|
ก่อนจะมีการก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่นั้น
มีสิ่งมหัศจรรย์นิมิตปรากฏแด่ท่านพระครูภาวนาวิสุทธิ์ และคุณทองย้อย
ชโลธร เป็นเรื่องที่ลึกลับซับซ้อนซึ่งสามัญชนธรรมดายากที่จะเข้าใจ
เพราะไม่ได้รู้ได้เห็นหรือได้ประสบมากับตัวเอง นอกจากผู้ที่มีจิตใจสูงหรือเข้าใจในหลักธรรมดีแล้วเท่านั้น
จึงจะเข้าใจโดยถ่องแท้ เนื่องจากมีเหตุการณ์แวดล้อมต่าง ๆ พอจะอนุโลมขนานนามสมมติได้ว่า
"โบสถ์เทพนิมิต" ขอให้ท่านปัญญาชนได้อ่านและพิจารณาในเรื่องราวต่าง
ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนก่อสร้างพระอุโบสถเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้
แต่ก็เป็นไปแล้วถูกต้องตามนิมิตนั้นทุกประการ |
๑. นิมิต ก่อนการสร้างพระอุโบสถ
ท่านพระครูภาวนาวิสุทธิ์มีความดำริที่จะสร้างพระอุโบสถมาช้านานแล้ว
แต่ไม่มีกำลังทรัพย์เพียงพอสนับสนุนแนวความคิดนี้ได้ และกาลเวลาสิ่งแวดล้อมยังไม่อำนวยให้
เพียงแต่บูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถเท่าที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น ถึงอย่างไรก็ดี
สภาพของโบสถ์เก่าเป็นภาพติดตาตรึงใจเป็นการกระตุ้นเตือนท่านพระครูอยู่ตลอดเวลาว่า
อยู่ไม่ไหวหนอ เอียงหนอ ทรุดหนอ พังหนอ ไม่ปลอดภัยหนอ
อยู่มาวันหนึ่งในปี ๒๕๑๐ ได้มีอุบาสิกาเป้า ปาลวัฒน์วิชัย บ้านเดิมอยู่
อ.อินทร์บุรี ได้มาเยี่ยมท่านพระครู ต่อจากนั้นได้เดินชมพระอุโบสถโดยรอบ
ขณะนั้นเองอุบาสิกาเป้าได้เห็นน้ำไหลขึ้นมาจากพื้นพระอุโบสถ จึงแปลกใจมาก
และได้พูดกับท่านพระครูว่า ชาวจีนถือว่าเป็นนิมิตดี ภาษาจีน "เฮง"
และได้พูดต่อไปอีกว่า "พระอุโบสถชำรุดทรุดโทรมมากแล้ว
จำเป็นต้องสร้างรอไปอีกสักหน่อย หากสร้างก็ควรใช้ที่เดิมนี่แหละจะดีมาก
ๆ"
กาลเวลาได้ผ่านมาถึงปี ๒๕๑๑ ในคืนวันหนึ่งเวลาประมาณตี
๔ นาฬิกาเศษ เกิดนิมิตและเสียงกระซิบของชายชราแว่วเข้าหูท่านพระครูพูดว่า
"โบสถ์พัง" "โบสถ์ท่านพังแล้วอย่าไปไหนนะ" ท่านพระครูต้องสะดุ้งลืมตาส่ายหาแหล่งต้นเสียงสักครู่หนึ่ง
แต่ไม่ปรากฏตัว และในเวลานั้นยังไม่มีคนใดตื่นนอนเลย ท่านพระครูจึงทำสมาธิต่อไปอีก
และได้ยินเสียงชายชรากระซิบซ้ำเช่นเดิม จนกระทั่งรุ่งเช้า ท่านพระครูได้ทำกิจวัตรเรียบร้อยแล้ว
รีบเดินไปสั่งงานหน้าวัด จึงได้นึกถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ในคืนนั้นว่าจะเป็นไปได้หรือ
ท่านพระครูสั่งงานเรียบร้อยแล้ว ได้เดินมาหาพระภิกษุเฟื่อง และได้ถามท่านว่า
"โบสถ์เราพังเมื่อไร โบสถ์เราจะพังจริงหรือเปล่า"
พระภิกษุเฟื่องตอบว่า "โบสถ์ไม่ได้พัง"
ผมเพิ่งออกจากทำวัตรในโบสถ์เดี๋ยวนี้เอง ท่านพระครูไม่เชื่อ
ต้องการรู้แจ้งเห็นจริงด้วยตนเอง และต้องการจะทดสอบว่าเป็นไปตามเสียงกระซิบของชายชรานั้นจริงเท็จประการใด
ท่านพระครูจึงได้ชวนพระภิกษุเฟื่องเดินมุ่งหน้าไปยังโบสถ์ และยืนพิจารณาสภาพของโบสถ์ทั่ว
