ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 11
:: ภาคกฏแห่งกรรม :: เรื่อง แรงจิตอธิษฐานและอภินิหารข้ามโลก
โดย สมปอง เบรย์

ดิฉัน นางสมปอง เบรย์ อยู่บ้านเลขที่ 601 Dandy Lood Rd. Yorktown Virginia 32692 U.S.A. ดิฉันเดินทางไปอยู่อเมริกาในปี ๒๕๓๑ ด้วยความตั้งใจที่จะไปศึกษาต่อ โดยมีพี่สาวคนโตที่อาศัยอยู่ก่อนแล้วได้ขอวีซ่าให้ แต่เดิมอยู่เมืองไทยเป็นครูสอนวิชาพระพุทธศาสนาระดับชัน ม.ปลาย และความตั้งใจที่จะไปเรียนต่อก็เพื่อจะได้นำความรู้ความสามารถมาพัฒนาชุมชนและประเทศชาติบ้านเมืองของเราให้เจริญรุ่งเรือง ในช่วงระยะสองปีแรกที่ไปอยู่ใหม่ ๆ ดิฉันต้องประสบกับปัญหาหลาย ๆ ด้าน เพราะความเป็นอยู่แตกต่างจากทางบ้านเมืองเรามาก ช่วงเวลากลางวันเป็นเรียน กลางคืนทำงานและไหนจะมีปัญหาด้านภาษา จะเป็นเพราะบุญบันดาลก็ว่าได้ จึงทำให้ดิฉันได้พบกับคู่ครองที่ดี หลังจากที่เรียนรู้กันไม่นานก็แต่งงานกันมีบุตรชาย ๑ คน อายุ ๔ ขวบครึ่ง สามีชาวอเมริกันเป็นคนใจดี และใจบุญ มีตำแหน่งหน้าที่การงานดี ต่อมาไม่นานจึงขอให้สามีเดินเรื่องไปรับลูกชายคนโต (ลูกกับสามีเก่า) ไปอยู่ด้วย ทุกอย่างก็เรียบร้อย ครอบครัวเรามีความสุขและอบอุ่นมาก

ตลอดชีวิตการแต่งงานสามีไม่ให้ทำงาน ให้อยู่กับบ้านเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก และดูแลความเรียบร้อยภายในบ้าน และดิฉันเองก็ทำหน้าที่แม่บ้านโดยสมบูรณ์ อยู่มาวันหนึ่งประมาณปลายเดือนธันวาคม ๒๕๓๘ พี่ ๆ เพื่อน ๆ หลายคนโทรศัพท์มาปรึกษา ขอคำแนะนำเรื่องการจัดตั้งสำนักสงฆ์หรือวัด เพราะเขาบริเวณชุมชนที่พวกเราอยู่ไม่มีวัดเลย และถ้าจะไปทำบุญแต่ละครั้งก็ต้องเดินทางไกลถึง วอชิงตัน ดี.ซี. คือต้องใช้เวลาในการเดินทางประมาณ ๓ – ๔ ชั่วโมง ถ้ารวมเวลาทั้งไปและกลับแล้วประมาณ ๗ – ๘ ชั่วโมง และดิฉันเองก็คิดว่าถ้าเป็นไปได้ก็จะเป็นการดี ใจก็ชอบเป็นทุนอยู่แล้วจึงตกลงรับปากทันที ซึ่งตอนแรกเรามีสมาชิกไม่มากนัก ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะเห็นด้วยเพราะถือว่าเป็นงานใหญ่คงจะเป็นไปไม่ได้ หรืออาจจะเป็นไปได้ยาก พวกเราจึงได้รวมตัวกันในกลุ่มย่อย ๆ พร้อมทั้งจัดประชุมและแต่งตั้งคณะกรรมการชั่วคราวกันขึ้น โดยมีกรรมการและสมาชิกรวมทั้งหมดไม่กี่คน ดิฉันเองได้รับตำแหน่งหน้าที่เป็นเลขาของกลุ่ม เพราะเพื่อน ๆ พี่เห็นว่ามีความรู้ความสามารถในด้านนี้ พอเลิกประชุมกลับถึงบ้านจึงได้เล่าให้สามีฟังและขอคำแนะนำปรึกษา เพราะงานที่คิดจะทำนี้เป็นงานใหญ่และละเอียดอ่อน เมื่อสามีได้ฟังก็เข้าใจไม่ขัดข้องและเห็นใจ ดิฉันดีใจหลังจากที่สามีอนุญาตและสนับสนุน จึงโทรศัพท์ไปขอพรจากแม่ที่เมืองไทย พอท่านทราบท่านก็ร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ สองสามวันต่อมาดิฉันจึงได้ปรึกษาคณะกลุ่มของเราเพื่อจัดการประชุมใหญ่ ประกาศให้ประชาชนทั่วทุกเมืองในชุมชนให้รับทราบถึงจุดประสงค์ ในฐานะที่เป็นเลขาของกลุ่มดิฉันจึงใช้สติปัญญา และความรู้ความสามารถที่เคยมีมาอย่างเต็มความสามารถ ทุก ๆ คนเห็นผลงานในการตั้งใจจริงจึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธาและเชื่อถือ

