|
คุณบุญส่ง อินทวิรัตน์
ได้ปฏิบัติกรรมฐานตามหลักพระพุทธเจ้าสอน คือ
"ทางสายเอกแสดงว่าคุณบุญส่ง อินทวิรัตน์ ได้เห็นธรรมด้วยตนเอง
"ปัจจัตตัง เวทิตัปโพ วิญญูหิ" รู้ได้เฉพาะตนเท่านั้น เป็น
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มองเห็น
อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต อาตมาขออนุโมทนาคุณบุญส่งที่
อ่านตัวออก-บอกตัวได้-ใช้ตัวเป็น นี้คือความถูกต้องแล้ว -มองเห็นตัวตาย
นี่คือ ความเกิด-ดับ ทุกขณะลมหายใจแล้ว ขอเชิญทุก ๆ ท่านเข้ามาพิสูจน์ความถูกต้องกันต่อไปเถิด
พระภาวนาวิสุทธิคุณ แสงธรรมผ่องอำไพ
 |
ข้าพเจ้าและภรรยา นายบุญส่ง
นางพรศรี อินทรัตน์ กราบบูชานมัสการท่านหลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณ
วัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี เป็นปณิธานศรัทธา ที่จักได้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
ได้มีโอกาสทำบุญอะไรสักอย่างที่เป็นถาวรวัตถุและใช้ประโยชน์เกื้อกูลงานปฏิบัติธรรมภาวนา
ข้าพเจ้ามีภูมิรู้น้อย แต่ศรัทธาในองค์พระตถาคตอย่างไม่รู้แปรปรวน
จะเกิดอีกกี่พันชาติก็ขออธิษฐานทุกภพทุกชาติ ขอให้ได้มีโอกาสเจริญสมาธิภาวนา
เข้าใกล้พระพุทธศาสนา ได้เกิดในปฏิรูปเทสอันปรากฏพระพุทธศาสนาเป็นที่พึ่ง
มีหลายแง่หลายมุมที่ปรากฏในคำสอนของหลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณ
ที่จี้จุดปลิดวิญญาณและปลุกวิญญาณที่ถูกสาปให้กลายเป็นหินของข้าพเจ้าให้ตื่นขึ้นมา
เหมือนดอกบัวมุดโคลนตมโผล่ขึ้นมารับละอองไอของอรุณรุ่งกับแสงทองแสงธรรมผ่องอำไพ
เมื่อได้สัมผัสคำสอนและวิธีสอนของหลวงพ่อจรัญ |
หลวงพ่อจรัญเอ่ยถึงบางตอนว่า
นึกเป็นอดีตของรู้ ต้อนนึกคิดก่อน
พอตัวรู้มันเกิด
ตัวนึกมันเป็นอดีต เมื่อสติเลื่อนไหล ขณะเดินจงกรม ยืนจงกรม
สติเลื่อนไหลจากกลางกระหม่อมลงสู่เบื้องปลายเท้า ที่ผ่านมานั้นเป็นอดีตแล้ว
เมื่อย่างเท้าซ้าย ย่างหนอ พอขยับขวาย่างหนอ ซ้ายเป็นอดีตไปแล้ว
ครั้นมาถึงวิธีอธิบาย เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ข้าพเจ้าได้พบ
ได้ฟังหลายสำนักอาจารย์สอนและเทศน์ แต่อธิบายไม่รู้เรื่อง |
จนกระทั่งข้าพเจ้าได้มาพบคำอธิบายขยายความของหลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณ
ตรงรอยเชื่อมต่อพรมแดนเกิดตายหรือองค์แห่งภพ ระหว่างพรมแดนเกิดและพรมแดนตายที่มาประชิดติดกัน
ทิ้งช่วงห่างกัน จังหวะพอดิบพอดีของ จุดเชื่อมต่อพรมแดนเกิดและตาย
คือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป มันมีช่องว่างและช่องประชิดอยู่ในจังหวะนี้
ตรงจุดนี้ปรากฏมีองค์แห่งภพ ว่างในว่าง ประชิดเป็นรอยเชื่อมต่อจังหวะอย่าเหมาะเหม็งพอดิบพอดี
