ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 3
:: ภาคชีวประวัติ :: เรื่อง สัมโมทนียกถา - วันกฐินสามัคคี
โดย พระครูภาวนาวิสุทธิคุณ

เจริญสุข พี่น้องพุทธบริษัททุกท่าน

วันนี้ปรารภเรื่องทอดกฐินทานของวัดอัมพวัน ที่ภิกษุอยู่จำพรรษาถ้วนไตรมาส เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ทั้งภิกษุสงฆ์องค์เณรมี ๗๕ รูปด้วยกัน

การทอดกฐินทานในวันนี้นั้น อาตมาก็ไม่ได้เคยคิดมาก่อนว่า เราจะดำเนินงานประการใด แต่อาตมาตรึกตรองโยนิโสมนสิการมา ๓ ปีเต็ม โดยที่ศาลาการเปรียญหลังนี้ใหญ่โต สมัยห้าสิบหกสิบปีโน้น มีพระภิกษุสงฆ์อยู่จำพรรษาอย่างมากไม่เกิน ๒๐ รูป อาสน์สงฆ์พอที่ ๒๕ องค์ร่วมฉันภัตตาหารได้อย่างดี ญาติโยมมาบำเพ็ญกุศลทำบุญตักบาตร ที่ศาลาการเปรียญหลังนี้ ร้อยกว่าคนในท้องที่นี้ตลอดมาหลายปีแล้ว

สมัยอาตมามาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส พ.ศ. ๒๕๐๐ ปี ๒๔๙๙ รักษาการ วัดนี้เป็นป่าดงพงไพร อุโบสถหลังเก่าบัดนี้ก็พังแล้ว ปรากฏชัดจากอุโบสถที่รื้อมาสมัยเม็งจู ถ้าพูดภาษาแต้จิ๋วเรียกว่า เหม็งเชี้ยว สร้างมาหลายปี คนจีนสร้าง

ทำไมถึงรู้ เพราะจารึกแผ่นศิลาเป็นภาษาจีนหมด มีสตางค์จีน ๗ ปีบ มีเครื่องกังไสมากมาย มีทั้งเพชรนิลจินดา มีหยกข้อมือม้ามังกร ม้าวิ่งเก้าตัวครบ ก็เก็บเอาไว้ที่เก่าตามเดิม ขอเจริญพรญาติพี่น้องที่มิได้ทราบประวัติวัดนี้ก่อน สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีคนจีน ๒ คน ชื่อ กิมเหลียงกิมจือ พร้อมด้วยเพื่อนสนิทมิตรสหายฝรั่งชาติฮอลันดา ได้นำเรือกำปั่นมาจอดหน้าวัดนี้ เลื่อมใสเจ้าอาวาส ได้จารึกไว้ว่า เจ้าอาวาสชื่อ ท่านพระครูญาณสังวร มีอายุ ๙๙ ปี เชี่ยวชาญทางวิปัสสนาจารย์

อาตมาก็คำนวณได้ เพราะตู้พระไตรปิฎกที่วัดนี้มี ๒ ตู้ ตู้หนึ่งสร้างถวายไหว้เมื่อ พ.ศ. ๒๒๐๐ อีกตู้หนึ่งถวาย พ.ศ. ๒๓๐๐ ตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาแตกทัพครั้งสุดท้ายยังอยู่ครบ และจารึกต่อไปว่า กิมเหลียงกิมจือนี้ ทำการค้ากับสมเด็จพระนารายณ์ ในสมัยเมื่อ ๕๐๐ ปีมานี้ แม่น้ำเจ้าพระยาลุ่มลึก กรุงเทพมหานครยังเป็นเมืองทะเล เรือก็เดินมาผ่านปากน้ำบางพุทรา สู่ละโว้ค้าขาย ชาติฝรั่งฮอลันดาก็เลื่อมใส ทั้ง ๆ ที่เขานับถือศาสนาคริสต์ พระนาคปรกหิน บอกไว้ชัดในศิลาจารึกของภาษาจีนว่า นาคปรกหูยาน และ เขมรคางคนหูตุ้ม ได้ถวายไว้ในโรงอุโบสถ ขอพระราชทานจากสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มาจนตราบเท่าทุกวันนี้ เดี๋ยวนี้ยังรักษาอยู่ในกุฏิอาตมา ขอเชิญชมได้นี่สมัยเม็งจูสมัยคนจีนไว้ผมเปียและยังมีรูปถ่ายด้วย อาตมาขอลอกเอาไปเขียนไว้ โดยโยมสุนีย์ พันธศุภร ไปจ้างเขียนมา สมัยโน้นคนจีนเขาไว้ผมเปีย ถ้าพูดเป็นภาษาจีนกลาง เรียกว่า เม็งจู...

