ขอเจริญพรพุทธบริษัททั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ อุบาสก อุบาสิกาทุก ๆ ท่าน วันนี้จะขอกล่าวถึงวันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญอย่างไรบ้าง จะตีความให้สั้น ชัดเจน สำหรับนักปฏิบัติธรรม วันนี้ เรียกว่า เป็นวันที่พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ และเสด็จดับขันธ์เข้าสู่ปรินิพพาน พระองค์ได้สำเร็จมรรคผลบนบัลลังก์หญ้ากุสะ ได้รับข้าวมธุปายาสของแม่นุชนาฏสุชาดา ลอยถาดทองคำวิ่งขึ้นเหนือน้ำ ฝืนใจถึงได้พบธรรมะ ใต้ร่มโพธิ์พฤกษ์ และได้ประกาศศาสนาถึง ๔๕ พระพรรษา |
พอพระองค์อายุ ๘๐ พระพรรษา ก็ขอลาพระอานนท์ ขะยะวะยะ
ธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทกาติ อย่าประมาท อานนท์ศรีอนุชา
บัดนี้สังขารกำลังเสื่อม สังขารกำลังโทรม เรากำลังเข้าสู่นิพพานแล้ว
และนำไปสอนพุทธสาวกด้วย ขนาดท่านจะเข้าสู่ปรินิพพาน ท่านยังจะสอนเป็นปัจฉิมโอวาทด้วย
นอกเหนือจากนั้นแล้ว พระองค์ยังได้ฝากอานนท์ศรีอนุชา ที่พระสงฆ์มีความสงสัยว่า
ถ้าพระองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว จะไปเคารพไหว้กราบบูชาตรงไหนเล่า
 พระองค์ได้ประกาศออกมาว่า นี่แน่ะ อานนท์ศรีอนุชา
ตัวแทนของพระองค์ คือพระธรรมวินัย ตัวแทนของพระองค์คือ คันถธุระ วิปัสสนาธุระ
ตัวแทนของพระองค์ คือ คำสอนและโอวาทออกจากพระโอษฐ์ของพระองค์ทุกประการ
อย่างนี้ซิชาวพุทธ จะให้ไปเคารพพระพุทธเจ้าตรงไหน ปฏิบัติตามคำสั่งคือพระวินัย
ปฏิบัติตามคำสอนคือ ธรรมะ สองประการถือรวมเรียกว่า พระพุทธศาสนา
ท่านเป็นอุบาสกท่านเป็นอุบาสิกานั้น ถ้าท่านเป็นชาวพุทธจริง
ท่านมาไหว้กราบกันเรียบร้อย ประนมมือกันอย่างนี้นะ ท่านต้องเป็นชาวพุทธแท้
ไม่แน่เลยนะ
จะดูตรงไหนล่ะ ที่นั่งเงียบกันบนศาลาหลังนี้ว่าใครเป็นชาวพุทธบ้าง ก็จะหาคำตอบได้ง่ายขึ้นว่า
อุบาสกคนนั้นอุบาสิกาคนนั้น ทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้าหรือไม่
มานั่งเงียบกันบนศาลา ไม่ได้ทำตามคำสอนเลย อาราธนาศีลก็ไม่เป็น
อาราธนาธรรมก็ไม่เป็น จุดธูปบูชาพระก็ไม่เป็น ทำอะไรก็ไม่เป็น สวดพุทธคุณก็ไม่เป็น
สวดธรรมคุณก็ไม่เป็น นี่หรือเป็นชาวพุทธ คงเป็นชาวพุทธแบบฟอร์ม
ท่านทั้งหลายเราเกิดมาเป็นมนุษย์น่ะ โชคดีแล้ว อย่าทำความเป็นมนุษย์ให้มันต่ำต้อยไปอีกเลย
เราได้ลืมตาอ้าปากเห็นโลกสว่างเพราะใคร จะตอบได้ทันทีว่า เพราะเรามีหลักของพระพุทธศาสนาเป็นแสงสว่างให้แล้ว
ท่านสาธุชนทั้งหลายจะไม่นึกถึงพระพุทธเจ้าบ้างเชียวหรือ
พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้สำเร็จฌานตอนเป็นพระพุทธเจ้านะ
ท่านสำเร็จฌานสมาบัติตอนเป็นพระเวสสันดร ที่ทั้งสี่กษัตราต้องบทจรไปอยู่ป่าหิมพานต์
ไปสร้างบารมีโดยถูกเนรเทศ สัตว์ดุร้ายมากในป่าหิมพานต์ ต้องเดินเลี้ยวลดคดเคี้ยวเขาวงกตลำบากเหลือเกิน
ท่านทั้งหลายท่านต้องการมาสบายหรือมาลำบาก หรือจะไปนั่งกรรมฐานในห้องแอร์
นึกถึงพระเวสสันดรจอมปราชญ์เข้าไว้ก่อน ท่านสร้างบารมีมาหลายชาติ หลายกัปป์หลายกัลป์