ทำให้คนเราไม่รู้สึกตัวว่า ตนเองตายอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก
และตนเองเกิดอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก เหมือนกับวิชาหลักกลศาสตร์
ที่ลูกตุ้มถ่วงน้ำหนักมันอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกของจักรวาล ลูกตุ้มถ่วงน้ำหนักสามารถขับเคลื่อนกลไก
ฟันเฟืองให้หมุนไปตลอดชั่วนาตาปี ไม่ต้องหยุดเลย ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิง
ไม่ต้องใช้เครื่องยนต์ฉุดขับลากดึงลักษณะ ๓ เส้าของจุด เกิดขึ้น ตั้งอยู่
ดับไป และ องค์แห่งภพ ของคำว่า
ภวังค์
 |
ตรงจุดนี้ ข้าพเจ้าสว่างลุกโพลงของดวงปัญญา
สว่างไสวอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน นับแต่เกิด ก็เพิ่งจะมาพบวิธีการอธิบายแยบยล
ด้วยกุศโลบายง่าย ๆ เรียบ ๆ แต่ลุ่มลึกถ้วนถึง สว่างเหมือนใครเอาดวงอาทิตย์ไปวางไว้ในกลางวิญญาณของข้าพเจ้าเลยทีเดียว
แต่ก็มิได้หมายถึงว่าข้าพเจ้าทึกทักเอาว่า รู้แล้ว รู้แล้ว เปล่าเลย
ข้าพเจ้ายังพลาดหลายจุดหลายประเด็น จึงปรารถนาเข้าใกล้พระภาวนาวิสุทธิคุณ
คงถึงเข้าสักวัน โทรจิตถึงหลวงพ่อ
ความตั้งใจจริงนั้น ข้าพเจ้าปรารถนาจะไปกราบนมัสการหลวงพ่อด้วยตนเอง
แต่ติดข้องด้วยวิบากกรรม |
ข้าพเจ้าป่วยเป็นโรคหัวใจ ส่วนคุณพรศรี ภรรยาของข้าพเจ้าก็ป่วยเป็นโรคกระดูกข้อเสื่อม
กล้ามเนื้อเกร็ง เป็นวิบากกรรม เจ้ากรรมนายเวรเขาตามมาทวงหนี้ก็ชดใช้เขาไป
แต่ไม่เคยคิดทำชั่วตอบแทน นึกแต่ว่าชดใช้หนี้กรรม ขอตั้งจิตอธิษฐาน
สร้างกุศลผลบุญ ได้ทำบุญทำประโยชน์ให้เป็นเครื่องทดแทน แสดงกตัญญูกตเวทิตาคุณต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ซึ่งการทำบุญเท่านี้เห็นจะได้เพียงฝุ่นละออง เมื่อเทียบกับวิบากกรรม
แต่ก็จักขอตั้งปณิธาน ชดใช้เขาไปเรื่อย ๆ คงถึงเข้าสักวัน สิ้นสุดเวรกรรม
หลุดพันภพชาติกันเสียที ก็เพราะป่วยไข้ จึงยังไม่สามารถมากราบหลวงพ่อด้วยตนเอง
เท่าที่ทำได้คือส่งปัจจัยมาถวาย แต่นึกเองเองว่าหลวงพ่อทราบด้วยญาณแก่กล้า
คงให้อภัยที่ไม่ได้มาถวายด้วยตนเอง อธิษฐานจิตขอให้ได้มีโอกาสมากราบหลวงพ่อสักวัน
ก่อนจะถูกเผาเป็นขี้เถ้าละลายคืนแม่ธรณี
ข้าพเจ้าได้แอบอธิษฐานจิต ใช้วิธีส่งโทรจิตติดต่อกับหลวงพ่อวันละหลาย
ๆ ครั้ง หลังเดิน ยืน นั่ง ทำสมาธิแล้ว จะใช้วิธีส่งกระแสจิต โทรจิตติดต่อกับหลวงพ่อได้จังหวะว่างพอดี
ทำอย่างนี้ติดต่อกันมาตั้งแต่วันที่ ๑๑ พ.ค. ถึง ๒๓ พ.ค. ๓๕ ได้รับคำตอบจากหลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณ
ท่านจะเชื่อหรือไม่ว่า โทรจิตสื่อสารทางจิตเป็นของจริง มีจริง ทำได้จริง
