ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 6
:: ภาคกฏแห่งกรรม :: เรื่อง เห็นธรรมด้วยตนเอง
โดย บุญส่ง อินทวิรัตน์

คุณบุญส่ง อินทวิรัตน์ ได้ปฏิบัติกรรมฐานตามหลักพระพุทธเจ้าสอน คือ "ทางสายเอกแสดงว่าคุณบุญส่ง อินทวิรัตน์ ได้เห็นธรรมด้วยตนเอง "ปัจจัตตัง เวทิตัปโพ วิญญูหิ" รู้ได้เฉพาะตนเท่านั้น เป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มองเห็น อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต อาตมาขออนุโมทนาคุณบุญส่งที่ อ่านตัวออก-บอกตัวได้-ใช้ตัวเป็น นี้คือความถูกต้องแล้ว -มองเห็นตัวตาย นี่คือ ความเกิด-ดับ ทุกขณะลมหายใจแล้ว ขอเชิญทุก ๆ ท่านเข้ามาพิสูจน์ความถูกต้องกันต่อไปเถิด

พระภาวนาวิสุทธิคุณ แสงธรรมผ่องอำไพ

ข้าพเจ้าและภรรยา นายบุญส่ง นางพรศรี อินทรัตน์ กราบบูชานมัสการท่านหลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณ วัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี เป็นปณิธานศรัทธา ที่จักได้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ได้มีโอกาสทำบุญอะไรสักอย่างที่เป็นถาวรวัตถุและใช้ประโยชน์เกื้อกูลงานปฏิบัติธรรมภาวนา ข้าพเจ้ามีภูมิรู้น้อย แต่ศรัทธาในองค์พระตถาคตอย่างไม่รู้แปรปรวน จะเกิดอีกกี่พันชาติก็ขออธิษฐานทุกภพทุกชาติ ขอให้ได้มีโอกาสเจริญสมาธิภาวนา เข้าใกล้พระพุทธศาสนา ได้เกิดในปฏิรูปเทสอันปรากฏพระพุทธศาสนาเป็นที่พึ่ง มีหลายแง่หลายมุมที่ปรากฏในคำสอนของหลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณ ที่จี้จุดปลิดวิญญาณและปลุกวิญญาณที่ถูกสาปให้กลายเป็นหินของข้าพเจ้าให้ตื่นขึ้นมา เหมือนดอกบัวมุดโคลนตมโผล่ขึ้นมารับละอองไอของอรุณรุ่งกับแสงทองแสงธรรมผ่องอำไพ เมื่อได้สัมผัสคำสอนและวิธีสอนของหลวงพ่อจรัญ

หลวงพ่อจรัญเอ่ยถึงบางตอนว่า นึกเป็นอดีตของรู้ ต้อนนึกคิดก่อน พอตัวรู้มันเกิด ตัวนึกมันเป็นอดีต เมื่อสติเลื่อนไหล ขณะเดินจงกรม ยืนจงกรม สติเลื่อนไหลจากกลางกระหม่อมลงสู่เบื้องปลายเท้า ที่ผ่านมานั้นเป็นอดีตแล้ว เมื่อย่างเท้าซ้าย ย่างหนอ พอขยับขวาย่างหนอ ซ้ายเป็นอดีตไปแล้ว ครั้นมาถึงวิธีอธิบาย เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ข้าพเจ้าได้พบ ได้ฟังหลายสำนักอาจารย์สอนและเทศน์ แต่อธิบายไม่รู้เรื่อง

จนกระทั่งข้าพเจ้าได้มาพบคำอธิบายขยายความของหลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณ ตรงรอยเชื่อมต่อพรมแดนเกิดตายหรือองค์แห่งภพ ระหว่างพรมแดนเกิดและพรมแดนตายที่มาประชิดติดกัน ทิ้งช่วงห่างกัน จังหวะพอดิบพอดีของ จุดเชื่อมต่อพรมแดนเกิดและตาย คือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป มันมีช่องว่างและช่องประชิดอยู่ในจังหวะนี้ ตรงจุดนี้ปรากฏมีองค์แห่งภพ ว่างในว่าง ประชิดเป็นรอยเชื่อมต่อจังหวะอย่าเหมาะเหม็งพอดิบพอดี ทำให้คนเราไม่รู้สึกตัวว่า ตนเองตายอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก และตนเองเกิดอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก เหมือนกับวิชาหลักกลศาสตร์ ที่ลูกตุ้มถ่วงน้ำหนักมันอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกของจักรวาล ลูกตุ้มถ่วงน้ำหนักสามารถขับเคลื่อนกลไก ฟันเฟืองให้หมุนไปตลอดชั่วนาตาปี ไม่ต้องหยุดเลย ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิง ไม่ต้องใช้เครื่องยนต์ฉุดขับลากดึงลักษณะ ๓ เส้าของจุด เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป และ องค์แห่งภพ ของคำว่า ภวังค์

