
|
 |
คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
| หนังสือกฎแห่งกรรม
เล่ม 6 |
| ::
ภาคธรรมปฏิบัติ :: |
เรื่อง
ยากแท้...แต่ไม่เคย
โดย พระภาวนาวิสุทธิคุณ |
|
วันนี้เป็นวันธรรมสวนะ เป็นวันที่พุทธบริษัททั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์
มาสร้างกุศลด้วยทาน ศีล และภาวนา เป็นการสร้างกุศลให้แก่ชีวิตของตน
การสร้างกุศลผลบุญให้แก่ตัวเองนั้น
มีหลักปฏิบัติอยู่ ๓ ประการคือ ทาน ศีล ภาวนา
การที่จะมีทานได้นั้น ถ้าเรามีการปฏิบัติธรรมด้วยแล้วจะเกิดทานอันเป็นส่วนกุศล |
ภาวนากุศล คือ ภาวนาให้มันผุดขึ้นมาจากดวงใจใสสะอาด
การเจริญวิปัสสนากรรมฐานนั้น เป็นการสร้างกุศลอันดับหนึ่ง จะเป็นที่พึ่งของตนเองได้
ท่านจะมีกุศลจิตที่ดี เพราะเจริญจิตภาวนา มีสติสัมปชัญญะดีแล้ว มันจะผุดออกมาจากดวงใจของเราภาวนากุศลทำให้จิตสบาย
ทำให้เรามีสติ ระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้าได้
นึกถึงความดีขึ้นมาก็ทำให้เรามีสติมั่นคง มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
จิตใจสงบ กุศลอยู่ตรงนี้หลังจากสวดมนต์ไหว้พระ น้อมจิตเข้ามาหาตน
ทำให้น้อมเข้ามาหาคุณงามความดี จิตเราย่อมเป็นกุศล เจริญวิปัสสนากรรมฐานจะได้รับผล
อานิสงส์จะเกิดขึ้นจากการกระทำของตน อันนี้ยากมากที่สุด ยากอยู่ที่เราไม่เคยทำโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันธรรมสวนะ
ควรหาโอกาสอันเป็นประโยชน์ของท่านมาสร้างบุญ สร้างกุศล เจริญวิปัสสนากรรมฐานให้เกิดบุญ
เกิดความสุข
ถ้าเรามีความทุกข์อยู่ขณะนั้น ควรเจริญสติปัฏฐาน
๔ จิตใจก็สบายเป็นความสุข จะได้รู้ความทุกข์ว่ามาจากเหตุใด
มีการกำหนดจิตทุกอิริยาบถ แต่ยากแท้...ที่ไม่เคยทำ ถ้าทำแล้วจะง่ายขึ้นคนเราจะมีกุศลได้ต้องภาวนาให้ใจใสสะอาดออกมาจากดวงใจ
จะมีเมตตา ปรารถนาดีต่อทุกคน จะไม่อิจฉาริษยาแต่ประการใด
นี่ก็เป็นทานอันสำคัญ ที่เราพยายามเสียสละความชั่วออกจากตัวได้ขอเจริญพรผู้ปฏิบัติธรรมทุกท่าน
บางคนไม่เคยปฏิบัติธรรมจนกระทั่งตาย พอใกล้ตายขึ้นมาจะปฏิบัติธรรมได้อย่างไร
นี่แหละ ยากแท้...แต่ไม่เคยถ้ามาลองปฏิบัติแล้วท่านจะเคย
ท่านจะรู้ ท่านจะมีความเข้าใจกับจิตใจของท่าน จะรู้ว่าปฏิบัติแล้วได้ผลประโยชน์ประการใดการปฏิบัติอยู่ตรงจุด
ทาน ศีล ภาวนา ถ้าภาวนาไม่ได้ ทานที่ให้จะเป็นทานจอมปลอม
หวังผลตอบแทน หวังว่าบุญกุศลจะช่วยตนเสมอไป ตั้งปณิธานไม่ถูกต้อง
|
|
คนเราจะมีกุศลได้ต้องภาวนาให้ใจใสสะอาดออกมาจากดวงใจ
จะมีเมตตา ปรารถนาดีต่อทุกคน จะไม่อิจฉาริษยาแต่ประการใด นี่ก็เป็นทานอันสำคัญ