ถ้าไม่เชื่อต้องลองปฏิบัติสมาธิ
ทางสายเอก ปัจจัตตัง
รูปแบบการสอนธรรม
เจริญสมาธิภาวนา วิปัสสนากรรมฐาน ก็มีหลากหลาย ข้าพเจ้าได้ศึกษาค้นคว้าจากหนังสือมาหลายสำนัก
ฟังคำอธิบายมาบ้าง จนแล้วจนรอดก็ยังมีปัญญาแค่หางเต่าแค่หางอึ่งอยู่เท่าเดิม
ทั้ง ๆ ที่จิตใจรักทางฝึกสมาธิ แล้วมาสนใจมาใฝ่หาหลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณ
เพราะได้ดูโทรศัพท์ รายการแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง
ข้าพเจ้าชอบอกชอบใจลีลาการเทศน์ของหลวงพ่อมาก ท่านเทศน์แบบชาวบ้านพูดกับชาวบ้าน
มนุษย์พูดกับมนุษย์ ไม่ใช่แบบหอคอยงาช้างพูดกับคนข้างล่าง |
|
จากนั้นก็ไปติดตามหาหนังสือตามแผง ใครเขาเขียนถึงหลวงพ่อจรัญ
มีกี่เล่มหาซื้อมาอ่าน กี่สำนักก็ซื้อมาอ่าน ไม่จุใจ มาถึงอกถึงใจเอาก็ตอนที่ได้มาซื้อหนังสือ
กฎแห่งกรรม-ธรรมปฏิบัติ ของหลวงพ่อ ได้จากร้าน
"ดวงกมล จังหวัดขอนแก่น" ซื้อมาประมาณสิบเล่ม อ่านเล่มละไม่ต่ำกว่า
๓๐ จบ อ่านชนิดแกะกันออกมาคำต่อคำเลย ทุกเล่มทุกฉบับจะอ่านอย่างน้อย
๓๐ จบ ทวนกลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้น
จากนั้นก็เอาหนังสือไปทำบุญเผยแผ่ให้ท่านผู้อื่นเขาได้อ่านกันต่อไป
และตั้งปณิธานไว้ด้วยกันสองสามีภรรยาว่า จะส่งเงินปัจจัยไปช่วยหลวงพ่อจรัญในการจัดพิมพ์หนังสือ
กฎแห่งกรรม-ธรรมปฏิบัติเรื่อย ไปจนถึงห้าหมื่นบาท โดยวิธีทยอยส่งไปครั้งละมากบ้างน้อยบ้าง
ขณะเขียนนี้ส่งงวดแรกไปทำบุญแล้วหนึ่งพันบาท และงวดสองสามร้อยบาท เหตุใดจึงศรัทธาแข็งแรงนัก
คอยตามดูว่าข้าพเจ้านึกคิดกับแง่มุมที่หลวงพ่อจรัญเทศน์ ทั้งในโทรศัพท์และหนังสือ
มีอะไรบ้าง ก่อนอื่นต้องขอกราบขออภัยที่ข้าพเจ้าเอ่ยถึงพระภาวนาวิสุทธิคุณด้วยการขออนุญาตเรียกหลวงพ่อจรัญ
รู้สึกใกล้ชิดดี เหมือนไปนั่งอยู่ที่กุฏิท่าน แต่พอใช้คำว่า พระภาวนาวิสุทธิคุณแล้ว
เหมือนไม่เห็นหน้าหลวงพ่อ ที่ใครเห็นหลวงพ่อจรัญยิ้มตรงที่เห็นข้อเขียนของข้าพเจ้า
แต่ข้าพเจ้ากลับปลงอนิจจังตัวเอง หลวงพ่อช่างมีเมตตาจิตเปี่ยมล้นแท้หนอ
ที่เมตตาให้เขียนเล่าประสบการณ์เจริญสมาธิภาวนา ทั้ง ๆ ที่ข้าพเจ้ายอมรับสารภาพว่า
ตนเองปัญญาทึบ
เรื่องมีดังนี้ เดิมทีข้าพเจ้าใช้วิธีเจริญสมาธิ
เดินจงกรมทุกวัน ๒ ทุ่ม และ ๕ ทุ่ม และนั่งทำสมาธิและยืนทำสมาธิ สลับกันไป
แต่ทำทุกวันต่อเนื่อง นั่ง ยืน เดิน นอน ทำสมาธิหมดทุกอิริยาบถ จนกว่าจะหลับไป
กลืนข้าวก็ทำสมาธิทุกคำไป ค้นลึกในปฏิจจสมุทปบาท มาก็หน่วงหนัก
ก็ยังโง่ทึบอยู่อย่างนั้น ทั้ง ๆ ก็รู้ ๆ ว่า ปฏิจจสมุปบาทเป็นหัวใจ
แสดงตนเป็นพุทธมามกะ ฝึกสมาธิก็หลายวิธี ปรมาจารย์ที่ฝึกสอนเผยแผ่วิปัสสนากรรมฐาน
