|
รายงานกิจการของมหาวิทยาลัยรามคำแหง
รองศาสตราจารย์ รังสรรค์ แสงสุข
นมัสการ พระธรรมกิตติวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม
พระราชสุทธิญาณมงคล เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน
พระเถรานุเถระทุกรูป ที่เคารพอย่างสูง
ท่านนายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง
ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี
ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน
|
 |
เนื่องในโอกาสที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้จัดพิธี ถวายปริญญาบัตร ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาศึกษาศาสตร์แด่ พระราชสุทธิญาณมงคล เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน เจ้าคณะอำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ในวันนี้ กระผมขอรายงานกิจการของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ดังต่อไปนี้ |
มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ก่อตั้งเมื่อปีพุทธศักราช
๒๕๑๔ นับถึงปัจจุบันมีอายุได้ ๒๓ ปี การดำเนินงานตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น
มหาวิทยาลัยได้ยึดมั่นในปณิธานและปรัชญาเดิม ที่จักดำรงความเป็นมหาวิทยาลัยตลาดวิชา
ให้โอกาสแก่ผู้ที่ปรารถนาวิชาความรู้ เข้ามาศึกษาวิทยาการสาขาต่าง
ๆ ได้อย่างกว้างขวาง และอย่างอิสระ จะต้องสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาหาความรู้ของบุคคลทั่วไปด้วย
มหาวิทยาลัยเชื่อมั่นว่า การดำเนินงานที่ผ่านมาและที่จะดำเนินต่อไปจัดเป็นงานสร้างสรรค์
ที่สามารถยกระดับมาตรฐานทางวิชาการของประชากร และทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของชาติได้อย่างแท้จริง
มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้เปิดสอนระดับปริญญาตรี สาขาวิชาต่าง ๆ ใน ๗
คณะ คือ
คณะนิติศาสตร์
คณะบริหารธุรกิจ
คณะมนุษย์ศาสตร์
คณะศึกษาศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์
คณะรัฐศาสตร์
และ คณะเศรษฐศาสตร์
มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้เปิดสอนบัณฑิตศึกษาในระดับปริญญาโท รวม ๒๐ สาขาวิชา
คือ
หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต
หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต
หลักสูตรเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต
หลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต
สาขาวิชาเคมีประยุกต์
สาขาวิชาภูมิศาสตร์
สาขาวิชาจิตวิทยาและการให้คำปรึกษา
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวิชารัฐศาสตร์
สาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์
สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร
สาขาวิชาไทยศึกษา
สาขาวิชาภูมิศาสตร์
สาขาวิชาการแปล
หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวิชาการวัดและประเมินผลการศึกษา
สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา
สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน
สาขาวิชาอุดมศึกษา
สาขาวิชาบริหารการศึกษา
และ สาขาวิชาการศึกษานอกโรงเรียน
 |
มหาวิทยาลัยรามคำแหงเตรียมเปิดสอนหลักสูตรปริญญาเอกในสาขาวิชาเคมี
และเตรียมเปิดสอนระดับปริญญาโทในส่วนภูมิภาค เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ทำงานแล้วในต่างจังหวัดมีโอกาสศึกษาต่อระดับสูงได้มากขึ้นในด้านการพัฒนาการเรียนการสอน
มหาวิทยาลัยได้พยายามสนับสนุนให้มีการพัฒนาการเขียนตำราเพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนด้วยตนเอง
ตลอดทั้งการใช้สื่อการสอนทางวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรศัพท์ และขยายศูนย์บริการทางวิชาการภูมิภาค
เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับประชาชนชาวไทยทุกคน นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนการศึกษาแก่นักศึกษาที่เรียนดีแต่ขัดสน
|
มหาวิทยาลัยมีความปีติยินดีเป็นล้นพ้น ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี พระราชทานทุนการศึกษา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ ๓๖ พรรษาแก่นักศึกษาปีละ ๓๖ ทุน
มีนักศึกษาได้รับทุนไปแล้วรวมทั้งสิ้น ๑๔๔ ทุนในด้านความร่วมมือทางวิชาการกับต่างประเทศ
มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยไลเด็น
ประเทศเนเธอแลนด์ โดยจัดส่งคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหงไปจัดทำโครงการไทยศึกษาและสอนภาษาไทย
ณ มหาวิทยาลัยไลเด็น เริ่มต้นปี พ.ศ. ๒๕๓๘ เป็นปีแรก และจะดำเนินการโครงการหลักสูตรระยะสั้น
ในสาขาวิชาที่จำเป็น ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหงในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้เจรจา
และลงนามความร่วมมือทางวิชาการและวิจัยการจัดหลักสูตรนานาชาติ ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาในประเทศออสเตรเลีย มีมหาวิทยาลัยโมนาส
มหาวิทยาลัยซิดนีย์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งกรุงเมลเบอรน สถาบันเครือข่ายการศึกษาอบรมระบบเปิด
สภาการศึกษาผู้ใหญ่ มหาวิทยาลัยเวสเทอร์นซิดนีย์ และมหาวิทยาลัยแมควารี
มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้รับความช่วยเหลือในการพัฒนาวิชาการในการจัดหลักสุตรภาษากรีกสมัยใหม่
จากมหาวิทยาลัยอริสโตเติล แห่งกรุงเทสสาโลนิก ประเทศกรีซ จะจัดผู้เชี่ยวชาญภาษากรีกเป็นศาสตราจารย์เยี่ยมเยือน
มาช่วยมหาวิทยาลัยรามคำแหงในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ และมีการจัดโครงการแลกเปลี่ยนและทุนการศึกษาต่อไปอีกด้วย
มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยรามคำแหง
กับ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรต่าง
ๆ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข ร่วมกับมหาวิทยาลัยรามคำแหง
เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๓๗ เพื่อผลิตบุคลากรสาธารณสุข ที่ทำหน้าที่ผู้ช่วยและสนับสนุนการรักษาพยาบาล
รวม ๑๐ หลักสูตร โดยมหาวิทยาลัยรามคำแหงจัดสอนวิชาพื้นฐานทางด้านการศึกษาทั่วไปและทางด้านวิทยาศาสตร์
กระทรวงสาธารณสุขได้จัดส่งนักศึกษามาลงทะเบียนในภาค ๑ ปีการศึกษา ๒๕๓๗
เป็นปีแรก รวม ๓๐๒ คน โดยกระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนงบประมาณทั้งหมด
|