ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 12
:: ภาคกฏแห่งกรรม :: เรื่อง ปาฏิหาริย์มีจริงปาฏิหาริย์มีจริง
โดย นันทา ตันชูเกียรติ พล.ต.ต. อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ
พันธ์ณี กุหลาบทิพย์ (ตันชูเกียรติ)

เมื่อประมาณปลายปี พ.ศ. ๒๕๓๗ ข้าพเจ้าได้ดูทีวีวันอาทิตย์ตอนเช้า สมัยก่อนจะมีรายการธรรมะ เวลาประมาณ ๘ โมงเช้า แทบทุกช่องจะมีพร้อมกัน ข้าพเจ้าเปิดทีวีเป็นประจำทุกเช้าวันอาทิตย์ เพื่อฟังธรรมะสม่ำเสมอ วันนั้นเผอิญข้าพเจ้าเปิดช่องที่มีหลวงพ่อจรัญ แห่งวัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี แสดงธรรมะ โดยมีคุณดวงตา เป็นพิธีกร ข้าพเจ้าได้นั่งฟังหลวงพ่อแสดงธรรมะตั้งแต่ต้นจนจบ และอยากฟังต่ออีก แต่เสียดายมีการต่ออาทิตย์ต่อไป ข้าพเจ้าก็ได้ติดตามจนจบ ๒ อาทิตย์ วันจันทร์ข้าพเจ้ามาทำงานก็ได้ถามพนักงานในบริษัทว่า ใครได้ฟังหลวงพ่อแสดงธรรมะเมื่อเช้าวันอาทิตย์หรือไม่ ใครพอจะทราบไหมว่าวัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี อยู่ที่ไหน

อยากไปฟังท่านเทศน์ที่วัดจังเลย รู้สึกศรัทธาเลื่อมใส มีความสุขมากเมื่อได้ฟังท่านสอนธรรมะ แม้เพียง ๒ ครั้งเท่านั้นทางทีวี เผอิญพี่สะใภ้ที่ทำงานร่วมกันบอกว่า พี่ชายเราเองนั่นแหละได้ไปกราบหลวงพ่อหลายครั้ง และหลายปีแล้ว ฝึกปฏิบัติธรรมะกับหลวงพ่อด้วย มันเหมือนปาฏิหาริย์จริง ๆ ข้าพเจ้าเกิดศรัทธาอย่างแรงกล้า อยากไปเห็นไปกราบตัวจริงท่าน จึงบอกพี่ชายคือ คุณอธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ ขณะนี้ดำรงตำแหน่ง พล.ต.ต. แล้ว ซึ่งก็ได้บารมีท่านที่ช่วยคุ้มครองและเตือนสติสั่งสอนให้กับพี่ชายของข้าพเจ้ามาตลอด พี่ชายของข้าพเจ้าก็รับปากจะพาไป พร้อมกับนัดวันคือจะไปในเวลาเย็น ๆ เพื่อจะได้มีมีโอกาสกราบนมัสการหลวงพ่ออย่างใกล้ชิด เย็นวันหนึ่งพวกเราก็ออกเดินทางไป ข้าพเจ้าชวนพี่สาวคนโตไปด้วยคือ คุณนันทา ตันชูเกียรติ ปกติพี่สาวก็ไม่ชอบไปวัดเท่าไร ชอบกราบไหว้พระพุทธรูปและให้ทานดีกว่า เพราะเคยพบพระสงฆ์บางรูปที่ไม่น่าเลื่อมใสจึงทำให้ศรัทธาในข้อนี้เสื่อมลงไป

