กระผมมีความเชื่อมั่นในเรื่องกฎแห่งกรรม ที่ว่าใครทำสิ่งใดย่อมได้รับผลเช่นนั้น คนสร้างความดีย่อมได้รับผลของความดีที่ตนกระทำ ส่วนใครทำความชั่วความไม่ดีไว้ ความชั่วความไม่ดีนั้นก็ย่อมติดตามไปสนองเขา แม้บางครั้งจะไม่เกิดกับเขาโดยตรง ก็จะเกิดกับบุคคลที่เขารัก จนเป็นเหตุให้เขาเกิดความทุกข์ทรมานใจ ตรงกันข้ามกับการสร้างความดีไว้ ความดีนั้นย่อมส่งผลไปถึงลูกหลานได้อย่างแน่นอน ทำให้พบกับความสุขจากการที่เห็นลูกหลานเป็นคนดีมีความกตัญญู ดังตัวอย่างที่กระผมประสบมาดังนี้ |
เมื่อกระผมจบปริญญาตรี จากคณะรัฐศาสตร์ ทางด้านการปกครอง
ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐ แล้ว ก็เข้ารับราชการเป็นทหารอยู่ศูนย์กลางทหารราบ
อยู่ ๑ ปี แล้วจึงโอนเข้ามารับราชการเป็นตำรวจสันติบาล ในตำแหน่ง
ว่าที่ร้อยตำรวจโทในปีถัดมา ตลอดระยะเวลาการทำงานของผม มักประสบปัญหาและอุปสรรค
เพราะกระผมทำงานอย่างถูกต้องปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบทุกอย่าง
จึงมักทำให้ถูกเพ่งเล็งจากผู้ใหญ่ว่าผมทำให้ระบบวุ่นวาย ชอบหาเรื่องราว
เขาเคยอยู่กันดี ๆ ไม่ต้องตรวจสอบงานถึงขนาดนี้ พอผมมาก็เรียกตรวจสอบตามระเบียบ
จึงมักทำให้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นไม่พอใจเสมอ ปัญหาเช่นนี้ผมต้องเผชิญมาตลอด
ต้องถูกตั้งกรรมการสอบสวนถึง ๙ ครั้ง ถูกกลั่นแกล้งต่าง ๆ นานา
แม้ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่กระผมต้องเผชิญมาตลอดและบางครั้งรุนแรง
แต่ผมก็ไม่เคยย่อท้อ เพราะมีสิ่งหนึ่งที่ยึดมั่นอยู่ในจิตใจของผม
ซึ่งคุณแม่ และครูบาอาจารย์ที่โรงเรียนคอยปลูกฝังให้กระผมโดยเฉพาะ
ท่านอาจารย์อารีย์ สมประสาท อาจารย์ใหญ่ผู้สอนผมในสมัยเรียนอยู่ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน
สิ่งเหล่านั้นก็คือ คุณธรรมความซื่อสัตย์ กระผมจำไว้ในจิตใจได้อย่างแม่นยำ
ถึงคำสอนของคุณแม่ ท่านมักจะสอนผมว่า อย่าไปคด อย่าไปโกงของ
ๆ ใครเขา อย่าไปอยากได้ของ ๆ ใครเขา มันเป็นบาปเป็นกรรม จะพูดจะจาก็อย่าโกหกมดเท็จ
ให้พูดความจริง คุณแม่ท่านสอนผมอย่างนี้มาตลอด
 คุณพ่อของกระผม (ประทาน สันติประภพ) ได้เสียชีวิตตั้งแต่กระผมอายุได้
๒ ขวบ ทำให้คุณแม่ (นางทวน สันติประภพ) ต้องเลี้ยงดูกระผมแต่ลำพังเพียงผู้เดียวมาตลอด
คุณแม่อดทนทุกอย่าง เพื่อเลี้ยงดูและปลูกฝังสิ่งที่ดีงามให้กับจิตใจผม
ปัจจุบันนี้ท่านอายุได้ ๘๖ ปีแล้ว กระผมยึดมั่นในเรื่องของคนทำดีต้องได้ดีมาโดยตลอด
ทำให้ผมมีความเชื่อมั่นในตนเอง แม้จะประสบอุปสรรคก็ไม่ทำให้ผมท้อถอย
แต่ยิ่งกลับฮึดสู้ เพราะคิดอยู่เสมอว่า สักวันหนึ่งความดีต้องชนะแน่
ทำให้ผมอดทนและต่อสู้ได้ต่อไป ยิ่งผมประสบอุปสรรคมากขึ้นเท่าใดก็ยิ่งทำให้ผมมีความรอบคอบระมัดระวังตัวมากขึ้น
ทำงานได้ละเอียดถี่ถ้วนขึ้น แม้ต้องถูกตั้งกรรมการสอบสวน ก็จะขวนขวายหาหลักฐานและเหตุผลมาสู้กับเขา
ว่าเรื่องที่เขากล่าวหานั้น เป็นไม่เป็นความจริง ขาดเหตุขาดผล