ได้ถวายประวัติวัดแด่สมเด็จพระญาณสังวรไว้แล้ว เมื่อท่านเสด็จที่วัดนี้ เอาไปลงจารึกว่าสมเด็จญาณสังวรมี ๓ องค์ องค์หนึ่งคือวัดนี้ องค์ที่สองคือสมเด็จพระสังฆราชไก่เถื่อน องค์ที่สามคือ สมเด็จฯ วัดบวรนิเวศ สมเด็จญาณสังวร ท่านซึ้งใจมาก ประวัติเป็นภาษาจีน อาตมาอ่านภาษาจีนไม่ออก ต้องไปให้คนจีนอ่าน ๓ ตลาด ตรงกันหมด สตางค์จีนยังอยู่ครับ ๗ ปีบ อาตมาเอายัดไว้ข้างนอก ยังไม่รู้ว่าอะไร ไปเมืองจีนมา นำไปให้คนจีนดู คนจีนบอก โอ! หายากสมัยเม็งจู เดี๋ยวนี้ยังเก็บไว้นะ เก็บไว้เพื่อจะเป็นข้อพิสูจน์

อาตมาขอเจริญพรว่าโบสถ์หลังนี้คนจีนสร้างแน่นอน มีลักษณะของจีนหมด ถ้วยชากังไส อาตมาไว้ในแท่นพระเอาไว้อย่างดีเลย ถ้าเอาไว้ข้างนอกก็ลี้ลาคลาไคล เพราะอะไร แค่กระเบื้องปูเหมือนปั้นน้ำร้อน เอาออกมากองข้างนอก เดี๋ยวนี้แผ่นเดียวไม่มีเหลือ ทราบจากพวกลพบุรีว่า เขาลักไปแกะพระขาย น่าเสียดายเหลือเกิน ถ้าอาตมาเอาถ้วยโถโอจานไว้ข้างนอก บัดนี้คงถ้วยเดียวก็ไม่เหลือ เลยเอาฝังไว้ในโบสถ์ อาตมาทำไว้แน่นหนาทีเดียว

อาตมามาจำพรรษาที่วัดนี้ โบสถ์ก็ใกล้จะพังอยู่แล้ว คืนวันหนึ่งก็มีเสียงประหลาดดังขึ้นบอกว่า "พรุ่งนี้พระคุณเจ้า ๓ โมง ๔๕ นาที โบสถ์พัง" เอ! เสียงอันนี้ต้องตามไปให้ได้ ขอเจริญพรต่อไปว่า โบสถ์หลังนี้แปลกประหลาดมาก เวลาไปทำวัตรตอนเช้า ตอนเย็นต้องเก็บเสื่อ พรม หมด เพราะตอนเช้าน้ำขึ้นเป็นคืบ น้ำขึ้นเอง คนจีนเขาบอก

"หลวงพ่อ ถ้าจะสร้างโบสถ์ สร้างตรงนี้นะ" อาตมาก็ชิมน้ำดู กลิ่นมันเป็นอย่างนี้เลย ได้ตักใส่ขวดไว้ น้ำนี้มาจากไหน ในโอกาสต่อมา อาตมาก็ไปจัดน้ำได้ น้ำทิพย์ที่วัดไทงั้ง อั้งยีนครแต้จิ๋ว มีบ่อน้ำทิพย์ มีกลิ่นเหมือนกันเลย ไม่ทราบมาขึ้นในโบสถ์ได้อย่างไร มันเป็นเรื่องแปลกเหลือเกิน โบสถ์พังแล้วจึงได้พบศิลาจารึก อาตมาแน่ใจเหลือเกิน ศิลาจารึกเป็นแผ่นดิน อาตมากลัวจะชำรุดทรุดโทรม เลยเก็บไว้เป็นหลักฐานไว้ในแท่นพระประธานต่อไป

