ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 11
:: ภาคธรรมปฏิบัติ :: เรื่อง เครื่องกันความดี - กามฉันทะนิวรณ์
โดย พระราชสุทธิญาณมงคล

เจริญพรญาติพี่น้องบรรดาพุทธศาสนิกชนทุกท่าน ทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ วันนี้เป็นวันธรรมสวนะ เป็นวันที่พุทธบริษัททั้งหลายมารักษาอุโบสถศีล รักษาศีล ฟังพระธรรมเทศนา และปฏิบัติธรรม

ท่านสาธุชนทั้งหลาย ผู้ที่จะสร้างความดีนั้นทำได้ยากมาก มันมักจะมีเครื่องกีดกั้นความดีไว้ ไม่ให้เราตั้งใจรักษาอุโบสถศีล ตั้งใจฟังพระธรรมเทศนา ตั้งใจปฏิบัติกรรมฐานด้วยศรัทธาและเต็มใจ พอถึงเวลาเข้าก็หมดศรัทธา นั่นแหละ เครื่องกั้นความดีไม่ให้เราไปสู่ความดีได้ ใครจะว่าคนอื่นก็ไม่ใช่ คนอื่นทำให้เรามาสร้างความดีก็ไม่ใช่ ตัวเราเองทั้งนั้น จิตจะเกิดอุปสรรค ใจคอหดหู่ ใจคอเหี่ยวแห้ง จิตใจไม่มีธรรม แห้งแล้งน้ำใจ ไม่เคยปฏิบัตินั่นเอง ในเมื่อไม่เคยปฏิบัติเช่นนี้ ก็เป็นเครื่องกีดกั้นความดีมีนิวรณ์ ๕ เป็นต้น ขัดข้องในการสร้างความดีอันนี้

เมื่อสมัยก่อน ปู่ ย่า ตา ทวด นั้นชอบมาวัดในวันพระ รักษาอุโบสถกำหนดองค์ ๘ ประการในวัดวาอาราม เป็นต้น คนสมัยก่อนจึงมีคุณธรรมสูง เขาหนีความชั่วสร้างตัวให้ดี คนสมัยนี้ไม่สนใจในความดีอันนี้ วันพระก็ไม่รู้ วันโกนก็ไม่เข้าใจ วันจะฟังและปฏิบัติกรรมฐานก็ไม่เข้าใจ พระสงฆ์องค์เจ้ายุคใหม่ก็บวชกันระยะเวลาสั้น ๆ แถมไม่ปฏิบัติอีก จะได้อะไรติดตัวท่านไป นั่นแหละเครื่องสกัดกั้นความดีทำให้เราไม่ได้ดี

บางคนคิดว่าจะมาปฏิบัติกรรมฐาน แต่ก็ผัดไปก่อนยังไม่มาละ ลูกเขาไม่ให้มา หลานก็ยุ่ง อุปสรรคทางบ้านมีมาก แต่ที่จริงไม่ใช่คนอื่นเลยที่ไม่ให้เรามา อยู่ที่จิตใจของเราเองใช่หรือไม่ บางคนไม่ได้มา จนกลายเป็นอัมพาตและก็ตายไปแล้วด้วย อุปสรรคอยู่ที่ไหน ท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลายโปรดพิจารณาตัวเอง มันอยู่ที่ใจเราทั้งหมด จิตใจเราจะมาหรือไม่มา จะปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติ อย่างสามีเขาขัดคอหรือภรรยาเขาไม่ให้มาก็จริง แต่ปัญหามันอยู่ที่เราทั้งนั้น เราจะปฏิบัติหรือไม่ สามีภรรยาไม่ได้ผูกขากันมา ต่างคนต่างมากัน สามีเขาทำเขาก็ได้ของเขา ภรรยาเขาทำเขาก็ได้ของเขา ใครทำใครได้ ใครไม่ทำก็ไม่ได้ ได้แต่ผัดวันประกันพรุ่งไปจนตาย