ตรงจุดนี้ ข้าพเจ้าสว่างลุกโพลงของดวงปัญญา สว่างไสวอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน นับแต่เกิด ก็เพิ่งจะมาพบวิธีการอธิบายแยบยล ด้วยกุศโลบายง่าย ๆ เรียบ ๆ แต่ลุ่มลึกถ้วนถึง สว่างเหมือนใครเอาดวงอาทิตย์ไปวางไว้ในกลางวิญญาณของข้าพเจ้าเลยทีเดียว แต่ก็มิได้หมายถึงว่าข้าพเจ้าทึกทักเอาว่า รู้แล้ว รู้แล้ว เปล่าเลย ข้าพเจ้ายังพลาดหลายจุดหลายประเด็น จึงปรารถนาเข้าใกล้พระภาวนาวิสุทธิคุณ คงถึงเข้าสักวัน โทรจิตถึงหลวงพ่อ ความตั้งใจจริงนั้น ข้าพเจ้าปรารถนาจะไปกราบนมัสการหลวงพ่อด้วยตนเอง แต่ติดข้องด้วยวิบากกรรม

ข้าพเจ้าป่วยเป็นโรคหัวใจ ส่วนคุณพรศรี ภรรยาของข้าพเจ้าก็ป่วยเป็นโรคกระดูกข้อเสื่อม กล้ามเนื้อเกร็ง เป็นวิบากกรรม เจ้ากรรมนายเวรเขาตามมาทวงหนี้ก็ชดใช้เขาไป แต่ไม่เคยคิดทำชั่วตอบแทน นึกแต่ว่าชดใช้หนี้กรรม ขอตั้งจิตอธิษฐาน สร้างกุศลผลบุญ ได้ทำบุญทำประโยชน์ให้เป็นเครื่องทดแทน แสดงกตัญญูกตเวทิตาคุณต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งการทำบุญเท่านี้เห็นจะได้เพียงฝุ่นละออง เมื่อเทียบกับวิบากกรรม แต่ก็จักขอตั้งปณิธาน ชดใช้เขาไปเรื่อย ๆ คงถึงเข้าสักวัน สิ้นสุดเวรกรรม หลุดพันภพชาติกันเสียที ก็เพราะป่วยไข้ จึงยังไม่สามารถมากราบหลวงพ่อด้วยตนเอง เท่าที่ทำได้คือส่งปัจจัยมาถวาย แต่นึกเองเองว่าหลวงพ่อทราบด้วยญาณแก่กล้า คงให้อภัยที่ไม่ได้มาถวายด้วยตนเอง อธิษฐานจิตขอให้ได้มีโอกาสมากราบหลวงพ่อสักวัน ก่อนจะถูกเผาเป็นขี้เถ้าละลายคืนแม่ธรณี

ข้าพเจ้าได้แอบอธิษฐานจิต ใช้วิธีส่งโทรจิตติดต่อกับหลวงพ่อวันละหลาย ๆ ครั้ง หลังเดิน ยืน นั่ง ทำสมาธิแล้ว จะใช้วิธีส่งกระแสจิต โทรจิตติดต่อกับหลวงพ่อได้จังหวะว่างพอดี ทำอย่างนี้ติดต่อกันมาตั้งแต่วันที่ ๑๑ พ.ค. ถึง ๒๓ พ.ค. ๓๕ ได้รับคำตอบจากหลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณ ท่านจะเชื่อหรือไม่ว่า โทรจิตสื่อสารทางจิตเป็นของจริง มีจริง ทำได้จริง ถ้าไม่เชื่อต้องลองปฏิบัติสมาธิ

