ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 11
:: ภาคธรรมปฏิบัติ :: เรื่อง สมบัติมนุษย์
โดย พระราชสุทธิญาณมงคล

วันนี้เป็นวันพระ ญาติโยมก็มาฟังเทศนาตามกาลเวลา การนับถือศาสนานั้นจะนับถืออย่างไรก็ไม่มีใครบังคับ นับถืออย่างไรก็ไม่มีใครบังคับ นับถือได้หลายศาสนาด้วย แต่ศาสนาของพระพุทธเจ้าเป็นประชาธิปไตย ไม่มีการบังคับบัญชาให้นับถือแต่ประการใด แต่เป็นที่น่าเสียดายและเสียใจที่คนนับถือพระพุทธศาสนาไม่มีหลักในการนับถือ ได้แต่นับถือตาม ๆ กันมา นับถือด้วยศรัทธาเท่านั้น ไม่นับถือด้วยปัญญา จึงไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ไม่มีความเข้าใจอะไร บวชเป็นสงฆ์องค์เจ้าก็บวชตามกันมา แต่จะบวชด้วยศรัทธาและบวชด้วยปัญญานั้นหายากมาก

บางคนก็ไม่ศรัทธา บางคนก็ไม่มีปัญญา บวชตามเพื่อนมาก็มี จึงไม่ได้ดี ไม่อดทนอดกลั้นแต่ประการใด บางคนก็มาบวชเพราะ อกหัก บวชหลักลอย บวชคอยงาน บวชสังขารเสื่อม

มาบวชคอยงานพอได้งานก็สึก บวชสังขารเสื่อมทำอะไรไม่ไหว ประกอบอาชีพไม่ไหวก็มาบวช บวชหากินในวัดในพระศาสนา บวชด้วยความเชื่อความเลื่อมใส และบวชด้วยศรัทธา บวชด้วยปัญญามีน้อยมาก บวชตามกันมาเป็นแถว ๆ และสึกออกไป และก็ไม่เคยกลับมาอีก บวชกันเป็นแฟชั่น น่าจะบวชด้วยศรัทธา ด้วยปัญญา มาปฏิบัติธรรมนุ่งขาวห่มขาวก็ต้องใช้ปัญญา ไม่ใช่ว่าศรัทธาหัวเต่า ผลุบเข้าผลุบออก การนับถือพระศาสนาจึงไม่มั่นคง ไม่ได้นับถือด้วยปัญญาด้วยศรัทธา การถวายสังฆทานศรัทธาจริง แต่การจะปฏิบัติแก้ปัญหาชีวิตจะไม่ศรัทธาเชียวหรือ

ท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลาย โปรดพิจารณาด้วยปัญญา การนับถือตามกันมาจะตอบไม่ได้ว่านับถืออะไร พระพุทธเจ้าสอนอะไรบ้างที่จะทำให้เป็นประโยชน์แก่ชีวิตกิจประจำวัน ตอบไม่ได้เลย และเรามีชีวิตอยู่ได้ด้วยเหตุใด จะอยู่ไปเพราะเหตุใด แล้วจะอยู่ไปทำไมเล่า เกิดมาทำไมเล่า น่าจะตีปัญหาให้กับตัวเอง ว่าอ๋อ เกิดมาสร้างประโยชน์ให้กับตนเองและส่วนรวม โลกมนุษย์นี้จะได้อยู่เย็นเป็นสุข ที่เกิดมาต้องการใช้หนี้เก่าเมื่อครั้งอดีตชาติ เราไม่รู้จักเวรกรรมและบุญกรรมนำแต่ง บาปบุญสนองเรา เราก็ไม่รู้ ไม่เข้าใจ น่าเสียดายมาก

ท่านทั้งหลายที่มากันทุกวันนี้ ท่านมาเพื่ออะไร ท่านเคยถามตัวท่านเองบ้างไหม ส่วนมากจะบอกว่ามาเพราะหยุดงานตามกาลเวลา มีน้อยมากที่จะบอกว่า มาแสดงกตัญญูกตเวทิตาธรรมต่อผู้มีพระคุณ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า บุคคลที่หาได้ยากในโลกมนุษย์นี้ คือบุคคลที่มีความกตัญญูกตเวทิตาธรรม ลูกจะนึกถึงบุญคุณพ่อแม่หายากมาก คนที่มีกตัญญูกตเวทิตาธรรม คนนั้นจะร่ำรวยจะมีบุญวาสนามาก คนที่ไม่ลืมพระคุณของท่านผู้มีพระคุณแล้วนั่นแหละ พระพุทธเจ้าตรัสสรรเสริญว่าบุคคลผู้นั้นมีบุญวาสนามาก คนที่ไร้บุญวาสนาลืมแม้กระทั่งญาติพี่น้อง ลืมแม้กระทั่งชาติภูมิ มาตุภูมิ ลืมแม้แหล่งให้เกิดวิชา แหล่งให้เกิดความดี ลืมทั้งเครื่องอุปกรณ์ใช้สอย ลืมทั้งเหตุผลลืมทั้งสัตว์ที่เลี้ยงไว้เอามาฆ่าแกง ลืมทั้งหัวใจพ่อให้ ลืมทั้งน้ำเลือดน้ำเหลืองที่แม่ให้ ลืมทั้งแม่ลืมทั้งพ่อ ลืมปู่ย่าตายาย

