ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 5
:: ภาคชีวประวัติ :: เรื่อง พรหมนคร เมืองแห่งความหลัง
พระภาวนาวิสุทธิคุณ
๒๗ มี.ค. ๓๔

จะขอเล่าประวัติเมืองพรหมนครว่ามีประวัติมาอย่างไร ต่อเนื่องกับเมืองพรหมนคร คือเรื่องแม่ครัวหัวป่า ทีเรียกแขก ๒๕ แม่ครัว ๓๐ แม่ครัวหัวป่าอยู่ตรงไหนกัน ได้รับพรจากพระพุทธเจ้าหลวงทำขนมอร่อยหมด และจะเล่าถึงอาตมาได้ผงจากพระเครื่องของสมเด็จพระนเรศวรประการใด เรื่องนี้ยังไม่เคยเปิดเผยให้ใครฟัง

เมืองพรหมนครเป็นเมืองมาแต่สมัยโบราณ พระเจ้าพรหมมหาราช พระราชบิดาพระเจ้าไกรสรราช ผู้ทรงสร้างเมืองสิงห์บุรี เป็นผู้สร้าง เพราะชื่อเมืองตรงกับพระนามของพระองค์

พระเจ้าพรหมมหาราช ทรงสร้างเมืองพรหมบุรีแล้ว ต่อมาพระเจ้าไกรสรราช พระราชโอรส ทรงสร้างเมืองสิงห์บุรีขึ้น พระราชทานนามเมืองให้สอดคล้องกับพระนามว่า "สิงห์บุรี"

 

เมืองสิงห์ไม่ใช่อยู่ตรงปัจจุบันนี้ เป็นเมืองสิงห์อยู่ที่แม่น้ำน้อยโน้น ที่เรียกว่า เมืองสิงห์ เมืองสรรค์ เมืองสุพรรณบุรี บ้านช้าง บ้านตาล บ้านพรานแสวงหา บ้านกุ่ม บางบาล อำเภอวิเศษไชยชาญ ตัวตะพาน กบเจา อยู่แม่น้ำสายโน้น

เมืองพรหมบุรีนี้ปรากฏพงศาวดารว่า เป็นเมืองที่มีมาตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ทอง) ผู้ทรงสร้างกรุงศรีอยุธยา เรียกว่า "เมืองพรหมนคร" และในกฎมนเฑียรบาลก็เรียกว่า เป็นเมืองสำหรับหลานหลวงปกครอง

มาในสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โปรดให้ยุบลงเป็นอำเภอขึ้นกับจังหวัดสิงห์บุรี

ที่ตั้งเมืองพรหมนครเก่านั้น อาตมาได้สอบประวัติได้ถูกต้องหมดแล้ว เมืองพรหมนคร ตั้งอยู่ใต้วัดอัมพวัน เหนือวัดประสาท (เจดีย์หัก) ตำบลพรหมบุรี ปัจจุบันคือบ้าน นางเฮี๊ยะ พรหมายน อาศัยอยู่ขณะนี้ นางเฮี๊ยะ นั้นเป็นแม่ยายช่างปุ่น เชยโฉม มัคทายกวัดนี้ และเป็นผู้สืบเชื้อสายเจ้าเมืองพรหมนคร ตัวเมืองเก่ามีกำแพงเมืองถึงเหนือวัดอัมพวัน ที่เรียกว่าวัดกำแพงเมือง ยังมีซากอยู่ขณะนี้ เหนือขึ้นไปเรียกว่าวัดพระแก้ว มีเนื้อที่มาก บริเวณด้านตะวันออกยังมีวัดสมิด วัดช่างเหล็ก วัดช่างทอง ขณะนี้ไม่มีซากเหลืออยู่ เพราะถูกขุดถูกทำลายไปหมด

สมัยนั้นเจ้าคณะเมืองสงฆ์คือ พระครูญาณสังวร วัดอัมพวัน ต่อมาสมัยหลังคือ พระครูพรหมนครบวรราชมุนี วัดอัมพวัน เป็นเจ้าคณะเมือง

