|
เรื่องที่ ๔ บันทึกแห่งความหลัง
ความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับศิษย์ไม่มีความเสื่อมคลาย
จึงใครขอเล่าเรื่องเก่าใหม่สิ่งละอันพันละน้อยเท่าที่มีความทรงจำยังอำนวยให้
ที่ข้าพเจ้าได้ผ่านประสบพบเห็นความปรีชาสามารถทุก ๆ ด้านของหลวงพ่อจรัญ
เมื่อ ๓๐ กว่าปีที่ผ่านมาแล้วจนกระทั่งปัจจุบันมีอย่างไร ปรากฏผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาของเราทั้งหลายอยู่แล้วมิใช่หรือ
จึงขออนุญาตให้คนแก่ชอบเล่าเรื่องเก่า ๆ ในครั้งอดีต มีเรื่องราวเป็นมาอย่างไรเกี่ยวกับ
พระคุณเจ้า เจ้าประคุณพระราชสุทธิญาณมงคล ดังต่อไปนี้
|
๑. ได้พบพระคุณเจ้าเป็นครั้งแรก
ในปี ๒๔๙๘ ข้าพเจ้าได้พบพระภิกษุรูปหนึ่งบริเวณสระแก้ว จ.ลพบุรี รูปร่างผอมสูง
วัยรุ่น เป็นสง่าน่าเลื่อมใส เดินเข้ามาทักและได้ถามข้าพเจ้าว่า บ้านพันโทชมอยู่ที่ไหน
อาตมาจะมาพบท่าน ข้าพเจ้าได้เรียนท่านว่า ท่านมีธุระกับ พ.ท.ชมเรื่องอะไรครับ
พระคุณเจ้าพูดว่า จะมาสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้วิทยาศาสตร์ทางจิต โดยเฉพาะการสะเดาะกุญแจเป็นที่น่าสนใจ
เมื่อสนทนากันพอสมควรแล้วจึงได้รู้ว่าท่านคือ พระปลัดจรัญ ฐิตธมฺโม
อยู่วัดพรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ข้าพเจ้าได้นำท่านตรงไปยังบ้านพักของ
พันโทชม สุคันธรัต (ยศในขณะนั้น) อยู่ที่ห้องแถวตึกบริเวณสระแก้ว เมื่อท่านทั้งสองได้พบปะสนทนากันแล้ว
ข้าพเจ้าก็กราบลาเพื่อไปทำธุระที่อื่นต่อไป ต่อมาวันหนึ่ง ข้าพเจ้าได้เรียนถามท่าน
ผบ.พัน ชม เกี่ยวกับเรื่องการสะเดาะกุญแจ การไล่ผีที่สิงอยู่ในคน ท่านมีวิธีการตรวจสอบขับไล่อย่างไร
ท่านได้อธิบายการใช้พลังจิตวางไว้ที่ไหน ผีจะออกจากร่างให้สังเกตปลายนิ้วมือ
นิ้วเท้า ถ้าไม่มีการสั่นแล้วถือว่าวิญญาณร้ายนั้นได้ออกไปแล้ว ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่เคารพนับถือของนายทหาร
นายสิบในศูนย์การทหารปืนใหญ่ ใครเดือดร้อนเรื่องนี้ท่านยินดีช่วยเสมอ
๒. ไปหาซื้อไก่พันธุ์กลับได้ของดี
ในปีเดียวกัน ข้าพเจ้าและพลขับเดินทางไปซื้อไก่พันธุ์ บริเวณ
อ.พรหมบุรี แต่ไม่มีไก่พันธุ์ตามที่ต้องการ เวลาใกล้ค่ำลมฝนโชยมา
จึงเข้าไปหลบฝนในวัดพรหมบุรี บังเอิญได้พบกับ ท่านพระปลัดจรัญ
เป็นครั้งที่สอง ท่านดีใจให้โยมจัดอาหารและเครื่องดื่มมาเลี้ยงและชักชวนให้พักแรมที่วัดสักหนึ่งคืน