ทางสายเอก ปัจจัตตัง

รูปแบบการสอนธรรม เจริญสมาธิภาวนา วิปัสสนากรรมฐาน ก็มีหลากหลาย ข้าพเจ้าได้ศึกษาค้นคว้าจากหนังสือมาหลายสำนัก ฟังคำอธิบายมาบ้าง จนแล้วจนรอดก็ยังมีปัญญาแค่หางเต่าแค่หางอึ่งอยู่เท่าเดิม ทั้ง ๆ ที่จิตใจรักทางฝึกสมาธิ แล้วมาสนใจมาใฝ่หาหลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณ เพราะได้ดูโทรศัพท์ รายการแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง ข้าพเจ้าชอบอกชอบใจลีลาการเทศน์ของหลวงพ่อมาก ท่านเทศน์แบบชาวบ้านพูดกับชาวบ้าน มนุษย์พูดกับมนุษย์ ไม่ใช่แบบหอคอยงาช้างพูดกับคนข้างล่าง

จากนั้นก็ไปติดตามหาหนังสือตามแผง ใครเขาเขียนถึงหลวงพ่อจรัญ มีกี่เล่มหาซื้อมาอ่าน กี่สำนักก็ซื้อมาอ่าน ไม่จุใจ มาถึงอกถึงใจเอาก็ตอนที่ได้มาซื้อหนังสือ กฎแห่งกรรม-ธรรมปฏิบัติ ของหลวงพ่อ ได้จากร้าน "ดวงกมล จังหวัดขอนแก่น" ซื้อมาประมาณสิบเล่ม อ่านเล่มละไม่ต่ำกว่า ๓๐ จบ อ่านชนิดแกะกันออกมาคำต่อคำเลย ทุกเล่มทุกฉบับจะอ่านอย่างน้อย ๓๐ จบ ทวนกลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้น

จากนั้นก็เอาหนังสือไปทำบุญเผยแผ่ให้ท่านผู้อื่นเขาได้อ่านกันต่อไป และตั้งปณิธานไว้ด้วยกันสองสามีภรรยาว่า จะส่งเงินปัจจัยไปช่วยหลวงพ่อจรัญในการจัดพิมพ์หนังสือ กฎแห่งกรรม-ธรรมปฏิบัติเรื่อย ไปจนถึงห้าหมื่นบาท โดยวิธีทยอยส่งไปครั้งละมากบ้างน้อยบ้าง ขณะเขียนนี้ส่งงวดแรกไปทำบุญแล้วหนึ่งพันบาท และงวดสองสามร้อยบาท เหตุใดจึงศรัทธาแข็งแรงนัก คอยตามดูว่าข้าพเจ้านึกคิดกับแง่มุมที่หลวงพ่อจรัญเทศน์ ทั้งในโทรศัพท์และหนังสือ มีอะไรบ้าง ก่อนอื่นต้องขอกราบขออภัยที่ข้าพเจ้าเอ่ยถึงพระภาวนาวิสุทธิคุณด้วยการขออนุญาตเรียกหลวงพ่อจรัญ รู้สึกใกล้ชิดดี เหมือนไปนั่งอยู่ที่กุฏิท่าน แต่พอใช้คำว่า พระภาวนาวิสุทธิคุณแล้ว เหมือนไม่เห็นหน้าหลวงพ่อ ที่ใครเห็นหลวงพ่อจรัญยิ้มตรงที่เห็นข้อเขียนของข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้ากลับปลงอนิจจังตัวเอง หลวงพ่อช่างมีเมตตาจิตเปี่ยมล้นแท้หนอ ที่เมตตาให้เขียนเล่าประสบการณ์เจริญสมาธิภาวนา ทั้ง ๆ ที่ข้าพเจ้ายอมรับสารภาพว่า ตนเองปัญญาทึบ

เรื่องมีดังนี้ เดิมทีข้าพเจ้าใช้วิธีเจริญสมาธิ เดินจงกรมทุกวัน ๒ ทุ่ม และ ๕ ทุ่ม และนั่งทำสมาธิและยืนทำสมาธิ สลับกันไป แต่ทำทุกวันต่อเนื่อง นั่ง ยืน เดิน นอน ทำสมาธิหมดทุกอิริยาบถ จนกว่าจะหลับไป กลืนข้าวก็ทำสมาธิทุกคำไป ค้นลึกในปฏิจจสมุทปบาท มาก็หน่วงหนัก ก็ยังโง่ทึบอยู่อย่างนั้น ทั้ง ๆ ก็รู้ ๆ ว่า ปฏิจจสมุปบาทเป็นหัวใจ แสดงตนเป็นพุทธมามกะ ฝึกสมาธิก็หลายวิธี ปรมาจารย์ที่ฝึกสอนเผยแผ่วิปัสสนากรรมฐาน เจริญสมาธิภาวนา ดีทุกสำนัก ประเสริฐ แต่ว่าจริตของข้าพเจ้าไม่ถูกสเป็คก็อาจจะเป็นได้ จนแล้วจนรอดก็ไม่เห็นเหนือเห็นใต้ อาจารย์ทั้งหลายท่านอธิบายดีแสนดี ข้าพเจ้าก็ไปไม่รอดอยู่นั่นแล้ว เกือบท้อแท้ หมดกำลังใจ กำลังทำอาการใจฝ่อแล้วว่า โอ้ชาตินี้ เราคงไม่มีบุญวาสนา ได้เข้าถึงธรรมของพระพุทธเจ้า เป็นแน่แท้แล้วหนอ ก็อ่าน

