ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 6
:: ภาคกฏแห่งกรรม :: เรื่อง ประสบการณ์จากการปฏิบัติธรรม
โดย ศิษย์สิงห์บุรี

ตอนที่ ๑

กรรมฐานแก้กรรม
ดิฉันได้ปฏิบัติธรรมกับหลวงพ่อตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ มาถึงปัจจุบันนี้ จากประสบการณ์ครั้งแรก ชีวิตได้จากโลกนี้ไปแล้ว แต่กลับมีชีวิตคืนมาใหม่เพราะเจริญวิปัสสนากรรมฐานจึงได้อธิษฐานจิตกับหลวงพ่อและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดอัมพวันแห่งนี้ว่า หากชีวิตข้าพเจ้ากลับคืนมา จะช่วยเหลือทางวัด และช่วยเผยแพร่ธรรมคำสอน และการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้มาช่วยหลวงพ่อแนะแนวการปฏิบัติธรรมแก่ผู้ที่มาอบรมเป็นหมู่คณะ และช่วยมาตลอดจนถึงทุกวันนี้ ต่อมา พ.ศ. ๒๕๓๓ มีอยู่วันหนึ่ง ขณะที่แนะนำการปฏิบัติธรรมอยู่บนศาลา มีความรู้สึกว่าปวดตา ปวดมากจนทนไม่ไหว จึงได้ลาหลวงพ่อไปเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ไปตรวจที่โรงพยาบาล หมอได้ทำการตรวจแล้วก็นัดผ่าตัดวันรุ่งขึ้น เพราะบวมมาก

ดิฉันก็อธิษฐานจิตว่า "ข้าพเจ้ามีเวรมีกรรมสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ได้ทำกับสัตว์ทั้งหลายไว้ ขอได้โปรดอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด และได้โปรดอนุโมทนาบุญที่ข้าพเจ้าได้สั่งสมมาแล้วด้วยเถิด ข้าพเจ้าจะผ่าตัดตาในวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๓๓ อย่าได้มาจองเวรแก่กันและกันเลย"

หมอบอกว่า ดิฉันเป็นต้อกระจก ต้องผ่าตัดออก และใส่เลนส์ใหม่ และต้องนอนพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลระยะหนึ่ง นั่งไม่ได้

ดิฉันได้บอกกับลูกหลานว่า "เวลายายนอนพัก ห้ามรบกวน" ดิฉันก็นอนกำหนดปฏิบัติกรรมฐานอยู่เรื่อย ๆ ขณะที่นอนปฏิบัติกรรมฐานที่โรงพยาบาล เห็นนิมิตเป็นปลามาว่ายผ่านไปผ่านมาอยู่ตรงหน้า พร้อมกันนั้นก็ระลึกได้ว่า สมัยเมื่อดิฉันอายุ ๘ ขวบ ได้ไปตกเบ็ดในแม่น้ำหน้าบ้าน สมัยนั้นปลาไอ้อ้าวมีมาก ขึ้นอยู่ผิวน้ำเป็นฝูง ๆ พอเหวี่ยงเบ็ดไปก็ตวัดขึ้นทันที เพราะปลาแย่งกันกินเหยื่อ เบ็ดเกี่ยวตาบ้าง แก้มบ้าง แล้วก็จับปลาแกะจากเบ็ด ปากปลาก็ฉีกบ้าง ตอนนั้นทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ว่าเราจะต้องได้รับกรรมอย่างไร แต่ตอนนี้ซาบซึ้งแก่ใจแล้ว

ในเวลาต่อมา ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ก็พยายามทำกรรมฐานเรื่อย ๆ อุทิศส่วนกุศลให้ปลา ขอให้เจ้าปลาจงมารับส่วนกุศลของข้าพเจ้า และขอได้โปรดอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าด้วยวันหนึ่งพอออกจากกรรมฐาน ก็อธิษฐานจิตแผ่เมตตาให้ปลา ก็ปรากฏปลามาว่ายที่หน้าผ่านไปผ่านมา มีความรู้สึกขึ้นมาว่า

"อ๋อ! เราปฏิบัติธรรมตามคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า การแผ่เมตตาใช้หนี้กฎแห่งกรรมได้ ปลาเขามารับอนุโมทนาแล้ว ก็อโหสิกรรมซึ่งกันและกัน ไม่มีเวรมีกรรมกันต่อไป"