ต่อมาสมัยหลังอีก เจ้าคณะเมืองย้ายไปอยู่วัดคงคาเดือด ซึ่งตรงกับวัดอัมพวัน ปัจจุบันเรียกว่าวัดป่าหวาย สมัยต่อมาเมืองพรหมบุรีย้ายตั้งที่ทำการใหม่ ไปตั้งที่ปากบางหมื่นหาญ ต.บ้านหมื่นหาญ ปัจจุบันคือร้านดาวทอง ตลาดปากบาง และย้ายไปตั้งที่ ทำการจวนหัวป่า เหนือวัดพรหมเทพาวาส แล้วย้ายข้ามไปฝั่งตะวันออกที่ ร.ร. พรหมวิทยาคาร สมัยต่อมา นายอนันต์ โพธิ์พันธ์ นายอำเภอพรหมบุรีได้ย้ายที่ว่าการอำเภอ ล่องไปตั้งอยู่ที่เหนือวัดกุฎีทองในปัจจุบันนี้ ประวัติพระเครื่องเมืองพรหมบุรี วัดประสาทเดิมเป็นวัดโบราณใหญ่โตมาก มีเนื้อที่ถึง ๑๘๐ ไร่ เจริญมาก่อนที่พม่าจะได้สร้างค่ายคูแห่งนี้ขึ้น

ในสมัยก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะเสียแก่พม่า เจ้านายชั้นผู้ใหญ่ได้ขนย้ายทรัพย์สินสิงของมีค่ามาเก็บไว้ในวัดนี้มากมาย ภายหลังชำรุดทรุดโทรมลงมากมายจนกลายเป็นวัดร้างไป เหนือวัดอัมพวันที่เรียกว่าบ้านเตาอิฐนั้น เป็นหมู่บ้านมอญ ได้ทำอิฐสร้างเจดีย์องค์ใหญ่ของวัดประสาทสมัยนั้น อาตมาได้ทราบจากศิลาจารึก ถึงการสร้างพระเครื่องนั้น สร้างบรรจุสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้ประกาศอิสรภาพและออกสงคราม จนได้ปลงพระชนม์พระมหาอุปราชา ณ สถานดอนเจดีย์ เสร็จสงครามแล้ว ได้จัดสร้างพระเครื่องขุนแผนเนื้อแบบกระเบื้องดินเมืองจีน บรรจุไว้ ณ วัดป่าแก้ว (วัดใหญ่ชัยมงคล) อยุธยา พระเครื่องประกอบด้วย แร่มะขาม เป็นพระขุนแผนเสมาชัย ขุนแผนเสมาขอ และทำการฉลองใหญ่ ฉลองการมีชัยชนะแก่พม่าในครั้งนั้น

เสร็จแล้วได้นำไปบรรจุตามวัดต่าง ๆ ในกรุงศรีอยุธยาและวัดประสาท เมืองพรหมนคร (พรหมบุรี) ในศิลาจารึกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วัดชัยชนะสงคราม เจดีย์วัดประสาทก็ได้ชำรุดโดยภัยธรรมชาติ จากแรงน้ำพุ่งจากวัดคงคาเดือด (ป่าหวาย) เจดีย์ก็หักลงแม่น้ำเจ้าพระยา เหลือต่านแล้วหักลงน้ำมาได้ ๔๐ กว่าปีแล้ว พระเครื่องจากเจดีย์นั้นมากมาย เรียกว่าเสมาชัยเสมาขอมีความศักดิ์สิทธิ์มาก

ใน พ.ศ. ๒๕๐๐ อาตมาได้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน ปีนั้นก็มีอุบาสกคนหนึ่งชื่อ ก๋งเหล็ง ช่างปราณีต บ้านใต้วัดอัมพวัน ได้นำพระเสมาชัย เสมาขอที่ชำรุดไปถวาย ได้จากเจดีย์วัดอัมพวันบ้าง และได้แร่มะขามจากเจดีย์หักบ้าง อาตมาคิดว่าพระเครื่องประวัติศาสตร์ อำเภอพรหมบุรีของเราจะสูญไปโดยคนรุ่นใหม่จะไม่ทราบประวัติ จึงได้นำเอาแร่มะขามและพระที่ชำรุดนั้น มาประกอบเป็นองค์ขึ้นใหม่

