ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 6
:: ภาคชีวประวัติ :: เรื่อง สมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี
ปางอุ้มบาตรพรมน้ำพระพุทธมนต์
โดย พระภาวนาวิสุทธิคุณ

ที่วัดอัมพวัน มีวิหารอยู่ทางทิศใต้ของโรงอุโบสถ ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐาน สมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ปางอุ้มบาตรพรมน้ำพระพุทธมนต์ ผู้สร้างถวายคือ คุณเส็ง คุณผ่องศรี ใจบุญ ได้นำมาถวายวัดอัมพวันเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ พร้อมกับ หลวงปู่แสง เมื่อนำมาถวายยังไม่มีวิหาร ได้อัญเชิญท่านเจ้าคุณสมเด็จฯ ไว้ในโรงอุโบสถ และหลวงปู่แสงประดิษฐานอยู่ที่ศาลาปฏิบัติกรรมฐาน อยู่ต่อมาประมาณ ๑ เดือน มีคนข้างวัดมาบอกว่า สมเด็จฯโต ท่านอยากมาอยู่ข้างนอก อาตมาก็รับทราบไว้ ต่อมามีคนจากนครราชสีมาถามหาสมภารวัดอัมพวัน มาถึงก็มากราบ ถามว่า “ท่านเป็นสมภารใช่ไหม? สมเด็จฯโตให้มาบอกว่าท่านไม่อยากอยู่ในโบสถ์ ข้ามหัวไปข้ามหัวมา จุ้นจ้านกันมากเหลือเกิน ช่วยสร้างวิหารให้ที”

อาตมาก็ยังไม่ยอมเชื่อ ต่อมาอาจารย์วิทยาลัยครูนครสวรรค์ ฝันมาบอกว่า “ท่านสมเด็จฯ โตให้มาบอกสมภารว่าช่วยสร้างวิหารให้ที”
ในฝันอาจารย์คนนั้นก็ถามว่า “ท่านเจ้าคุณสมเด็จฯ ทำไมไม่ไปบอกท่านเอง”
ท่านบอก”ไม่ขลัง ต้องให้คนอื่นบอกถึงจะขลัง เพราะสมภารองค์นี้ทิฐิสูง”
อาตมาก็มานึก มาบอกเราสามปากแล้ว อาตมาก็ไปยกมือไหว้ จุดธูปเทียนบอก เหมือนท่านจะยิ้มบอกเรา ปรากฏว่าสร้างเดือนเดียวกันเสร็จ พอท่านยกไปเก็บไว้ เงินไหลนองทองไหนมาใหญ่เลย อีกประการหนึ่ง ที่ท่านอยู่ในโบสถ์ ใครมาก็ยกมือไหว้แต่สมเด็จโต ไม่ไหว้พระประธานกันเลย โยมผ่องศรีปิดทองซะสวย ก็ยิ่งข่มพระประธานในโบสถ์อีก

อาตมาก็ต้องปิดทองพระประธานทั้งสององค์ พอดี ดร.กิ่งแก้ว อัตถากร มาบอกอีกว่า หลวงพ่อไม่มีบริวาร ต้องมีพระโมคคัลลาน์ พระสารีบุตรนะ อาตมาก็อัญเชิญประดิษฐานกับพระประธานองค์เก่า และปิดทองสวยงาม ประวัติการสร้างสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี และ หลวงปู่แสงโยมเส็งได้เล่าประวัติการสร้างท่านเจ้าคุณสมเด็จฯ และ หลวงปู่แสงว่าตอนแรกผมศรัทธาแต่หลวงปู่แสง ก่อนที่จะหล่อหลวงปู่แสง มีลูกศิษย์ท่านเจ้าคุณวัดมณีชลขัณฑ์ มาปรารภว่า “พระอื่นเขาทำกันได้ แต่ทำไมหลวงปู่แสงไม่มีใครคิดจะทำ”
พอได้รับฟัง ผมก็รับปากทันทีว่าจะหล่อ แต่คนลพบุรีไม่เคยเห็นหลวงปู่แสง เห็นพระพุทธรูปตามยอดเจดีย์ว่าเป็นหลวงพ่อแสง เพราะรูปท่านไม่ค่อยปรากฏ ท่านเจ้าคุณวัดมณีฯ บอกว่าที่นั่นมีที่โน่นมี ผมก็นำกล้องจะไปขอถ่ายก็ไม่มี อยู่มาวันหนึ่ง ป้าตึ๋งแม่ค้าส้มฟักสมพร ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดลพบุรีได้มาถามผมว่า “จะไปเวียนเทียนที่พุทธมณฑลหรือเปล่า จะได้ฝากเงินไปทำบุญด้วย”
ผมบอก “ไม่ไป ตั้งใจจะไปหารูปหลวงพ่อแสง”

