
|
 |
คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
| หนังสือกฎแห่งกรรม
เล่ม 12 |
| ::
ภาคธรรมปฏิบัติิ :: |
เรื่อง
อยู่อย่างมีความสุข
โดย พระราชสุทธิญาณมงคล |
๙ กันยายน ๒๕๔๐ ขอเจริญพร ท่านพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย
ทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ ในวันนี้เป็นวันธรรมสวนะ วันพระ ขึ้น
๘ ค่ำ เดือน ๑๐ ใกล้เวลาที่จะถึงสารทและใกล้เวลาที่จะออกพรรษา
เหลือเวลาอีกเดือนเศษเท่านั้น ผ่านสิ้นเดือนไปแล้ว ในวันนี้ก็เป็นวันฟังธรรมของชาวพุทธศาสนิกชน
และอุบาสก อุบาสิกา ทุกๆ ท่านผู้ใคร่ธรรมสัมมาปฏิบัติในหน้าที่นี้
เราก็ไม่ควรจะเว้นจะว่างจะเหินจะห่างในวันพระ ควรจะมาแสวงหาพระมาไว้ประจำใจสักหนึ่งวันในวันพระก็จะดีไม่ใช่น้อยเหมือนน้ำย้อยบ่อตาลทีละหยดก็สามารถเต็มกระบอกตาลได้
แต่น่าเสียดายมาก |
 |
บางท่านเกิดทุกข์กายทุกข์ใจ
ไม่มีความสุขในยุคโลกาภิวัฒน์และในยุคโลกปัจจุบันนี้ก็มากแต่มาแสวงหาความสุขเพียง
๓ วัน แล้วก็จากไป แล้วก็ไปประสบทุกข์อีกเป็นเวลาแรมเดือนแล้วท่านจะหาความสุขเพียง
๓ วันไปมีทุกข์ตั้งหลายวัน ๒๗ วันต่อเดือน หนึ่งสัปดาห์หนึ่งวันพระต่อ
๗ วัน ก็ยากอยู่ที่จะมาหาความสุขในวันพระ แม้แต่ชั่วโมงเดียวก็หายาก
แต่อีก ๖ วันนั้นเป็นวันไม่ใช่วันพระ แต่เราไปสร้างฐานะหรือสร้างสาระหรือแก่นสารอันใด
ต่อหนึ่งสัปดาห์ในวันพระไม่มีเลยนะ หาแต่ความยุ่งยาก หาแต่ความสุขเพียงหูตา
มันก็ยุ่งยากและวุ่นวายตลอดกาล เราจะอยู่อย่างมีความสุขในยุคปัจจุบันก็ยาก
ไม่ค่อยมีเลย ท่านสาธุชนทั้งหลายเอ๋ย มาคิดพิจารณาอย่างนี้แล้ว
ไม่มีอะไรจะทำให้ชีวิตมีค่า |
เวลามีประโยชน์ด้วยการเจริญวิปัสสนาก็หามีไม่ ถ้าเจริญวิปัสสนาแล้วทำให้ชีวิตมีค่าราคาแพง
เวลาก็เป็นเงินเป็นทอง เงินจะไหลนองทองไหลมาเพราะชีวิตท่านมีค่า เวลาท่านจึงมีประโยชน์ต่อเวลาที่หมดไปแล้วไหนเลยละจะมีทุกข์ร้อนผ่อนคลายมานั่งวิปัสสนาเพียง
๓ วัน ต่อ ๗ วันในหนึ่งสัปดาห์ แล้วท่านจะได้อะไร ยังไม่ถึงตัวสุข ยังไม่ถึงตัวทุกข์แท้
ยังไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้แล้วท่านจะได้อะไรหรือ อาตมาจึงไม่ขอเชิญชวนท่านมาเจริญกรรมฐาน