แต่ด้วยบารมีของหลวงพ่อดลบันดาลให้พี่สาวตกลงไปด้วย ทำให้ข้าพเจ้าปีติยินดีมาก จะได้เกิดความศรัทธาขึ้นมาอีกครั้ง เพราะในโลกนี้ย่อมมีคนดีและไม่ดีปะบนกันไป วันแรกที่พวกเราเข้าพบหลวงพ่อทำให้เราผิดหวังเหมือนกัน พอพบหน้าท่านแล้ว ท่านดูไม่ใส่ใจกับพวกเราเลยจนพวกเราชักหมดความอดทน ไปตั้งไกลพอไปถึงหลวงพ่อไม่ยอมพูดกับพวกเราเลย จนกระทั่งเป็นเวลานานพอสมควร หลวงพ่อจึงละจากงานที่เขียนอยู่เงยหน้าขึ้นพูดกับพวกเราแล้วบอกว่า เรารู้แล้วว่า พวกโยมมีความศรัทธาที่จะมาหาหลวงพ่อจริง ๆ หลวงพ่อจะดูใจซิว่าพวกโยมจะรอและมีความอดทนได้แค่ไหน พวกเราโล่งอกและมีความสุขมากที่หลวงพ่อมีเมตตากับพวกเรา เริ่มคุย เริ่มสั่งสอนพวกเราให้ปฏิบัติตนตามที่ท่านชี้แนะ ข้าพเจ้าได้ไปกราบท่านครั้งนี้ครั้งแรก รู้สึกปลาบปลื้มมากมีความสุขทางใจอย่างยิ่งยวด ข้าพเจ้าปฏิบัติธรรมสวดมนต์ไหว้พระเป็นประจำอยู่แล้ว มีเวลาก็จะนั่งกรรมฐาน เพราะชอบที่จะสวดมนต์ไหว้พระตลอด มันเป็นความสุขทางใจ พอหลวงพ่อชี้แนะเสริมให้อีกในการสวดมนต์ เพื่อเป็นศิริมงคลชีวิตให้เสริมบารมีขึ้นไปอีก ข้าพเจ้าก็ถือไปปฏิบัตินับแต่นั้นมา แต่ที่ปาฏิหาริย์มากก็คือพี่สาวของลูกไม่เคยอดทนรอใครอยู่แล้ว พอมาถึงที่วัดต้องมีความอดทนรอหลวงพ่อจะเมตตา

ทำให้พี่สาวของข้าพเจ้าตั้งแต่ได้กราบหลวงพ่อมาจนกระทั่งบัดนี้ ใจเย็นสุขุมไม่เกรี้ยวกราด มีสติมากขึ้น นั่งสวดมนต์ปฏิบัติธรรมได้นานขึ้น จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน การงานต้องปกครองพนักงานเกือบ ๑,๐๐๐ คน ก็ใจเย็นไม่ฉุนเฉียว เวลานี้กลับเป็นฝ่ายชักชวนเพื่อนฝูงและผู้ใต้บังคับบัญชาให้เข้าหาธรรมะปฏิบัติธรรมกัน นับแต่นั้นมาพวกเราพอมีเวลาก็จะขับรถไปกราบหลวงพ่อบ่อยครั้งขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือโรคภัยไข้เจ็บที่เคยเป็นก็ทุเลาลงมาก ไม่ต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลบ่อยเหมือนเมื่อก่อนนี้ ในระยะ ๒ - ๓ ปีหลัง ไม่เข้าโรงพยาบาลเลย ความดันกับโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ยาที่เคยทานลดปริมาณลงอย่างเห็นใดชัด หน้าตาสดใสและสดชื่น คนเราถ้ามีความสุขทางใจแล้วโรคต่าง ๆ ก็จะไม่เยี่ยมกรายมา เพราะมีสติปฏิบัติธรรมตามที่หลวงพ่อชี้แนะ ความสุขก็เกิดขึ้นความสบายใจก็ตามมา

