ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 12
:: ภาคชีวประวัติ :: เรื่อง โยมอุบาสิกาสุ่ม ทองยิ่ง
โดย พระราชสุทธิญาณมงคล

ท่านสาธุชนทั้งหลาย โยมสุ่ม ทองยิ่ง นั้นมิใช่บำเพ็ญกุศลในชาตินี้เท่านั้น ได้บำเพ็ญมาแล้วหลายชาติหลายกัปป์หลายกัลป์ โยมเริ่มต้นเข้ามาปฏิบัติกรรมฐานในปลาย พ.ศ. ๒๔๙๔ ขณะที่มีอายุเพียง ๓๘ ปีเท่านั้น เมื่อถึงแก่กรรมในเวลาอันสมควรนี้ รวมอายุได้ ๘๔ ปี ๖ เดือน หลังจากบำเพ็ญกุศลฌาปนกิจศพเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทำให้ความวังเวงใจเกิดขึ้นแก่พวกเราที่ได้เคยอยู่ร่วมกันมาเป็นเวลานาน


แต่ก่อนนี้ ผู้ที่จะสนใจปฏิบัติธรรมตั้งแต่อายุ ๓๘ ปีนั้นหายาก แม่สุ่มสนใจทำอย่างจริง ๆ จัง ๆ ทุกวันพระไม่เคยขาด พาหนะที่มาก็คือพายเรือมากับแม่ช้อย แม่จัน ต่อมาก็มีแม่แต้มพ่วงมาด้วย บัดนี้คนเหล่านี้ก็ได้ร่วงโรยจากโลกไปสู่สัมปรายภพหมดแล้ว แม่สุ่ม ทองยิ่ง เมื่ออยู่ในวัย ๓๘ ปีนั้น มีอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่ทำนา ต้องไปทำถึงคลองเม่า บางขาม หลายแห่ง ไกลแสนไกล ก็เดินทางไปอย่างอดทน เป็นหัวหน้าครอบครัว โยมฮงเป็นสามีแต่ก็ชอบอยู่หลัง เเม่สุ่มเป็นคนที่ไม่พูด แต่เป็นคนทำ ต้องออกเก็บผลหมากรากไม้ตั้งแต่ตีสี่ไปขายที่ตลาดสิงห์บุรี พ่อคือ พ่อทรัพย์ แม่คือ แม่ช้อย บรรจบราษฎร์ พ่อทรัพย์เป็นทายกวัดศรีสาคร ไม่ค่อยอยู่บ้าน กินข้าวแล้วก็ต้องไปวัด สร้างโบสถ์ สร้างศาลา สร้างวัดสร้างว่าจนชีวิตหาไม่ นั่น สร้างวัตถุ ส่วนแม่ช้อยชอบ สร้างธรรมะ ปฏิบัติธรรมะกับลูกสาว คือ แม่สุ่ม ทองยิ่ง เวลามาวัดก็พายเรือมาจากที่บ้านเตาปูน เหนือวัดศรีสาครใต้ปากคลองบางพุทรา


อาตมาอยู่วัดพรหมบุรีตั้งแต่สมัยสร้างโบสถ์ จนกระทั่งโบสถ์เก่าไปหมดแล้ว แม่สุ่มแม่ช้อยมาสอบอารมณ์ เวลามาก็ลัดทุ่งมาบ้าง มีถ่อมาอันนึง แม่สุ่มก็ถ่อ แม่ช้อยก็พาย ขากลับถ้าออกทางทุ่ง ก็ลัดทุ่งไป ๗ - ๘ กิโล กว่าจะถึงบ้านก็มืดทุกวันบุตรคนหนึ่งของแม่สุ่มคือ นายเมือง ทองยิ่ง เคยเป็น ผอ.โรงเรียนประจำจังหวัด เป็นศึกษาธิการจังหวัด ตอนนี้ปลดเกษียณแล้ว ลูกของแม่สุ่มบัดนี้มีหลักฐานมีงานมีการที่ดีทำกันหมดแล้ว


แม่สุ่ม ทองยิ่ง นั่งกรรมฐานตลอดแจ้ง ใครว่านั่งแล้วเพลีย ไม่จริง แม่สุ่มทำกรรมฐานเสร็จก็มาทำกับข้าวเลี้ยงลูกหลานอีก แล้วก็เลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ เสร็จแล้วเดินจงกรม แล้วเข้าไปนั่งในมุ้ง เพราะยุงมันชุม นั่งตลอดยันตีสี่เลยนะ พอตีสี่ออกจากกรรมฐาน ก็อาบน้ำ ลูบเนื้อลูบตัว หุงเข้า ต้มแกง แล้วไปไถนา ไปเกี่ยวข้าว กลับมาก็มืดค่ำ พ่อฮงก็ไล่วัวไล่ความเข้าบ้าน อาบน้ำแล้วนอนคนละที่ สามีภรรยาคู่นี้เขาไม่ได้นอนด้วยกัน นอนคนละมุ้ง นี่อาตมาต้องขออนุญาตกล่าว เรื่องในครอบครัวนะ แล้วแม่สุ่มก็นั่งกรรมฐาน ไม่ต้องนอนกับใคร ตลอดตีสี่ เข้าผลสมาบัติได้เลยนะ พอออกจากกรรมฐานก็หุงเข้าใส่บาตร วนเวียนเป็นกิจวัตรประจำอยู่เช่นนี้


