ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 6
:: ภาคชีวประวัติ :: เรื่อง เทพวัดอัมพวัน
โดย พระภาวนาวิสุทธิคุณ

ที่วัดอัมพวันมีเทพไท้ปกปักรักษาและทำการช่วยเหลือในการต้อนรับสอนกรรมฐาน คนที่เคยเป็นญาติ หรือมีบุญเท่านั้นจะสัมผัสได้ มันเป็นเรื่องอัศจรรย์เมื่อครั้ง สปช. พาครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ มาอบรมที่วัดอัมพวัน มีครูใหญ่แก่ ๆ กลุ่มหนึ่ง ๔-๕ คน อยากจะดื่มน้ำชาร้อน ๆ แต่พวกเด็ก ๆ ที่วัดชอบเอาน้ำชาไปใส่น้ำแข็ง ครูกลุ่มนั้นไม่ชอบ ปรากฏว่า นายห้างทองย้อย ออกไปต้อนรับเอาน้ำชาร้อน ๆ ไปเลี้ยง ใส่เสื้อสูทชุดขาวแบบมาบวงสรวงตอนสร้างโบสถ์ มาด้วยกัน ๓ คน พอต้อนรับเสร็จก็เดินออกไป ครูกลุ่มนั้นก็เดินออกไปถามพระที่เมรุว่า เห็นคน ๓ คนออกไปทางนี้ไหม พระก็บอกว่าไม่มี ไม่มีใครอยู่ที่นี่ เขาพากันเดินต่อมาถึงศาลาบำเพ็ญกุศล เป็นรูปอยู่ที่ศาลา ก็เลยชี้ให้ดูว่า คนนี้นี่เองที่นำน้ำชามาเลี้ยง คนเราตายไปแล้วต้องเกิดเลย อาจเป็นเปรตหรืออสุรกายหรือเทพ บางคนไม่เข้าใจนึกว่าเป็นผี เดี๋ยวนี้เขาเป็น เทพอันศักดิ์สิทธิ์ ไปแล้ว

นายห้างทองย้อย ชโลธร สมัยเมื่อมีชีวิตอยู่ ได้ร่วมสร้างอุโบสถหลังใหม่ และสร้างพระประธานองค์ใหญ่ ประดิษฐานอยู่ในโรงอุโบสถ มีชื่อว่า “หลวงพ่อชโลธร” พระประธานองค์เล็กเป็นพระประธานเก่าแก่มาตั้งแต่อุโบสถหลังเดิม มีชื่อว่า “หลวงพ่อสำเร็จผล” อาตมาทราบว่า นายดำ วานิช อยู่ที่ปากบาง มีกฎแห่งกรรมอยู่กับนายห้างทองย้อย จะต้องช่วยเหลือกันต่อไป อาตมาบอกนายห้างทองย้อยว่า ให้นายดำ วานิช ขับรถให้ และบอกว่า “ใน ๗ วันนี้เป็นต้นไป นายห้างอย่าขับรถเองเป็นอันขาด” สติมันบอกว่านายห้างทองย้อยจะต้องถูกรถชนตาย นายดำ วานิช พ่อแม่เป็นลาวพวน อยู่บ้านโพธิ์คา มีหนี้สิน นำนาไปจำนองจำนำหมด

พอดี เสธ. วสันต์ พานิช เป็นลูกศิษย์วัดนี้ มีหน้าที่จัดคนไปรบที่เวียดนาม อาตมาเคยฝากลูกของยายที่บ้านเหนือ ชื่อโก๊ะ ให้ไปรบที่เวียดนามด้วย นายดำ วานิช เป็นคนจีน ขับรถให้คนที่ปากบางบ้าง มาขับให้อาตมาบ้าง เขาก็มาเล่าให้ฟังว่า “หลวงพ่อผมจนจัง มีที่นา พ่อแม่ก็นำไปจำนำจำนองหมด ไม่มีเงินจะไปใช้เขา” อาตมาก็นึกขึ้นได้บอกว่า “พรุ่งนี้ เตรียมตัวไปซ้อมรบที่จังหวัดกาญจนบุรี แล้วไปรบที่เวียดนามต่อไป”

พอดี เสธ. วสันต์มาที่วัด จึงพูดกับเสธ. ให้ถอนนายโก๊ะออก ใส่ชื่อนายดำ วานิชแทน เพราะนายดำ วานิชเคยเป็นทหารมาแล้ว รุ่งขึ้น คณะทหารก็บินไปเมืองกาญจน์ ฝึกแล้วบินต่อไปเวียดนาม ไปอยู่เวียดนาม ๒ ปี ได้เงินมาไถ่ที่นาให้พ่อแม่หมด ถึงเวลาแล้วที่นายดำ วานิชต้องไปอยู่กับนางห้างทองย้อย ไปดูแลตอนนายห้างเจ็บป่วย นายดำ วานิช กลับจากเวียดนาม มีเงินทองมากมาย เหล้าไม่ดื่ม บุหรี่ไม่สูบ เครื่องยนต์กลไกเก่งมาก เขาไถนาเสร็จจะไปอยู่กับพี่ชายที่กรุงเทพฯ ไปทอดปาท่องโก๋ขาย ถ้าอาตมาไม่มีบุญคุณกับเขา ไม่มีทางที่จะยึดเขาไว้ได้

อาตมาเรียกนายห้างทองย้อยมาและบอกว่า นายห้างอย่าขับรถนะ แล้วบอก นายดำ วานิช ให้ขับรถให้นายห้างทองย้อย เขาก็เชื่ออาตมา นายห้างดีใจใหญ่ นั่งสบายเลย เป็นผู้จัดการธนาคารกรุงไทย มีโรงสี ๒ โรง โรงน้ำแข็งใหญ่ ๑ โรง ในที่สุดวันนั้นถึงคราวตาย คุณนายสุมาลย์ลืมที่อาตมาสั่ง ให้นายดำ วานิช ขับรถตู้ไปกรุงเทพฯ ไปซื้อต้นไม้เอามาปลูก นายห้างทองย้อยอยู่บ้านคนเดียว พอดีมีโทรศัพท์เชิญด่วน ให้ไปเป็นกรรมการแข่งเรือยาว นายห้างตอบตกลง ลืมที่อาตมาสั่งไม่ให้ขับรถ จัดแจงแต่งตัวใส่สูท ขับรถเบนซ์ออกไป

 

หน้าถัดไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่