ร่างกายแข็งแรง พี่สาวประหยัดค่ารักษาไปมากทีเดียว เพราะไปแต่ละครั้งก็ไม่ต่ำกว่า ๒ - ๓ พันบาททุกครั้ง หลวงพ่อมีเมตตาให้กับญาติโยมทุกคนที่ไปถึงวัด จะเทศน์จะสอนอบรมและเป็นห่วงเรื่องอาหารการกิน กลัวพวกเราจะหิวกัน ก็ให้หาข้าวหาน้ำทานให้อิ่ม ท่านมีเมตตามากมายเหลือเกิน ต่อมาพวกเราก็พาหลานชายไปบวชและปฏิบัติธรรม เพื่อได้ใกล้ชิดกับหลวงพ่อและได้ปฏิบัติธรรมได้อย่างเต็มที่ และสถานที่ก็เงียบสงบ ขณะนี้ได้สึกออกมาแล้ว ซึ่งหลานชายคนนี้เมื่อก่อนเป็นคนอารมณ์ร้อนมาก จะโมโหง่าย ต้องปกครองพนักงานค่อนข้างจะใช้แต่อารมณ์ แต่เดี๋ยวนี้สุขุมเยือกเย็นและมีเหตุผลมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องมาจากความเมตตาของหลวงพ่อที่ได้อบรมสั่งสอนธรรมให้รู้แจ้งชัดขึ้น

เหตุการณ์ต่อมาที่ข้าพเจ้าจะเล่าให้ฟังคือ เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๓๘ พี่ชายของข้าพเจ้าคือ พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ ได้นั่งรถกับผู้ใต้บังคับบัญชาอีก ๒ คนไปราชการ จ.นครสวรรค์ โดยออกจากกรุงเทพฯ เช้ามืดไปจนเกือบจะถึง จ.นครสวรรค์ รถก็ประสบอุบัติเหตุ ดูสภาพรถแล้วไม่น่าจะรอดเลยทั้ง ๓ คน คนขับตายคาที่ ส่วนพี่ชายนั่งหลังถูกอัดอยู่ในรถ อีกคนหนึ่งกระเด็นออกมาไม่เป็นอะไรเลย พี่ชายอยู่ในอาการขั้นโคมา ขาหัก แขนหัก สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนักเลยจำอะไรไม่ได้ เลือดออกในสมอง ทางโรงพยาบาลบอกว่าเป็นตายเท่ากัน พวกเราพี่น้องทุกคนพร้อมทั้งพี่สะใภ้รีบนั่งรถไปโรงพยาบาลนครสวรรค์ เห็นสภาพแล้วพวกเราทำใจว่าไม่มีทางรอด ตลอดระยะเวลาที่เดินทางพวกเรานึกถึงหลวงพ่อตลอดเวลา ขอบารมีท่านเมตตาช่วยส่งกระแสจิตให้กับพี่ชายของข้าพเจ้าด้วย

ขอภาวนาว่าพี่ชายของเราเป็นคนดีไม่เคยทำความเดือดร้อน ไม่เคยเบียดเบียนใคร มองคนในแง่ดี มีเมตตาช่วยเหลือคน และปฏิบัติธรรมะมาตลอดตามที่หลวงพ่อได้ชี้แนะสั่งสอน พวกเราสวดมนต์ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย และขอบารมีหลวงพ่อจรัญช่วยให้พี่ชายของข้าพเจ้าจงปลอดภัย และต่อสู้ความเจ็บปวดทั้งหมดได้ในที่สุด พวกเราต้องรีบนำเข้าโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ เพราะอาการน่าวิตกมาก การเดินทางที่นำคนเจ็บมาซึ่งอยู่ในขั้นอันตรายนี้มันเสี่ยงมาก แต่เราจำเป็นจริง ๆ เพราะเราทราบดีว่าอาการอย่างนี้ต้องรีบหาเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย พวกเราเลยตัดสินใจนำเข้ากรุงเทพฯ ทันทีในวันนั้น ระหว่างทางข้าพเจ้านั่งมากับรถโรงพยาบาล

พี่ชายของข้าพเจ้ามีอาการดิ้นทุรนทุรายมาก เราสวดมนต์ภาวนาตลอดทางขอให้การนำเข้ากรุงเทพฯ อย่าได้มีอุปสรรคใด ๆ ขอให้รถไม่ติด เพราะเข้ามากรุงเทพฯ เวลานั้นประมาณ ๔ โมงเย็นแล้ว สภาพรถคงติดแน่นอน เหมือนปาฏิหาริย์การนำเข้ามาไม่ติดขัดเลย แต่อาการของพี่ชายต้องการความช่วยเหลืออย่างด่วน พอถึงโรงพยาบาลแพทย์รีบทำการผ่าตัดและเช็คสมองทันที ในระหว่างที่ถึงมือแพทย์ พวกเรานึกขึ้นได้ว่าต้องรีบแจ้งให้หลวงพ่อจรัญทราบด่วน เพื่อขอบารมีท่านช่วยด้วย