ท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลาย พระพุทธเจ้ายอดกตัญญูในโลก พระองค์ทรงแสดงความกตัญญูตลอดมา แสดงยมกปาฏิหาริย์โปรดพระพุทธมารดาตลอดไตรมาส (๓ เดือน) ไม่ลืมโปรดแม่ก่อน จึงขอฝากลูกหลานไว้ด้วย วันเกิดของเราคือวันตายของแม่ อย่าลืมแม่ ไปโปรดแม่ให้ได้ ช่วยแม่เราก่อน พระพุทธเจ้าตั้งแต่เป็นพระโพธิสัตว์เจ้าเสวยพระชาติมาหลายชาติ ตั้งแต่สุวรรณสามมาตามอันดับ มโหสถ พระเตมีย์ใบ้ ช่วยพ่อช่วยแม่ตลอดทุกชาติ กว่าจะมาตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ใช้เวลาถึง ๔ อสงไขยกำไรแสนกัป นี่คือกตัญญูกตเวทิตาธรรมของพระองค์ซึ่งทรงมีอยู่ลึกซึ้ง

อาตมาสังเกตมานาน อ๋อ เราช่วยเขาไว้มากเขาก็รักเรามาก เราช่วยเขาน้อยเขาก็รักเราน้อย เรายังไม่ได้ช่วยเขายังไม่ได้รักเลย อันนี้ชัดมาก ความรักหรือความเมตตาเกื้อหนุนกันก็ยาก คนที่มีกตัญญูกตเวทีที่ใจจริงนั้นยากมาก พระพุทธเจ้าแสดงธรรมะในพระไตรปิฎกไว้ชัด บุคคลหาได้ยากอย่างยิ่งคือบุพการีที่อุปการะเรามา แต่เราไม่ค่อยจะกตัญญูกตเวที บางคนนั้นพ่อแม่พอมีเงินมีทองก็ไปมาหาสู่ พอพ่อแม่หมดเนื้อประดาตัวก็ไม่เคยไปหาพ่อแม่เลย ปู่กับย่า ตากับยายมีสมบัติ ลูกหลานก็มากันเยอะแยะ พอปู่ย่าตายายหมดสมบัติพัสถาน ใกล้จะตายไม่มีใครไปดูแลก็มากมาย นี่หรือกตัญญูกตเวทิตาธรรม สายโลหิตเดียวกันแท้ ๆ ก็ยังลืมไปหมด ไม่มีการเข้าไปซึ้งในเหตุผลเพราะไม่ซึ้งในรสธรรมะ เพราะการนับถือพระพุทธศาสนาไม่ได้นับถือด้วยปัญญา จึงลืมความกตัญญูกตเวทิตาธรรมต่อคุณพ่อคุณแม่ของเรา

เรานับถือศาสนาด้วยศรัทธา ทอดผ้าป่าทอดกฐิน ทอดผ้าป่าด้วยศรัทธา ถวายสังฆทานวัดโน้นวัดนี้ ทัวร์บุญกันเยอะแยะ นี่ทำด้วยศรัทธาทั้งนั้น แต่ไม่ใช้ดุลยพินิจว่าเงินไปทำบุญสร้างศาลาสร้างโบสถ์ได้ประโยชน์ตรงไหนบ้าง ประโยชน์นั้นได้มากได้น้อยเพียงใด พิจารณาดูบ้างไหม แต่จะไม่ขอกล่าวในที่ประชุมนี้ จะขอกล่าวแต่การนับถือพระพุทธศาสนาโดยไม่ได้ใช้ปัญญา ท่านมาเจริญกรรมฐาน ท่านมาด้วยปัญญาหรือมาด้วยศรัทธา หรือตามกันมา หรือมาทำจิ้ม ๆ จ้ำ ๆ ได้มั่งไม่ได้มั่ง ท่านช่วยตัวเองได้ไหม การปฏิบัติธรรมท่านช่วยตัวเองได้ไม่จำเป็นต้องกล่าวอย่างอื่นแต่ประการใด อาตมาก็ใช้กรรมฐานให้หลักธรรมด้วยปัญญา คอหักมา ๑๙ ปี ไม่เคยเข้าโรงพยาบาล ไม่เคยไปเลย ต้องอดทน ตายให้มันตาย ดูซิเราต้องมีศรัทธาด้วยปัญญา ใช้ปัญญาเป็นดุลยพินิจพิจารณา เอ้าตายให้มันตาย หมดลมหายใจก็เลิกที่จะเล่นละครชีวิต หมดโอกาสเวลาแล้ว ต้องอดทน อดกลั้น นี่เป็นจุดมุ่งหมายอันสำคัญของปัญญา