ขาดหลักฐานประการใด ต้องมานั่งคิดหาเหตุผลเพื่อชี้แจงให้คณะกรรมการเข้าใจ
ซึ่งทุกเรื่องที่ผมต้องถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนก็ปรากฏว่าไม่เป็นความจริงสักเรื่องเดียว
กำลังใจในการทำงานของผมส่วนหนึ่ง มาจากประชาชนที่เขาแสดงออก
ในการขอบคุณขอบใจที่เราตั้งใจช่วยเหลือเขา บางครั้งผมถูกกลั่นแกล้งก็ได้พี่น้องประชาชนคอยสงสารให้กำลังใจ
ผมไม่เคยกลัวที่จะต่อสู้กับอุปสรรค เพราะเมื่อผมสร้างความดี
แม้บางครั้งผู้ใหญ่ท่านไม่เห็นความดีนั้นแต่ผู้ที่เห็นและได้รับประโยชน์คือประชาชน
เขาสุขใจสบายใจมันก็ส่งผลให้ผมสบายใจ และภาคภูมิใจ กำลังใจอีกส่วนหนึ่งก็คือผลของความดีที่ส่งผลให้ภรรยาและลูก
ๆ ที่บ้าน ภรรยาของกระผม (กุณฑรา สันติประภพ) เป็นผู้คอยให้กำลังใจผมมาโดยตลอด
คอยพูดปลอบให้เหตุผล ให้สติเวลาผมมีปัญหา ถ้าผมกลุ้มใจเรื่องงานเขาก็จะชวนคุยเรื่องอื่นที่สบายใจ
และคอยดูแลลูก ๆ ด้วยความตั้งใจ คอยสั่งสอนอบรมให้ลูกเป็นคนดี
มีน้ำใจ และมีเมตตา ทำให้ลูก ๆ ของกระผมเป็นเด็กที่ดีมาก ไม่เคยสร้างปัญหาหรือความหนักใจให้กับพ่อแม่เลย
จนบางครั้งทำให้ผมคิดถึงคุณแม่ของผมที่ผมพยายามทำตัวเป็นลูกที่ดีของท่าน
กตัญญูรู้คุณท่าน จึงทำให้ลูก ๆ ของผมเป็นคนดี มีความกตัญญู
ว่านอนสอนง่ายตั้งแต่เล็ก ๆ
กระผมกับภรรยาเคยปรึกษากันว่า เราทำงานทำการต่าง
ๆ ก็เพื่อลูก ดังนั้นเราควรดูแลเอาใจใส่เขาอย่างใกล้ชิด ภรรยาผมจึงลาออกจากงานมาคอยดูแลลูก
คอยเอาใจใส่พวกเขาเป็นอย่างดี ทั้งเรื่องการเรียนการกินต่าง
ๆ ก็คอยสอนเขาและเราพ่อแม่ก็หมั่นคอยสร้างความดีให้ลูกดู ภรรยาผมมักพูดให้ฟังเรื่องการทำงานของผม
ที่ซื่อสัตย์ต่อตนเอง ต่อประชาชน และต่อประเทศชาติ ทำให้ลูกทั้งสามมีความภูมิใจในตัวกระผม
บางครั้งเขากลับจากโรงเรียนก็จะมาเล่าให้ผมฟังว่า เขาได้รับการชมเชยจากครูอาจารย์
ว่าพ่อของพวกเขาเป็นคนดี กล้าที่จะทำดี เป็นข้าราชการตำรวจที่ดี
เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จึงเป็นกำลังใจให้กับกระผม
และยิ่งทำให้ผมเชื่อมั่นว่า คนทำดีต้องได้ดีแน่นอน แม้ความดีจะไม่ตกที่ตัวกระผมตรง
ๆ แต่ก็ได้สนองออกมาให้ลูก ๆ ของผมเป็นเด็กดี ส่งผลให้ผมสบายใจและมีความสุขใจอย่างยิ่ง
ลูก ๆ ทั้งสามนั้น ปัจจุบันได้เติบโต เป็นคนดี มีความกตัญญูต่อทุกคน
และประสบผลสำเร็จอย่างดี ทั้งทางด้านการเรียน และหน้าที่การงาน
ลูกชายคนโตของกระผม ดร.ประทิต สันติประภพ สามารถสอบเทียบ ม.๕ ขึ้นไปเรียน ม.๖ และเมื่อเรียน ม.๗ ก็ได้เป็นที่หนึ่งของโรงเรียน และสอบเทียบ ม.๘ ก็ได้อีก จึงสอบเข้าคณะวิศวกรรมของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยอายุเพียง ๑๖ ปีเท่านั้น และจบการศึกษาเมื่ออายุ ๑๙ ปีโดยได้เกียรตินิยมอันดับ ๒ จากนั้นก็ไปสอบชิงทุนรัฐบาลญี่ปุ่นได้ และเรียนปริญญาโทที่นั่น และจบระดับปริญญาเอกเมื่ออายุได้ ๒๕ ปี จากมหาวิทยาลัย Florida State U. โดยเสียค่าใช้จ่ายในการเรียนเพียงแค่เทอมเดียว เพราะได้บรรจุเป็นผู้ช่วยทำการวิจัย