ขอเจริญพรญาติพี่น้องว่า พอออกไป ๓ โมงเศษ โบสถ์พังพอดี พังตามกำหนด อาตมานึกว่าเสียงประหลาดนี้จะตามไปให้ได้ยินอีกต่อไป ทำไมทำมาก็ไปพบอย่างเช่น คนไว้หนวดยาว มีรูปภาพในถ้ำเมืองก้วยหลิน ถ้ำคืนไข่มุก ไปถ่ายรูปมาเหมือนกันเลย เขาเขียนไว้ในถ้ำว่าเป็นนักกวีเอก สมัยฮ่องเต้องค์หนึ่ง ต่อมาอาตมาได้ยินเสียงประหลาดบอกอีกว่า "พระคุณเจ้าครับ คนเก่าเขาจะมาช่วยทำกันเอง" ๑ ปี ๑๖ วันเสร็จเรียบร้อย ทุกประการ ไม่ได้แจกฎีกาแต่ประการใด นี่เล่าประวัติโบสถ์เก่าของพระครูญาณสังวร พอดีมีท่านผู้หนึ่งเข้ามาวัด เข้ามาตามลำดับ คนที่สามคือ พลตรีวสันต์ พานิช ก็มาช่วยกันสร้าง ทั้งสามคนนั้นอาตมาถามประวัติแล้วเป็นคนจีนทั้งหมด มีอากงอาม้าครบ เดี๋ยวนี้ท่านพลตรีวสันต์ ท่านก็มาที่นี่ด้วย ร่วมกันสร้างปีเศษ ๆ ก็เสร็จสิ้น ตอนสมัยท่านเป็นพันเอก เสนาธิการฝ่ายทหารปืนใหญ่ ลพบุร

อาตมาก็ตั้งใจพัฒนา หลังจากที่คอหักแล้ว อาตมาขอเจริญพรญาติพี่น้องว่า หมดอายุเมื่อ ๔๙ ปี ต้องตายแน่ ไม่ได้กลับมาอยู่ในโลกมนุษย์อีกดังนี้ รู้ล่วงหน้า ๖ เดือน และอายุ ๔๙ จะขึ้น ๕๐ แล้ว พ.ศ. ๒๕๒๑ วันที่ ๑๔ ตุลาคม เวลา ๑๒.๔๕ น. พระคุณเจ้าจะต้องมรณภาพโดยรถชนคอหักตาย

อาตมาก็ขออธิษฐานว่า ถ้าข้าพเจ้าใช้หนี้มนุษย์ไม่หมดในชาตินี้ ขอบิณฑบาตชีวิตมาใช้หนี้ให้สิ้นสุดในชาตินี้ชาติเดียว ชาติหน้าอาตมาอย่าไปใช้หนี้เขาเลย เบื่อหน่ายโลกมนุษย์เหลือเกิน เป็นโลกมนุษย์ที่อิจฉา อาตมาไม่อยากจะคบมนุษย์ต่อไปแล้ว มันก็ฟื้นคืนมาได้ กลับมาได้ หมออาจารย์ประดิษฐ์ โรงพยาบาลเลิดสิน บอกว่า มีหลวงพ่อองค์เดียวในโลก ที่คอหักหมุนได้แล้วไม่ตาย ยังพูดได้อีกด้วย และหายใจทางสะดือได้อีกด้วย คือพองหนอ ยุบหนอ บอกใครไม่เชื่อ ถ้าไม่เชื่อลองไปคอหักดู จะรู้กัน อาตมาก็มาใช้หนี้มนุษย์ เริ่มสร้างหอประชุมมาตามลำดับ ขอเจริญพรโยม บุญยง ว่องวานิช ไว้ในที่นี้ด้วยว่า สองแสนคนแล้ว ตั้งแต่สร้างหอประชุมมา พ.ศ. ๒๕๒๔ มีบัญชีครบ แต่ที่ผ่านเข้ามาเป็นธรรมทาน มาฟังธรรมะ ก็คำนวณไว้อย่างน้อย ๆ ศาลาการเปรียญหลังนี้นะ อาตมารู้สึกเศร้าใจทุกปีมา มีพระสงฆ์องค์เจ้าพรรษาที่ผ่านมาแล้ว ๖๐ ถึง ๗๐ องค์ พระต้องลงไปฉันข้างล่างนั่งกับญาติโยม อาสน์สงฆ์ไม่พอ ก็น่าเศร้าใจ ญาติโยมจะทำอย่างไรเล่า

โดยเฉพาะเหตุผลข้อที่สองคือ เสาก็ขาดหมดแล้ว ปลวกกินหมด อาตมาไม่รีบทำในช่วงจังหวะนี้ เข้าใจว่าโอกาสหน้าไม่มีใครทำ อาตมาก็จะต้องตายจากโยมไปเหมือนกัน นี่ก็จะใกล้เวลาแล้ว ขอเจริญพรอย่างนั้น

 

หน้าต่อไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่