การรอบรู้ในกองสังขารจะอ่านตัวออก บอกตัวได้ ใช้ตัวเป็น ก็ใช้ปัญญาญาณด้านการเจริญกรรมฐาน ไม่ใช่มานั่งอย่างที่โยมตั้งใจมา คนจะได้ประโยชน์มากถ้าทำด้วยปัญญาสักนิดท่านจะมีความยินดีอีกหน่อย จะได้รู้ว่าที่ทำไปมันได้ประโยชน์อะไร เงินทองเสียไปมันจะได้อะไรตอบแทนบ้าง น่าจะคิดตรงนั้น มาคิดแต่ศรัทธา เลยก็ศรัทธาหัวเต่า ผลุบเข้าผลุบออก นึกจะผลุบออกก็ออกไป นึกจะเข้าก็เข้า นึกจะไปก็ไป นึกว่าจะมาอย่างนี้ ไม่ไปลามาไหว้ นี่หัวเต่า ฉันไม่มีศรัทธามันก็เกิดขึ้นอย่างนี้ไม่มีศรัทธา แต่ถ้ามีดวงปัญญาสักนิดจะคิดว่าศรัทธามาก่อน ปัญญามาทีหลัง มีศรัทธาแล้วปัญญาก็จะแก้ไขปัญหาทีหลัง มีศรัทธาแล้วปัญญาก็จะแก้ไขปัญหาในการศรัทธาถึงความถูกต้อง พลังงานจะได้สูงขึ้น สมาธิก็จะเกิดขึ้น มันจะเกิดขึ้นกับผู้มีศรัทธาก่อน ถ้าเราไม่เจริญกรรมฐานไม่มีศรัทธาเลย มากระท่อนกระแท่น ท่านก็ได้บุญกระท่อนกระแท่นกลับไป ไม่มีอะไรเป็นหลักฐานที่ติดตัวท่านไปเลยด้วยศรัทธาอันนี้ ปัญญาก็จะไม่เกิดมรรคเกิดผล เกิดอานิสงส์แต่ประการใด ญาณอันใดล่ะที่จะเกิดขึ้น ญาณ ๑๖ ที่ไปโยงเป็นธรรมปฏิบัติมามันก็ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

วันนี้จะชี้แจงเรื่องภาคปฏิบัติธรรมว่าได้อะไรบ้าง แก้ไขปัญหาอย่างไร โปรดได้ตั้งใจฟัง ใช้ปัญญาฟังสักนิดจะแก้ไขปัญหาชีวิตได้มาก ท่านไม่เคยใช้ปัญญาฟังท่านใช้ศรัทธาฟัง อาตมาจึงพูดคติธรรมให้ท่านฟังว่า คนเชื่อง่ายสอนยาก นี่พวกศรัทธามากปัญญาไม่มี เชื่ออย่างเดียวสอนยาก คนประเภทนี้ตากระทู้หูกระทะ คนที่เชื่อยากสอนง่ายด้วยเหตุผลข้อเท็จจริง ควรใช้ปัญญาดุลยพินิจ ใครว่า ยาย ก. ยาย ข. ไม่ดี เขาจะไม่เชื่อ เขาจะเชื่อก็ต่อเมื่อเหตุผลเกิดขึ้น ใครว่าพระ ก. พระ ข. ไม่ดี เขาก็ไม่เชื่อ นี่แหละคนประเภทนี้สอนง่ายโดยเหตุผลต้องยอมรับมีเหตุมีผลไหม คนเป็นบัณฑิตต้องมีเหตุผล มีข้อเท็จจริง มีหลักฐาน มีพยานอ้างอิง คิดหนอ ให้มันได้ผล รู้หนอ ให้มันเกิดปัญญาผุดขึ้นมาเองได้ไหม

ทำอะไรต้องมีศรัทธาก่อนและปัญญาตามทีหลังจึงจะถูกต้อง ท่านทำบุญไม่มีปัญญา ทำสังฆทานใครบอกบุญทำตลอด ตายไปแล้วไปเกิดเป็นลูกเศรษฐีไม่มีปัญญาเรียนหนังสือไม่จบ เป็นลูกเศรษฐีพันล้าน ไม่ยอมเรียนหนังสือ เวลาตั้งบริษัทก็ต้องไปจ้างผู้จัดการบริษัทมา ไม่ใช่ตัวเองเป็น ตัวเองจ่ายเป็นเงิน นี่แหละ เศรษฐีน่าโง่ มีแต่เงินมีแต่ทอง แต่ไม่มีสติปัญญาที่จะแก้ไขปัญหา ไม่มีปัญญาที่จะเป็นเจ้าของบริษัท

 

หน้าต่อไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่