รุ่งเช้าค่อยกลับ ข้าพเจ้าก็น้อมรับสนองตามคำขอร้อง และรู้สึกอบอุ่นดีใจที่ท่านได้มีจิตเมตตากรุณาต่อพวกเราเป็นอย่างมาก
ทั้ง ๆ ที่ท่านก็มีภาระยุ่งกับงานก่อสร้างโบสถ์อยู่ในขณะนั้น
พอรุ่งเช้าท่านให้โยมจัดอาหารมาให้อีก เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็เรียนขอของดีไว้สักการบูชา
ท่านได้ขึ้นไปบนหอสวดมนต์หาพระธาตุสาวก แล้วมอบให้พวกเราไปบูชาคนละองค์
ต่อมาในปี ๒๔๙๙ ข้าพเจ้าจำต้องย้ายเข้าศึกษาในโรงเรียนเสนาธิการทหารบกเป็นเวลา
๒ ปี เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วก็ย้ายไปรับราชการที่มณฑลทหารบกที่
๔ จ.ลำปาง แล้วมาเข้าเรียนโรงเรียนส่งกำลังบำรุงทหารบก เมื่อสำเร็จการศึกษาได้บรรจุเป็นอาจารย์ที่นี่อยู่
๗ ปี ได้ลืมเหตุการณ์ความสัมพันธ์กับท่านพระปลัดจรัญจนหมดสิ้น
เนื่องจากมิได้ปฏิบัติธรรมะ มัวหลงระเริงเพลิดเพลินในกองกิเลสเป็นส่วนใหญ่
๓. เป็นพระสุปฏิปันโน
หลวงพ่อมีความรอบรู้ในหลักธรรมวินัย เป็นนักปฏิบัติธรรมหยั่งรู้อย่างลึกซึ้งภายในมานานแล้ว
เป็นนักพัฒนาวัดตัวอย่าง พูดจริงทำจริง ประชาชนเลื่อมใส มีศรัทธาช่วยเหลือทุกอย่าง
ทำให้วัดมีความเจริญรุ่งเรืองมาตามลำดับ ท่านยอมเสียสละอุทิศกายใจให้สานุศิษย์ได้รับประโยชน์ตามที่มุ่งหวัง
ผู้ใดมีทุกข์ร้อนมาปรึกษาหลวงพ่อ ท่านจะปัดเป่าให้คลายทุกข์
แนะนำทางแห่งความพ้นทุกข์ ให้ได้รับผลเป็นที่น่าพอใจทุกรายไป
เท่าที่ข้าพเจ้าไปประสบพบเห็นเป็นเรื่องจริงพอสรุปได้ดังนี้
๓.๑ มีญาณหยั่งรู้ล่วงหน้า
๓.๑.๑ คอยก่อน
ในวันหยุดราชการข้าพเจ้าเดินทางไปเยี่ยมพระคุณเจ้าที่วัดอัมพวัน
โดยมิได้นัดหมายไว้ก่อน เมื่อข้าพเจ้าไปถึงวัดได้พบกับแม่ชีมะลิ
(ขณะนี้สึกแล้ว) กำลังชงน้ำชาและพูดว่า หลวงพ่อได้สั่งให้ ฉันเตรียมน้ำชาไว้ให้เสธ.
วันนี้ท่านจะมา และให้บอกท่านให้รอก่อน จะไปธุระที่โรงไม้ ตลาดสิงห์บุรี
ประเดี๋ยวจะกลับมา ข้าพเจ้าดื่มน้ำชาแล้วเดินดูรอบ ๆ วัด สักพักหนึ่งหลวงพ่อก็กลับมาและนั่งสนทนาเรื่องพัฒนาวัดและปัญหาต่าง ๆ
 ๓.๑.๒ พระบูชา (ปลอม)
ในปี ๒๕๑๐ เวลาพลบค่ำ ข้าพเจ้าไปวัดหนึ่งใน จ.ลพบุรี เจ้าอาวาสได้หยิบพระบูชาทองคำ
ขนาด ๕ นิ้ว สมัยศรีวิชัย มาให้ข้าพเจ้าดูเป็นขวัญตา ตีราคาเช่าไว้
๑๒.๐๐๐ บาท ข้าพเจ้ายกมาพิจารณา ดูเห็นเป็นทองคำสุกปลั่งมีน้ำหนักมาก
