 |
ข้าพเจ้าได้รู้จักหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน
อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี จากหนังสือโลกทิพย์ ตั้งแต่ข้าพเจ้ายังรับราชการอยู่
ได้ติดตามอ่านหลักการปฏิบัติธรรมของหลวงพ่อจรัญ กฎแห่งกรรม-ธรรมปฏิบัติ
การปฏิบัติกรรมฐานแก้กรรม และประวัติของเทพแม่กาหลง เทพแม่พิกุลทอง
ข้าพเจ้าตั้งจิตอธิษฐานไว้ในใจว่า ถ้าข้าพเจ้ามีบุญ เกษียณอายุราชการแล้ว
ข้าพเจ้าจะชวนสามีและลูก ๆ ตลอดทั้งญาติพี่น้องมากราบนมัสการหลวงพ่อจรัญที่วัดอัมพวันให้ได้
ข้าพเจ้าได้รับหนังสือกฎแห่งกรรม-ธรรมปฏิบัติของหลวงพ่อ |
จากน้องสาวที่เป็นข้าราชการครูซึ่งได้มาฝึกปฏิบัติกรรมฐานที่วัดอัมพวันก่อนข้าพเจ้ากับคณะครูโรงเรียนชุมชนหนองกุงวิทยา
อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ข้าพเจ้าอ่านให้สามีและลูกฟัง อ่านตั้งหลายเที่ยว
เพราะอยากให้สามีและลูกสาวลูกเขยเกิดศรัทธา แต่สามีซึ่งมีไตข้างเดียวมาหลายปีแล้วไม่ค่อยเชื่อ
ข้าพเจ้าและลูก ๆ อยากให้สามีของข้าพเจ้าเกิดศรัทธาและเต็มใจมา แม้จะเหนื่อยแค่ไหนข้าพเจ้าก็พยายามอ่านให้ฟัง
ผลสุดท้ายสามีก็ตัดสินใจจะมากราบนมัสการหลวงพ่อและฝึกปฏิบัติกรรมฐานที่วัดอัมพวัน
เพื่อสะเดาะเคราะห์ต่ออายุ ตามที่อาจารย์บุญส่ง แนะนำให้มาพึ่งบารมีหลวงพ่อจรัญ
ข้าพเจ้าตั้งใจจะให้ลูกชายซึ่งทำงานเป็นช่างไฟฟ้า ติดเหล้างอมแงมจนต้องลาออกจากงาน
มาปฏิบัติกรรมฐานเพื่อเป็นเพื่อนคุณพ่อเขา
และหวังพึ่งบุญบารมีของหลวงพ่อช่วยทำให้เขาเลิกดื่มเหล้าและเลิกสูบบุหรี่ด้วย
วันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๓๗ ทั้งสองคนได้ไปนอนพักที่บ้านขอนแก่น เพื่อจะเดินทางมุ่งหน้าสู่วัดอัมพวันแต่เช้า
ปรากฏว่าลูกชายป่วยเป็นไข้อย่างหนัก ลุกไม่ขึ้น ไม่สามารถเดินทางมาด้วยได้
พอสามีข้าพเจ้ารู้ว่าจะต้องมาคนเดียวก็ไม่อยากมา จะขอปฏิบัติธรรมที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน
จังหวัดขอนแก่นแทน อ้างว่าเหนื่อยและอายุมากแล้ว ตอนนั้นเขาอายุแค่
๖๔ ปี และศูนย์ปฏิบัติธรรมเวฬุวันก็ยังไม่พร้อม ข้าพเจ้าได้พยายามอ่านหนังสือกฎแห่งกรรม-ธรรมปฏิบัติให้สามีฟัง
อ่านย้ำแล้วย้ำอีกหลายเที่ยว เพื่อให้สามีเกิดศรัทธาในหลวงพ่อ
ไม่ให้ท้อถอย ไม่ให้กลัวอะไรทั้งสิ้น และถามเขาด้วยว่า
"เหนื่อยกับตายจะเอาอย่างไหน" |
 |
ผลสุดท้ายเขายอมเลือกเหนื่อยและเดินทางมาเข้ารับฝึกปฏิบัติกรรมฐานกับหลวงพ่อที่วัดอัมพวันอยู่
๗ วัน ระหว่างวันที่ ๙ - ๑๖ สิงหาคม ๒๕๓๗ ผลบุญที่สามีของข้าพเจ้าได้รับจากการปฏิบัติกรรมฐาน
๗ วัน ประกอบกับความเมตตาจากหลวงพ่อแผ่เมตตาช่วย ทำให้สามีของข้าพเจ้าสดชื่น
แข็งแรง หน้าใส มีเลือดฝาดปัสสาวะก็ใส ไม่ขุ่นข้นเหมือนเดิม สุขภาพจิตก็ดี
ดีทุกอย่างเปลี่ยนเป็นคนละคน เป็นสิ่งน่าอัศจรรย์ที่สุดในชีวิต หลวงพ่อเคยเทศน์สอนไว้ว่า
"สวดมนต์เป็นยาทา วิปัสสนาเป็นยากิน"
