|
จากโลกของเหตุผล ผมกำลังดุ่มดิ่งลุ่มลึกลงไปสู่โลกของผลจากเหตุอันไม่อาจใช้เพียงเหตุผลเป็นมาตรการวัดความเป็นสัจจะได้
 |
ค่ำคืนวันนั้น
เป็นโอกาสที่ผมรับทราบวิธีการรวบรวมความทรงจำของมนุษย์ ซึ่งอาจทบทวนย้อนไปถึงอดีตเก่าแก่
ยิ่งกว่าสมัยที่เราเป็นเด็กแบเบาะ หรือนอนคุดคู้อยู่ในครรภ์ |
นั่นคือ ชีวิตก่อนที่จะมาถือกำเนิดเป็นคนในทุกวันนี้
และตื่นใจกับวิธีการก้าวข้ามไปดูอนาคตของเหตุการณ์ที่ยังไม่บังเกิดขึ้นการหยั่งลงไป
สู่มิติของอดีตและเยี่ยมกรายล้ำหน้าไปสู่มิติของอนาคตที่จะอุบัติต่อไป
พูดกันด้วยเหตุผลธรรมดาแล้ว มันเป็นเรื่องที่ยากจะเชื่อเหลือเกิน
เรากำลังอยู่ในพระอุโบสถสร้างใหม่
มีอายุประมาณห้าปีเท่านั้น "สถานที่นี้เป็นที่ศักดิ์สิทธ์ ผู้ที่มีจิตผ่านการปฏิบัติมาแล้วจะทราบได้ว่า
มีอะไรหลายอย่างนอกเหนือจากที่สายตาเราแลเห็นอีกเป็นอันมาก"
พระภิกษุสองสามท่าน อยู่ห่างจากเราไม่เกินหนึ่งวา
แต่สุ้มเสียงของท่านเหมือนกับดังมาจากสถานที่อันไกลแสนไกล ร่างการเนื้อหนังมังสาของท่านถูกบรรยากาศภายในพระอุโบสถอันกว้างขวาง
แทรกแยกท่านไว้ ราวกับอยู่คนละภพ เป็นโบสถ์ที่นอกจะมีรูปร่างแปลก
ยังมีกระแสของความกดดันอันเร้นลับแผ่ซ่านอย่างประหลาด พระประธานองค์ใหญ่ประทับนั่งอยู่บนฐานชุกชีลายปูนปั้นประดับกระจก
มีแสงสว่างส่องต้ององค์พระจนสีทองเกิดประกายเจิดจ้า บริเวณอื่นนอกจากนั้นความมืดปกคลุมทึมทึบสลัวหน้ากลัว
ณ ผืนดินจุดเดียวกันนี้ เคยก่อสร้างเป็นพระอุโบสถแล้วก็พัง แล้วก็มีการสร้างกันขึ้นใหม่อีก
อย่างน้อยก็สามครั้งสามหน เท่าที่หลักฐานปรากฏ ท่านพระครูญาณสังวร
เจ้าอาวาสขอพระราชทานผูกพัทธสีมา ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ประกาศนามวัดว่า "อัมพวัน" |
 |
ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
อัมพวัน แปลว่า ป่ามะม่วงครับ
ราชทินนามญาณสังวร ในสมัยหลังปรากฏความสำคัญมาก
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแห่งกรุงสยาม จะทรงพระราชทานถวายให้แก่พระภิกษุรูปสำคัญอันเป็นที่สรรเสริญคุณธรรมอย่างยิ่งเท่านั้น
สมเด็จพระสังฆราช สุก
ไก่เถื่อน วัดราชสิทธาราม ผู้ทรงพระเมตตาธรรมสามารถทำให้ไก่ป่าเปลี่ยวกลับเชื่องได้
ได้รับพระราชทานเป็นองค์หลังสุด ต่อจากนั้นก็เว้นว่างมาถึงหนึ่งร้อยห้าสิบปี
ก่อนจะถึงสมเด็จพระญาณสังวรแห่งวัดบวรนิเวศวิหาร
ขณะนี้ พระครูญาณสังวร แห่งวัดอัมพวันก็เป็นที่เลื่องลือมาก