รู้สึกดีใจนึกว่าเป็นบุญวาสนาของเราแท้ ๆ นึกอยู่ในใจว่า ถ้าเป็นของจริงก็จะกู้ยืมเงินมาเช่าแน่
ๆ ข้าพเจ้าใจร้อน หากไม่เอาประเดี๋ยวคนอื่นจะชิงไปเสียก่อน จึงเอ่ยปากขอยืมเจ้าอาวาสไปดูก่อน
เรื่องเงินว่ากันทีหลัง เจ้าอาวาสตกลง นอกจากนั้นเจ้าอาวาสยังเอาพระเครื่องดินเผาสมัยทวาราวดีมาให้ดูอีกด้วย
ความไม่รู้เรื่องเนื้อเก่าหรือไม่ ข้าพเจ้าก็เหมาจ่ายเงินไปหลายร้อยบาท
ต่อไม่ได้นำพระทองคำมาบ้านที่กรุงเทพฯ แล้วให้เถ้าแก่ช่างทองหน้าบ้านดู
เถ้าแก่จะขอซื้อ ข้าพเจ้าบอกให้เอาไปร้านทองเยาวราชดูตีราคาดูก่อน
ถ้าเป็นของแท้ก็จะให้เช่า เถ้าแก่หายไปสักพักหนึ่ง กลับมาบอกพร้อมคืนพระทองว่า
เขาไม่เช่า เป็นพระปลอมทำมาหลายปีแล้ว ข้างในเป็นตะกั่ว ข้างนอกทาทองคำมีหนาบางเป็นบางตอน
ข้าพเจ้าได้ฟังดังนั้นใจไม่สู้จะดี แต่ยังนึกว่าของแท้อยู่ร่ำไป
เมื่อข้าพเจ้าเดินทางกลับไปลพบุรีจึงตัดสินใจนำไปให้หลวงพ่อจรัญดู
เมื่อท่านได้รับพระทองแล้วท่านก็พลิกซ้าย พลิกขวา หน้า หลัง
แล้วพูดว่า ท่านได้มาจากไหน ไม่เห็นมีพุทธานุภาพเลย เท่าที่อาตมาเคยเห็นมา
ถ้าเป็นของแท้แล้วเนื้อภายในเป็นสามกษัตริย์ (ทอง-นาก-เงิน)
ข้าพเจ้าได้เรียนว่า ได้มาจากวัด... นั้นและยังมีซากกรุอยู่
พระคุณเจ้าบอกว่า อาตมาจะไปฉันเพลที่บริเวณแถวนั้นพรุ่งนี้
มีเวลาจะได้เข้าไปพิจารณาดู จะเป็นจริงอย่างไรจะมาบอกให้ทราบ
ต่อมาวันรุ่งขึ้นตอนบ่าย หลวงพ่อจรัญได้เข้ามาเยี่ยมข้าพเจ้าที่บ้านในค่ายทหารและบอกว่า
ทุกอย่างเป็นของปลอม เขาทำขึ้นเองเป็นพุทธพาณิชย์ ข้าพเจ้าตกใจและเสียใจเลยถือโอกาสถวายพระทองคำนั้นให้ท่านไป
นี้แหละเป็นบทเรียนที่เราเชื่อคนง่าย เสียรู้เขา จำไว้จนตาย
ทั้ง ๆ ที่ข้าพเจ้าได้ช่วยเหลือเจ้าอาวาสองค์นั้นตลอดมา
๓.๑.๓ ตายแน่ไม่ตายน่า
อยู่มาวันหนึ่งลูกอาเสี่ยบ้านอยู่ จ.อุทัยธานี มาเยี่ยมญาติที่ จ.สิงห์บุรี
แจ้งความประสงค์ให้ญาติทราบว่าต้องการหาอาจารย์ที่เก่ง เพื่อนิมนต์ไปสวดมนต์ทำบุญให้เตี่ยซึ่งป่วยอยู่ในขณะนี้
พวกญาติจึงได้พามาพบหลวงพ่อจรัญ ที่วัดอัมพวัน และเมื่อได้พบกันแล้วลูกอาเสี่ยได้เล่าเรื่องการเจ็บป่วยของเตี่ยซึ่งมีอาการอยู่ในขั้นอันตรายเป็นตายเท่ากัน
เพราะเชื่อมั่นในพระหมอดูซึ่งทำนายไว้ ญาติโยมจำนวนมากยอมรับนับถือเคารพท่านมาก
พูดอะไรก็เป็นอย่างนั้น ก่อนที่เตี่ยจะเสียชีวิตในวันที่พระหมอดูได้กำหนดไว้นั้น
