|
ดิฉันชื่อสาวิตรี จันทรานุรักษ์ เป็นอาจารย์อยู่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
บางเขน กรุงเทพฯ ดิฉันไม่เคยรู้จักหรือทราบรายละเอียดเกี่ยวกับหลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณมาก่อนเลย
 |
จนกระทั่งปลายเดือนกันยายน หรือต้นตุลาคม
๒๕๓๔ ดิฉันได้ฝันไปว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ สรวงสุดา ในฝันฝันว่าเป็นเพื่อนเก่าแก่
เล่นมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ๆ ได้พาดิฉันไปหาท่านปู่ของเขา |
บ้านของท่านปู่เป็นเรือนตึกหลังใหญ่อยู่ริมคลอง เมื่อดิฉันขึ้นไปบนตึกชั้นสอง
ได้พบพระองค์หนึ่งกำลังนั่งพูดอยู่ มีคนนั่งฟังหลายคน (ดิฉันมาทราบภายหลังว่าพระองค์นั้นหน้าเหมือนหลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณมาก)
ในฝันมีเสียงกระซิบว่า พระอาจารย์บัวก็อยู่ที่นี่ด้วย ต่อจากนั้นดิฉันก็เดินตามเพื่อที่ชื่อสรวงสุดาไปยังบ้านสองชั้น
มีบันไดเป็นราว (คล้ายเรือนแม่กาหลงที่อยู่ในวัดอัมพวัน) สรวงสุดาบอกว่าจะไปอาบน้ำแล้วหายไป
จากนั้นก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินลงบันไดมา ผู้หญิงคนนั้นรูปร่างสันทัด
ผิวคล้ำ หน้ารูปไข่ ใส่ชุดยาวสีขาวออกตุ่น ๆ
เมื่อผู้หญิงคนนั้นเดินลงมาแล้ว ทุกคนที่นั่งอยู่บริเวณนั้นต่างลุกขึ้นยืน
ดิฉันก็เลยลุกขึ้นบ้าง ผู้หญิงคนนั้นก็ยิ้มให้ดิฉัน แล้วเดินตรงมาหา
ยื่นถาดสังกะสีใบใหญ่มากให้ ในถาดนั้นมีพระพิมพ์มากมายหลายร้อยองค์
ในฝันมีเสียงกระซิบว่า พระนารายณ์ก็มีนะ ในบรรดาพระพิมพ์เหล่านั้น
มีพระพิมพ์รูปสามเหลี่ยมคล้ายกับรูป ร.๕ นั่งบนบัลลังก์ ใส่ชฎาด้วย
แต่ในตอนนั้นดิฉันมุ่งอยู่ที่เจ้าแม่กวนอิม ก็เลยหยิบพระผู้หญิงสวยงามสีทององค์หนึ่ง
โดยเข้าใจว่าเป็นเจ้าแม่กวนอิม ปากของดิฉันก็พูดว่า จะรับแต่เจ้าแม่กวนอิมเท่านั้น
ผู้หญิงคนนั้นก็หัวเราะพลางบอกว่า องค์ที่ดิฉันหยิบไป ไม่ใช่เจ้าแม่กวนอิมหรอก
เจ้าแม่กวนอิมองค์จริงตั้งอยู่ที่ข้างเข่าของดิฉัน (ตอนนั้นดิฉันกำลังนั่งยอง
ๆ เพื่อเลือกพระพิมพ์) ดิฉันก็ตกใจที่รูปปั้นของเจ้าแม่มาตั้งอยู่ข้างเข่า
ซึ่งเป็นการไม่สมควรที่ดิฉันไปนั่งค้ำท่าน เมื่อดิฉันมองไปที่รูปปั้นของเจ้าแม่
