์เพียงพอสนับสนุนแนวความคิดนี้ได้ และกาลเวลาสิ่งแวดล้อมยังไม่อำนวยให้ เพียงแต่บูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถเท่าที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น ถึงอย่างไรก็ดี สภาพของโบสถ์เก่าเป็นภาพติดตาตรึงใจเป็นการกระตุ้นเตือนท่านพระครูอยู่ตลอดเวลาว่า อยู่ไม่ไหวหนอ เอียงหนอ ทรุดหนอ พังหนอ ไม่ปลอดภัยหนอ อยู่มาวันหนึ่งในปี ๒๕๑๐ ได้มีอุบาสิกาเป้า ปาลวัฒน์วิชัย บ้านเดิมอยู่ อ.อินทร์บุรี ได้มาเยี่ยมท่านพระครู ต่อจากนั้นได้เดินชมพระอุโบสถโดยรอบ ขณะนั้นเองอุบาสิกาเป้าได้เห็นน้ำไหลขึ้นมาจากพื้นพระอุโบสถ จึงแปลกใจมาก และได้พูดกับท่านพระครูว่า ชาวจีนถือว่าเป็นนิมิตดี ภาษาจีน "เฮง" และได้พูดต่อไปอีกว่า "พระอุโบสถชำรุดทรุดโทรมมากแล้ว จำเป็นต้องสร้างรอไปอีกสักหน่อย หากสร้างก็ควรใช้ที่เดิมนี่แหละจะดีมาก ๆ"

กาลเวลาได้ผ่านมาถึงปี ๒๕๑๑ ในคืนวันหนึ่งเวลาประมาณตี ๔ นาฬิกาเศษ เกิดนิมิตและเสียงกระซิบของชายชราแว่วเข้าหูท่านพระครูพูดว่า "โบสถ์พัง" "โบสถ์ท่านพังแล้วอย่าไปไหนนะ" ท่านพระครูต้องสะดุ้งลืมตาส่ายหาแหล่งต้นเสียงสักครู่หนึ่ง แต่ไม่ปรากฏตัว และในเวลานั้นยังไม่มีคนใดตื่นนอนเลย ท่านพระครูจึงทำสมาธิต่อไปอีก และได้ยินเสียงชายชรากระซิบซ้ำเช่นเดิม จนกระทั่งรุ่งเช้า ท่านพระครูได้ทำกิจวัตรเรียบร้อยแล้ว รีบเดินไปสั่งงานหน้าวัด จึงได้นึกถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ในคืนนั้นว่าจะเป็นไปได้หรือ ท่านพระครูสั่งงานเรียบร้อยแล้ว ได้เดินมาหาพระภิกษุเฟื่อง และได้ถามท่านว่า "โบสถ์เราพังเมื่อไร โบสถ์เราจะพังจริงหรือเปล่า" พระภิกษุเฟื่องตอบว่า "โบสถ์ไม่ได้พัง" ผมเพิ่งออกจากทำวัตรในโบสถ์เดี๋ยวนี้เอง ท่านพระครูไม่เชื่อ ต้องการรู้แจ้งเห็นจริงด้วยตนเอง และต้องการจะทดสอบว่าเป็นไปตามเสียงกระซิบของชายชรานั้นจริงเท็จประการใด ท่านพระครูจึงได้ชวนพระภิกษุเฟื่องเดินมุ่งหน้าไปยังโบสถ์ และยืนพิจารณาสภาพของโบสถ์ทั่ว ๆ ไป สักครู่ได้ยินเสียงลั่นเปรี๊ยะและบางส่วนเชิงชายหน้าโบสถ์ก็ยุบลงมาเสียงแบบนกปีกหัก เมื่อประสบเหตุการณ์ต่อหน้าและเป็นไปตามเทพนิมิตเช่นนี้ ท่านพระครูได้อธิษฐานจิตและพังเพยออกมาว่า "อย่าเพิ่งพังลงมาเลย ผลัดขอแรงคนเขามารื้อเสียก่อน" และเชิงชายโบสถ์ก็ยุติการพังลงชั่วคราว ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๑ (วันอังคาร แรม ๗ ค่ำ เดือน ๓ ปีจอ) หลังจากนั้นท่านพระครูได้ป่าวประกาศพระเณรและชาวบ้านข้างวัด เพื่อขอแรงรื้อเฉพาะเชิงชายโบสถ์ตามที่ได้สัญญากับเทพไว้ ส่วนตัวพระอุโบสถ ยังมิได้รื้อ เห็นว่ามีความจำเป็นในการทำสังฆกรรมและยังมีความปลอดภัยตามสมควร

เหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นการบีบบังคับให้ท่านพระครูจะต้องร้อนรน เหมือนไฟสุมขอนได้แต่คิด ๆ อยู่เสมอว่า จะหาเงินที่ไหน ใครเขาจะมีศรัทธาในการสร้างพระอุโบสถใหม่ เพราะจะต้องใช้ทุนทรัพย์เป็นจำนวนมากมาย และการเรี่ยไรในสมัยนี้ก็ไม่ถูกต้องตามระเบียบคำสั่งของเถระสมาคมด้วย หากจะมีการเอ่ยบอกบุญจากผู้มีจิตศรัทธาและสานุศิษย์ก็คงจะได้บ้างเป็นบางส่วน จึงได้หวนนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ได้เรี่ยไรทำการก่อสร้างอุโบสถวัดพรหมบุรี เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๖ พระคุณเจ้าได้เสียสละเวลา แรงกาย ทุนทรัพย์ส่วนตัว เดินทางด้วยเท้า และโดนยานพาหนะทุกประเภทเช่น โดยสารเรือ รถยนต์ จักรยานยนต์ ซึ่งแล้วแต่จะหาได้ แต่ละท้องถิ่น คนเรี่ยไรเพื่อการกุศลมีสภาพไม่ต่างกับคนขอทานเท่าใดนัก ท่านได้พบปะสนทนากับชาวบ้านในถิ่นต่าง ๆ มีการพูดเสียดแทง สะเทือนใจ บางท่านมีจิตเป็นกุศลพอพูดรู้เรื่องกันบ้าง

ท่านพระครูเดินทางเรี่ยไรไปเกือบทั่วทุกแห่งหนกว่าจะได้เงินครบตามที่กะไว้ก็ต้องใช้เวลาถึง ๗ ปี จึงได้สร้างพระอุโบสถสำเร็จเรียบร้อยเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ และเหตุการณ์ที่ประสบอยู่ในขณะนี้จะเป็นประวัติศาสตร์ซ้ำร้อยเหมือนในครั้งนั้นอีกหรือ ท่านพระครูได้พิจารณาหาทาง และอธิษฐานจิตสอบถามองค์เทพอันศักดิ์สิทธิ์ถึงภารกิจหน้าที่ที่หนักหน่วง จะดำเนินการและลงเอยในรูปใด และต่อมาอีกไม่นานนัก เสียงกระซิบจากชายชราในร่างเดิมบอกว่า "ไม่ต้องกลุ้มใจ ไม่ต้องเดือดร้อน ญาติพี่น้องที่เขาเคยสร้างไว้ จะมารวมกันสร้างเอง"

ต่อจากนั้นเหตุการณ์ต่าง ๆ ดูเหมือนว่าจะมีเค้าเป็นความจริงขึ้นแล้ว ประมาณเดือนกรกฎาคม ๒๕๑๑ พระครูได้หยั่งทราบเป็นภายในได้เรียกช่างชำนาญสร้างโบสถ์ งบประมาณค่าก่อสร้าง ตามที่กะไว้อย่างคร่าว ๆ และท่านพระครูได้ติดต่อช่างหล่อพระประธานซึ่งอยู่ จ.นนทบุรี ให้พิจารณาแบบ ขนาด ตลอดจนลวดลายของฐานพระประธาน ตลอดจนวงเงินที่ใช้จ่าย ท่านพระครูได้เดินทางขึ้นล่องจากวัดไปยังที่ต่าง ๆ เพื่อติดต่อนายช่าง ตัวอย่างโบสถ์ พระประธาน ฯลฯ จนนับครั้งไม่ถ้วน จนร่างกายผ่ายผอมฉันอาหารไม่เป็นเวลา บางครั้งก็ไม่ฉันอาหารเสียเลย

 

หน้าต่อไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่