ท่านสาธุชนทั้งหลายโปรดพิจารณาตัวเอง ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนใช่ไหม อัตตาหิ อัตตโน นาโถ ตนเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งแห่งตน ตนช่วยตัวเองไม่ได้ทำอะไรไม่ได้ ก็พึ่งตัวเองไม่ได้ นับประสาอะไรจะพึ่งสามีเล่า นับประสาอะไรจะพึ่งลูกหลาน พึ่งพ่อแม่ก็แลเหลียวเปลี่ยวกาย พ่อแม่ก็ล้มหายตายจากไปแล้ว เราก็ต้องพึ่งตัวเอง ต้องตัดสินใจเอง ถ้าเราตัดสินใจไม่ได้ มันก็เป็นเรื่องของเรา นี่คืออุปสรรคเครื่องกีดกั้นความดี อันนี้แหละเป็นเรื่องภายในจิต พระมาบวชกันไม่ใช่จะดีทุกองค์ บางองค์ก็บวชตั้งใจปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ระลึกถึงคุณบิดามารดาทุกวัน บวชเณรให้แม่ บวชพระให้พ่อ ถ้าพระภิกษุนวกะนึกได้อย่างนี้จะคิดถึงแม่ นี้แหละท่านทั้งหลาย ลูกที่ผลาญเงินผลาญทองพ่อแม่ พ่อแม่ตามใจลูก ลูกไม่ผูกพันกับพ่อแม่เท่าไรนัก ต้องทุกข์ยากลำบากจึงจะคิดถึงพ่อแม่ ถ้าไม่มีทุกข์จะไม่คิดถึงพ่อแม่แต่ประการใด นักเรียนนักศึกษาเวลาเรียนไม่ได้สนใจต่อครูบาอาจารย์ที่สอน แต่ถ้าไปสอบตกเมื่อไรจะคิดถึงครูเมื่อนั้น ท่านทั้งหลายจะเห็นด้วยหรือไม่ นี้เป็นเรื่องของตัวเอง ไม่ใช่ว่าคนอื่นเขาไม่ให้ทำความดี


การปฏิบัติกรรมฐานเป็นการผูกจิตอยู่ในจุดมุ่งหมายของงานในหน้าที่ กรรมฐาน แปลว่า การทำงานตามหน้าที่รับผิดชอบ กรรมฐาน แปลว่า อดทน กรรมฐาน แปลว่า ต่อสู้กับอุปสรรคที่มันขัดขวางสกัดกั้นความดีอันนี้ จึงจะมีประโยชน์แก่ท่านทั้งหลายไม่ใช่น้อย ถ้าท่านตั้งใจจะมาปฏิบัติกรรมฐานท่านชอบเข้าห้องพัก กรรมฐานตกไม่มีขันติความอดทนเลย กลับบ้านไปเถอะทำไปเดี๋ยวก็ต้องเลิก พอเสียงระฆังดังต้องตื่นแล้ว ตื่นอะไรตี ๓ ตี ๔ อยู่ที่บ้านตื่นตั้ง ๔ โมงเช้าก็เอาซิ นี่หรืออุปสรรค อุปสรรคตรงนี้ใช่ไหม อุปสรรคอยู่ที่ใจเรา

อุปสรรคสกัดกั้นความดีมันอยู่ที่เรา ตัดสินใจไม่ได้ก็เอวัง ต้องตัดสินใจโดยถูกต้องเหตุผลข้อเท็จจริง คนที่มาที่นี่ชอบสบายหมด ไม่มีใครเลยที่ชอบความลำบาก แต่อย่าลืมขอเจริญพรคนร้างความดีต้องมีอุปสรรค ต้องลำบากตลอดรายการจึงจะได้ดี ถ้าหากฝ่าอุปสรรคไม่ได้ก็ดีไม่ได้ ถ้าท่านปฏิบัติกรรมฐานได้ท่านจะได้ดีอย่างที่ท่านพูด เรียนให้รู้ ดูให้จำ ทำให้จริง เรามานี่ต้องการจะเรียนชีวิตของเรารู้ตัว อ่านออก บอกได้ ใช้เป็น ต่อไปนี้ตั้งใจฟังว่าเราเจริญกรรมฐานมันขัดข้องตรงไหน จะได้ฝ่าฟันอุปสรรคให้หมดไป กรรมฐาน แปลว่า การกระทำในฐานะดี ทำให้จิตใจเข้มแข้งและอดทน ต้องต่อสู้กับมารร้ายเพราะว่าอุปสรรคนี้เป็นมารเหลือเกิน คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ก็คือกรรมฐาน ต้องทำให้ได้ศีลในเบื้องต้น ก็คือกรรมฐาน ต้องทำให้ได้ศีลในเบื้องต้น คือการเจริญกรรมฐานให้มีสติสัมปชัญญะเป็นปกติของคน คนที่มีปกติแล้วคนนั้นจะไม่บกพร่อง คนที่มีสติสัมปชัญญะก็แปลว่าคนนั้นมีความเห็นถูกต้อง ในเรื่องจิตของตน จะพิจารณาหาเหตุผลข้อเท็จจริงอยู่เสมอ นี่แหละคือกรรมฐาน คือการเจริญสติปัฏฐาน ๔