ซึ่งเป็นองค์ปูนสีขาวสวยงาม ก็มองเห็นราคาประมาณ ๖๙๐ บาท ดิฉันบ่นว่า
โอ้โฮ องค์ก็ใหญ่ ราคาก็แพง จะแบกเอากลับบ้านอย่างไร ต่อจากนั้นดิฉันก็ตกใจตื่น
เมื่อตื่นขึ้นมา ดิฉันก็โทรศัพท์ไปเล่าให้พี่และเพื่อน ๆ ฟัง แต่ดิฉันก็แปลความฝันไม่ออก
จนกระทั่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๓๔ ดิฉันและพี่สาว
วนิดา โรจนสโรช ได้เดินทางไปทำธุระที่จังหวัดนครสวรรค์ ตอนเขากลับบังเอิญกลับเร็ว
พอมีเวลา พี่สาวเลยชวนแวะวัดอัมพวัน มื่อดิฉันเดินเข้ามาในกุฏิของเจ้าอาวาส
ได้พบหลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณ กำลังนั่งสนทนากับญาติโยมอยู่ หน้าตาของท่านเหมือนพระในฝันมาก
สภาพที่นั่งและมีผู้คนรายล้อมก็เหมือนสภาพในฝัน ดิฉันก็กระซิบบอกพี่สาวว่า
"หลวงพ่อนี่แหละคือพระที่หนูฝันเห็น แต่ในฝันหนูเข้าใจผิดคิดว่าท่านคือ
พระอาจารย์บัว" ดิฉันกับพี่สาวนั่งฟังท่านเทศน์อยู่ครู่หนึ่ง ตอนนั้นท่านกำลังเทศน์เรื่องพระพุทธเจ้าโปรดพระพุทธมารดา
และกล่าวว่ามารดามีบุญคุณกับลูกมาก วันเกิดของลูกคือวันตายของแม่ การนั่งสมาธิต้องกำหนดจิตที่ใต้ลิ้นปี่
และการไม่คิดอะไรเลยเวลานั่งสมาธินั้นเป็นไปไม่ได้ เรื่องทั้งหมดที่ท่านเทศน์นั้นล้วนตรงกับสิ่งที่อยู่ในจิตใจและเป็นข้อกังขาของดิฉันมาก
เพราะจะถึงวันเกิดของดิฉันคือ วันที่ ๑๓ ตุลาคมพอดี และดิฉันเคยลองฝึกสมาธิแบบไม่คิดอะไรเลย
และลองจับเวลาดู แต่รู้สึกว่าจะไม่เป็นผลดี เพราะทำให้เราเป็นคนขี้ลืมไปเลย
อีกอย่างหนึ่งดิฉันกำลังโกรธคุณแม่ที่ลำเอียงรักแต่ลูกชาย พอดีท่านมาให้สติ
ความจริงดิฉันอยากฟังต่อ แต่ดิฉันและพี่สาวยังไม่ได้รับประทานอาหารกลางวัน
และเป็นห่วงคนรถที่รออยู่นอกวัด เลยรีบลากลับ ไม่ได้อยู่คุยกับท่าน
เมื่อมาถึงบ้านก็เล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ คุณแม่ละออก โรจนสโรช ฟัง แล้วก็ชวนคุณแม่มาหาหลวงพ่ออีกในวันเสาร์ที่
๕ ตุลาคม ๒๕๓๔ ตั้งใจว่าจะมาถวายสังฆทาน เนื่องในวันเกิดที่จะมาถึง
(๑๓ ตุลาคม)
วันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๓๔ ดิฉัน
คุณแม่ และเพื่อนได้เดินทางมาที่วัดอัมพวัน ปรากฏว่ามาถึงสายไปหน่อย
