ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 12
:: ภาคกฏแห่งกรรม :: เรื่อง หลวงพ่อทำให้ข้าพเจ้าพบชีวิตที่รุ่งเรือง
โดย เสรี ปิ่นทอง

แรงบันดาลใจที่ทำให้ข้าพเจ้าเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เนื่องจากคำสั่งสอนของหลวงพ่อ ที่มีความปรารถนาดีและห่วงใยแก่ผู้ที่เข้ามาพบเสมอ ซึ่งมีใจความสำคัญว่า ? ธรรมนั่นแหละรักษาผู้ประพฤติธรรม ? อย่างคิดวิตกกังวลถึงอดีตที่ผ่านมาแล้ว ให้ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด การทำความดีไม่มีสาย ทำได้เลยวันนี้เดี๋ยวนี้ ? ให้ขยันทำการงาน ขยันเล่าเรียนหนังสือ หาความรู้ ไม่มีใครแก่เกินเรียน ? ให้มีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่และผู้มีพระคุณ

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ข้าพเจ้าขอเน้นให้ท่านผู้อ่านได้ทราบ ณ ที่นี้เลยว่า หลวงพ่อเป็นพระสุปฏิปันโน มีปณิธานมั่นคง พัฒนาคนให้สูงด้วยคุณธรรม เสกคนให้เป็นงาน ท่านบำเพ็ญธรรมด้วยการให้ธรรม ที่พระพุทธเจ้าตรัสสรรเสริญว่าเป็นยอดทานอันชนะการให้ทั้งปวง ดังคำบาลีว่า สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ การให้ธรรมชนะการให้ทั้งปวง เมื่อท่านเหยียบย่างเข้ามาในบริเวณวัดอัมพวัน ซึ่งมีท่านเจ้าคุณหลวงพ่อพระราชสุทธิญาณมงคลเป็นเจ้าอาวาส และเป็นเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี ท่านจะพบกับความสะอาด มีต้นไม้ให้ความร่มรื่น ร่มเย็น ใต้ต้นไม่ก็มีคติสอนใจ พบกับห้องน้ำที่สะอาดและมีอยู่อย่างเพียงพอ ต่อจากนั้นก็มีอาหารให้รับประทานอย่างอิ่มหนำสำราญ โดยหลวงพ่อมอบให้พี่สมประสงค์จัดเตรียมไว้ต้อนรับ ต่อจากนั้นก็ฟังธรรมะจากหลวงพ่อ ซึ่งได้บรรยายให้เข้าใจชัดเจนแจ่มแจ้ง นำไปปฏิบัติได้อย่างดียิ่ง

ประวัติย่อผู้เขียน ข้าพเจ้าชื่อนายเสรี ปิ่นทอง อายุ ๓๙ ปี เป็นเจ้าของโรงพิมพ์ "วิริยะพัฒนาโรงพิมพ์" ตั้งอยู่ที่ ๕๘/๒๙ รามอินทรา (กม. ๑๑) แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม. ๑๐๒๓๐ ข้าพเจ้าเกิดที่ตำบลมหาสอน อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี บ้านอยู่ริมแม่น้ำบางขาม ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของวัดอัมพวัน และอยู่ไม่ห่างจากวัดอัมพวันเท่าไรนัก ขับรถไปประมาณ ๒๐ นาทีก็ถึง คุณพ่อ คุณแม่เป็นคนที่รักลูกมาก แต่ก็มีข้อบกพร่องที่ไม่ค่อยใช้ลูกทำงาน มีอะไรก็ยอมทำกันเสียเอง ข้าพเจ้าชอบคำสั่งสอนของหลวงพ่อที่พูดเป็นประจำว่า "...ลูกบางคนดื้อรั้นชอบเถียงคำไม่ตากฟาก....วันเกิดของลูกเหมือนวันตายของแม่ เลี้ยงลูกกันโตเหมือนต้นตาล...." ที่บ้านผมจะปรารภกันเสมอว่า หลวงพ่อท่านสอนได้ละเอียดลออถี่ถ้วนจะแจ้ง มีตัวอย่างของจริงมาประกอบ เราเป็นผู้ครองเรือนยังคิดไม่ถึง เหมือนเส้นผมบังภูเขา ปลุกอารมณ์ให้ขบขัน ฟังแล้วไม่เบื่อ สมกับที่ว่า ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ทำให้เป็นผู้รู้ ผู้เบิกบาน ธรรมะของหลวงพ่อฟังแล้วไม่ง่วงนอน ได้ความรู้เข้าได้กับคนทุกชั้นทุกเพศและทุกวัย