จึงใคร่ขอนิมนต์หลวงพ่อไปร่วมพิธีสวดมนต์ทำบุญเพิ่มกุศลให้เตี่ยไปสู่สุคติในภพหน้า
เมื่อหลวงพ่อจรัญได้พิจารณาโดยถี่ถ้วนแล้ว จึงพูดว่า ยินดีรับนิมนต์
แต่จะเดินทางไปในวันที่พระหมอดูกำหนดว่าเตี่ยจะตาย เพราะวันอื่นอาตมาไม่ว่าง
ลูกเถ้าแก่ตกใจว้าวุ่น ไม่ทันตั้งตัวจึงพูดสวนตอบโต้ทันทีว่า วันนั้นเตี่ยของผมตายแล้ว
หลวงพ่อไปวันนั้น เตี่ยก็ไม่มีโอกาสได้ทำบุญก่อนตายซีครับ หลวงพ่ออมยิ้มแล้วพูดปลอบใจว่า
ใจเย็น ๆ เตี่ยยังไม่ตายน่า เชื่อกันเถอะ ลูกอาเสี่ยก็ไม่ยอมเชื่อยังฝังใจเชื่อพระหมอดู
๑๐๐% ได้พูดทิ้งท้ายด้วยความอาลัยอาวรณ์ว่า เตี่ยต้องตายแน่ ๆ แต่จำต้องยอมรับวันที่หลวงพ่อกำหนดพิธีในวันนั้น
และขอกราบลาหลวงพ่อไปเตรียมงานต่อไป
เมื่อถึงวันกำหนดนัด หลวงพ่อได้เดินทางไปยังบ้านงาน จ.อุทัยธานี พวกเราอยู่ที่วัดอัมพวัน ซึ่งมีข้าพเจ้า พี่สุมาลย์
ชโลธร (เป็นบุคคลสำคัญช่วยเหลืองานกุศลและสร้างพระประธาน สร้างโบสถ์
สร้างศาลาสวดพระอภิธรรม สิ่งก่อสร้างอื่น ๆ รวมทั้งการบริการอาหารเครื่องดื่มถวายพระ
สามเณร ชีพราหมณ์ และญาติโยมที่ได้มาร่วมพิธีในวัดอัมพวันอยู่เสมอ
นับได้ว่าเป็นผู้มีจิตศรัทธาอันแรงกล้า สนับสนุนส่งเสริม พี่ทองย้อย
ชโลธร ในการสร้างกุศลเป็นอย่างมาก และเป็นที่น่าเสียดายในการจากไปของพี่ทองย้อย
ถ้าอยู่ก็คงจะทำประโยชน์ให้แก่วัดอีกมากมาย) และ อุบาสิกามะลิ
อิ่มสำอางค์ (ขณะนี้มีครอบครัวแล้ว) ได้รอฟังข่าวการกลับมาของหลวงพ่อ
ด้วยใจเป็นห่วง พวกเราได้พูดกันทีเล่นทีจริงว่า ถ้าหลวงพ่อไปพลาดท่าเสียทีเขา
พวกเราจะเอาหน้าไปไว้ไหนกัน ได้แต่อธิษฐานเอาใจช่วยหลวงพ่อตลอดเวลา
พวกเรารอจนใกล้ค่ำ จึงต้องแยกย้ายกันกลับบ้าน
|
 |
 |
วันรุ่งขึ้นข้าพเจ้าได้มาเยี่ยมหลวงพ่อเพื่อฟังข่าว
และได้เรียนถามเรื่องเถ้าแก่ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่อย่างไร หลวงพ่อได้พูดว่า
เถ้าแก่ยังไม่ตาย นอนพนมมือฟังพระสวดมนต์ ลูกชายได้ประคองตัวลุกขึ้นนั่งถวายของ
อาตมาได้แผ่เมตตาอุทิศส่งกุศลไปให้ เมื่อเสร็จพิธีอาตมาลงจากอาสนะมาพูดกับเถ้าแก่ว่าให้ทำใจดี
ๆ ไม่เป็นไร ได้แนะนำปฏิบัติตนตามความเหมาะสม เถ้าแก่ได้พูดว่า
ถ้าไม่ตาย หายดีแล้ว จะรีบมาทำบุญที่วัดอัมพวันกับท่านทันที
อาตมาได้ลากลับ ลูกชายท่านพยุงเตี่ยมาส่งที่รถเลย ตามความเป็นจริงแล้วพระหมอดูท่านดูแม่น