ป้าตึ๋งบอกว่า “รูปหลวงพ่อแสงนี้เห็นมีอยู่ที่บ้าน พ.ท.สมบัติ คุณวิไล ศิริวัฒน์ อยู่ใกล้กับวัดศรีสุทธาวาส น่าจะลองไปถามดู”
ผมก็ดีใจมาก คว้ากล้องไปที่บ้าน พ.ท.สมบัติ คุณวิไล ศิริวัฒน์ ทันที เมื่อเอ่ยปากขอรูป เขาขี้ไปที่ข้างฝา ผมก็บอกขออนุญาตถ่าย จะนำไปหล่อพอเอื้อมมือไปหยิบรูป ปรากฏว่า กรอบรูปร่วงกราวลงมา เหลือแต่รูปกับกระจกติดมือมาเท่านั้นผมก็นึกว่า เอ๊ะ! อยู่ได้อย่างไร สงสัยเป็นปาฏิหาริย์ ท่านคงรอให้เราได้ทำพระรูปท่านแล้วผมก็ไปหาท่านเจ้าคุณวัดมณีฯ บอกว่าจะหล่อ แล้วผมก็สาบานกับท่านเจ้าคุณว่า“ถ้าผมหากินกับหลวงพ่อแสง ขอให้ผมมีอันเป็นไป”
และผมก็มาคิดว่า หลวงพ่อแสงกับหลวงปู่โตนี่เป็นลูกศิษย์อาจารย์กัน ถึงอย่างไรเราก็จะมาหล่ออยู่ด้วยกันเถอะ ศิษย์อาจารย์จะได้อยู่ด้วยกัน จึงได้ไปตกลงกับลุงฮั้ว สุภาพักต์ ว่าจะสร้างวิหารและหล่อรูปเหมือนหลวงพ่อแสงเป็นเนื้อนวโลหะ ๑ องค์ รูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ปางถือคัมภีร์ ๑ องค์ ประดิษฐานไว้ที่พระวิหารหลวงพ่อแสงอนุสรณ์ หลวงพ่อวัดอัมพวันบอกว่าจะปลูกวิหาร ต้องวางศิลาฤกษ์ แล้วหลวงพ่อก็ไปเขียนดวงที่วัดทองพุ่มพวง จ.สระบุรี

ในดวงนั้นเขียนไว้ว่า “ท่านเจ้าคุณพระศีลวรคุณ (นวน) เป็นประธาน นายเส็ง-นางผ่องศรี ใจบุญ เป็นผู้ดำเนินงานพร้อมทั้งคณะกรรมการทุกคน”
ปรากฏว่ามีคนไม่พอใจ ประท้วงจะขอร่วมครึ่งหนึ่ง จึงได้ทำหนังสือกันไว้ว่า วันวางศิลาฤกษ์จะมาวางเงิน ๓ แสน ถ้าขาดเหลือก็จะเพิ่มเติม