ทั้งด้านปริยัติและปฏิบัติ ฝรั่งชาวฮอลันดาเข้ามาค้าขายติดต่อกับราชอาณาจักรไทย
ครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้นำเอาพระพุทธรูปนาคปรกสององค์เข้ามาถวาย
สมัยพม่ายกทัพมารบพระนครศรีอยุธยา ตั้งทัพอยู่ปากแม่น้ำบางพุทราลพบุรี
ทำลายวัดวาอารามต่าง ๆ เสียหายเป็นอันมาก แต่วัดอัมพวัน
ปลอดภัยรอดอยู่ได้อย่างอัศจรรย์ พระพุทธรูปนาคปรกที่ฝรั่งนำมาถวายในผ่านดินสมเด็จพระนารายณ์ฯ
ยังคงสภาพสมบูรณ์เก็บรักษาอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้ |
ท่านเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี
องค์ปัจจุบัน คือ หลวงพ่อพระครูภาวนาวิสุทธิ์ ราชทินนามของท่านระบุบ่งว่าเป็นพระภิกษุสายปฏิบัติบำเพ็ญเพียร
ผ่านการฝึกฝนเล่าเรียนด้านภาวนาจากพระภิกษุสุปฏิปันโนหลายท่าน เช่น
พระครูนิวาสธรรมขันธ์ (หลวงพ่อเดิม)
หนองโพธิ์ จังหวัดนครสวรรค์
พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ (ท่านพ่อลี)
วัดอโศการาม
พระอริยคุณาธร (เจ้าคุณเส็ง) สำนักเขาสวนกวาง
จังหวัดขอนแก่น
หลวงพ่อจง เกจิอาจารย์เวทมนตร์คาถา วัดหน้าต่าง
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
หลวงพ่อพระมงคลเทพมุนี (หลวงพ่อสด) วัดปากน้ำ
และท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธิมุนี ต้นตำรับพองหนอยุบหนอ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์
เป็นต้น
 |
นอกจากนั้นยังศึกษาพระอภิธรรมกับพระอาจารย์เตชิน
ภิกษุชาวพม่า ณ สำนักวัดระฆังโฆษิตาราม ธนบุรี ศึกษาวิชาโอกาสาสตร์จากสมเด็จพระสังฆราช
(ญาโณทย มหาเถร) วัดสระเกศวรวิหาร อีกด้วย ผมไปที่วัดอัมพวันครั้งแรกมิได้ตั้งใจ
โดยติดไปกับคุณ ท. เลียงพิบูลย์แห่งคณะ "กฎแห่งกรรม"
และคุณประสิทธิ์ การุณยวนิช ผู้ก่อตั้งเมตาฟิสิคส์ อินสติติวออฟไทยแลนด์ |
ขณะหลวงพ่อพระครูภาวนาวิสุทธิ์นำคุณ ท. และคุณประสิทธิ์ชมสถานที่
ท่านเปิดเผยถึงการฝึกจิตที่สำนักวัดอัมพวัน เพียงเวลาสามชั่วโมง ผู้ที่มีกรรมเล็ก
ๆ น้อย ก็จะเห็นได้ด้วยตนเอง ต่อจากนั้น ผมก็ซัดเซเข้าไปแวะโดยมิได้ตั้งใจอีกสองครั้ง
ตอนบ่ายหนหนึ่ง ก่อนเวลาพอดีพระอาทิตย์ชิงพลบอีกคราว
ใกล้ค่ำ นกสารพัดชนิดมาจับต้นไม้ใหญ่เกือบทุกต้นเท่าที่มีส่งเสียงกันแซ่ดไป
วัดอัมพวันมีพันธุ์ไม้กว่าสามร้อยแปดสิบชนิด คุณหลวงบุเรศบำรุงการท่านเอาไปจัดปลูกไว้
ปักป้ายบอกชื่อประจำต้นอย่างเรียบร้อย
|