
|
 |
คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
| หนังสือกฎแห่งกรรม
เล่ม 12 |
| ::
ภาคชีวประวัติ :: |
เรื่อง
พระราชสุทธิญาณมงคล ผู้เผยแผ่วิปัสสนาดีเด่น |
 |
ยุวพุทธกสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
ได้อาราธนาพระเดชพระคุณพระราชสุทธิญาณมงคลรับโล่เกียรติคุณในฐานะผู้เผยแผ่วิปัสสนาดีเด่น
จากสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ผู้แทนสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
สกลมหาสังฆปริณายก ในงานฉลองอายุครบ ๔๘ ปี แห่งการก่อตั้งยุวพุทธิกสมาคมฯ
เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๑ คำประกาศเกียรติคุณ
พระราชสุทธิญาณมงคล (จรัญ ฐิตธมฺโม) พระเถระผู้เปี่ยมด้วยเมตตาอนุเคราะห์สาธุชนทั้งกลางวันกลางคืน |
|
พระราชสุทธิญาณมงคล
(จรัญ ฐิตธมฺโม) เกิดเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๑ ณ ตำบลม่วงหมู่
อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี อุปสมบทเมื่อ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๑
ณ วัดพรหมบุรี อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี โดยมีท่านเจ้าคุณพรหมนคราจารย์
วัดแจ้งพรหมนคร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูถาวรวิริยคุณ
วัดพุทธาราม เป็นพระกรรมวาจารย์
|
 |
หลังจากอุปสมบทแล้ว พระภิกษุจรัญได้ศึกษาพระธรรมวินัย
ณ สำนักวัดพรหมบุรี และสอบได้นักธรรมโท หลังจากบวชได้เพียงพรรษาเดียว
ต่อมาในปีพ.ศ. ๒๔๙๓ ได้ศึกษาวิชากรรมฐานกับ <span class="txt10">พระครูนิวาสธรรมขันธ์</span>
(หลวงพ่อเดิม) ณ วัดหนองโพธิ์ จังหวัดนครสวรรค์ ปี พ.ศ. ๒๔๙๔
ศึกษาวิชากรรมฐานกับ <span class="txt10">หลวงพ่อลี</span>
และ<span class="txt10">ท่านเจ้าคุณอริยคุณาธร</span>
จังหวัดขอนแก่น ศึกษาวิชาสมถวิปัสสนากับ<span class="txt10">พระภาวนาโอกาสลเถร</span>
(สด จันทสโร) ณ วัดปากน้ำ อำเภอภาษีเจริญ จังหวัดธนบุรี เมื่อ
พ.ศ. ๒๔๙๖ ปีต่อมาได้ศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานกับ พระธรรมธีรราชมหามุนี
(โชดก ญาณสิทธิ) ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎ์ จังหวัดพระนคร |
นอกจากนี้ท่านยังได้เรียนวิปัสสนากรรมฐานกับพระในป่าที่จังหวัดขอนแก่น
และเดินธุดงค์รอนแรมหาที่สงบ เพื่อบำเพ็ญภาวนาตามป่าเขาลำเนาไพรทางภาคเหนือ
ท่านเป็นผู้มีประสบการณ์ในการปฏิบัติทั้งด้านสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน
เพราะได้ใช้เวลาศึกษามานับสิบปีจนเชี่ยวชาญ สามารถสอนผู้อื่นได้
ท่านเริ่มสอนวิปัสสนากรรมฐานให้กับญาติโยมและศิษยานุศิษย์ที่วัดอัมพวัน
อำเภอพรหมบุรี จ.สิงห์บุรี มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ อันเป็นปีที่ท่านมารักษาการเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดแห่งนี้
ท่านได้พัฒนาวัดอัมพวันให้เจริญรุ่งเรือง โดยการสร้างศาลาปฏิบัติธรรมขึ้นสองหลัง
คือ ศาลาภาวนา-กรศรีทิพา และศาลาสุธรรมภาวนา กุฏิที่พักสำหรับผู้มาปฏิบัติธรรม