เถ้าแก่จะต้องตายในวันนั้นจริง ๆ แต่อาตมาได้พิจารณาทางในแล้วเห็นว่ายังพอเสริมกุศลที่ยังขาดอยู่
๕-๑๐% ได้ จึงได้ช่วยชีวิตเถ้าแก่ไว้ก่อน แต่กรรมมาตกอยู่กับอาตมา
ดังนั้นหลวงพ่อจึงได้เน้น ย้ำ พร่ำ เตือน ให้สานุศิษย์มีเวลาให้รีบปฏิบัติธรรม
เพื่อสะสมบุญกุศลไว้เป็นสิ่งไม่มีตัวตน ลูบคลำไม่ได้ แต่มีพลังงานที่จะส่งเสริมติดตัวไปเกิดในภพหน้า
เช่นเดียวกับกระแสไฟฟ้าเดินตามขดลวด เรามองไม่เห็น แต่มีพลังให้เกิดแสงสว่างที่หลอดไฟ
ใช้กับเครื่องจักรกล อำนวยประโยชน์ให้แก่มนุษย์
|
หลวงพ่อเคยพูดอยู่เสมอว่า ไม่ช่วยตัวเองก่อน
แล้วใครจะช่วยได้ ถ้าคนนั้นไม่ทำบุญ สวดมนต์ไหว้พระ เป็นการประจำแล้วก็เป็นการยากที่จะช่วยกันได้
ต่อจากนั้นมาไม่กี่เดือน เถ้าแก่หายป่วยแล้วจึงเดินทางมาวัดอัมพวันพร้อมด้วยลูกชายและญาติ
ได้บริจาคปัจจัยร่วมทำบุญสร้างโบสถ์ตามที่ได้ลั่นวาจาไว้
|
๓.๑.๔ โปรดเมตตากรุณา วินิปาติกะและมนุษย์ ฯลฯ
หลวงพ่อท่านปฏิบัติธรรมได้มากน้อยเพียงใด พระคุณเจ้ามิได้บอกใคร
ไม่มีใครรู้ ได้มีพวกทัวร์บุญผ่านมา ๗-๘ วัด และวัดสุดท้ายจะต้องมากินข้าววัดอัมพวัน
ในกลุ่มคนที่มาด้วยกันได้พูดคุยกันว่า เจ้าอาวาสวัดนี้สำเร็จอรหันต์หรือเปล่า
ท่านเจ้าคุณพูดเปรย ๆ ออกมาให้ญาติโยมฟังว่า ที่นี่มีแต่อรเห เร่เข้ามากินข้าววัดอัมพวันกัน
อันที่จริงอาหารรสเด็ดอร่อยเป็นฝีมือของลูกหลานแม่ครัวหัวป่าก์ สมภารสึกหาลาเพศไปหลายองค์แล้ว
เพราะติดในรสของมัน เท่าที่ข้าพเจ้าได้เข้ามารับใช้สัมผัสอย่างใกล้ชิด
ได้ฟังจากญาติโยมมาหาให้ท่านช่วยในเรื่องต่าง ๆ และจากประสบการณ์ผู้เขียนเรื่องลงในหนังสือกฎแห่งกรรม-ธรรมปฏิบัติ
(เล่ม ๑ ถึงเล่ม ๘) พอจะสรุปได้ว่า หลวงพ่อท่านมีญาณชั้นสูง สามารถแก้ปัญหานานาชนิดเท่าที่จะทำได้เป็นต้นว่า
ช่วยแม่กาหลง จากฐานะหนึ่งให้เป็นเทพฯ และช่วยวิญญาณที่มาปฏิบัติธรรม
ช่วยบุคคลให้พ้นจากนรก นอกจากบุคคลนั้นมีกรรมที่ช่วยไม่ได้ มีตัวอย่างแม่ชีแดงตายไปจะลงนรก
ขออนุญาตพญายมไม่ลงนรก แต่ขอมาอยู่วัดอัมพวัน ก็ได้มาเกิดเป็นลูกหมากินแต่กระดูกอย่างเดียว
อยู่ได้ไม่นานก็ตายไป แล้วก็ไปลงนรกอย่างเดิมหนีไม่พ้น
ช่วยรักษาเยียวยาแก่ผู้ปฏิบัติธรรม เมื่อประสบอุบัติเหตุได้หายป่วยรวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์
ช่วยสอนอบรมและแนะนำแก้ไขข้อบกพร่องของผู้ปฏิบัติธรรมได้เข้าใจและปฏิบัติได้ถูกต้อง