พอพี่สะใภ้โทรไปได้เรียนหลวงพ่อให้ทราบ หลวงพ่อบอกว่า หลวงพ่อทราบแล้วและได้ไปที่เกิดเหตุแล้ว ขอเจ้าที่ตรงนั้นให้แล้วว่าไม่ให้เอาชีวิตพี่ชายของข้าพเจ้าไป เพราะคนนี้เป็นคนดีจะต้องทำงานให้ประเทศชาติได้อีกนาน ขอหลวงพ่อเถิด พวกเราตกใจมากว่าหลวงพ่อทราบได้อย่างไร หลวงพ่อตอบเราว่าทราบเองไม่ต้องมีใครบอก พี่สะใภ้แจ้งว่า เวลานี้คนเจ็บเข้าผ่าตัดด่วนหลวงพ่อโปรดช่วยให้ปลอดภัยในการผ่าตัดด้วย พวกเราฟังหลวงพ่อตอบมาพวกเราขนลุกซู่เลย ว่าทำไมหลวงพ่อทราบได้อย่างไร ว่าที่เกิดเหตุตรงไหนและที่เกิดเหตุนั้นอยู่แถว ๆ ศาลพระภูมิที่มีผู้คนไปทิ้งไว้มากมายก่ายกองทีเดียว

อาจจะมีเหตุอะไรที่รุนแรงบ่อยแถวบริเวณนั้นเสมอ หลวงพ่อบอกพวกเราว่าไม่ต้องห่วง หลวงพ่อจะช่วยแผ่เมตตาให้ พวกเราปลาบปลื้มและเป็นกำลังใจให้พวกเราไม่ท้อถอยเลย เพราะสภาพคนเจ็บน่าเวทนาจริง ๆ พอออกจากผ่าตัด คุณหมอแจ้งว่าอาการไม่น่าเป็นห่วงจะดูแลอย่างใกล้ชิด มีอย่างเดียวคือทางสมอง เพราะบวมมาก อาจจะความจำเลอะเลือนไปได้ แต่ต้องใช้เวลานานหน่อย พวกเราก็โล่งอกไป เพราะทางร่างกายนั้นไม่น่าห่วงแล้ว หลังจากออกจากห้องผ่าตัดและอยู่ ไอ.ซี.ยู. พักฟื้นเกือบ ๒ เดือน จึงย้ายมาอยู่ห้องคนไข้นอกได้ ใช้เวลารวม ๖ เดือน อาการทางสมองยังจำไม่ค่อยได้ดีเท่าไร ไม่ทราบว่าใครเป็นใครเลย พวกเราก็ถามว่ารู้ไหมว่าหลวงพ่อจรัญมาแผ่เมตตาให้ พี่ชายบอกว่าเห็นหลวงพ่อมาที่โรงพยาบาลด้วย มายืนอยู่ข้างเตียงตอนออกจากห้องผ่าตัด พวกเราตกใจใหญ่เลย พูดจริง ๆ หรือ พี่ชายบอกว่าจริง ๆ มายืนดูเขา แต่ตัวเขาพูดกับหลวงพ่อไม่ได้ ยกมือไหว้ก็ไม่ได้ เพราะโดนมันแขนและขา พร้อมทั้งที่ปากก็มีสายยางอยู่ด้วย พวกเราทุกคนปีติยินดีมาก และสุขใจที่อาการของพี่ชายดีวันดีคืน พวกเราช่วยกันสวดภาวนาและขอพรจากหลวงพ่อจรัญ แรงศรัทธาของพวกเราพร้อมด้วยบารมีของหลวงพ่อช่วยแผ่เมตตาให้พี่ชายปลอดภัยในที่สุด

 

หน้าถัดไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่