ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 6
:: ภาคกฏแห่งกรรม :: เรื่อง อานุภาพเจริญพระพุทธคุณ หายจากโรคอัมพาตได้
โดย อ่อนจันทร์ พิสัยสวัสดิ์

บทนำ

ดิฉันขออนุญาตเรียกท่านว่าหลวงพ่อนะคะ ดิฉันรู้จักหลวงพ่อนานพอสมควรจากเรื่อง "สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม" ของ "สุทัศศา อ่อนค้อม" อ่านติดตามเรื่องนี้มาตลอดก็ไม่ทราบว่าท่านเป็นใคร ชอบอ่านและเกิดศรัทธาในหลวงพ่อ อยากจะมากราบสนทนาปัญหาธรรม และวิธีแก้ปัญหา

ดิฉันได้ปฏิบัติตาม สวดพุทธคุณเท่าอายุ สวดพาหุงมหากาฯ ให้ได้ตามหลวงพ่อบอกในหนังสือ แล้วก็นับลมหายใจเข้าออก พองหนอ ยุบหนอ เท่านั้นรู้สึกว่าดี ดิฉันได้แนะนำคนอื่นด้วย มีลุงคนหนึ่งเป็นอัมพาตไปไหนมาไหนไม่ได้ ต้องนอนอยู่กับที่หลายปี อุจจาระปัสสาวะไม่รู้สึก รู้สึกหมดหวัง หมดอาลัยตายอยาก อยากจะตายท่าเดียว

ดิฉันก็ไปเยี่ยมพร้อมสามี ได้แนะนำให้สวดพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ พาหุงมหากาฯ นำหนังสือของหลวงพ่อไปให้และให้สวดพุทธคุณเท่าอายุ ให้ฝึกสมาธิ ดูลมหายใจเข้าออกที่ท้อง พองหนอ ยุบหนอ เพื่อไม่ให้จิตฟุ้งซ่าน ลุงก็ทำตาม ไหน ๆ จะตายแล้วก็มาทำกรรมฐาน จนเดี๋ยวนี้นั่งได้ จับไม้เดินได้ เดินไปไหนได้ แข็งแรง ขาหายลีบ บันทึกของหลวงพ่อ นี่คือพยานที่เป็นจดหมาย เพียงแต่สวดพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ และหายใจยาว ๆ พองหนอ ยุบหนอ อัมพาตยังหายได้ มะเร็งก็หายได้ ทำให้มันจริง ตายให้ตาย คนที่เป็นโรคภัยไข้เจ็บทำใจแข็งไว้ กำหนดจิตให้เข้มแข็ง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ หายได้ ดูซิเป็นอัมพาตมา ๓-๔ ปีแล้ว ทำไมเดินได้ เดี๋ยวนี้เดินสักเท้าไปวัดได้เลย พวกฮือฮากันใหญ่ คนที่แนะนำคือ ครูอ่อนจันทร์ และครูสมพร พิสัยสวัสดิ์ โรงรียนสระใครนุเคราะห์ ตำบลสระใคร อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ๔๓๐๐๐ พองหนอ ยุบหนอ ได้ประโยชน์อะไร หายใจเข้าออก ตั้งสติไว้ หายจากโรคได้ ก่อนจะหายนี่มันจะปวดจำไว้ ปวดนี่หายโรคนะ ถ้าปวดแล้วเลิกเลยไม่หายโรค ปวดหนอเลิกเลย โรคไม่หาย ปวดให้ตาย ก็กำหนดตั้งสติไว้ คนไม่ปวดหยิกไม่เจ็บ ไม่มีทางหาย พอกำหนดจิตเข้าไปปวดเลย ปวดหนอ ปวดหนอ อุ๊ย กระตุกแล้ว โอ๊ยปวดหนอ ร้องไห้คืนยันรุ่ง เอาให้ตาย เดินได้เลย ถ้ามันไม่ปวดเดินไม่ได้นะ จำไว้นะ บางทีพวกกรรมฐานปวดหนอ เลิกเลย รับรองไม่หายหรอก