หนังสือกฎแห่งกรรม-ธรรมปฏิบัติของหลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณ อ่านเรื่อยไปเล่มละ ๓๐ จบ บางเล่มอ่านซ้ำถึง ๕๐ จบ ชนิดไม่ให้หลุดสายตา ไม่ให้หลุดพ้นจากสติ กลั่นกรองทุกคำทุกพยางค์เลยทีเดียว พิมพ์ผิดกี่คำ ไม่ต้องให้ใครตรวจปรู๊ฟ ข้าพเจ้าใช้วิญญาณถอดวิญญาณใส่ลงไปอยู่ในอักษรทุกคำเลยทีเดียว อ่านมาอ่านไป เจอเข้าให้หลายจุดในคำอธิบายธรรมะ พองหนอ ยุบหนอ ของหลวงพ่อ จะยกตัวอย่างให้ลอยเด่นเห็นกันชัด ๆ เลย

"ความนึกคิดเป็นปัจจุบัน พอรู้ปั๊บ ไอ้ตัวนึกตัวคิด มันเป็นอดีต ตัวรู้เป็นปัจจุบันไปแล้ว พอความนึกคิดมันเลื่อนไหลลงไป ถึงตอนที่เราเข้าอกเข้าใจ เราร้องอ๋อขึ้นมา ไอ้ตัวร้องอ๋อ นี่เป็นปัจจุบัน ไอ้ตัวนึกตัวคิดมันเลื่อนไหล ผ่านไปนั้นเป็นอดีต ไปแล้ว" เอาแค่นี้ ถ้าจับประเด็นไม่ถูก เดินชนต้นตาล ปีนต้นตาลไปลงอีกด้านกันเลยเชียว ถ้าคนมีปัญญาเดินวนรอบต้นตาล ไก่กระพือปีกก็พ้นต้นตาลพอดี ก็เท่านี้เอง เห็นไหนครับ มันเส้นผมบังภูเขากันอยู่ บังเหลี่ยมบังมุมกันอยู่นิด ๆ แค่นี้เอง แต่เข้าใจยากถ้าตอนไล่ตามจับประเด็นเพื่อหาความเข้าใจ พอร้อง อ๋ออย่างนี้นี่เอง นั่นแหละสว่างโพล่งโปร่งใส มันเกิดขึ้นแล้ว อันไหนเป็นอดีต อันไหนเป็นปัจจุบัน แยกให้ออก เอ้าต่อไป ข้าพเจ้าสอนตัวเองนะครับ ซ้ายย่างหนอ ขวาย่างหนอ พอขวาย่างหนอนี่ ซ้ายเป็นอดีตไปแล้ว พอรู้ทันแบบนี้ เดี๋ยวสติมันเกิดปุ๊บปั๊บ สัมปชัญญะมันมา ตัวโง่มันหลุดไป

ตานี้ ตรงคำว่าภวังค์ คำว่า ภวังค์ คำเดียวแค่นี้ ข้าพเจ้ายอมรับสารภาพว่า ตัวเองโง่มาตั้งแต่เกิดจนบัดนี้ใกล้เผาเป็นขี้เถ้าแล้วเพิ่งหายโง่นิด ๆ เพราะได้อธิบายจากหลวงพ่อจรัญนี่เอง หลวงพ่อบอกว่า คำว่า ภวังค์ ไม่ได้แปลว่า คนง่วงซึมเศร้าเหม่อลอย ไม่ใช่อย่างนั้น ในทางธรรมะแปลศัพท์ถอดความได้จริง ๆ แปลว่า องค์แห่งภพ รอยเชื่อมต่อพรมแดนประชิด และช่องว่าง ชองประชิดระหว่างเกิดและตาย หรือแดนเกิดและแดนตาย มันประชิดและทิ้งจังหวะช่วงว่างจังหวะว่าง จังหวะประชิดมันสัมพันธ์กัน ชนิดถ้าใช้ปัญญาขบคิด จะไม่พบช่องว่างชองประชิดตรงจุด ภวังค์ ตรงจุดนี้ของพรมแดนเกิดและตาย จะตกนรกขึ้นสวรรค์ จะกลับมาเกิดเป็นคนอีกหรือเปล่า ก็ตรงค้นพบหรือไม่พบกันตรงจุดนี้เลย ดูให้ดี ๆ นะครับ

