
|
 |
คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
| หนังสือกฎแห่งกรรม
เล่ม 12 |
| ::
ภาคชีวประวัติ :: |
เรื่อง
พระพุทธนิมิต
ประวัติการสร้างพระพุทธนิมิต
โดย นรินทร์ จริโมภาส |
|
กระผมเขียนเรื่องนี้ เพราะได้ทราบเรื่องราวที่กล่าวขานในเรื่องหลวงพ่อพระพุทธนิมิตมามาก
รวมทั้งตัวกระผมเองก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมในพิธีเททองในครั้งนั้น
ได้ประสบพบเห็นสิ่งอัศจรรย์ใจเหล่านั้นมาด้วยตนเอง กระผมจึงหาข้อมูลต่าง
ๆ โดยสอบถามจากบุคคลที่เข้าร่วมในพิธีในครั้งนั้น ซึ่งทุกคนที่ผมเข้าไปสัมภาษณ์ก็ยังคงจดจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้เป็นอย่างดี
|
 |
ความคิดที่จะสร้างพระพุทธนิมิต
มาจากการที่ทางศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน ได้ก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมหลังใหญ่ขึ้น
แต่ก็ไม่เคยนึกว่า จะต้องสร้างพระประธานแต่อย่างใด สาเหตุแท้จริงนั้นเริ่มมาจากการปิดทองหลวงพ่อพระพุทธชินราช
เมื่อครั้งศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวันเริ่มก่อสร้างใหม่ ๆ ในสมัยนั้นยังคงมีสภาพเป็นป่าอยู่
ไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกยังไม่มี ทางศูนย์ได้อัญเชิญ พระพุทธชินราช
จากวัดอัมพวัน มาประดิษฐานไว้ ณ ศาลาเอนกประสงค์พุทธชินราช ในสมัยนั้นมีพระภิกษุจากวัดอัมพวันจำนวน
๒ รูป มาเป็นผู้ดูแลศูนย์ คือ พระวรพจน์
กาญจโน และพระสิงห์ไชย นิมฺมโท ท่านได้เล่าไว้ว่า ในคืนหนึ่งเวลาประมาณเที่ยงคืนเศษ
|
ขณะที่ท่านกำลังพักผ่อนกันอยู่คนละห้อง
ได้มีเสียงสวดมนต์ดังขึ้นข้างนอก ท่านทั้งสองก็นึกว่าคงจะเป็นอีกท่านหนึ่งกำลังสวดมนต์อยู่
แต่ต่างก็นึกเอะใจว่าทำไมถึงมาสวดมนต์ตอนนี้ และเสียงสวดมนต์ทำไมเป็นเช่นนี้
ท่านทั้งสองต่างก็เปิดประตูออกมาดู ก็เห็นว่าไม่ได้สวดมนต์ด้วยกันทั้งคู่
ก็นึกประหลาดใจและหาคำตอบไม่ได้ จากนั้นจึงเป็นที่เล่าขานกันว่า
พระประธานสวดมนต์ได้ |
|
เรื่องนี้ทราบไปถึงวัดอัมพวัน จนมีพระนวกะรูปหนึ่งได้เดินทางมาและขอเป็นเจ้าภาพปิดทองพระพุทธชินราช
แต่ทุนทรัพย์ท่านไม่เพียงพอ จึงบริจาคไว้ส่วนหนึ่งและตั้งเป็นกองทุนปิดทองพระประธานขึ้น
ภายหลังได้มีผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสบทบจนเห็นว่าเพียงพอแล้ว
พระจิรยุทธิ์ อธิฉนฺโท จึงได้ดำเนินการหาช่างมาปิดทองและได้โรงหล่อปฏิมาประทีป
จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นผู้ดำเนินการ การปิดทองต้องปิดถึงสามครั้งจึงเสร็จ
เพราะพอปิดไปใกล้เสร็จในแต่ละครั้ง ทองที่ปิดเกิดเพี้ยนต้องเริ่มปิดใหม่อีก
พอครั้งที่สองก็เพี้ยนอีก พอมาครั้งที่สาม ช่างต้องทำพิธีคล้าย
ๆ กับเป็นการบวงสรวงย่อม ๆ ขึ้น เพื่อขออนุญาตท่านจึงปิดทองสำเร็จด้วยดี
เจ้าของโรงหล่อคือ คุณมยุรี ป้อมแก้ว
จึงเกิดศรัทธา ได้ขอปิดทองพระประธานในศาลาปฏิบัติธรรมหลังเล็กให้ด้วย