ไม่ทันถวายสังฆทานบนศาลา แต่ก็มาทันในขณะที่ท่านกำลังให้พร พวกเราก็เลยอยู่ร่วมรับประทานอาหารบนศาลา
เมื่อพวกเรากำลังเริ่มรับประทานอาหารที่วัด คุณแม่ก็ใช้ให้ดิฉันไปตามคนรถที่รออยู่ที่กุฏิของท่านมาร่วมทานข้าวด้วย
ดิฉันรีบลงจากศาลา เดินสะเปะสะปะมาทางวิหารสมเด็จพุฒาจารย์โต
วัดระฆัง ด้วยคิดว่าเป็นทางลัด |
|
พอเดินมาถึงลานดินใกล้ ๆ กับศาลแถวนั้น ไม่ทราบว่าใครขว้างก้อนดินก้อนเล็ก
ๆ มาโดนแว่น แต่โดยไม่แรง ครั้งแรกก็ตกใจคิดว่า "เอาละซี สงสัยโดนผีหลอก"
พอเหลียวไปมาก็พบกับเด็กตัวเล็ก ๆ อายุประมาณ ๖-๗ ขวบเล่นดินอยู่แถวนั้น
๒ คน เลยเดาเอาว่าเด็กคงปาดินเล่นกัน ก็ขู่เด็กว่าอย่าทำแบบนี้อีก
ไม่ดี เด็กก็ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ ดิฉันรีบออกจากแถวนั้นทันที เมื่อเดินกลับมาบนศาลาอีก
ก็พบว่าคุณแม่กำลังรับประทานอาหารอยู่ ดิฉันเลยรับประทานด้วย
คุณแม่ชมว่าอาหารที่นี่อร่อย เป็นลักษณะอาหารแบบคนอยุธยา (คุณแม่เกิดที่อยุธยาแต่ไปโตที่กรุงเทพฯ)
เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ พวกเราก็ไปนั่งรอท่านที่กุฏิเพื่อถวายปัจจัยและของสังฆทาน
พวกเราเลยถวายของแก่พระพิเชษฐ์แทน |
พระพิเชษฐ์ให้การต้อนรับดี ท่านพาไปชมวัดโบสถ์
ต้นพิกุล มะขามรูปร่างแปลก ๆ ในหอสมุด ตึกแม่กาหลง โดยเฉพาะตึกแม่กาหลง
บันไดทางขึ้นลงนั้น เหมือนในฝันของดิฉันมาก ตัวแม่กาหลงก็คล้ายกับผู้หญิงที่นำพระมาให้เลือก
อีกทั้งในโบสถ์เก่าก็มีพระนารายณ์ประทับอยู่ด้วย ซึ่งตรงกับเสียงกระซิบในฝันว่า
ที่นี่มีพระนารายณ์ และรูปพระบรมฉายาลักษณ์ ร.๕ ก็เหมือนพระพิมพ์ที่เห็น
ดู ๆ ก็เหลือเชื่อจริง ๆ ดิฉันตั้งใจว่าจะมาถือศีลนั่งสมาธิที่วัดนี้ให้ได้
หลังจากที่ดิฉันกลับจากวัดอัมพวันได้ประมาณ ๑ อาทิตย์ คุณพ่อก็เดินทางกลับจากแม่ฮ่องสอน
คุณพ่อเป็นอัมพฤกษ์ ความจริงเกือบหายแล้ว
๙๘% แต่คุณพ่อก็ยังเสาะแสวงหาหมอมารักษาให้หาย ๑๐๐% เลยเดินทางไปหาหมอชาวเขา
ที่รักษาโดยการกดจุดที่แม่ฮ่องสอน เมื่อคุณพ่อกลับจากแม่ฮ่องสอนก็เดินทางมาที่บ้าน
คุณพ่อเช่าเจ้าแม่กวนอิมหยกแกะสลักมาจากแม่ฮ่องสอนสิบกว่าองค์
บังเอิญคุณพ่อพบดิฉันก่อน ก็เลยให้เลือกก่อน เจ้าแม่กวนอิมหยกที่คุณพ่อเช่ามาสวยทุกองค์