พระภาวนาวิสุทธิคุณ
เจริญพระพุทธคุณหายจากโรคอัมพาต

นายพัด แสงจันทร์ ตั้งบ้านเรือนอยู่บ้านเลขที่ ๑๐๙ หมู่ที่ ๙ บ้านเอราวัณ (เพิ่งแยกออกจากบ้านคอกช้าง) ตำบลคอกช้าง อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ขณะนี้มีอายุ ๗๑ ปี (เกิด พ.ศ. ๒๔๖๓ วันพฤหัสบดี เดือนเมษายน ปีระกา) อาการแรกเริ่มก่อนที่เขาจะป่วยถึงกับเป็นอัมพาตนั้น เขาเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วย จนกระทั่งมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๒ เดือนกุมภาพันธ์ เขาได้ไปถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสามเณรที่วัดนิเวศน์คชสาร ซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้านเหมือนเช่นเคยปฏิบัติมาทุกวัน หลังจากเสร็จพิธีเรียบร้อย รับศีลรับพรเสร็จแล้วจะกลับบ้าน เดินลงบันไดศาลาการเปรียญมา ซึ่งบันไดก็ไม่สูงแต่อย่างใด พอเท้าทั้ง ๒ ข้างก้าวลงถึงพื้นดินก็เกิดอาการขัดหัวเข่าอย่างแรง ก้าวขาไม่ออก ทรงตัวไม่ได้ เซล้มก้นกระแทกพื้นทันที ลุกไม่ขึ้น ซึ่งเขาไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อนเลย พวกคนงานที่กำลังทำงานก่อสร้างโบสถ์ของวัดอยู่เห็นดังนั้น พวกเขาก็มาช่วยกันพยุงให้ลุกขึ้น และประคองพาไปส่งถึงบ้าน

วันรุ่งขึ้น ญาติก็พาไปตรวจร่างกายที่คลีนิคหมอแผนปัจจุบันที่มีชื่อเสียงในจังหวัดอุดรธานี หมอฉีดยาให้เข็มหนึ่ง อาการขัดหัวเข่าข้างซ้ายก็หายไป อยู่ต่อมาก็เกิดอาการขัดหัวเข่าขึ้นกับขาข้างขวา ไปหาหมอ หมอก็ฉีดยาและให้ยามารับประทาน อาการก็เป็น ๆ หาย ๆ อยู่อย่างนั้นเรื่อยมาและเปลี่ยนมาเป็นปวดหลัง ปวดตึงท้ายทอย ปวดต้นแขนทั้ง ๒ ข้างอาการปวดเหล่านี้รุนแรงมาก เขาไปตรวจรับการรักษาที่คลินิคและโรงพยาบาลหลายแห่ง หมอก็รักษาด้วยวิธีกายภาพบำบัดและอายุรกรรม อาการก็ไม่หาย หมอวินิจฉัยว่า "ลุงเป็นโรคกระดูกงอกทับเส้นประสาท" บางหมอก็ว่า "ลุงเป็นโรคข้อเสื่อม"

จนกระทั่งถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๓๓ หลังจากไปห้องน้ำเสร็จแล้ว เขาจะกลับมายังที่นอน ก็เกิดพลาดหกล้มหงายหลัง ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาขาทั้ง ๒ ข้างของเขาหมดสภาพ ยกไม่ขึ้นเลย หยิกก็ไม่รู้สึกเจ็บ เขาอยู่ในสภาพเป็นอัมพาตครึ่งท่อน คือตั้งแต่บั้นเอวลงไปถึงปลายเท้าทั้ง ๒ ข้างไม่มีความรู้สึก กระดิกนิ้วก็ไม่ได้ ตัวเขาเองก็หมดอาลัยตายอยากในชีวิต ลูกหลานก็ได้พาไปรับการรักษาจากหมอที่โรงพยาบาลบ้าง คลินิคบ้างตามลำดับ