เกี่ยวกับเรื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้ได้ทุนเรียนหนังสือและค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง และภายหลังได้ช่วยงานศาสตราจารย์เบเก้อ ทำให้มีชื่อเสียง มีเงินมีทองและหน้าที่การงานที่ดี จนทำท่าจะไม่กลับเมืองไทย ผมและภรรยาจึงขอให้เขากลับมาช่วยเหลือประเทศชาติ โดยมีหน้าที่การงานเป็นคณบดีวัย ๒๗ ปีของมหาวิทยาลัย ABAC จนกระทั่งปัจจุบัน และยังเปิดบริษัททางด้านคอมพิวเตอร์ของตนเองอีกด้วย |
ส่วนคนที่สอง ดร.วิรไท สันติประภพ สามารถสอบเทียบจาก
ม.๔ ขึ้นมาเรียนชั้น ม.๖ และสอบเข้าคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วยคะแนนที่สูงมาก
และเรียนเศรษฐศาสตร์ภาคภาษาอังกฤษ จนจบระดับปริญญาตรีโดยได้เกียรตินิยมอันดับ
๑ ได้รับคะแนนสูงสุดทำลายสถิติของมหาวิทยาลัย ขึ้นเป็นเรคคอดไว้
ทั้งยังได้เหรียญทองทางด้านวิชาการถึง ๔ เหรียญ ด้านช่วยเหลือกิจกรรมดี
๑ เหรียญ เขาจบการศึกษาด้วยวัยเพียง ๑๘ ปีครึ่ง จากนั้นก็ไปสมัครเรียนตามมหาวิทยาลัยต่าง
ๆ ของประเทศสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ และได้เลือกเรียนที่ Haward
U.S.A. โดยก่อนไปเรียนก็เข้าสอบชิงทุนอานันทมหิดลไว้ ซึ่งก็สอบได้
และได้รับพระราชทานทุนการศึกษา นับว่าเป็นพระมหากรุณาอันล้นพ้นที่ฝังจิตฝังใจครอบครัวผมมาตลอด
ลูกคนนี้ของผมจบปริญญาเอกเมื่ออายุได้ ๒๔ ปี เมื่อจบแล้วก็สมัครงานที่
World Bank และที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (I.M.F) ซึ่งก็สามารถสอบได้ทั้งสองแห่ง
แต่ก็เลือกทำงานที่ I.M.F. โดยมีตำแหน่งเป็นสตาฟผู้พิจารณาเขตรับผิดชอบประเทศซิมบาคเวร์
คนสุดท้องเป็นผู้หญิงชื่อ แพทย์หญิง จีรันดา สันติประภพ ลูกสาวคนนี้เป็นคนขยันมาก
เรียนหนังสือได้เกรด A ทุกตัวมาตลอด จนกระทั่งเรียนจบคณะแพทย์ศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมหิดล
ศิริราช ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ศิริราช
สิ่งสำคัญที่ทำให้ลูกผมประสบความสำเร็จในชีวิต คือ ภรรยาซึ่งดูแลเอาใจใส่ลูก
ๆ ดีมาก และลูก ๆ ผมก็เป็นเด็กรักดี ไม่ต้องคอยดุว่า หรือเคี่ยวเข็ญแต่ประการใด
จนบางครั้งเกิดความสงสารเขา ต้องขอร้องให้เขาพักผ่อนเรื่องการเรียนบ้าง
เพราะกลัวเขาจะไม่สบายหรือเครียดเกินไป
 สิ่งต่าง ๆ ที่ผมได้รับมานี้ เป็นเพราะคุณแม่ของผมที่ท่านปลูกฝังสิ่งดีงามไว้ในจิตใจผม
ดังนั้นเมื่อผมเกษียณอายุราชการ ผมจึงคิดที่จะอุปสมบทเพื่อตอบแทนบุญคุณอันยิ่งใหญ่ของท่าน
ผมได้มาพบพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชสุทธิญาณมงคล จากการแนะนำของภรรยาผม
ซึ่งคอยเล่าเรื่องของท่านให้ผมฟังอยู่เสมอ จนเมื่อผมว่างเว้นจากราชการแล้วผมจึงไปกราบนมัสการท่าน
เมื่อผมได้พบท่านเป็นครั้งที่สาม ผมจึงตัดสินใจขอการอุปสมบทจากท่าน
หลวงพ่อท่านรับ โดยขอให้จัดงานบวชแบบเงียบ ๆ และตั้งใจฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเพื่อตอบแทนพระคุณของคุณแม่