ที่เราพยายามเสียสละความชั่วออกจากตัวได้ ขอเจริญพรผู้ปฏิบัติธรรมทุกท่าน
บางคนไม่เคยปฏิบัติธรรมจนกระทั่งตาย พอใกล้ตายขึ้นมาจะปฏิบัติธรรมได้อย่างไร
นี่แหละ ยากแท้...แต่ไม่เคย
ถ้ามาลองปฏิบัติแล้วท่านจะเคย ท่านจะรู้
ท่านจะมีความเข้าใจกับจิตใจของท่าน จะรู้ว่าปฏิบัติแล้วได้ผลประโยชน์ประการใด
การปฏิบัติอยู่ตรงจุด ทาน ศีล ภาวนา ถ้าภาวนาไม่ได้ ทานที่ให้จะเป็นทานจอมปลอม
หวังผลตอบแทน หวังว่าบุญกุศลจะช่วยตนเสมอไป ตั้งปณิธานไม่ถูกต้อง
|
|
ทำบุญนิดหนึ่งก็อธิษฐานไปสวรรค์นิพพาน แต่ก็ไปไม่ได้
นี่แหละ ยากแท้...แต่ไม่เคยปฏิบัติ เราควรปฏิบัติทุกวัน
ให้มีสติสัมปชัญญะควบคุมจิต เริ่มต้นด้วยการเจริญสติปัฏฐาน ๔ กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน
กายก็สักแต่ว่ากาย มันผันแปรกลับกลอกหลอกลวงไปตามสกลกาย อวัยวะไม่ปกติ
เดี๋ยวเป็นโน่นเป็นนี่ เจ็บระทวยป่วยไข้อย่างโน้นอย่างนี้มาแทรกซ้อนกับตัวเราอยู่เสมอ
เราจึงไร้สติ ไม่มีสมาธิในการปฏิบัติหน้าที่ของตน การเจริญสติต้องทำโดยต่อเนื่องทุกเวลา
ทุกลมหายใจเข้าออก เราจะได้มีสติสัมปชัญญะทุกเวลา ด้วยการกำหนดทุก
ๆ อิริยาบถ มันยาก...ที่เราไม่เคยทำ ถ้าเราทำ...แล้วมันก็ง่าย เรารีบเดินก็ยิ่งถึง
ยิ่งหยุดก็ไม่ถึง
ญาติโยมทั้งหลาย ไม่มีอะไรยากที่สุดในโลก
ถ้าเราสร้างความเพียรปฏิบัติได้ มันก็เกิดเป็นของง่ายและสำเร็จได้
ถ้าใจเราหดหู่เหี่ยวแห้ง ขาดสติสัมปชัญญะแล้ว ใจก็ไม่สู้ งานก็ไม่เสร็จ
อุปสรรคก็มีมาก เรียกว่าปัญหาเกิดขึ้นแก่ญาติโยมเป็นส่วนใหญ่ เรามีปัญหาด้วยกันทุกคน
ไม่ต้องถามว่าไปทำงานมีปัญหาไหม เลิกถามได้ เพราะงานดีต้องมีปัญหา
เข้าในหลักที่ว่า มารไม่มีบารมีไม่เกิด ชีวิตคือการต่อสู้ทุกกระเบียดนิ้ว
ต้องต่อสู้ไปเถิดจะประเสริฐในอนาคต
|
การเจริญวิปัสสนากรรมฐานเพื่อมาฝึกจิต
ให้มีขันติ ความอดทน ฝึกให้ได้กุศล ฝึกให้เห็นความจริงผุดออกมาจากจิตใจของตน
เรียกว่า ชีวิตจริงในสังคมของผู้ปฏิบัติธรรม จะเกิดประโยชน์มาก
คนที่เขาปฏิบัติได้ดีแล้ว เขาจะไม่พูดไร้เหตุผล จะพูดแต่สิ่งที่เป็นกุศล
จะพูดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อกันเท่านั้น การเจริญสติปัฏฐานสี่ไม่มีอะไรยากถ้าทำได้
แต่เราไม่ยอมทำ ไม่ยอมกำหนด ไม่ยอมตั้งสติ ก็หาว่าปฏิบัติธรรมไม่ได้ผล
ถ้าเราลงมือทำจริง ต้องได้เหตุผลที่แท้แน่นอนในเรื่องจริงของตัวเอง
|
การเจริญสติต้องกำหนดตลอดเวลา
เอาสติแนบที่จิต เป็นการสอนตัวเอง เป็นการฝึกอบรมตัวเอง คนอื่นจะมาอบรมตัวเราคงไม่ได้
เราเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งของตัวเอง สอนตัวเองได้ ตัวยากก็คือตัวขี้เกียจ
มันจึงไม่อยากทำ ไม่อยากปฏิบัติ ไปไหนก็เดือดร้อนที่นั่น
คือตัวยากแท้...แต่ไม่เคย บางคนนำลูกมาฝากบวช ๗ วัน เป็นที่น่าเสียดาย
ควรจะปฏิบัติกรรมฐานเลย
เพราะถ้าบวชพระให้ถูกต้อง ต้องอยู่วัดก่อน
๗ วัน ต้องท่องหนังสือสวดมนต์ไหว้พระ ต้องรักษาพระธรรมวินัยในพระไตรปิฎก
ลงพระปาฏิโมกข์ มีเวลา ๗ วันเท่านั้นควรจะปฏิบัติธรรมเลย ให้คุ้นเคยต่อธรรมได้คุณธรรมขึ้นมาแล้วจะสมศักดิ์ศรีหน้าที่ของชาวพุทธ
จิตใจจะใสสะอาดบริสุทธิ์ภายใน ๗ วัน บางคนอยากไปนั่งกรรมฐานสำนักที่ไปสวรรค์
นิพพานได้เร็ว จะเร็วได้อย่างไร โลกมนุษย์ยังสกปรก บ้านยังลามก
จิตใจไม่ดีอย่าเพิ่งไปสวรรค์เลย ครองสมบัติมนุษย์ไว้ให้ได้ก่อน |
การเจริญสติปัฏฐาน ๔ นี่แหละทำให้เกิดสมบัติมนุษย์
ทำให้มนุษย์มีสติดี มีสัมปชัญญะครองจิต ทำอะไรไม่พลาดผิดในสังคมของมนุษย์
มนุษย์สมบัตินั้น เขาจะไม่มีการทะเลาะกัน ไม่ท้าตีท้าต่อย ท้าทายกันในเรื่องกิเลส
จะมีน้ำใจ เมตตากรุณา มีความปรารถนาดีต่อชุมชนและบุคคลทั่วไป จะเป็นคนที่มีเหตุมีผล
ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ด้วยการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน
 |
บางท่านมาเจริญวิปัสสนากรรมฐาน บอกว่า
หลวงพ่อ ดิฉันจะขายที่ดิน ได้ข่าวว่าเขามานั่งกรรมฐาน ๕
วัน ขายที่ดินได้ อย่าหวังผลอย่างนั้น...สร้างบุญให้เกิดวาสนาก่อน
ถ้าโยมมีบุญมีวาสนาแล้ว ไม่จำเป็นต้องขายที่ดินหรอก แค่กระโถนก็ขายได้
อะไรก็ขายได้ ถ้าไร้บุญขาดวาสนา ทองคำอยู่ในบ้านก็ขายไม่ออก
เพชรนิลจินดาราคาแพงที่ซื้อเข้าไว้ก็ขายไม่ออก ไม่มีคนอยากซื้อ
สร้างบุญไว้กับตนเองก่อน สร้างกุศลไว้ในใจ เกิดมีบุญวาสนา
จะขายอะไรก็ออกหมด จะทำอะไรก็ไม่ขัดข้อง มันอยู่ตรงนี้ บางวัดสอนไปสวรรค์
นิพพานหมดแล้ว แต่โลกมนุษย์ยังระอุด้วยความร้อน โลกแห่งหมู่สัตว์ยังกัดกันทะเลาะกัน
แต่ทำไมสอนไปสวรรค์นิพพานกันหลายวัด น่าเสียดายมาก หญ้าปากคอก
ที่พระพุทธเจ้าสอน นำไปทิ้งหมด
|
จิตใจจองคนเรายังไม่เป็นคนสมบูรณ์แบบ มีจิตใจเป็นยักษ์เป็นมาร
จิตใจไม่เหมือนกัน อกุศลกรรมไม่เท่าเทียมกัน จึงขัดแย้งกันอยู่เสมอ
โยมที่เป็นพ่อเป็นแม่ผู้มีบุญวาสนา หมั่นเจริญพระกรรมฐาน
ลูกจะดีได้ ถ้านำมาฝากบวช ก็จะได้ดีมีปัญญาติดตัวไปทุกรูปทุกนาม
พ่อแม่เท่านั้นที่ทำความดีให้กับลูก ทำถูกให้กับหลาน เป็นกฎแห่งกรรมจากการกระทำของพ่อแม่
เป็นเรื่องง่ายๆ แต่โยมเห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ทำไม่ได้ นี่แหละยากแท้...แต่ไม่เคย
|
  
หน้าถัดไป
|