ๆ ไป สักครู่ได้ยินเสียงลั่นเปรี๊ยะและบางส่วนเชิงชายหน้าโบสถ์ก็ยุบลงมาเสียงแบบนกปีกหัก
เมื่อประสบเหตุการณ์ต่อหน้าและเป็นไปตามเทพนิมิตเช่นนี้ ท่านพระครูได้อธิษฐานจิตและพังเพยออกมาว่า
"อย่าเพิ่งพังลงมาเลย ผลัดขอแรงคนเขามารื้อเสียก่อน"
และเชิงชายโบสถ์ก็ยุติการพังลงชั่วคราว ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๐
กุมภาพันธ์ ๒๕๑๑ (วันอังคาร แรม ๗ ค่ำ เดือน ๓ ปีจอ) หลังจากนั้นท่านพระครูได้ป่าวประกาศพระเณรและชาวบ้านข้างวัด
เพื่อขอแรงรื้อเฉพาะเชิงชายโบสถ์ตามที่ได้สัญญากับเทพไว้ ส่วนตัวพระอุโบสถ
ยังมิได้รื้อ เห็นว่ามีความจำเป็นในการทำสังฆกรรมและยังมีความปลอดภัยตามสมควร
เหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นการบีบบังคับให้ท่านพระครูจะต้องร้อนรน
เหมือนไฟสุมขอนได้แต่คิด ๆ อยู่เสมอว่า จะหาเงินที่ไหน ใครเขาจะมีศรัทธาในการสร้างพระอุโบสถใหม่
เพราะจะต้องใช้ทุนทรัพย์เป็นจำนวนมากมาย และการเรี่ยไรในสมัยนี้ก็ไม่ถูกต้องตามระเบียบคำสั่งของเถระสมาคมด้วย
หากจะมีการเอ่ยบอกบุญจากผู้มีจิตศรัทธาและสานุศิษย์ก็คงจะได้บ้างเป็นบางส่วน
จึงได้หวนนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ได้เรี่ยไรทำการก่อสร้างอุโบสถวัดพรหมบุรี
เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๖ พระคุณเจ้าได้เสียสละเวลา แรงกาย ทุนทรัพย์ส่วนตัว
เดินทางด้วยเท้า และโดนยานพาหนะทุกประเภทเช่น โดยสารเรือ รถยนต์
จักรยานยนต์ ซึ่งแล้วแต่จะหาได้ แต่ละท้องถิ่น คนเรี่ยไรเพื่อการกุศลมีสภาพไม่ต่างกับคนขอทานเท่าใดนัก
ท่านได้พบปะสนทนากับชาวบ้านในถิ่นต่าง ๆ มีการพูดเสียดแทง สะเทือนใจ
บางท่านมีจิตเป็นกุศลพอพูดรู้เรื่องกันบ้าง |
 |
ท่านพระครูเดินทางเรี่ยไรไปเกือบทั่วทุกแห่งหนกว่าจะได้เงินครบตามที่กะไว้ก็ต้องใช้เวลาถึง
๗ ปี จึงได้สร้างพระอุโบสถสำเร็จเรียบร้อยเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ และเหตุการณ์ที่ประสบอยู่ในขณะนี้จะเป็นประวัติศาสตร์ซ้ำร้อยเหมือนในครั้งนั้นอีกหรือ
ท่านพระครูได้พิจารณาหาทาง และอธิษฐานจิตสอบถามองค์เทพอันศักดิ์สิทธิ์ถึงภารกิจหน้าที่ที่หนักหน่วง
จะดำเนินการและลงเอยในรูปใด และต่อมาอีกไม่นานนัก เสียงกระซิบจากชายชราในร่างเดิมบอกว่า
"ไม่ต้องกลุ้มใจ ไม่ต้องเดือดร้อน ญาติพี่น้องที่เขาเคยสร้างไว้
จะมารวมกันสร้างเอง"
ต่อจากนั้นเหตุการณ์ต่าง ๆ ดูเหมือนว่าจะมีเค้าเป็นความจริงขึ้นแล้ว
ประมาณเดือนกรกฎาคม ๒๕๑๑ พระครูได้หยั่งทราบเป็นภายในได้เรียกช่างชำนาญสร้างโบสถ์
งบประมาณค่าก่อสร้าง ตามที่กะไว้อย่างคร่าว ๆ และท่านพระครูได้ติดต่อช่างหล่อพระประธานซึ่งอยู่
จ.นนทบุรี ให้พิจารณาแบบ ขนาด ตลอดจนลวดลายของฐานพระประธาน ตลอดจนวงเงินที่ใช้จ่าย
ท่านพระครูได้เดินทางขึ้นล่องจากวัดไปยังที่ต่าง ๆ เพื่อติดต่อนายช่าง
ตัวอย่างโบสถ์ พระประธาน ฯลฯ จนนับครั้งไม่ถ้วน จนร่างกายผ่ายผอมฉันอาหารไม่เป็นเวลา
บางครั้งก็ไม่ฉันอาหารเสียเลย |
|