ครั้งหลังสุดเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๓๔ ลูก ๆ ทนดูสภาพทุกขเวทนาของพ่อไม่ไหว จึงได้เหมารถยนต์พาเขาไปตรวจเช็คร่างกายอีกครั้งที่โรงพยาบาลทหาร ค่ายประจักษ์ อุดรธานี คุณหมอที่เคยรักษาไข้ให้เขาเป็นประจำ ได้ตรวจเช็คร่างกายอย่างละเอียดแล้ว "เส้นประสาทสันหลังทั้ง ๒ เส้นของลุงตายเสียแล้ว" หมอบอก พร้อมกันนั้นหมอคนดังกล่าวก็ได้บอกให้ไปรับบริการทำศัลยกรรมแก้ไขเส้นประสาทที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น และมอบใบวินิจฉันโรคให้เขาถือไปด้วย หมอบอกว่าเขาไม่มีทางจะช่วย แต่พวกญาติ ๆ ปรึกษาหารือกันแล้วตกลงกันไม่ไป เพราะกลัวว่าเมื่อผ่าตัดแล้วพ่อจะเป็นอันตราย ไม่หาย จึงมากลับมาอยู่บ้านเฉย ๆ

ในเมื่อทราบว่าตัวเองจะเป็นคนพิการตลอดชีวิต อยู่ในสภาพที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อย่างนั้น นายพัด แสงจันทร์ ก็ทอดอาลัยในชีวิต อยากให้มันตายเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป อาการจึงทรุดลงเรื่อย ๆ ข้าวปลาอาหารก็เบื่อทานไม่ได้ เมื่อหมดกำลังใจ กำลังกายก็เสื่อมถอยอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนแต่ไรมาเขาเป็นคนพูดเสียงดังฟังชัด แต่เวลานี้ เสียงพูดของเขาแหบพร่า เสียงแทบไม่พ้นริมฝีปาก ญาติพี่น้องบ้านใกล้บ้านไกลที่ไปเยี่ยมไข้เขากลับมาบ้านแล้ว ต่างก็มาเล่าลือกันว่า "ลุงพัดคงอยู่ได้อีกไม่เกินครึ่งเดือน" เพราะเขาทิ้งข้าวทิ้งน้ำมาหลายวันแล้ว พูดก็ไม่พูด ข้าพเจ้าทั้งสองคน เมื่อได้ทราบข่าวดังนั้น ในฐานะที่เขาเป็นคนคุ้นเคยกัน และเป็นญาติห่าง ๆ คนหนึ่งของข้าพเจ้า เขาเป็นคนธรรมะธัมโม เข้าวัดปฏิบัติดี มีศีลธรรม ทำให้เกิดความเศร้าใจเป็นอย่างมาก ข้าพเจ้าจึงชวนภรรยา คือนางอ่อนจันทร์ พิสัยสวัสดิ์ ไปเยี่ยมเขาที่บ้าน เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม ๒๕๓๔

เมื่อข้าพเจ้าไปถึงบ้านเขา พบกำลังนอนซมอยู่บนเตียงนอน ตะแคงขวาหันหน้าเข้าฝา จึงร้องทักไป เขาจึงผินหน้ามาหาและพูดคุยด้วยเสียงที่แหบพร่า บางคำก็ได้ยิน บางคำก็ไม่ได้ยิน เมื่อพูดคุยสนทนากันได้สักระยะหนึ่ง ข้าพเจ้าจึงถามถึงเรื่องที่มีคนเขานำไปเล่าขานว่าอยากฆ่าตัวตาย น้อยอกน้อยใจในโชควาสนาชาตาของตัว ที่ในชาตินี้ทำแต่กรรมดี ไม่เคยประกอบกรรมทำชั่ว แต่กรรมบันดาลให้ต้องมาเป็นแบบนี้จริงหรือ เขาก็ยอมรับ และบอกว่าเคยอ้อนวอนให้ลูกหลานเอามีดมาให้ อ้างว่าจะเอามาไว้ตัดเล็บมือเล็บเท้า ลูกหลานเขารู้ทันจึงนำมีดพร้าและเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่พอจะใช้เป็นอุปกรณ์ในการกระทำอัตวินิบาตได้ไปเก็บซุกซ่อนให้ไกลมือเขา

 

หน้าต่อไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่