แต่ที่แปลกก็คือในจำนวนสิบกว่าองค์นั้น มีอยู่องค์หนึ่งราคา
๖๙๙ บาท และเป็นองค์เดียวที่ได้รับการปลุกเสกจากเจ้าอาวาสวัดพระนอน
ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เจ้าแม่กวนอิมหยกองค์นี้มีป้ายสลากติดมาด้วยเพียงองค์เดียว
โดยป้ายสลากเขียนไว้ดังนี้ "เจ้าแม่กวนอิมหยกแท้ ของเจ้าอาวาส
ได้มาจากรัฐฉาน ประเทศพม่า แกะสลักที่เชียงใหม่ ปลุกเสกที่วัดพระนอน
ขอรับรองว่าไม่ใช่ของปลอม หาทุนสร้างฝาผนังวิหาร ราคาบูชาองค์ละ
๖๙๙ บาท" |
 |
เนื่องจากดิฉันฝันไว้ก่อนแล้วว่า เจ้าแม่กวนอิมองค์จริงราคาประมาณ
๖๙๐ บาท ดิฉันเลยตัดสินใจเลือกพระกวนอิมหยกองค์นั้น ทั้ง ๆ ที่ความจริงองค์อื่นก็สวยกว่า
ราคาแพงกว่า หรือถูกกว่า แต่ไม่ได้รับการปลุกเสก นี่นับว่าเป็นเรื่องแปลก
เพราะตลอดเวลาที่เกิดเรื่องนี้ คุณพ่ออยู่ที่แม่ฮ่องสอน และไม่ได้ทราบเรื่องราวอะไรด้วยเลย
แต่คุณพ่อกลับไปเลือกเสาะหาเจ้าแม่กวนอิมมาจากที่ต่าง ๆ นำมาฝากทางบ้าน
โดยเฉพาะองค์ที่ราคา ๖๙๙ บาทนี้ คุณพ่อซื้อไว้องค์เดียวและเป็นองค์เดียวที่ปลุกเสก
คุณพ่อเช่าเจ้าแม่กวนอิมมาหลังจากที่ดิฉันฝันหลายวัน แต่มีเหตุที่ต้องนำมาให้ดิฉันเลือกก่อน
มิฉะนั้นลูกคนอื่นอาจจะเก็บไว้ ดิฉันคงไม่มีสิทธิ์ได้ หรือไม่ก็ได้องค์อื่นแทน
สรุปแล้วทุกสิ่งทุกอย่างในฝันนั้น ดิฉันได้พบมาหมดครบถ้วน ยกเว้นพระอาจารย์บัว
สรวงสุดา และท่านปู่เท่านั้นที่ยังไม่พบตัวจริง และไม่ทราบว่าเป็นใคร
เมื่อวันที่ไปถวายสังฆทาน เพื่อนที่ไปด้วยกันชื่อปราณี
ได้ตั้งจิตอธิษฐานขอดูเทพที่ต้นพิกุล ปรากฏว่าดอกพิกุลหล่นใส่ศีรษะ
ทั้ง ๆ ที่บริเวณนั้นไม่มีดอกพิกุลตกอยู่เลย ดอกพิกุลหล่นใส่ศีรษะพี่ปราณีเพียงคนเดียว
แม้ว่าเขาจะไม่ได้เห็นเทพ แต่เขาก็ปลาบปลื้มกับดอกพิกุลมาก และถือว่าเป็นสิริมงคล
สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้ดิฉันเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะที่วัดอัมพวัน
ที่แน่นอนคือองค์หลวงพ่อ ศักดิ์สิทธิ์แท้ ลองคิดดูซิคะ ดิฉันไม่เคยไปหาหรือรู้จักท่าน
หรือเรื่องราวเกี่ยวกับวัดอัมพวันมาก่อนเลย ทำไมฝันได้ถูกต้องและชัดเจน |
สาวิตรี จันทรานุรักษ์
๒ ริมคลองประปาฝั่งขวา ถ.ประชาราษฎร์ ๒ บางซื่อ ดุสิต กรุงเทพฯ ๑๐๘๐๐
|