เมื่อถึงเวลานั้น วันรุ่งขึ้นจะวางเงิน ตอนเย็นเขาเดินคอตามาบอกว่าไม่สามารถนำเงินมาให้ได้ แล้วเขาก็เล่าเหตุการณ์ว่า ที่เขาจะนำเงินมาให้ ๓ แสนนี้ เขาจะขายสมเด็จพุฒาจารย์โต สมเด็จวัดระฆังที่เขามีอยู่ ตกลงไว้ ๔ แสน ได้วิ่งไปหาคนที่ซื้อ หวังจะไปเอาเงินเขาด้วย วิ่งอยู่ดี ๆ สร้อยคอที่แขวนไว้หลุดหาย เขาเลยใจคอไม่ดี ผมก็ปลอบเขา แล้วมาบอกพวกกรรมการว่า อย่าไปทวงเงินเขานะ เขาไม่มีเงินวาง เดี๋ยวเขาจะอาย เป็นอันว่าเขาไม่ได้มาทำเลย พอหล่อเสร็จจะอัญเชิญขึ้นวิหารไปเชิญเขา เขาก็ป่วยมาไม่ได้ พองานฉลองครั้งที่สอง เขาก็เข้าโรงพยาบาล นี่คือบารมีหลวงปู่เขาคิดจะจำหน่ายหลวงปู่แล้วมาร่วมกับเรา

แต่เราหวังทำให้ท่านด้วยศรัทธา เลยมาไม่ได้ แล้วผมก็คิดขึ้นมาเองว่า จะต้องอัญเชิญหลวงปู่โตและหลวงปูแสงอย่างละหนึ่งองค์ไปวัดอัมพวัน มันนึกอย่างไรบอกไม่ถูก เฮียฮั้ว สุภาพักต์ บอกว่าถ้าจะนำไปหล่อให้วัดอัมพวัน ให้ไปเอารูปที่วัดอุโลม อ.บางกะหัน จ.อยุธยา เป็นรูปหลวงปู่ที่เป็นภาพออกมาจากจอหนัง ปางอุ้มบาตรพรมน้ำพุทธมนต์ มีคนเห็นกันทั้งนั้น ใคร ๆ ก็เรียกว่าปู่โตปาฏิหาริย์ ผมก็นำกล้องไปถ่ายภาพ แล้วนำไปให้ช่างหล่อที่กรุงเทพฯ เกิดปาฏิหาริย์อีก หลวงพ่อเสกทองแผ่นไป นำไปใส่ในเบ้า ปรากฏว่าตอนหล่อแผ่นทองเกิดบินขึ้นไปข้างบน สักครู่ก็บินลงมาลงเบ้าอีก ท่านแสดงปาฏิหาริย์ให้เห็น ช่างหล่อบอกตกตะลึงเลย

มีแบบนี้ด้วยเหรอนี่ พอนำท่านไปไว้ที่วัดอัมพวันใหม่ ๆ หลวงพ่อบอกเรื่อยเลยว่า แขกเยอะขึ้นทุกวัน ตอนนี้เยอะสุดขีดเลย เมื่อตอนหล่อหลวงปู่โตและหลวงปู่แสงเสร็จใหม่ ๆ หลวงพ่อได้ไปสวดธรรมจักร ได้นำน้ำใส่ในบาตรปู่โต แล้วปักเทียนทำน้ำมนต์ พอเสร็จพิธี เทียนไขในบาตรเป็นรูปมังกร ๑ ตัว ได้อัญเชิญไว้บนวิหาร ต่อมาวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๒๙ ได้จัดงานมหาพุทธาภิเษก รูปหล่อหลวงปู่โตและหลวงปู่แสง ที่วัดมณีชลขันฑ์ หลวงพ่อได้นิมนต์สมเด็จพระญาณสังวร มาพุทธาภิเษก ท่านเมตตาอยู่ตั้งแต่สองทุ่มถึงเที่ยงคืน ซึ่งปกติท่านจะแผ่เมตตาแค่ ๕ นาที แต่นี่ท่านแผ่ให้เป็นชั่วโมง ขณะพุทธาภิเษก เกิดอภินิหารฟ้าลั่นเปรี้ยงไปที่เจดีย์ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่หน้าฝน ฟ้าร้อง ๓ ครั้ง ไฟในวิหารดับ ๓ ครั้ง ไฟนอกวิหารไม่ดับ ฝนตกลงมาเป็นละอองน้อย ๆ คนอยู่ในเหตุการณ์ตื่นเต้นกันมาก พอเสร็จพิธีมหาพุทธาภิเษก เทียนไขที่ปักทำน้ำมนต์ในบาตรหลวงปู่โต เป็นรูปมังกร ๒ ตัว

 

หน้าต่อไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่