เพราะแต่ละฐานะ แต่ละคนเหมือนกันไม่ได้ มีบุญวาสนาไม่เท่ากันแน่ มีปัญญาก็ไม่เท่ากัน
วิชาความรู้ก็ไม่เหมือนกัน เรียนมาคนละสาขา แต่ละท่าน แต่ละเวลา แต่ละเวลา
เหมือนกันไม่ได้ แตกต่างกันด้วยรูปร่างหน้าตาในรูปธรรมแล้ว ยังมาแตกต่างกันในเรื่องจิตใจ
ไม่จำต้องกล่าวว่าทั่วไป ท่านสาธุชนทั้งหลายเอ๋ย แค่ไม่ไผ่ก็ต่างปล้องพี่น้องต่างใจท้องเดียวก็เหมือนกันไม่ได้
พระในวันอัมพวันทุกองค์ก็เหมือนกันไม่ได้เช่นเดียวกัน มีหลายเกรด เพราะว่าพระมีเอตทัคคะไม่เหมือนกัน
พระมหานิยมหนักไปทางมหานิยม พระหนักไปทางคงกระพัน เขาจึงไปแสวงหาเครื่องรางของขลังตามวัดว่าดีทางไหน
เป็นต้น
วัดอัมพวันดีทางไหน ก็ไปหากันตามชอบ
แต่น่าจะถามตัวเองว่าเรานะดีทางไหน มีอะไรดีบ้างในตัวของท่าน
ไม่ต้องไปหาของดีที่ในพระว่าพระท่านมีคงกระพันไหม มีหวยไหม ให้หวยอำนวยพร
พรมน้ำมนต์ให้หน่อยได้ไหม ไปหาของดีที่พระตามวัด น่าจะแสวงหาของดีในตัวเอง
เอาพระมาไว้ในตัวเองไม่ได้เชียวหรือประการใด ท่านจะไปหาใครเล่า
ไม่ใช่มาบวชวัดอัมพวันจะดีทุกองค์ก็คงไม่ใช่ ต่างเวรต่างกรรม
ต่างถิ่นต่างฐาน ต่างบ้านกันมาทั้งนั้น ไม่เหมือนกัน แต่มารวมกันแล้วเข้าสู่จุดมุ่งหมายแห่งความสุขชีวิตไม่มีความทุกข์นั่นแหละจึงเหมือนกันได้ในความจริงของชีวิตอันนี้นะ
บางคนไม่มีความจริงของชีวิตแต่ประการใดเลยมีแต่ความทุกข์ระทมข่มขื่นตลอดรายการ |
|
 |
ท่านไม่คิดจะหาความสุขบ้างหรือ
ท่านจะแสวงหาแต่ความทุกข์ความยากความลำบากตลอดรายการเชียวหรือ
เป็นที่น่าเสียดายมาก ท่านอย่าคิดว่าเราจะยังไม่ตายนะ อาตมาพูดที่กุฏิแล้วว่า
ผู้ชาย ผู้หญิงต่างกัน ผู้ชายอายุสั้นกว่าผู้หญิง ๖ ปี โดยเฉลี่ยผู้หญิงอายุยืนกว่า
ทุกคนไม่ทราบไม่เข้าใจ แต่ผู้หญิงรุ่นใหม่ยุคโลกาภิวัฒน์ก็อายุสั้นเสียอีก |
ไม่เหมือนกับที่เราคาดไว้ว่าผู้หญิงอายุมากกว่าผู้ชาย
๖ ปี ผู้ชายตายก่อน แต่มายุคใหม่สมัยโลกาภิวัฒน์นั้น ผู้หญิงก็ตาย
ตายในท้อง ตายนอกท้อง ตายตอนอายุ ๓๐, ๔๐ เป็นโรคมะเร็งตายกันเป็นแถว
ผู้ชายก็เริ่มตาย เพราะว่าสังคมจัด ต้องเสียกำลังไปในสังคมมากมายถึงจะมีหลักเหตุผลตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
๖ ปี ไปก่อนโยมผู้หญิงทั้งนั้น บางบ้านเราจะเห็นว่ามีแต่โยมผู้หญิงอยู่กันเป็นแถวโยมผู้ชายตายหมด
