ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 12
:: ภาคธรรมปฏิบัติ :: เรื่อง พุทธวิธีเตรียมตัวก่อนตาย
โดย พระราชสุทธิญาณมงคล

บทนำ ดร.พินิจ รัตนกุล ผู้อำนวยการศูนย์ศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้อาราธนาพระราชสุทธิญาณมงคล วัดอัมพวัน สิงห์บุรี บรรยายเรื่อง พุทธวิธีเตรียมตัวก่อนตาย ณ ห้องประชุมอรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ ศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ในวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๔๑ เวลา ๑๔.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. สาระสำคัญในการเตรียมตัวก่อนตายนั้น จะต้องเตรียมตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น วัยกลางคนเรื่อยไป ไม่ใช่คอยเตรียมตอนแก่ หมั่นเจริญกุศลภาวนา จนกระทั่งสามารถพึ่งพาตนเองและแก้ไขปัญหาชีวิตได้


อารัมภบท ขอเจริญพรท่าน ดร.พินิจ รัตนกุล ผู้อำนวยการศูนย์ศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยบรรดาญาติพี่น้องผู้ใคร่ธรรมสัมมาปฏิบัติทุกท่าน อาตมาขออนุโมทนาแก่ท่าน ดร.พินิจ รัตนกุล ที่มองเห็นการณ์ไกลนิมนต์อาตมาให้บรรยายเรื่อง "พุทธวิธีเตรียมตัวก่อนตาย" เป็นหัวข้อที่ดีมาก ไม่มีใครคิดขึ้นมา คิดมองกันแต่ข้างหน้า ไม่มองย้อนกลับข้างหลัง ท่านทั้งหลายโปรดพิจารณา โลกกำลังจะแตกแล้ว ขาดความสามัคคี หาความพอดีไม่ได้ เดินสวนทางกันหมดแล้ว ประเทศจะเหมือนเมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๐ สมัยกรุงศรีอยุธยาราชธานีที่ผ่านมา ปัจจุบันโลกเจริญมาก แต่จิตใจเลวที่สุด


เดี๋ยวนี้เด็กติดยาเสพติดกันมาก เด็กไม่เรียนหนังสือกันเป็นเพราะเหตุผลประการใด สถิติเด็กรุ่นสาว ม.๕ ม.๖ ติดโรคเอดส์มาก ตรวจโรคเอดส์ตรวจอย่างไร ดูตากับลิ้น ไม่ต้องไปตรวจปัสสาวะ ขอฝากพยาบาลไว้ด้วย ตรวจตากับแลบลิ้นดู คล้าย ๆ เป็นทรายเป็นจุด ๆ แล้วก็กำลังถอยลงไป นั่นแหละโรคเอดส์ เรื่องยาเสพติดก็พูดกันมาก แต่โรคนี้มากกว่า ไม่มีใครรู้เลย เป็นที่น่าเสียดายในชีวิตของเขามาก ท่านผู้เป็นบิดามารดาโปรดพิจารณาด้วย ถ้าท่านเป็นบิดามารดาไม่ได้ดูลูกเลยจะเสียใจต่อภายหลัง นี่เป็นความสำคัญของชีวิตในระยะกลาง อย่าให้ลูกว่าง อย่าให้ห่างผู้ใหญ่ จะหลงทางได้ง่าย ท่านเตรียมตรงนี้หรือยัง จะไปเตรียมตอนแก่แล้ว จึงเข้าวัดจะเกิดประโยชน์ไหม เข้าวัดตอนแก่จะเข้าไปทำไม ควรจะเตรียมตัวตั้งแต่เป็นเด็ก


เตรียมตัวตั้งแต่เด็กเตรียมอย่างไร พ่อแม่ควรสอนลูกหลานตั้งแต่ยังเด็ก จะมีวิธีการสอนอย่างไร เมื่อ ๑๕ ปีมาแล้ว อาตมาไปพูดที่โรงเรียนอนุบาลจังหวัดสระบุรี เด็กเล็ก ๆ ทั้งนั้นเขาก็เกรงว่าเด็กจะสนใจฟังได้แค่ ๕ นาที ถ้าเลยกว่านี้ต้องซนอยู่ไม่ได้ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้เด็กอนุบาลอยู่ฟังได้ถึง ๓ ชั่วโมง


อาตมาก็คิดว่า เด็กชอบอะไร เด็กเป็นอะไร นึกได้ว่าเด็กก็เหมือนปลาต้องมีเหยื่อล่อ อาตมาจึงเตรียมพร้อมโดยเตรียมปัจจัยใสซองไปห้าพันบาท ซองละ ๑๐ บาท นำทอฟฟี่ไป ๕ ปี๊บ มีเด็กอยู่สามพันคน เริ่มรายการก็แจกทอฟฟี่ก่อน เด็กก็ไม่พูด พอได้ ๕ นาที ก็จุดธูปเทียนบูชาพระแล้วรับศีล อาตมาใช้วิธีบรรยายถาม - ตอบ ไม่ใช้วิธีบรรยายเรื่อยไป เด็กจะจำไม่ได้ ทำให้เด็กอยู่ฟังได้เป็นชั่วโมง