ผมได้อุปสมบทที่วัดอัมพวัน เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๘
เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ พระอุโบสถ วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี โดยมีพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชสุทธิญาณมงคล
เป็นพระอุปัชฌาย์ ตลอดระยะเวลาที่ผมบวชนั้นมีค่ามาก หลวงพ่อท่านลงสอนพระภิกษุ
และสวดชยันโตถวายพระพร นั่งเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ๓๐ นาที เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสที่ท่านครองราชย์ครบ
๕๐ ปี ในทุก ๆ วันหลังทำวัตรเย็น ธรรมะที่ท่านสอนพระภิกษุและประชาชนเป็นธรรมะที่มีเหตุมีผล
ฟังง่าย เป็นการเตือนสติทั้งนั้น เป็นโอวาทที่ตรงกับความจริงมากที่สุด
จี้ใจคนมากที่สุด ฟังแล้วซึ้งใจมาก ในส่วนตัวของท่านเอง ผมรู้สึกประทับใจท่านมาก
เพราะท่านเป็นพระที่เสียสละตนเองเพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยเลย
ผมประสบมาด้วยตนเองในขณะที่บวชอยู่กับท่าน ท่านทำงานทั้งกลางวันกลางคืน
บางวันกว่าท่านจะได้จำวัดก็ตี ๔ ผู้คนก็เข้ามาที่วัดอัมพวันมาก
ท่านก็ทนสู้และทนสอนประชาชนโดยไม่ห่วงตนเองเลย ตลอดระยะเวลาที่อยู่วัดผมมีความสุขจากการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมาก
เพราะผมไม่มีกังวลใด ๆ มีแต่ความคิดที่จะปฏิบัติเพื่อตอบแทนพระคุณมารดา
ทุกวันพระภิกษุที่วัดต้องตื่นตามเสียงระฆังในเวลาตี ๓ ครึ่งเพื่อลุกขึ้นมาเดินจงกรม
และนั่งเจริญกรรมฐาน และต้องปฏิบัติกิจกรรมของสงฆ์อยู่ตลอดทั้งวัน
ผมลาสิกขาบท เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๘ ผมจะขอนำสิ่งที่ท่านสอนไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวผมเองและบุคคลที่ผมเกี่ยวข้องด้วย
ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการงานในชีวิตประจำวันนั้นยังสามารถนำกรรมฐานมาใช้ควบคุมอารมณ์ของตนเองได้
กรรมฐานช่วยให้การพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ดีขึ้น ช่วยให้จิตใจสงบขึ้น
และมีเหตุมีผลขึ้น
|
สิ่งต่าง ๆ ที่ผมได้เรียนให้ทราบทุกเรื่องนี้
คงจะเป็นประโยชน์แก่คนหรือข้าราชการที่ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง
หรือมีปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ จากการกลั่นแกล้งก็ดี หรือทำดีแล้วไม่ได้ดี
ซึ่งผมขอให้ท่านจงอดทน และจงเชื่อมั่นเถิดว่า คนที่สร้างความดีย่อมได้รับสิ่งที่ดีตอบแทนแน่นอน
มันเป็นหลักของกฎแห่งกรรมที่ไม่มีใครหนีพ้นความจริงไปได้ ความดีนั้นบางครั้งต้องใช้เวลา
และบางครั้งมันอาจจะไม่สนองกับท่านโดยตรง แต่มันก็จะสนองต่อบุคคลที่ท่านรัก
ส่งผลให้ท่านมีความสุขใจสบายใจ สมดังคำที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านมักเทศน์สอนให้กับลูกศิษย์ของท่านเสมอว่า
มารไม่มี บารมีไม่เกิด คนสร้างความดีย่อมมีอุปสรรค คนจะดีได้
ต้องฟันฝ่าอุปสรรคได้ และเมื่อนั้นความดีย่อมสนองคนทำดีแน่นอน
|
|