๑. กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน กายจะยืน กายจะเดินนั่งนอน เหลียวซ้าย แลขวา คู้แขน เหยียดขวา มีสติสัมปชัญญะครบ ตรงนี้ทำให้เกิดปกติคือ ศีล ทำให้ท่านตัดสินใจได้ง่าย สมาธิ คือจับงานอย่าทิ้งงานและหน้าที่ ไม่มีเดี๋ยว ทำงานต้องให้เสร็จทันเวลา อย่าปล่อยงานให้คั่งค้าง อันนี้เรียกว่าหน้าที่ ปัญญา แปลว่ารอบรู้ รอบรู้ในเหตุผลข้อเท็จจริง ในเมื่อทำได้อย่างนี้แล้วท่านถึงจะรู้ว่าอุปสรรคเกิดขึ้นกับท่านอย่างไร ท่านจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้น แล้วความคิดของท่านก็จะดีด้วยปัญญา ความคิดรวดเร็วขึ้น ความคิดที่ดีมันต้องคิดได้เร็ว ความคิดนั้นมัจจะต้องถูกต้อง ความคิดนั้นมันจะต้องเอามาใช้เป็นประโยชน์ได้แก้ไขปัญหาชีวิตได้ ความคิดที่มันเป็นประโยชน์แก่ท่านในการตัดสินใจได้ง่าย พิจารณาโดยถ่องแท้และแน่นอนอย่างนี้เป็นต้น

ยืนหนอ ๕ ครั้ง นี้ผู้ปฏิบัติไม่ค่อยจะสนใจนัก ยืนปฏิบัติตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ปลายเท้าขึ้นศีรษะอย่างนี้ ๕ ครั้ง จุดมุ่งหมายก็ต้องการให้สติกับจิตมันอยู่ด้วยกัน ในเมื่อสติอยู่กับจิต จิตอยู่กับสติทำให้การตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ทำให้เรามีสติปัญญา ทำให้จิตเราแก้ไขปัญหาชีวิต ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญทำให้เรารู้จักวาระจิตของตนเอง อ่านตัวออก บอกตัวได้ ใช้เป็น มองเห็นคนอื่น เห็นหนอ จิตส่งออกจากหน้าผาก อุณาโลมา ตะจะ ฌายะโต เห็นคนเดินมามองศีรษะลงปลายเท้า ปลายเท้าขึ้นศีรษะ ๕ ครั้ง จะรู้นิสัยคนนี้เป็นอย่างไร นี่แหละมันจะทำให้เราตัดสินใจได้ง่าย มันเป็นอุปสรรคไหม

ทำความดีต้องมีอุปสรรคแต่เรากำจัดได้ เรามีสติสัมปชัญญะจะการผ่านอุปสรรคได้ ในเมื่อเรามีสติสัมปชัญญะประจำจิตแล้ว ทำให้เราอดทน ตรากตรำได้ ทนเจ็บใจได้ ใครจะว่าอย่างไรก็ไม่โกรธ จะไม่เกลียด แต่ไม่ผูกพยาบาทคาดพยาเวรแต่ประการใด มันก็หลั่งไหลออกมาเป็นอย่างนี้แหละหนอ นี่มีความหมายอย่างนั้น การกำหนดจิต เราจะได้รู้อะไรเป็นอะไร จะได้ตัดสินใจได้ง่าย ถูกต้อง จะได้ไม่ผิดพลาดในชีวิตอีกต่อไป ท่านทั้งหลาย ถ้าเรามีสติกำหนดได้อุปสรรคนั้น ๆ จะหายไปเพราะฉะนั้น มารไม่มี บารมีไม่เกิด มันต้องมีมารคืออุปสรรค เราชนะมารด้วยสติ ชนะมารด้วยสัมปชัญญะ ชนะมารด้วยความอดทนอดกลั้น ชนะมารด้วยความเมตตาปรานีต่อทุกคน ไม่มีการปรารถนาร้าย ใส่ร้ายป้ายสีใครแต่ประการใด นี่แหละอุปสรรคอันหนึ่ง

 

หน้าต่อไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่