ในการจัดการประชุมใหญ่ครั้งแรก มีผู้คนสนใจเข้าร่วมประชุมด้วยจำนวนมากมายเกินคาด และเราก็ได้สมาชิกเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่การดำเนินงานของเราก็เป็นไปได้ด้วยความยากลำบาก เพราะประชาชนชาวไทยและชาวพุทธไปอยู่ท่านโน้นนาน ๆ ส่วนมากก็จะอ่อนโอนไปตามสภาพแวดล้อม และอารยธรรมของทางอเมริกัน ซึ่งตัวดิฉันเองก็ตระหนักในใจอยู่เสมอว่า เมื่อตั้งใจที่จะดำเนินงานที่กระทำอยู่นี้แล้ว จะต้องให้สำเร็จตามเป้าหมายที่ได้วางร่วมกันเอาไว้ เพื่อประโยชน์สุขแก่ส่วนรวม อันจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแก่ตนเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติ พร้อมกับจะก่อให้เกิดประโยชน์อันใหญ่หลวงตามมาในหลาย ๆ ด้าน และยังคิดอีกด้วยว่าถ้าสำเร็จแล้ว ยังจะส่งผลในการหยิบยื่นความช่วยเหลือให้เกิดสายสัมพันธ์ระหว่างคนไทยที่อยู่ต่างแดน ต่อคนไทยในประทศไทยของเราอีกด้วย ด้วยความคิดนี้จึงทำให้ดิฉันภูมิใจ และปลื้มปีติ จึงยอมอุทิศชีวิตและเวลา พร้อมทั้งอดทน อดกลั้น และเสียสละด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ซึ่งดิฉันเองก็จัดแบ่งเวลาเพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนแก่ครอบครัว สามีก็ดีใจหายเพราะเข้าใจและให้ความช่วยเหลือ จึงนับว่าเป็นบุญของดิฉัน

ต่อมากลุ่มคณะกรรมการของเราจึงได้ยื่นขอจดทะเบียนเป็นองค์กรการกุศลโดยไม่แสวงหาผลกำไรให้ถูกต้องตามกฎหมายบ้านเมือง และก็ได้จัดงานเพื่อหาเงินไว้เป็นกองทุนสร้างสำนักสงฆ์หรือวัดหลายครั้ง
ได้เงินจำนวนหนึ่งฝากไว้ในธนาคาร ซึ่งพวกเราก็จะจัดงานหาเงินสมทบทุนไปเรื่อย ๆ จนกว่าความพร้อมจะเกิดขึ้น ขณะเดียวกันพวกเราก็ได้เข้ากราบนมัสการขอคำแนะนำจาก พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ ชีวานนฺโท เจ้าอาวาสวัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก็ได้รับความเมตตา อนุเคราะห์จากท่านหลวงพ่ออย่างดียิ่ง ซึ่งพวกเราก็ได้ยึดถือ และนำมาปฏิบัติโดยรอบคอบ และไม่ประมาท จนเกิดความเจริญก้าวหน้ามาเรื่อย ๆ ดิฉันได้จัดทำข่าวสารบอกบุญส่งข่าวประชาสัมพันธ์ไปทั่วเมืองทั้งประชาชนชาวไทยและชาวพุทธหลาย ๆ ชาติรับทราบ พร้อมทั้งส่งมาทางเมืองไทยและไปต่างประเทศให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือและให้ความสนับสนุน ข่าวสารนั้นได้ออกเป็นรายเดือนโดยที่ดิฉันเป็นผู้เขียนเอง พร้อมทั้งยอมใช้บ้านของตัวเองเป็นสำนักงานชั่วคราวติดต่อสื่อสาร ขณะนี้ก็เป็นเวลา ๑ ปีเต็ม