ย้ายจากบ้านนอกเข้ามาอยู่ในเมือง คุณพ่อสอบเลื่อนวิทยฐานะและตำแหน่งชั้นข้าราชการได้สูงขึ้น จึงย้ายเข้ามารับราชการเป็นศึกษานิเทศก์ ทำงานที่ศาลากลางจังหวัดลพบุรี และอพยพครอบครัวมาอยู่ใกล้ ๆ ตลาดลพบุรี เมื่อข้าพเจ้าได้เรียนหนังสือจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๗ ในปี พ.ศ. ๒๕๑๓

พบพระสุปฏิปันโน บ้านพักของข้าพเจ้าอยู่ติดกับบ้านผู้จัดการไฟฟ้าลพบุรี (คุณอาสมปอง บุญมา) ข้าพเจ้าเป็นเพื่อนรักกับลูกชายผู้จัดการ ครอบครัวของเราทั้งสองสนิทสนมกันมาก ในสมัยนั้นวัดอัมพวันยังไม่มีไฟฟ้าใช้ หลวงพ่อได้ไปติดต่อกับอาสมปองขอไฟฟ้าเข้าวัด ท่านมักจะไปกลางคืนอยู่จนดึก เพราะอาสมปองมีงานยุ่งกลับดึกถึงบ้านมืดค่ำแทบทุกวัน วันไหนหลวงพ่อมา อาสมปองจะมาตามคุณพ่อคุณแม่ของข้าพเจ้าว่าหลวงพ่อจรัญวัดอัมพวันมา คุณพ่อก็จะให้คุณแม่ไปกราบหลวงพ่อ ข้าพเจ้าตอนนั้นอายุประมาณ ๙ ขวบ ก็จะตามไปด้วยทุกครั้ง

เดินทางผิดหันเข้าสู่อบายมุข หลังจากจบการศึกษาชั้นประถมปีที่ ๗ แล้ว ข้าพเจ้าก็ได้มาศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ในกรุงเทพมหานคร ในขณะที่ข้าพเจ้าเรียนอยู่ที่กรุงเทพฯ ห่างไกลจากพ่อแม่ ประกอบกับมีอายุย่างเข้าสู่วัยรุ่น ชอบลองของ อยู่ชั้น ม.ศ. ๒ เริ่มสูบบุหรี่ พอจบชั้น ม.ศ. ๓ ก็เริ่มดื่มสุรา ครั้งแรก ๆ ก็คิดว่าลองเล่นสนุก ๆ ไม่จริงจังอะไรนัก แต่นาน ๆ เข้าก็ชักจะติดเอาเสียแล้ว เมื่อเดินเข้าสู่อบายมุข การเรียนก็อ่อนลงเป็นสัจธรรมอย่างแน่นอนที่สุด เมื่อคุณพ่อคุณแม่ทราบว่า ลูกเกเรจึงตัดสินใจเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ เพื่อที่จะดูแลลูก แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว เพราะหลังจากที่จบชั้น ม.ศ. ๕ ข้าพเจ้าก็ยิ่งกินเหล้ามากขึ้นจนพ่อแม่ว่ากล่าวไม่ได้ วันหนึ่งข้าพเจ้าไปเลี้ยงส่งเพื่อน เพื่อไปศึกษาต่อต่างประเทศ ด้วยความอยากกินเหล้ามาก อุตส่าห์ไปถึงก่อนกำหนดเวลายังไม่มีใครมาเลย จึงไปนั่งเล่นอ่านหนังสืออยู่ในห้องรับแขก หยิบหนังสือฟ้าเมืองไทยมาอ่าน พบเรื่องของท่านผู้ว่าปัญญา "เรื่องปลาดุกย่างเป็นเหตุ" เห็นรูปหลวงพ่อ จึงจำได้ว่า หลวงพ่อองค์นี้เคยเห็นมาที่บ้านอาสมปองบ่อย ๆ ทำไมท่านถึงเก่งอย่างนี้ ไม่ใช่หลวงพ่อธรรมดาเสียแล้ว จึงเอาเรื่องนี้มาให้คุณพ่อคุณแม่ดู ก็จึงรู้ว่าท่านเป็นประเภทคมในฝัก คุยกับท่านตั้งหลายครั้งท่านไม่ขยายอะไรให้ฟังเลย นับว่าเป็นบุญของพวกเราอย่างยิ่งที่มาพบของจริงของแท้เข้าแล้ว

 

หน้าถัดไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่