นี่แหละมันแตกต่างกันด้วยร่างกายสังขารสุขภาพอนามัยในยุคโลกาภิวัฒน์นี้
จะอยู่อย่างมีความสุขในยุคปัจจุบันท่านจะอยู่อย่างไร
ถึงจะมีสุข บ้านเมืองก็เกิดกุลียุค ข้าวยากหมากแพง ข้าวของก็แพงขึ้นไปตามลำดับ
ก็ขอให้อยู่ด้วยความสุขได้ไหม |
|
 |
สตาร์ทตัวเองให้ราคาแพงเหมือนของที่มันราคาแพงในตลาดนั้น
แล้วก็ประกอบกิจหน้าที่การงานเพิ่มความสุขให้มาก ถอนความทุกข์ออกจากใจ
ท่านจะทำได้ไหม ท่านก็จะทำไม่ได้ เห็นเขาทุกข์ก็จะทุกข์ตาม ท่านก็ทุกข์ประจำอยู่แล้วท่านพี่น้องทั้งหลาย
จะเอาทุกข์จรมาทำไมอีก เอาทุกข์จรมีใส่ใจ ท่านก็อยู่อย่างมีทุกข์ในยุคโลกาภิวัฒน์
ไม่ได้อยู่อย่างมีความสุขแต่ประการใดเลย มาอยู่หาทุกข์ใส่ตัว
เอาตัวไม่รอด ไม่ปลอดภัย ตรงกับยุคโลกปัจจุบันที่เขาเป็นกันอย่างนี้
ไหนเลยจะอยู่รอด จะปลอดภัย ขอให้ท่านพุทธศาสนิกชนอยู่อย่างมีความสุขในยุคปัจจุบันนี้เถิด
จงพยายามสร้างคุณภาพคุณธรรมให้เกิดมีคุณค่า ชีวิตมีค่าต้องเจริญวิปัสสนาเท่านั้น
ถ้าท่านไม่เจริญวิปัสสนาชีวิตท่านจะไม่มีค่า เวลาของท่านจะไม่มีประโยชน์เลย |
ช้อปปิ้งที่โน่น
ช้อปปิ้งที่นี่ เที่ยวโน่นเที่ยวที่นี่ตลอด ประหยัด มั่นคง ดำรงศาสตร์
ชีวิตท่านจะอยู่อย่างมีความสุขในยุคปัจจุบันนี้ ท่านไม่เจริญกรรมฐาน
ไหนเลยชีวิตท่านจะมีความสุข ท่านกลับไปเอาทุกข์จรนอกบ้านมาใส่ตัว
ไหนเลยท่านจะมีความสุข เจริญต้น เจริญปลาย เสมอต้น เสมอปลายเล่า
อยู่อย่างมีความสุขในยุคปัจจุบันน |
|
ขอแยกข้อความนี้ออกไปเพื่อให้ท่านเข้าใจต่อไปนั้น
เพราะการเจริญกรรมฐานหาคนเจริญยาก คนจึงมีแต่ความเสื่อม มานั่งกรรมฐาน
บอกเจริญสัก ๗ วัน ได้ไหม ตัดใจมาหน่อยได้ไหม บอกกับหลวงพ่อว่าสัก
๒ วันได้ไหม ก็ได้ดีกว่าไม่มาเลย วันเดียวได้ไหม สักครึ่งนาทีได้ไหม
นี่เห็นแก่ตัวจริงๆ สร้างความดียังต่ออีก เอาความดีเท่านี้หรือ
เอาความชั่วเท่านั้น แล้วก็เอาตัวไม่รอดเลย นี่เห็นแก่ตัวจริงๆ
อยากได้ดีแต่ไม่สร้างความดี เพราะบุญมีแต่กรรมบัง มองไม่เห็นความดีอันนี้
อยากให้ลูกได้ดี อยากให้สามีเป็นคนดี อยากให้ภรรยาเป็นคนดีด้วยกัน
แต่ทำไมไม่สร้างความดีเล่า สร้างแต่ความชั่วร้ายกัน ไม่มีโอกาสเลย
|
|
|
  
หน้าต่อไป
|