ตั้งแต่ดิฉันได้ตั้งใจอุทิศชีวิตให้กับงานนี้ เหตุการณ์แปลก ๆ ในหลายรูปแบบก็เกิดขึ้นเรื่อย ๆ ต้องอาศัยความหนักแน่น อดทน อดกลั้นและเสียสละสูงมาก จึงสวดมนต์ ภาวนา ทำสมาธิ และแผ่เมตตาเพิ่มมาขึ้นพร้อมทั่งนุ่งห่มชุดขาวทุกครั้งที่ปฏิบัติ จะเป็นเพราะแรงจิตอธิษฐานและอานิสงส์ในการปฏิบัตินี้เอง จึงทำให้การดำเนินงานของดิฉันเจริญก้าวหน้าได้ด้วยดี

อยู่มาวันหนึ่ง วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๘ หลังจากที่สวดมนต์ ภาวนา ทำสมาธิ แผ่เมตตาเสร็จ ได้จุดธูป ๓ ดอกไปปักกลางแจ้งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน พร้อมทั้งกล่าวคำอธิษฐานว่า “สาธุ ข้าพเจ้านางสมปอง เบรย์ ตัวแทนของกลุ่มจะร่วมกันประกอบคุณงามความดี คืออยากให้มีสถานที่พึ่งทางใจและศูนย์รวมความสามัคคีในการที่จะกระทำความดีร่วมกัน ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทังหลายทั่วสากลโลก และขอเชิญเทพยดาทั้งหลายที่มีจริงถึงสิบชั้นฟ้า สิบห้าชั้นดิน ผู้มีพระคุณ ญาติกา ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ อีกทั้งพระอริยสงฆ์เจ้าทุก ๆ พระองค์ ให้มาร่วมอนุโมทนา ด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์นี้ ขอให้คำอธิษฐานของข้าพเจ้าจงประสบผลสำเร็จเทอญ” หลังจากที่ดิฉันกล่าวคำอธิษฐานจบก็ยืนมองและจ้องดูควันธูปที่ลอยกระจายไปทั่วทุกทิศ ด้วยความดีใจและปลื้มปีติ และมีความรู้สึกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก ขณะที่จ้องดูควันธูปลอยไปทั่วทุกทิศ ในก็ภาวนาอธิษฐานว่า เมื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ได้อาราธนามานี้ได้กลิ่นธูปแล้ว ขอให้มาช่วยด้วยเทอญ พอธูปดับจางหายไป ดิฉันก็เดินเข้าบ้าน และเปลี่ยนชุดห่มขาวออกทำงานบ้านด้วยความสุขใจ ตกเย็นดิฉันคิดอย่างไรก็ไม่ทราบ จึงโทรศัพท์ไปคุยกับคุณไกรสร และคุณสุภาพ ประธีบณรงค์ สองสามีภรรยาคู่นี้เป็นกรรมการในกลุ่มของเราด้วย ดิฉันเองก็รักและเคารพทั้งสองมาก ขณะที่โทรไปทั้งคู่อยู่บ้านพอดี ก็ทักทายกันและดิฉันจึงได้เอ่ยขอยืมหนังสือธรรมะ เพราะชอบมากก็ได้ตั้งใจ พร้อมกับรับปากว่าจะนำไปให้ในวันที่จะพบกันที่ประชุมในอีก ๓ วันข้างหน้า และในวันประชุม