ท่านสาธุชนทั้งหลายที่เคยอยู่ร่วมกันสมัครสมานสามัคคีสร้างความดีร่วมกันมาเป็นเวลานาน แม่สุ่มได้มาจากไปโดยกะทันหัน แต่เราก็ไม่ได้เศร้าโศกเสียใจแต่ประการใด เพราะไปตามกาลเวลา ตามบัญญัติของชีวิตนั่นเอง ไม่มีใครช่วยใครได้ แต่แม่สุ่มรู้ตัวว่าจะต้องจากโลกไปในเวลาไม่เกิน ๓ ชั่วโมงในวันนั้น อาตมาจึงได้เทศนาชี้แจงเรื่องการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ในปฐมวัย มัชฌิมวัย ปัจฉิมวัย บัญญัติชีวิตเป็นอย่างไร


แม่สุ่ม ทองยิ่ง น้ำได้รำลึกเหตุการณ์ในอดีตได้หลายเรื่อง อาตมาทราบเพราะเป็นคนสอบอารมณ์มา อดีตกาลที่ผ่านมา แม่สุ่มได้บำเพ็ญกุศลมาแล้ว เหมือนอย่างลูกของท่านจะเป็นลูกชายหรือลูกสาวก็ตามที่เรียนหนังสือเก่ง ก็ปรากฏชัดในชีวิตของเขาว่าในอดีตชาติเคยเรียนมาแล้ว มันจึงได้เรียนผ่านได้ไวมาก ท่านทั้งหลายที่มีนิสัยมาแต่ชาติปางก่อน เคยบำเพ็ญทาน ศีล และภาวนามาแล้ว ก็จะเข้าสูภาวะได้ไวมาก ถ้าไม่เคยมาก่อนต้องมาสร้างฐานะกันใหม่ มาปลูกนิสัยกันใหม่ ก็แสนจะยากลำบาก


เพราะฉะนั้นคนเราที่จะมาปฏิบัติธรรมนี้แสนจะยาก เอารถไปลากเอาช้างไปฉุดก็ไม่สำเร็จ เพราะเมื่อชาติก่อนนี้เขามิได้มีนิสัยแบบนี้ เขามีนิสัยห่างเหินจากความดี จึงไม่ได้สนใจมาสร้างความดีในชาตินี้


แม่สุ่ม ทองยิ่ง รำลึกเหตุการณ์ได้อย่างดี สามารถเจริญกุศลภาวนาจากวันพระกลับไปบ้านนั่งตลอดถึงตี ๔ ทุกคืนไม่เว้น อันนี้เป็นความจริงที่ขอยืนยัน ตี ๔ แล้วก็ออกจากกรรมฐานผลสมาบัติ ก็หุงข้าวหุงปลาให้แม่ช้อยใส่บาตร พ่อทรัพย์ใส่บาตร แล้วก็ออกนาไปถึงคลองเม่า บางขาม มหาศร คือบ้านหมี่ ทำนาไกลมาก แล้วก็ค่อยเลื่อนมาอยู่หลังบ้าน ทำน้อยลงไป ทำสวน ทำมะปราง มะม่วง ขนุน มากมายก่ายกอง แต่จะทำอะไรก็เป็นหัวหน้าหมด เป็นหัวหน้าครอบครัว โยมฮงเป็นสามีก็เดินหลังไม่ค่อยพูด ไม่พูดเลย แม่สุ่มว่าอย่างไรก็ว่าตามกัน เราจะเป็นว่าถ้าคนใดมีวิสัยจะบวชเป็นพระภิกษุ จะเป็นอุบาสก อุบาสิกา มักจะมีความเป็นผู้นำ อยากจะทำอยากจะช่วย อยากจะหนุน อยากจะลอง ประคับประคองจิตใจของตนและบุคคลอื่นด้วย


มีอัธยาศัย มีมนุษยสัมพันธ์อย่างดี คนที่ไร้นิสัยไม่มีติดมาแต่ชาติก่อนแล้ว มาในชาตินี้จะสร้างนิสัยให้ดีเหมือนคนอื่นต้องการความดีก็แสนจะยากมาก ไม่มีโอกาสจะดีได้

 

 

 

หน้าถัดไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่