|
๒๓ ตุลาคม ๒๕๓๙
|
|
กราบนมัสการหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม ดิฉัน น.ส. ปรียา
เรืองทองดี จบการศึกษจาก ร.ร.สองพี่น้องวิทยา จ.สุพรรณบุรี และในปัจจุบันนี้กำลังศึกษาอยู่ที่
ม.ศิลปากร สาขาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร
ดิฉันเคยมาปฏิบัติกรรมฐานที่วัดอัมพวันครั้งแรก
เมื่อดิฉันกำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ร.ร.สองพี่น้องวิทยา
จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่เกิดมาจนกระทั่งโตดิฉันไม่เคยรู้จักคำว่า
กรรมฐานและไม่เคยทราบว่ากรรมฐานเป็นอย่างไร เคยเห็นการเดินจงกรมทางทีวี
แต่ก็เพียงแค่ได้เห็นไม่เคยคิดที่จะนำมาปฏิบัติ
|
|
ดิฉันเริ่มรู้จักและทราบประวัติของ
หลวงพ่อจรัญจาก ท่านอาจารย์ไชยสิทธิ์ ไกรคุณาศัย
ผู้อำนวยการโรงเรียนสหวิทย์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเปิดสอนในระดับ
ปวช. และ ปวส. ตอนนั้นดิฉันเพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับชั้น ม.ต้น ท่านอาจารย์ไชยสิทธิ์มาแนะแนวการศึกษาต่อในระดับ
ปวช. ดิฉันได้ไปเข้าร่วมฟังการบรรยายด้วย แต่ดิฉันก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ที่หัวข้อที่อาจารย์ไชยสิทธิ์มาแนะแนวนั้น
ท่านได้เล่าเรื่องกฎแห่งกรรมและประวัติของหลวงพ่อ เมื่อดิฉันได้ฟังประวัติและกฎแห่งกรรมของหลวงพ่อ
ดิฉันรู้สึกศรัทธาต่อองค์หลวงพ่อมาก ทั้ง ๆ ที่ดิฉันไม่เคยพบและทราบประวัติหลวงพ่อมาก่อนเลย
ตลอดระยะเวลาการบรรยายและการแนะแนว ดิฉันตั้งใจฟังตลอด ดิฉันรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณของท่านอาจารย์อย่างยิ่ง
ที่ทำให้ดิฉันได้รู้จักวัดอัมพวัน ตั้งใจว่าสักวันหนึ่งจะต้องสืบถามให้ได้ว่า
วัดอัมพวันและหลวงพ่ออยู่ ณ ที่ใด
|
ต่อจากนั้นประมาณ ๒ อาทิตย์ ดิฉันได้ทราบข่าวจากท่านอาจารย์แนะแนว
คือ ท่านอาจารย์วารี คชศิลา ท่านได้มาชักชวนดิฉันและเพื่อน
ๆ ให้ไปนั่งสมาธิปฏิบัติกรรมฐาน ณ วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี โดยการมาปฏิบัติกรรมฐานครั้งนี้
ได้รับความกรุณาจากคุณย่าของ นายเทอดศักดิ์ มั่นสวัสดิ์
ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมห้องของดิฉัน ท่านอาจารย์วารี คชศิลา บอกว่าจะรับสมัครสมาชิกเฉพาะนักเรียน
ม.๔ - ม.๖ เท่านั้น ขณะนั้นดิฉันเพิ่งเข้าเรียนในชัน ม.๔ จึงได้มีโอกาสมาปฏิบัติกรรมฐานกับเขาด้วย
ตอนแรกที่ตกลงใจมาปฏิบัติกรรมฐานนั้น ก็ไม่ทราบมาก่อนว่าจะเป็นวัดเดียวกับที่ท่านอาจารย์ไชยสิทธิ์
เล่าให้ฟัง แต่ตอนที่ดิฉันตัดสินใจมาก็มาตามเพื่อน สนุกตามเพื่อนเห็นเพื่อนมาก็อยากจะมาบ้าง
เพราะท่านอาจารย์วารี คชศิลา ท่านบอกว่าตอนกลับจากวัดอัมพวัน ท่านจะพาไปเที่ยวกรุงเก่า
(กรุงศรีอยุธยา) เพราะเป็นทางผ่านพอดี ซึ่งดิฉันไม่เคยเห็นกรุงศรีอยุธยาเลย
ก็อยากจะมาเที่ยวด้วย
เมื่อมาถึงวัดสิ่งแรกที่ดิฉันประทับใจมากก็คือบริเวณรอบ
ๆ วัดอัมพวัน ซึ่งปกคลุมไปด้วยต้นไม้และพันธุ์ไม้นานาชนิด บริเวณวัดนั้นร่มรื่นมาก
อากาศดี และที่ดิฉันประทับใจมาก ๆ ก็คือห้องน้ำ เพราะห้องน้ำที่วัดอัมพวันสะอาดมาก
ๆ จนอดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดวัดของหลวงพ่อจึงมีห้องน้ำที่สะอาดมาก เมื่อได้ฟังหลวงพ่อเทศน์และจากคำบอกเล่าของผู้ที่มาปฏิบัติกรรมฐานจึงได้ทราบว่า
การที่ห้องน้ำสะอาดก็เพราะหลวงพ่อได้บอกคาถาวิเศษให้กับสาธุชนว่า ถ้าอยากจะให้ลูกฉลาดและปัญญาดีจะต้องขยันขัดห้องน้ำ
|
เมื่อดิฉันทราบดังนี้แล้ว เมื่อว่างจากการปฏิบัติกรรมฐานบนศาลา
ดิฉันก็จะต้องรีบไปขัดห้องน้ำ เพราะอยากมีปัญญาดีกับเขาบ้าง และก็จะไปกวาดลานวัดกับเพื่อน
ๆ ด้วยตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติกรรมฐาน ๕ วันนั้น ดิฉันรู้สึกว่าตนเองได้ทำความดีและรู้สึกว่าจิตใจดีขึ้นมาก
ดังนั้นตั้งใจปฏิบัติอย่างเต็มที่ วันแรกที่ปฏิบัตินั้นดิฉันรู้สึกง่วงมาก
ๆ และรู้สึกเหมือนตัวเองถูกบังคับ และรู้สึกปวดเมื่อยมาก เนื่องจากดิฉันไม่เคยปฏิบัติมาก่อน
เมื่อนั่งกรรมฐานจึงง่วงและนั่งโยกไปโยกมา ตอนนั้นโชคดีที่ครูสอนกรรมฐานคือแม่ชีอาซูจัง
ชาวสิงคโปร์ ท่านสอนดีมาก และการสวดมนต์ของแม่ชี ไพเราะจับใจมาก ๆ
หลวงพ่อเล่าว่า เมื่อแม่ชีอาซูจังมาประเทศไทยใหม่ ๆ ท่านพูดภาษาไทยไม่ได้เลย
แต่เมื่อท่านมาบวชชี ณ วัดอัมพวัน แม่ชีท่านสามารถปฏิบัติกรรมฐานได้ดี
และพูดภาษาไทยได้ ดิฉันจึงคิดได้ว่าเราเป็นลูกของพระพุทธเจ้า นับถือพระพุทธศาสนาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ
กลับสวดมนต์ไม่เป็น
|
 |
|