ภวังค์ มันไปแอบซุกอยู่ตรงไหน เอาละครับ ข้าพเจ้าจะเปิดมิติทุกมิติที่ใคร ๆ อยากเห็นกันหนักหนา ที่หลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณเปิดมิติแห่งภพซ้อนเหลื่อม ๆ กันอยู่ให้ได้รู้ ได้เห็นกันไปบ้างแล้วเป็นบางส่วน ข้าพเจ้าทราบว่า หลวงพ่อจรัญรู้และเห็นอะไรมากกว่านี้ แต่ข้าพเจ้าก็ทราบว่ายังไม่ถึงเวลา ยังบอกไม่ได้ แล้วเราแอบมาขโมยดูกันก่อนเป็นไง หลวงพ่อท่านอุบไว้รอกาลเวลาสุกงอม ข้าพเจ้าทนไม่ไหว อยากรู้ให้ได้ มันอะไรกันหนอ หลวงพ่ออุบเอาไว้ มีจริงของชั้นยอดชั้นประเสริฐ ชนิดที่ถ้าท่านทั้งหลายมีชีวิตอยู่ถึงวันที่หลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณเปิดผะอบเมื่อไหร่ล่ะก้อ อ้าปากค้างตาค้างกันเลย

ถ้าใครเคยเรียนวิทยาศาสตร์สมัยเป็นเด็กคงเคยเรียนวิชากลศาสตร์มากันทั่วแล้ว วัตถุตั้งนับไม่ถ้วนสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยอัตราความเร็วคงที่และคำนวณได้โดยไม่ต้องมีเครื่องยนต์ฉุดลาก มาถึงตรงนี้ก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า ไม่เห็นมันจะมาเกี่ยวกับอธิบายประสบการณ์ฝึกสมาธิ พองหนอ ยุบหนอ ของหลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณที่ตรงไหนเลย เกี่ยวชนิดผนึกหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวเลยเชียวขอรับ

หลายครั้งเรามักได้ยินคำเทศนาเรื่อง ไตรลักษณ์ ว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป (โปรดสังเกตจังหวะเว้นพยางค์ให้ดี ๆ นะครับ) ท่านก็เทศน์แล้วเทศน์อีกซ้ำ ๆ ซ้อน ๆ วนอยู่ใน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป แต่พระเดชพระคุณท่านมักจะมุ่งเจาะลึกเข้าไปในไตรลักษณ์ให้เห็น เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นไตรลักษณ์ กล่าวเมื่อใด พูดเมื่อใด ก็ถูกเมื่อนั้น ตั้งแต่เกิดมาจนวันนี้ข้าพเจ้ายังไม่เคยพบใครอธิบาย ไตรลักษณ์ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ได้สว่างโปร่งใส เหมือนพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ สักรายเดียว เพิ่งมาพบของหลวงพ่อพระภาวนาวิสุทธิคุณ ในหนังสือ กฎแห่งกรรม-ธรรมปฏิบัติ นี้เอง

ข้าพเจ้าจะอธิบายตรงคำว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ถามว่า มันประชิดและห่างกันใช่หรือไม่ นี่ต้องถามแบบนี้ ข้าพเจ้าขอตอบว่ามันมีช่วงจังหวะว่างถี่และห่าง คล้าย ๆ กระแสไฟฟ้าสลับผ่านหลอดไฟอย่างหลวงพ่อจรัญอธิบายนั่นแหละขอรับจริง เป็นความจริง ถ้าไม่เข้าใจ ไปมองดู เขาใช้วิธีกลศาสตร์ ทำให้ลูกตุ้มเคลื่อนที่หมุน ตุ๊กติ๊ก ๆ ไปเรื่อย ๆ ได้ยังไง

 

หน้าต่อไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่