ในตอนต้นเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๔ ก็ยังคงพักผ่อนอยู่ที่บ้าน เวลาพักผ่อนก็ทำกรรมฐานไปด้วย วันหนึ่งประมาณเที่ยงคืน มีอาการไม่รู้สึกตัว ช็อคไปเลย รู้สึกอีกครั้งหนึ่ง ไปเห็นญาติ ๒ คนในเมืองนรก กำลังขุดดินเป็นรูให้กว้างเพื่อทำที่อยู่ ก็เลยเข้าไปพูดกับญาติสองตายายว่า "มาทำอะไรอยู่ที่นี่" เขาตอบว่า "อ๋อ! มาขุดรูอยู่" คุณยายเคยเรียกดิฉันว่า "อีเล็ก" ก็พูดกับดิฉันว่า "อีเล็ก ไม่เอาสายบุ้งกี๋มาให้บ้างนี่ ไม่มีสายบุ้งกี๋จะหาบดิน" ดิฉันก็ถามว่า "ยายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง" คุณยายก็ตอบว่า "ได้มาตกนรก อยู่ในเมืองนรก ต้องขุดรูอยู่"

สมัยที่คุณตาคุณยายอยู่เมืองมนุษย์นั้น ยากจน รับจ้างขุดบ่อ บ่อกว้าง ๑ วา ยาว วา ลึก ๑ ศอก เวลาขุดก็โกงเขา คือปากบ่อได้ตามขนาดที่ต้องการ แต่ก้นบ่อสอบเข้า ไม่ได้ตามขนาดที่ต้องการ เขาต้องไปตกนรกเพราะโกงขุดบ่อ และต้องไปขุดรูอยู่ด้วยความลำบากยากเย็นเหลือเกิน เวลาใกล้จะแจ้ง ความรู้สึกตัวของดิฉันยังไม่มี ลูกหลานก็ปลุก เห็นว่าได้ใกล้เวลาจะใส่บาตรแล้ว

ดิฉันมีความรู้สึกว่า ได้มีเสียงแผ่วมาว่า "รีบไปส่ง ใกล้จะแจ้งแล้ว" ดิฉันก็รู้สึกตัวขึ้นมา ดิฉันได้ลาหลวงพ่อพักผ่อนอยู่ที่บ้าน อยู่ต่อมาถึงเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ดิฉันมีอาการปวดท้องเป็นกำลัง หายใจไม่ทัน ได้โทรศัพท์ถึงน้องชายที่เป็นนายแพทย์อยู่โรงพยาบาลรามาธิบดี ว่าเป็นอย่างไร น้องชายบอกว่า ลำไส้อุดตันชั่วขณะ ลูกก็พาเข้าโรงพยาบาล หมอได้ช่วยเหลือให้ลมหายใจ เอาสายยางเข้าทางจมูก เจาะเอาน้ำออกจากท้อง รู้สึกว่าอาการปวดค่อยทุเลา

ต่อมาอาการก็ค่อย ๆ ดีขึ้น หมอได้ฉายเอ๊กซเรย์ และบอกว่า ให้ลองทานยาดูก่อน ไม่ต้องผ่าตัด เป็นโรคลำไส้เล็กอักเสบและกระเพาะอักเสบ ดิฉันยังต้องนอนพักผ่อนอยู่ ก็ทำกรรมฐานไปเรื่อย ปรากฏว่ามีภาพนิมิตอึ่งอ่างมาลอยอยู่ที่หน้า ก็ระลึกได้ว่า

เมื่อตอนที่ดิฉันอายุได้ ๘ ขวบ ได้ใช้จอบขุดดินตามป่าหญ้า บังเอิญจอบไปถึงอึ่งอ่าง ท้องมันก็ทะลักขึ้นมา ดิฉันเองก็รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เอาไม้ไปเขี่ยสาวไส้มันเล่น เป็นกฎแห่งกรรมทำให้ปวดท้อง ลำไส้อุดตัน ดิฉันก็ได้ปฏิบัติธรรม อุทิศส่วนกุศลให้อึ่งอ่าง ขอให้อึ่งอ่างมารับส่วนกุศล และอโหสิกรรมต่อกัน อึ่งอ่างก็แปลกเหมือนกัน มารับอนุโมทนาในส่วนกุศลที่ดิฉันได้ทำไว้ และไม่มีเวรมีกรรมต่อกันอีก

ยุพิน บำเรอจิต
๖๙ หมู่ ๖ ต.ต้นโพธิ์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี

ทุกขเวทนากับอดีตกรรม ดิฉันได้มาปฏิบัติธรรมกับหลวงพ่อในวันพระ และอยู่ปฏิบัติกรรมฐานที่วัดในช่วงเข้าพรรษา เมื่อก่อนมีอาชีพขายสัตว์พวกปลา กบ แต่ปัจจุบันมีอาชีพตีเหล็ก สมัยที่ขายสัตว์นั้น ฉันต้องทำกรรมมาก ปลาก็ต้องทำให้เขา กบก็จับมัดเอวเป็นพวง ปลาไหลก็ร้อยเป็นพวง ทุบหัว เอาแกลบถู แล้วหั่น มันยังไม่ตายก็เต้นกระดุ๊กกระดิ๊ก เมื่ออายุ ๑๐ ขวบ ได้ตำข้าวในครก มีไก่มาจิกข้าวที่ฉันกำลังตำอยู่ ฉันก็ไม่เห็นเลยตำถูกคอไก่ มันร้องด้วยความเจ็บปวด แล้วไปตายตอนหลัง

พอมาปฏิบัติมีเวทนาแรงกล้ามาก ปวดเหลือเกิน ปวดตรงหัวเข่า กำหนดไม่ไหวจนต้องร้องครางออกมา แม่สุ่มก็บอกว่า เป็นอะไรแม่เฮียง กำหนดปวดให้ได้ ไม่เป็นไรหรอก ฉันก็กัดฟันกำหนดปวดไป ปวดมากขึ้น ๆ เกือบจะทนไม่ไหว ก็ปรากฏเป็นภาพเหมือนจอทีวี เห็นไก่ตัวที่เคยเอาสากตำคอเขาตายเมื่อตอนอายุ ๑๐ ขวบ มายืนคอห้อย น้ำตาไหล เขาบอกว่า

"เขาตายแล้วนะ เขาห่วงลูกเขาจังเลย เขากำลังมีลูกอ่อน"
และเห็นกบมานั่งที่หัวเข่าฉัน แล้วพูดว่า "คุณเจ็บนะไม่เท่าฉันปวดหรอกนี่" แล้วกบก็หันก้นให้ดูและบอกว่า "ดูนี่ คุณมัดฉัน เห็นไหมนี่"

แล้วก็เห็นปลาไหล ปรากฏเห็นเป็นพวงร้อยอย่างที่เคยทำ เห็นภาพตอนถูปลาไหล เฉือนคอแล้วก็หั่นมันก็กระดุ๊กกระดิ๊ก ตอนนั้นฉันปวดหัวเข่ามาก น้ำตาคลอเบ้าจะไหลเสียให้ได้ แม่สุ่มก็บอกให้แผ่เมตตาให้เขาซิแม่เฮียง ฉันก็แผ่ให้ ไก่ยังคงยืนน้ำตาไหล กว่าจะไปได้ก็เป็นเวลานาน ฉันร้องไห้ใหญ่ สงสารเขาจังเลย ไก่นี่ฉันสะเทือนใจมาก ขณะที่ปฏิบัตินั้น ปวดจนทนไม่ไหว เมื่อกรรมปรากฏแล้ว ปวดค่อยทุเลาลง แต่ก็ไม่หาย

ฉันมีเวรมีกรรมมาก พอฉันเกิดมาแม่ก็ตาย เดี๋ยวนี้ฉันเป็นโรคเข่าและโรคเวียนศีรษะ ฉันว่าคนขายสัตว์นี่มีกรรม อย่างฉันทำกรรมไว้เยอะ มันก็มาผุดให้เห็น กรรมนี่มีจริง ๆ ตอนนี้ฉันไม่ขายปลาแล้ว ฉันต้องผ่าท้อง เพราะปวดมดลูก ต้องผ่าตัดมดลูกทิ้งไปแล้ว ทีนี้ฉันจะไม่ทำกรรมอะไรนะ สัตว์อะไรฉันไม่ทำทั้งนั้นแหละ ฉันปฏิญาณไว้ตั้งแต่ตอนผ่าท้อง จากที่กรรมมาปรากฏ ฉันก็ปล่อยกบไปเลย จำได้ว่ามีอยู่ ๖๒ ตัว ปลาไหลก็ปล่อย แล้วก็ไม่ทานอีกเลย เรื่องไก่ฉันก็ห่างไปแล้ว เพราะเป็นโรคปวดหัวเข่า เขาไม่ให้ทานไก่ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยทานแล้วเดี๋ยวนี้ฉันตีเหล็ก ขายมีดอยู่ในตลาดทุกวัน ยกเว้นวันพระ และในระหว่างเข้าพรรษาจะมาปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวัน

เฮียง สุวิมล
๑๘๕/๒๘ ต.บางมัน อ.เมือง จ.สิงห์บุรี

 

หน้าต่อไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่