มีห้องน้ำสะอาดสะอ้านจำนวน กว่าสามร้อยห้อง ปีหนึ่ง ๆ มีผู้เข้าปฏิบัติทั้งที่เป็นพระภิกษุ
สามเณร แม่ชี และคฤหัสถ์ ที่เป็นคฤหัสถ์ก็มี ทั้งข้าราชการ ประชาชน
นิสิต นักศึกษา นักเรียน ซึ่งใน ปีหนึ่ง ๆ มีจำนวนนับหมื่นคน
และทางวัดต้องใช้จ่ายเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าอาหาร เดือนหนึ่ง
ๆ เป็นจำนวนหลายแสนบาท |
ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นที่
<span class="txt10">พระราชสุทธิญาณมงคล</span>
เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๖ ก่อนหน้านี้ก็ได้รับพระราชทานรางวัลและโล่เกียรติคุณเป็นอันมาก
สถาบันต่าง ๆ เช่น มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ก็ได้ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
เพราะเหตุแห่งคุณความดีของท่าน ท่านได้อุทิศชีวิตให้กับพระศาสนาและสังคมมาโดยตลอด
เมื่อมีญาติโยมมาถวายปัจจัยท่านก็นำไปบริจาคให้โรงพยาบาล โรงเรียน
และสถาบันการศึกษา และถวายเข้ากองทุนมูลนิธิ <span class="txt10">
ชัยพัฒนา</span> ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
|
|
| พระราชสุทธิญาณมงคล ท่านมีเมตตาต่อผู้คนทุกถ้วนหน้า
แม้กับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ท่านก็สงเคราะห์ช่วยเหลือเท่าที่จะช่วยได้
ท่านตั้งปณิธานมุ่งมั่นในการสร้างคนแทนการสร้างวัตถุ จึงทุ่มเทกำลังกาย
กำลังใจ กำลังสติปัญญา ให้กับงานวิปัสสนากรรมฐานอันเป็นงานสร้างคน
ชีวิตของท่านมีแต่ให้กับช่วย ดังที่ท่านมักพูดเสมอว่า เรามีแต่ให้กับช่วย
ไม่เคยอยากได้ของใคร |
|
เมื่อท่านได้รับนิมนต์ไปดูงานยังต่างประเทศทั้งในยุโรปและอเมริกา
ท่านก็ได้ให้การสงเคราะห์ช่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยไม่เลือกชั้นวรรณะ
เชื้อชาติ หรือศาสนา ศิษยานุศิษย์ของท่านจึงมีทั้งที่นับถือศาสนาพุทธ
คริสต์ และอิสลาม เมื่อท่านกลับมายังประเทศไทยแล้วก็ยังมีชาวต่างประเทศบินตามมาเรียนธรรมะกับท่าน
และที่โทรศัพท์มาทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสนทนาธรรม ถามปัญหาและขอความช่วยเหลือทั้งกลางวันและกลางคืน
ท่านก็เมตตาช่วยเหลือแม้ท่านเองแทบไม่มีเวลาได้พักผ่อนก็ตาม
ด้วยเหตุที่ท่านเป็นผู้ที่เมตตาอย่างล้นเหลือเช่นนี้ จึงเป็นที่เคารพสักการะของมวลศิษย์ทุกถ้วนหน้า
ในวันสำคัญ ๆ เช่น วันคล้ายวันเกิดของท่าน (วันที่ ๑๕ สิงหาคม)
วันกตัญญูต่อบรรพบุรุษ (วันที่ ๑๕ เมษายน) และวันที่ท่านประสบอุบัติเหตุรถคว่ำคอหัก
(วันที่ ๑๔ ตุลาคม) ที่วัดอัมพวันจะมีการบำเพ็ญกุศล มีศิษยานุศิษย์และผู้ที่เคารพนับถือท่านมาร่วมงานเป็นจำนวนหมื่น
เพราะระลึกถึงคุณความดีของท่านที่มีเมตตาต่อมวลมนุษย์ทั้งโลก |
 |
ท่านทุ่มเทให้กับการเผยแผ่วิปัสสนามากว่า
๔๐ ปี โดยทำงานอย่างหนักทั้งกลางวันกลางคืน เป็นที่พึ่งของสาธุชนจำนวนนับแสนคนที่ได้หมุนเวียนเข้าปฏิบัติวิปัสสนาที่วัดอัมพวัน
สมควรได้รับการยกย่องเชิดชูในฐานะ "ผู้เผยแผ่วิปัสสนาดีเด่น"
|
|
|
  
|