|
คุณแม่เล่าว่าตอนที่อยู่โรงพยาบาล
ตัวบวมเต็มเตียง สมองบวมนิ่มเหมือนลูกโป่ง ศีรษะสูงโตขึ้น
เป็นไตขึ้นสมอง หมอเรียกว่า ไตหลงลืม และดิฉันมีอาการเพ้อเรื่องผีสองดวงตลอดเวลา
และเพ้อว่ามีพระมาช่วย และก็แปลกที่ว่าดิฉันถูกมัดมือ
มัดเท้า ปิดตา แต่ก็ขอสมุดปากกา มาจดบันทึกได้ โดยยกเข่าชันขึ้นมาบันทึกไว้ตั้ง
๒ เล่ม พอฟื้นขึ้นมาก็หายหมด ไม่เห็นเจ็บอะไร มีแผลเป็นที่แขนนิดหน่อยเท่านั้น
ได้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๓๔ คุณแม่ได้พามาหาหลวงพ่อ
หลวงพ่อได้เป่าศีรษะให้ แล้วบอกว่าหาย และมอบพระให้ดิฉัน
๒ องค์ สำหรับไว้ติดตัว กลับไปอยู่ที่บ้านประมาณปลายเดือนสิงหาคม
มีอาการชักกระตุกที่มือข้างซ้าย และเลื่อนมากระตุกทั้งตัว
จึงต้องเข้าโรงพยาบาลอีก เมื่อออกจากโรงพยาบาลก็ดีขึ้นเรื่อย
ๆ
|
 |
ต่อมาวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๓๕ คุณป้าคนโตและคุณน้าทั้งสอง
ได้พามาเข้ากรรมฐานที่วัดอัมพวัน ตั้งใจจะอยู่หลายวัน
แต่มีญาติเสีย เลยอยู่ได้คืนเดียว ได้มีโอกาสกราบหลวงพ่อ
และกราบเรียนถามข้อสงสัยต่าง ๆ หลวงพ่อเล่าให้ฟังว่า
วันที่แม่เด็กมา ร้องไห้ใหญ่เลย อาตมาบอกไม่ต้องร้องไห้
ร้องทำไมเล่า ไม่เป็นไรจะแผ่เมตตาให้ รู้อยู่แล้ว เลยไม่ได้คุยกันเพราะจะรีบไป
ดิฉันได้เรียนถามเกี่ยวกับดวงที่เห็นสีขาว แว้บ ๆ คลายดาว
๒ ดวงที่วนไปมาคลาย ๆ จะทำร้าย นั้นเป็นดวงอะไร
หลวงพ่อตอบว่า แสงนี่มี ๒ ประการ คือเกี่ยวกับยมทูตอย่างหนึ่งจะมาเอาชีวิตไป
อีกแสงหนึ่งมาช่วยเอาไว้
|
ดิฉันเล่าให้หลวงพ่อฟังว่า
คนข้างเตียงเขาฝันว่า จะมาหาคนชื่อพิมพ์ใจ ผมยาว ๆ พอดีวันนั้นพยาบาลเขาตัดผมให้พอดี
และมีคนป่วยชื่อพิมพ์ใจเข้ามาใหม่อีกคนหนึ่ง แต่เขาไม่เป็นอะไรมาก
อยู่ดี ๆ เขาก็ตาย
หลวงพ่อตอบว่า ไม่ต้องเป็นอะไรก็ตาย มันถึงคราว หมดเวลาแล้ว
หนูจำไว้ ดวงสองดวง ดวงหนึ่งจะมาเอาแล้วดวงหนึ่งช่วยเข้าไว้
มันเป็นอย่างนี้ หนูยังมีบุญวาสนาเพิ่มเติม แต่เหตุผลขอเท็จจริง
หนูต้องตายวันนั้นแหละ ตายที่โดดตึกแน่นอน แต่ตอนนั้นหลวงพ่อกำลังเขียนหนังสืออยู่นะ
เขียนอยู่ก็ แว่บ ตกใจ วางปากกา เห็นเด็กโดดตึกก็แผ่เมตตา
เมตตัน จะ สัพพะโร กัสมิงมานะ สัมภาวะเย อัปปะริมานัง
เมตตา คุณณัง อะระหังเมตตา
อธิษฐานจิตว่า เด็กคนนี้เป็นญาติของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอช่วย