๘๐ อสงไขย กำไรแสนกัปป์ เรามาทำจิ้ม ๆ จ้ำ ๆ จะได้อะไรกันหรือ มาลำบากหน่อยหอบเสื่อกลับบ้านแล้ว
นี่หรือลูกศิษย์พระเวสสันดร
ท่านทั้งหลายเอ๋ย สร้างความดีต้องลงทุนความลำบากได้ พระเวสสันดรท่านเป็นใคร ต้องลำบากลำบน เหลือบยุงมากมายหลายประการ สัตว์ทั้งหลายดุร้ายมาก จนบำเพ็ญบารมีเกิดกุศลบุญราศี ทำให้เสือโคร่ง เสือเหลือง เกิดเมตตารักกันในป่าหิมพานต์ แม่มัทรีต้องไปเก็บผลไม้เอามาเสวย ลำบากเหลือเกิน ร้อนถึงศักรินทร์เทวราชส่งทิพยเนตรทิพยกรรณ เนรมิตต้นมักกะลีผล ๑๖ ต้น ให้ออกดอกออกผลเป็นนารีสวย ต้องการป้องกันโยคีลามกสกปรก เวลาพระมัทรีออกป่ามันจะไปปลุกปล้ำอนาจาร จึงได้ออกดอกเป็นนารีขึ้นมา |
ท่านมานั่งปฏิบัติกรรมฐาน รำลึกถึงพระพุทธเจ้าบ้างไหม
ว่าพระองค์ต้องสร้าง ทำโรงทานถึง ๘๐ อสงไขย กำไรแสนกัปป์ กัปป์หนึ่งหมื่นปี
เป็นพระเวสสันดรมากว่าจะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ๓ หมื่นปีแล้วนะ
ท่านรู้หรือไม่ ต้นมักกะลีผลยังอยู่ที่ป่าหิมพานต์ครบ เป็นต้นไม่เนรมิตของพระอินทร์
ตอนที่พระอินทร์ทราบว่าผุสดีขอพระพระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธะ
ขอเป็นพุทธมารดา แล้วก็ขึ้นมาเป็นเมียพระอินทร์ ต้องการให้พระอินทร์ให้พร
๑๐ ประการ ลงมาจุติในโลกมนุษย์ ต้องการมีลูกชายโสภาคือ เจ้าชายพระเวสสันดร
บทจรไปบำเพ็ญพรตเป็นดาบส นี่แหละออกป่าแล้วพระอินทร์ท่านยังรู้
พรต่อพรนะ ได้พรพระวิปัสสีแล้ว ยังได้พรพระอินทร์อีก
๑๐ ประการ จึงเรียกว่า ทศพรมาจนบัดนี้ ขอฝากญาติโยมไว้ การเกิดของพระพุทธเจ้าต้องสร้างบารมีมามากมายเหลือเกิน
สัตว์ป่าดุร้ายมาก คนธรรพ์วิชาธร ฤาษีชีไพรลามกสกปรก อยู่ในป่าหิมพานต์มาก
พระองค์จึงแผ่เมตตาและพระราชทานสองกุมารไป ทำให้สัตว์ร้ายหันหน้าเข้าหากัน
ด้วยบารมีของพระชินสีห์พระเวสสันดรนั้นเอง และเทพเจ้าให้พรแซ่ซ้องมาจนบัดนี้
อีกตอนหนึ่งพระอินทร์แปลงเป็นตาเฒ่า มาขอพระราชทานพระมัทรี
พระเวสสันดรก็ลองใจพระมัทรีว่า
มัทรีเอ่ย เจ้าจะเห็นเป็นไฉน พระราชสวามีก็เสียดายพระมัทรี สู้อุตส่าห์ลำบากมาด้วยกันนะ
มัทรีเอ่ย ก็จะยกให้เป็นทานแก่ตาเฒ่าวนิพกยาจกเข็ญใจ เอาไปเป็นเมียหรือเป็นคนใช้เขา
เป็นอย่างไรหรือพระมัทรีเอ่ย
พระมัทรีกราบถวายบังคมทูลว่า ยินดีพระเจ้าค่ะ เพื่อพระราชสวามีหวังสัมโพธิญาณ
ข้าพระพุทธเจ้าขอรับใช้ละออกธุลีพระบาททุกประการ
พระเวสสันดรชื่นใจ พระอินทร์ได้ยินเช่นนั้นก็อนุโมทนา สรวงสวรรค์โปรยปรายมาด้วยดอกไม่ของหอมนานาชนิด
พระอินทร์ก็แปลงเพศ เอ่ยวาจาว่า พระพุทธเจ้าข้าเอ่ย ข้าพเจ้าเป็นพระอินทร์พระเจ้าข้า
พระเวสสันดรถามว่า เพราะเหตุใดจึงทำเช่นนี้เล่า
พระอินทร์ก็บอกว่า เพราะเหตุยาจกคนเลวมันจะขอไปเสีย ข้าพระพุทธเจ้าจึงมาขอแทนและขอฝากไว้พระเจ้าข้า สมเด็จพระเวสสันดรจอมราชมุนีชีไพร จึงได้ปลื้มอกปลื้มใจ มอบพระมัทรี เทอุทกวารีเหนือปฐพีดลใส่มือพราหมณ์ร้อนถึงศักรินทร์เทวราช ฝนก็ตกลงมา นี่แหละน้ำพระทัยที่เด็ดเดี่ยว ไม่มีใครเท่าน้ำพระทัยของพระเวสสันดรเลย พระอินทร์จึงไพรกลับพระนครได้ นี่แหละพรต่อพรนะ ผู้ใหญ่ให้พรเก็บไว้ก่อนได้ไหม จะได้ต่อพรยิ่งขึ้นไป |
|