อาตมาถามว่า ใครเป็นชาวพุทธ ยกมือขึ้น ใครเป็นอิสลาม ยกมือขึ้น ใครเป็นคริสต์ ยกมือขึ้น ปรากฏว่ามีทุกศาสนา อาตมาถามว่า "ศาสนาแปลว่าอะไร" ให้คนที่เป็นพุทธตอบก่อน ก็ตอบไม่ได้ ให้คริสต์ตอบ ก็ตอบไม่ได้ อิสลามคนหนึ่งลุกขึ้นยืนตอบทันทีว่า "ศาสนาแปลว่าคำสั่งสอนเจ้าข้า" อาตมาจึงยื่นซองให้ไปหนึ่งซอง พวกก็ฮากันเลย ถ้าพูดไปเรื่อย ๆ เด็กจะไม่จำ ข้อต่อไปก็ถามว่า "คำสั่งกับคำสอนแปลว่าอะไร" ให้พุทธตอบ ก็ตอบไม่ได้ คริสต์ก็ตอบไม่ได้ เด็กอิสลามคนหนึ่งยืนขึ้นบอกว่า หนูตอบเองเจ้าข้า "คำสั่งแปลว่าวินัย คำสอนแปลว่าธรรมะ" อาตมาจึงเรียกให้มารับซองไป ๒ ซอง ผู้ใหญ่ยังตอบไม่ได้ แต่อิสลามตอบได้หมด คำสั่งคือวินัย ผู้บังคับบัญชาสั่ง นี่คือวินัย คำสอนนั้นเป็นหลักธรรม ถ้าพูดอย่างนี้เด็กจะจำได้ทั้งสามพันคน ทำไมจำได้ ก็ได้ซองแล้วมันตื่นเต้น เด็กก็ชะเง้อ สนใจ สิ่งนี้เป็นเทคนิคในการสอน อาตมาถามต่อไป "ศีลคืออะไร" อิสลามตอบได้ "ศีลคือปกติเจ้าข้า" ศีลคือปกติ ทั้งสามพันคนจำได้หมด ถ้าเรามีนโยบายชี้แจงอย่างนี้ เด็กก็จะจำได้ และอยู่กับเราได้ถึง ๓ ชั่วโมง


คนจะปกติได้เพราะอะไร คนจะปกติได้นั้นต้องมีสติสัมปชัญญะ คนที่ขาดสติสัมปชัญญะจะไม่ปกติ พูดไม่มีหูรูด พูดขึ้นห้วยลงเขา นี่ต้องพูดตรงไปตรงมา ศาสนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ ยอดพัฒนาจริง ๆ เริ่มพัฒนาจิตคน พอพัฒนาจิตแล้วคนก็อยากมีการศึกษา อยากจะแสวงหาความรู้ เรียกว่า พัฒนาการศึกษา พอพัฒนาการศึกษาเสร็จแล้ว ทุกคนก็อยากจะประกอบอาชีพการงาน พัฒนาเศรษฐกิจ ให้เศรษฐกิจดีขึ้น ถ้าจิตดีแล้วก็จะพัฒนาอย่างนั้น สุดท้ายก็พัฒนาสังคม อยู่ด้วยความเมตตาปรานี อารีเอื้อเฟื้อขาดเหลือคอยดูกัน ถ้าพัฒนาผิดที่ก็เอาดีไม่ได้ ถ้าสร้างความดีถูกสถานที่ ถูกตัวบุคคล ถูกกาลเทศะ และเสมอต้นเสมอปลาย รับรองผู้นั้นดีแน


ปัญหาของชีวิตคือกฎแห่งกรรม ขอเจริญพรพี่น้องทุกคนว่า ปัญหาชีวิตของแต่ละคน คือกฎแห่งกรรม มันแก้ให้กันไม่ได้ ตัวใครตัวมันต้องแก้ด้วยตัวเอง คนอื่นจะไปแก้ให้เขาก็ไม่ได้ พระพุทธเจ้าจบ ๑๘ ดอกเตอร์ ๑๘ ศาสตร์ เรียนมาหมดทุกอย่างแล้ว เพราะเหตุใดจึงต้องเสด็จบรรพชา ท่านต้องการไปหาวิชาแก้ปัญหาชีวิต วิชาแก้ทุกข์ ต้องใช้เวลาไปเรียนวิชานี้ถึง ๖ ปี กว่าจะได้วิชานี้มาให้เรา วิชาแก้ปัญหาชีวิต วิชาแก้ปัญหาทุกข์ แต่เรากลับเอาไปทิ้งไม่เคยมีใครนำมาใช้เลย มีแต่สร้างความทุกข์หาความสนุกในสังคมเท่านั้น

 

 

 

หน้าต่อไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่