เจริญสมาธิภาวนา ดีทุกสำนัก ประเสริฐ แต่ว่าจริตของข้าพเจ้าไม่ถูกสเป็คก็อาจจะเป็นได้
จนแล้วจนรอดก็ไม่เห็นเหนือเห็นใต้ อาจารย์ทั้งหลายท่านอธิบายดีแสนดี
ข้าพเจ้าก็ไปไม่รอดอยู่นั่นแล้ว เกือบท้อแท้ หมดกำลังใจ กำลังทำอาการใจฝ่อแล้วว่า
โอ้ชาตินี้ เราคงไม่มีบุญวาสนา ได้เข้าถึงธรรมของพระพุทธเจ้า เป็นแน่แท้แล้วหนอ
ก็อ่าน
หนังสือกฎแห่งกรรม-ธรรมปฏิบัติของหลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณ
อ่านเรื่อยไปเล่มละ ๓๐ จบ บางเล่มอ่านซ้ำถึง ๕๐ จบ ชนิดไม่ให้หลุดสายตา
ไม่ให้หลุดพ้นจากสติ กลั่นกรองทุกคำทุกพยางค์เลยทีเดียว พิมพ์ผิดกี่คำ
ไม่ต้องให้ใครตรวจปรู๊ฟ ข้าพเจ้าใช้วิญญาณถอดวิญญาณใส่ลงไปอยู่ในอักษรทุกคำเลยทีเดียว
อ่านมาอ่านไป เจอเข้าให้หลายจุดในคำอธิบายธรรมะ พองหนอ ยุบหนอ
ของหลวงพ่อ จะยกตัวอย่างให้ลอยเด่นเห็นกันชัด ๆ เลย |
"ความนึกคิดเป็นปัจจุบัน พอรู้ปั๊บ
ไอ้ตัวนึกตัวคิด มันเป็นอดีต ตัวรู้เป็นปัจจุบันไปแล้ว พอความนึกคิดมันเลื่อนไหลลงไป
ถึงตอนที่เราเข้าอกเข้าใจ เราร้องอ๋อขึ้นมา ไอ้ตัวร้องอ๋อ นี่เป็นปัจจุบัน
ไอ้ตัวนึกตัวคิดมันเลื่อนไหล ผ่านไปนั้นเป็นอดีต ไปแล้ว" เอาแค่นี้
ถ้าจับประเด็นไม่ถูก เดินชนต้นตาล ปีนต้นตาลไปลงอีกด้านกันเลยเชียว
ถ้าคนมีปัญญาเดินวนรอบต้นตาล ไก่กระพือปีกก็พ้นต้นตาลพอดี ก็เท่านี้เอง
เห็นไหนครับ มันเส้นผมบังภูเขากันอยู่ บังเหลี่ยมบังมุมกันอยู่นิด
ๆ แค่นี้เอง แต่เข้าใจยากถ้าตอนไล่ตามจับประเด็นเพื่อหาความเข้าใจ
พอร้อง อ๋ออย่างนี้นี่เอง นั่นแหละสว่างโพล่งโปร่งใส มันเกิดขึ้นแล้ว
อันไหนเป็นอดีต อันไหนเป็นปัจจุบัน แยกให้ออก เอ้าต่อไป ข้าพเจ้าสอนตัวเองนะครับ
ซ้ายย่างหนอ ขวาย่างหนอ พอขวาย่างหนอนี่ ซ้ายเป็นอดีตไปแล้ว พอรู้ทันแบบนี้
เดี๋ยวสติมันเกิดปุ๊บปั๊บ สัมปชัญญะมันมา ตัวโง่มันหลุดไป
 |
ตานี้ ตรงคำว่าภวังค์
คำว่า ภวังค์ คำเดียวแค่นี้ ข้าพเจ้ายอมรับสารภาพว่า
ตัวเองโง่มาตั้งแต่เกิดจนบัดนี้ใกล้เผาเป็นขี้เถ้าแล้วเพิ่งหายโง่นิด
ๆ เพราะได้อธิบายจากหลวงพ่อจรัญนี่เอง หลวงพ่อบอกว่า คำว่า ภวังค์
ไม่ได้แปลว่า คนง่วงซึมเศร้าเหม่อลอย ไม่ใช่อย่างนั้น ในทางธรรมะแปลศัพท์ถอดความได้จริง
ๆ แปลว่า องค์แห่งภพ รอยเชื่อมต่อพรมแดนประชิด และช่องว่าง ชองประชิดระหว่างเกิดและตาย
หรือแดนเกิดและแดนตาย มันประชิดและทิ้งจังหวะช่วงว่างจังหวะว่าง
จังหวะประชิดมันสัมพันธ์กัน ชนิดถ้าใช้ปัญญาขบคิด จะไม่พบช่องว่างชองประชิดตรงจุด
ภวังค์ ตรงจุดนี้ของพรมแดนเกิดและตาย จะตกนรกขึ้นสวรรค์ จะกลับมาเกิดเป็นคนอีกหรือเปล่า
ก็ตรงค้นพบหรือไม่พบกันตรงจุดนี้เลย ดูให้ดี ๆ นะครับ |