ค่าปิดทองทั้งสององค์รวมเป็นเงินประมาณ ๙๐,๐๐๐ บาท และหลังจากนั้นมาประมาณหนึ่งปี
คุณมยุรี ป้อมแก้ว ก็ได้ทราบข่าวจากพระจิรยุทธิ์ว่า ทางศูนย์ฯ
ลังจะก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมหลังใหญ่ จึงขอเป็นเจ้าภาพถวายพระประธาน
แต่ท่าน พระครูสมุห์ธีรวัฒน์ท่านมีความต้องการที่จะหล่อพระในแบบที่แตกต่างออกไป
ไม่เหมือนที่สร้างออกจากโรงหล่อทั่วไป เพื่อที่จะให้เป็นสัญลักษณ์
และดูมีความสวยงาม มีคุณค่า เป็นเอกลักษณ์ประจำศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวันต่อไป |
ในที่สุด ท่านก็ไปถูกใจ พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ
ที่วัดหน้าพระเมรุ จ.พระนครศรีอยุธยา ท่านได้นำกล้องเข้าไปถ่ายรูป
และขออนุญาตท่านเจ้าอาวาสวัดหน้าพระเมรุเพื่อขอสร้างองค์จำลองขึ้น
ก็ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งแนะนำว่า ถ้าจะถ่ายรูปหลวงพ่อพระพุทธนิมิต
ต้องจุดธูปขออนุญาตท่านก่อน เพราะท่านเจ้าอาวาสเพิ่งพบเหตุการณ์อัศจรรย์ขึ้นกับตนเอง
คือ เมื่อท่านขึ้นไปถ่ายรูปเพื่อประกอบเรื่องของบประมาณมาบูรณะวัดส่งไปกรมศิลปากร
แต่ได้ได้ขออนุญาตก่อน ท่านเจ้าอาวาสได้เป็นผู้ถ่ายรูปเอง พอกดชัตเตอร์ปุ๊บ
ได้ยินเสียงกล้องลั่นดัง "เปรี๊ยะ" ชัตเตอร์ค้างกดไม่ลง ถ่ายต่อไม่ได้
|
 |
เมื่อท่านพระครูท่านได้พบกับเหตุการณ์เช่นนี้
จึงได้จุดธูปอธิษฐานจิตขออนุญาต ก็ได้ภาพหลวงพ่อพระพุทธนิมิตสมความประสงค์
จากนั้นท่านนำรูปที่ถ่ายไว้ไปเรียนปรึกษาหลวงพ่อพระราชสุทธิญาณมงคลที่วัดอัมพวัน
หลวงพ่อพิจารณาแล้วก็บอกกับท่านพระครูสมุห์ว่า
"ให้สร้างได้เลย องค์นี้พระอู่ทอง อู่ข้าว อู่น้ำ สร้างเลย ศูนย์เวฬุวันจะได้เจริญ
อู่ทอง นี่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ไม่อด ไม่ใช่อยุธยา องค์นี้ปางพระยาชมพูบดีปางพระมหาจักรพรรดิ์
องค์นี้กษัตริย์สร้าง ไม่ใช่คนธรรมดาสร้าง คนธรรมดาสร้างไม่ได้"
ต่อมาเมื่อท่านได้ไปปรึกษากับทางเจ้าภาพ ก็ได้ประเมินราคาการสร้างพระตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งสิ้นสุดพิธีเททองไว้ประมาณ
๗๐๐,๐๐๐ บาท ท่านพระครูสมุห์เห็นว่าเป็นราคาที่สูงเกินไป ท่านจึงระงับความคิดที่จะสร้างพระไว้ก่อน
|
|
ภายหลังเมื่อท่านพระครูสมุห์ธีรวัฒน์
ได้พบกับอาจารย์ อิทธิพร ธงอินทร์เนตร และได้เล่ารายละเอียดต่าง
ๆ ให้ฟัง อาจารย์อิทธิพรจึงได้กลับไปศึกษาหาข้อมูลต่าง ๆ และกลับมาพูดกับท่านพระครูสมุห์ว่า
"อาจารย์เชื่อใจผมไหม ผมจะทำให้ แต่ไม่แน่ใจว่าจะออกมาดีไหม
เพราะผมไม่เคยปั้น ไม่เคยทำ แต่เป็นเพราะว่าผมชอบหลวงพ่อวัดหน้าพระเมรุนี้มาก
ตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ อาจารย์พาผมไปวาดรูปองค์ท่าน ผมประทับใจท่านตั้งแต่นั้นมา
ถ้าท่านพระครูจะสร้าง ผมจะทำให้ งบประมาณการสร้างพระ รวมทั้งฐานชุกชี
และการตกแต่งผนังด้านหลังพระประธานจะไม่ให้เกิด ๒๕๐,๐๐๐ บาท
ท่านพระครูสมุห์ก็อนุญาตด้วยความยินดี |
|
|
  
หน้าต่อไป
|