ช่วยแนะนำหนทางปฏิบัติให้แก่ญาติโยมที่มีความทุกข์ร้อนในครอบครัว
ในหน้าที่การงาน กิจการบริษัท และอื่น ๆ ฯลฯ ได้หายคลายทุกข์ ได้เห็นแสงสว่างดำเนินชีวิต
บรรดาเจ้าศรัทธามีความเคารพนับถือท่านเจ้าคุณที่มีจิตเมตตากรุณา
ต้อนรับโดยมิเลือกชั้นวรรณะ จึงพร้อมใจกันสนับสนุนช่วยเหลือบำรุงกิจการด้านพระศาสนาด้วยความเต็มใจ
 ๓.๒ กตัญญูกตเวทิตาธรรม
ท่านเจ้าคุณได้เลี้ยงดูโยมบิดามารดาให้ได้รับความสุขใจยามแก่ชราอย่างเสมอต้นเสมอปลาย
เป็นที่น่าปลาบปลื้มยิ่งนัก ก่อนฤดูกาลเข้าพรรษา ท่านจะนำเครื่องสักการบูชาไปคารวะพระคณาจารย์ชั้นผู้ใหญ่เป็นกิจวัตรประจำปีมิได้ขาด
ท่านยึดถือคติที่ว่า ไปลามาไหว้ อ่อนน้อมถ่อมตน ปากหวาน ตัวก็อ่อน
มือเป็นหงอน นอบน้อมกตัญญู
๓.๓ ปฏิปทาบางอย่าง
๓.๓.๑ การต้อนรับแขก
ข้าพเจ้าได้เห็นท่านหลวงพ่อต้อนรับญาติโยมไม่จำกัดเวลาอยู่ ณ
ที่ห้องชั้นล่างกุฏิเป็นประจำ บางครั้งมารับแขกชั้นผู้ใหญ่ ณ
อาคารที่สร้างใหม่ เนื่องจากท่านมีอายุพรรษามากขึ้น การพักผ่อนก็มีน้อย
ต้องเตรียมงาน สั่งการ ร่างคำกล่าว บรรยายธรรมในวัดและภายนอก
ทางเจ้าหน้าที่ได้กำหนดเวลารับแขกประมาณบ่าย ๒ โมง จนกระทั่งแขกลาโรง
ท่านก็ขึ้นข้างบนปฏิบัติธรรมตลอดรุ่ง นอกจากอาพาธลุกไม่ได้เท่านั้น
บางคนใจร้อนอยากจะพบแล้วรีบกลับ แต่เจ้าหน้าที่ก็ให้พบไม่ได้
เพราะบางครั้งท่านอาพาธ ใช้เวลาร่างหนังสือโต้ตอบหรือคำบรรยาย
หรือใกล้เวลาฉันอาหาร ฯลฯ ดังนั้นขอความกรุณาญาติโยมยึดคติของหลวงพ่อมีว่า
มาได้ รอได้ ทนได้ พบได้ ได้ดี แต่เป็นคำที่ฝืนใจเรา ขอให้ยึดหลวงพ่อท่านเถิดจะได้ดี
ช้า ๆ จะได้พร้าเล่มงามโดยไม่รู้ตัว แต่ข้าพเจ้าบรรจงเขียนคติของหลวงพ่อนี้ก็ฝืนใจเขียนจริง ๆ
๓.๓.๒ การบรรยายธรรม วิปัสสนากรรมฐาน บริจาคการกุศล
โดยปกติหลวงพ่อจะนำกล่าวต้อนรับ-อบรม-บรรยายธรรมให้แก่สงฆ์ สามเณร
ชี อุบาสก อุบาสิกา ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ครู นิสิต นักศึกษา
ญาติโยมที่เข้ามาปฏิบัติธรรมเป็นการประจำอยู่ตลอดปี จากสถิติตั้งแต่ปี
๒๕๒๕ ถึงปี ๒๕๓๖ มีจำนวน ๑๖๘,๐๙๘ คน และรับกิจนิมนต์ไปแสดงธรรมนอกสถานที่หลายแห่ง
ปัจจัยที่ได้รับส่วนใหญ่มอบสมทบทุนเข้ามูลนิธิ สมาคม โครงการต่าง
ๆ เพื่อการกุศล โรงเรียน ศูนย์ปฏิบัติกรรมฐาน ทอดกฐิน ผ้าป่าตามวัดต่าง
ๆ สิ่งของที่ญาติโยมถวายพระคุณเจ้านำเข้าไว้ในส่วนกลางสงฆ์ แบ่งปันกันใช้สอย
|