ณ บัดนี้ บอกใครจะเชื่อได้ รู้เลยฝ่าไม่เกินวันสองวัน
แม่เด็กจะต้องมา ยังบอกสมประสงค์เลยว่า ใครมานั่งร้องไห้ที่นี่
บอกหลวงพ่อด้วย
มาแล้วก็ไม่มีเวลาจะคุยกัน และยังสั่งไว้ด้วยว่า ถ้าหายพาลูกพาหลานมานะ
นี่เห็นนะ ไม่ใช่ว่าหลวงพ่อไม่รู้ ถ้าไม่รู้มาก่อน หรือไม่เคยช่วยนะ
ก็ต้องถามนาน ต้องคุยกันนาน แต่นี่บอกไม่ต้องคุย หยุดร้องไห้เสีย
ช่วยแล้วนี่นา ก็พูดอย่างนี้ หนูนี่มีบุญนะหนูนะ หลวงพ่อเคยอธิษฐานไว้
จะขอใช้หนี้มนุษย์ให้หมดในชาตินี้ โยมจำไว้ เราเกิดมาหลายชาติแล้ว
เราเกี่ยวข้องกับใคร ใครจะรู้ได้ เกิดเวียนว่ายตายเกิดมาตลอด
เรายังไม่สามารถไปนิพพานได้ ก็ต้องเวียนมา บางทีมีโอกาสพบกันบ้าง
ได้ช่วยเหลือกัน |
|
เมื่อกลับจากวัดไปถึงบ้านก็มีอาการชักเหมือนเดิม
หลังจากชักแล้วก็มีอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ รู้สึกว่า ความจำ
ปฏิภาณไหวพริบจะดีเหมือนเดิม คุณแม่ดีใจมากที่ดิฉันรอดตายมาได้
ขณะนี้ดิฉันยังอยู่ในความดูแลของแพทย์อยู่ ตอนแรกเขานัดเดือนละครั้ง
ต่อมาสองเดือนครั้ง ตั้งแต่นี้ไปนัดสามเดือนครั้ง ระยะเวลาการนัดห่างออกไปเรื่อย
ๆ หมอก็แปลกใจว่าทำไมดิฉันหายเป็นปกติได้ไว เมื่อก่อนเคยทานยาครั้งละ
๗๐ เม็ด เดี๋ยวนี้เหลือครั้งละ ๑๕ เม็ด หลวงพ่อได้แนะนำให้ดื่มน้ำตะไคร้ชง
ให้ดื่มต่างน้ำเลย จะช่วยรักษาและป้องกันกระดูกผุได้
เนื่องจากดิฉันทานยารักษาโรคมาก เมื่อสะสมมากเข้าจะทำให้กระดูกผุได้
ดิฉันมีความซาบซึ้งในองค์หลวงพ่อมาก ที่ช่วยให้ดิฉันรอดชีวิตมาได้ในครั้งนี้
และยังได้แนะนำวิธีแก้ไขผลกระทบจากการทานยารักษาโรคอีกด้วย
ทำให้ดิฉันมีความมั่นใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ และคงจะมีโอกาสได้ศึกษาต่อในปีการศึกษาหน้า
ดิฉันขอกราบเท้าหลวงพ่อ ด้วยความระลึกในพระคุณเป็นอย่างสูง
ดิฉันเหมือนเกิดใหม่แล้ว ภายใต้เมตตาธรรมของหลวงพ่อ
|
ขอหลวงพ่อมีสุขภาพแข็งแรง มีอายุยืน จะได้เป็นที่พึ่งของปวงชนและหมู่สัตว์ผู้ยากไร้ต่อไป
ดิฉันตั้งใจว่า ถ้าโอกาสอำนวย จะมาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่วัดอัมพวัน เพื่อบูชาคุณแด่ผู้ที่มีพระคุณทุกท่าน
และอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร เพื่อรับอนุโมทนา และอโหสิกรรมต่อกันตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
นางสาว พิมพ์ใจ แซ่เตียว
๑๙๔/๕ หมู่ ๑ ต.ช่องแค อ.ตาคลี
จ.นครสวรรค์ |