เป็นการจำลองพระขุนแผนเสมาชัย และขุนแผนเสมาขอ เมื่อประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกแล้ว ก็ได้แจกแก่ท่านทั้งหลายเพื่อเป็นสิริมงคลต่อไป นับว่าเป็นพระมิ่งขวัญประวัติศาสตร์ของเมืองพรหมนคร จังหวัดสิงห์บุรี

อาตมาบรรจุไว้ในโบสถ์ และทรัพย์สมบัติจากพระนครศรีอยุธยาก็เคลื่อนที่อยู่ในป่าของบริเวณกรรมฐานนี้มากมาย มีทั้งทอง เพชรนิลจินดา แต่เราเอาไม่ได้ ไม่ใช่ของเรา ขอฝากไว้ นี่เมืองพรหมนคร ไม่มีใครรู้ประวัติ และพอดีอาตมาได้ประวัติมา และยังมีอีกมากมายหลายประการ ก็ได้ไว้เป็นของเก่าแก่ของดีมีปัญญาเก็บไว้เป็นหลักฐาน และได้มากกว่านี้ สมัยก่อนก็มีประวัติมากกว่านี้ด้วย อาตมารวบลัดตัดความให้ท่านฟังสั้น ๆ เพราะเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้โดยไม่ยากนัก ได้จากสมุดหมายเหตุของชาติด้วย ในประวัติศาสตร์ของชาติไทย และได้จากศิลาจารึกมาปะติดปะต่อ

พระเสมาชัย เสมาขอยังอยู่ อาตมาก็จัดพิธีมหาพุทธาภิเษกที่ดอนเจดีย์ เพราะได้แร่มะขามผุดขึ้นมาจากวัดชนะสงคราม และนำมาผสมไม่มีใครรู้

ต้องการให้เด็กรุ่นใหม่ได้ทราบว่าพระประวัติศาสตร์ของเมืองพรหมนคร สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระเสมาชัย เสมาขอก็เอาบรรจุไว้ บางคนเห็นพระใหม่ไม่อยากได้ นี่แหละเราก็ไม่เคยไปแจกจ่ายให้ใคร ก็เล่าสู่กันฟัง พระพุทธเจ้าหลวงเคยเสด็จมาที่วัดนี้ ตอนนั้นเสด็จแปรพระราชฐานมาอยู่ที่พระราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เสด็จวัดพระนอนจักรสีห์ทางชลมารคถึง ๒ ครั้ง

ในด้านพุทธจักรคณะสงฆ์ก็สั่งจากมณฑลอยุธยาลงมา ให้วัดอารามต่าง ๆ ประดับธงทิว และปลูกพลับพลาหน้าวัดถวายพระพรชัยมงคล ตอนที่พระองค์เสด็จชลมารคมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา มีเรือขาว มีเรือนำมากมาย แห่โหมยมนาเสด็จไปตามชลธาร

ตอนนั้นจังหวัดสิงห์บุรียังไม่มี จังหวัดสิงห์อยู่ที่แม่น้ำน้อย เรียกเมืองสิงห์ เมืองพรหมนครมีอาณาเขตถึงบ้านบางเบิก เลยตัวจังหวัดไปติดต่ออำเภออินทร์บุรีนั้น

วัดพรหมสาครบ้านบางพุทรานั่นแหละ เป็นสถานที่ของเมืองพรหมนคร และตัวจังหวัดสิงห์บุรีปัจจุบันก็คือ เขาเมืองพรหมนคร

พระพุทธเจ้าหลวง ท่านเสด็จมาวัดนี้ ปัจจุบันตอนนั้น ร.ศ. ๑๒๕ มีเจ้าอาวาสชื่อ พระครูพรหมนครบวรราชมุนี ชินสีห์ภานุวัตรสังฆปาโมกข์ เป็นเจ้าคณะเมืองพรหมนคร ขณะนั้นเมืองยังอยู่ใต้วัดนี้ ยังไม่ได้ล้มเมืองพระครูพรหมนครก็สั่งลูกวัดในเขตของท่าน ได้ปลูกพลับพลาหน้าวัด เพราะน้ำเจ้าพระยาเพียบเต็มฝั่ง เมื่อพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จ ตามวัดก็ถวายพระพรชัยมงคล สวดชยันโต

 

หน้าต่อไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่