คุณไกรสรและคุณสุภาพได้นำหนังสือธรรมะมาให้หนึ่งถุง พอเปิดดูก็เห็นหนังสือธรรมะและตลับเทปธรรมะมากมาย ดิฉันดีใจมากจึงกล่าวขอบคุณไป และรับปากว่าอ่านจบทุกเล่มแล้วจะนำส่งกลับคืนให้ พอกลับถึงบ้านลืมทิ้งไว้ในรถ คืนนั้นหลังจากสวดมนต์ ทำสมาธิ แผ่เมตตาเสร็จ นึกขึ้นได้ก็ออกไปเอาขณะนั้นประมาณ ๖ ทุ่ม สามีและลูก ๆ หลับหมดแล้ว ดิฉันได้นำถุงหนังสือธรรมเข้าไปในห้องนอน แล้วค่อย ๆ เปิดดู เพราะเกรงสามีจะตื่น เปิดไฟหัวเตียงหรี่เบา ๆ พออ่านได้ พอเปิดถุงดูก็เห็นหนังสือธรรมะหลายเล่ม และตลับเทปธรรมะหลายตลับ เป็นตลับเทปธรรมะของ หลวงพ่อจรัญ รวมอยู่ด้วย ๒ – ๓ ตลับ เลือกไปดูหน้าปกไป ตาก็ไปสะดุดเข้ากับหนังสือกฎแห่งกรรม – ธรรมปฏิบัติ เล่ม ๖ กับเล่ม ๘ จึงได้หยิบเล่ม ๘ ขึ้นมาอ่านก่อน ก่อนอ่านก็เปิดสำรวจดูหนังสือให้ทั่วทั้งเล่ม เพราะไม่เคยเห็นและไม่เคยได้ยินมาก่อน จึงเริ่มอ่านสดุดีกถา ภาคธรรมบรรยาย – ธรรมปฏิบัติ และวกกลับมาอ่านกฎแห่งกรรม ๒ – ๓ เรื่อง จึงหยุดพักไว้เพราะดึกมากแล้ว อ่านไปก็เกิดความศรัทธาขึ้นในใจ จึงได้วางหนังสือกฎแห่งกรรม – ธรรมปฏิบัติของหลวงพ่อจรัญลงบนหัวเตียงพร้อมกับกราบลง ๓ ครั้ง ตาก็จ้องดูรูปภาพของท่านบนหน้าปกแล้วตั้งจิตอธิษฐานขอบารมีจากท่านพร้อมกับนึกในใจว่า ถ้าท่านมีเมตตาธรรมสูงดังที่ได้รู้และอ่านจากหนังสือนี้ ก็ขอให้ท่านมาแสดงอภินิหารให้เห็นด้วยเถิด จากนั้นก็ม่อยหลับไป

ในคืนต่อ ๆ มาจะอ่านหนังสือหลังจากสวดมนต์ ทำสมาธิ แผ่เมตตาเสร็จแล้วทุกครั้ง พร้อมกับตั้งจิตอธิษฐาน ขอบารมีให้หลวงพ่อช่วยแผ่เมตตาให้งานที่กำลังดำเนินอยู่สำเร็จ

ต่อมาในวันอาทิตย์ที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ ดิฉันในฐานะตัวแทนของกลุ่มได้นำต้นผ้าป่าไปสมทบกับองค์กฐินที่วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งแต่แรกก็คิดว่าจะรวบรวมเงินที่ได้จากซองกฐิน วัดไทย ดี.ซี. ที่ไปแจกญาติโยมและได้กลับคืน ส่งกลับไปยังวัดทางไปรษณีย์ จึงโทรศัพท์ไปปรึกษากับพระมหาทวีพงษ์ ท่านแนะนำ ให้นำไปด้วยตนเองจะได้มีโอกาสพบปะผู้คนมากมายด้วย ดิฉันจึงรีบโทร.ชวนเพื่อน ๆ ให้ไปด้วยกันหลายคน ต่างก็รับปากแต่พอถึงวันเดินทางกลับมีกันแค่ ๓ คน

 

หน้าต่อไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่