ภวังค์ มันไปแอบซุกอยู่ตรงไหน เอาละครับ ข้าพเจ้าจะเปิดมิติทุกมิติที่ใคร
ๆ อยากเห็นกันหนักหนา ที่หลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณเปิดมิติแห่งภพซ้อนเหลื่อม
ๆ กันอยู่ให้ได้รู้ ได้เห็นกันไปบ้างแล้วเป็นบางส่วน ข้าพเจ้าทราบว่า
หลวงพ่อจรัญรู้และเห็นอะไรมากกว่านี้ แต่ข้าพเจ้าก็ทราบว่ายังไม่ถึงเวลา
ยังบอกไม่ได้ แล้วเราแอบมาขโมยดูกันก่อนเป็นไง หลวงพ่อท่านอุบไว้รอกาลเวลาสุกงอม
ข้าพเจ้าทนไม่ไหว อยากรู้ให้ได้ มันอะไรกันหนอ หลวงพ่ออุบเอาไว้ มีจริงของชั้นยอดชั้นประเสริฐ
ชนิดที่ถ้าท่านทั้งหลายมีชีวิตอยู่ถึงวันที่หลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณเปิดผะอบเมื่อไหร่ล่ะก้อ
อ้าปากค้างตาค้างกันเลย
ถ้าใครเคยเรียนวิทยาศาสตร์สมัยเป็นเด็กคงเคยเรียนวิชากลศาสตร์มากันทั่วแล้ว
วัตถุตั้งนับไม่ถ้วนสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยอัตราความเร็วคงที่และคำนวณได้โดยไม่ต้องมีเครื่องยนต์ฉุดลาก
มาถึงตรงนี้ก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า ไม่เห็นมันจะมาเกี่ยวกับอธิบายประสบการณ์ฝึกสมาธิ
พองหนอ ยุบหนอ ของหลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณที่ตรงไหนเลย เกี่ยวชนิดผนึกหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวเลยเชียวขอรับ
 |
หลายครั้งเรามักได้ยินคำเทศนาเรื่อง
ไตรลักษณ์ ว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
(โปรดสังเกตจังหวะเว้นพยางค์ให้ดี ๆ นะครับ) ท่านก็เทศน์แล้วเทศน์อีกซ้ำ
ๆ ซ้อน ๆ วนอยู่ใน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป แต่พระเดชพระคุณท่านมักจะมุ่งเจาะลึกเข้าไปในไตรลักษณ์ให้เห็น
เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นไตรลักษณ์ กล่าวเมื่อใด พูดเมื่อใด
ก็ถูกเมื่อนั้น ตั้งแต่เกิดมาจนวันนี้ข้าพเจ้ายังไม่เคยพบใครอธิบาย
ไตรลักษณ์ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ได้สว่างโปร่งใส เหมือนพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ
สักรายเดียว เพิ่งมาพบของหลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณ ในหนังสือ
กฎแห่งกรรม-ธรรมปฏิบัติ นี้เอง |
ข้าพเจ้าจะอธิบายตรงคำว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
ถามว่า มันประชิดและห่างกันใช่หรือไม่ นี่ต้องถามแบบนี้ ข้าพเจ้าขอตอบว่ามันมีช่วงจังหวะว่างถี่และห่าง
คล้าย ๆ กระแสไฟฟ้าสลับผ่านหลอดไฟอย่างหลวงพ่อจรัญอธิบายนั่นแหละขอรับจริง
เป็นความจริง ถ้าไม่เข้าใจ ไปมองดู เขาใช้วิธีกลศาสตร์ ทำให้ลูกตุ้มเคลื่อนที่หมุน
ตุ๊กติ๊ก ๆ ไปเรื่อย ๆ ได้ยังไง
|