ธรรมโอสถของหลวงพ่อรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ ช่วยสะเดาะเคราะห์ต่ออายุให้ยืนยาวได้
ช่วยแก้ปัญหาให้ครอบครัวที่มีความทุกข์ทั้งหลายให้มีความสุขสมหวังได้
ต้นเดือนกันยายน ๒๕๓๗ ลูกชายของข้าพเจ้าคนที่ติดเหล้าได้มาฝึกกรรมฐาน
๗ วัน ที่วัดอัมพวัน เพื่อเลิกดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ลูกชายเล่าว่า ต้องทนทุกข์ทรมานกับเวทนา
๒-๓ วัน ขณะปฏิบัติ ด้วยการอาเจียนออกมามีกลิ่นเหม็นเหล้าฟุ้งไปหมด
และมีอาการเจ็บคอ มีไข้อ่อน ๆ ด้วย ทรมานอยู่ ๓-๔ วัน อาการต่าง ๆ
ก็ทุเลาลงจนเข้าที่ปกติ
ด้วยอำนาจบุญบารมีของหลวงพ่อ ทำให้เขามีความพยายามที่จะเลิกดื่มเหล้า
เลิกสูบบุหรี่ และหันหน้าเข้าพึ่งพระ หมั่นสวดมนต์ภาวนา และนั่งสมาธิบ้างเป็นครั้งคราว
ต้นปี ๒๕๔๐ เขาก็เลิกดื่มไปได้มาก จะดื่มบ้างก็ ๒-๓ เดือนครั้ง
ไม่ดื่มก็อยู่ได้ สำหรับข้าพเจ้าแม้จะยังไม่ได้มากราบนมัสการหลวงพ่อที่วัดก็ตามที่ตั้งจิตไว้
แต่ข้าพเจ้าก็ไหว้พระสวดมนต์ บทพุทธคุณ นั่งสมาธิ แผ่เมตตา แผ่ส่วนกุศล
กราบระลึกถึงหลวงพ่อทุกคืน เพื่อให้หลวงพ่อช่วยแผ่เมตตาไปให้ครอบครัวของข้าพเจ้าให้พบแต่ความอยู่เย็นเป็นสุข
ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวง ให้ได้มีชีวิตอยู่ ได้ทำความดี
ได้ปฏิบัติธรรม ได้อยู่ดูแลแม่ที่แก่ชราภาพแล้ว และดูแลลูก ๆ
ให้เติบโตพึ่งตัวเองได้ และเป็นคนดีเป็นที่ยอมรับของสังคมก็พอใจแล้ว
ช่วงวันปีใหม่ มกราคม ๒๕๓๘ ลูกเขยคนที่ ๔ ของข้าพเจ้า เกิดศรัทธามาปฏิบัติกรรมฐานที่วัดอัมพวัน
ปฏิบัติอยู่ได้ ๓ วัน ก็ลากลับบ้านโดยบอกว่ามีคนมากต้องไปนอนที่โรงเรียน
ทนหนาวไม่ไหว และหลังจากนั้นเขาก็มาปฏิบัติที่วัดอัมพวันอีก
แต่ก็อยู่ได้เพียง ๓ วันเช่นเดิม เพราะเขามีอาการข้อเท้าพลิกและเจ็บอยู่เสมอ
เดินไม่ถนัด เป็น ๆ หาย ๆ คงเป็นกรรมที่เขาชอบใช้กาวดักหนู ภรรยาเขาและข้าพเจ้าบอกให้เขาเลิกทำเสีย
และพยายามแผ่เมตตาให้หนู |
ปัจจุบันนี้ดีขึ้นมากแต่ก็ยังไม่หายขาด เขาไปปฏิบัติธรรมที่ศูนย์เวฬุวัน
จังหวัดขอนแก่น ในปี ๒๕๔๐ อีก ๒ ครั้ง วันที่ ๒๑-๒๗ มีนาคม ๒๕๓๘ ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเดินทางมากราบนมัสการหลวงพ่อจรัญ
ที่วัดอัมพวัน พร้อมลูกสาวคนที่ ๔ และน้องสาวอีกคน เดินทางจากขอนแก่นมาถึงวัดอัมพวันตอนเย็น
๔ โมงกว่า ๆ ได้เข้าไปลงทะเบียนกับแม่ชีสมคิด ท่านถามว่าจะอยู่กี่วัน
น้องสาวของข้าพเจ้าตอบว่าอยู่ ๗ วัน เพราะทุกคนตั้งใจไว้ว่าจะต้องอยู่
๗ วันให้ได้ แม่ชีสมคิดพูดว่า "จะไหวหรือ" ข้าพเจ้า น้อง และลูกสาว
ตอบพร้อมกันว่า ไหวค่ะ ท่านก็ให้เข้าที่พักอาบน้ำเปลี่ยนชุดขาว โดยยังไม่ได้เข้าไปกราบนมัสการหลวงพ่อเลยในวันนั้น
ตอนเย็นก็เข้ารับศีล ๘ ที่ศาลาคามวาสีร่วมกับคณะที่มาใหม่ ข้าพเจ้าและคณะก็ได้กราบนมัสการพระประธานหลวงพ่อเทพนิมิต
แล้วก็ได้กราบรูปเหมือนหลวงพ่อท่านด้วยความปีติ ตั้งจิตไว้อย่างแน่วแน่ว่า
จะลำบากทรมานแค่ไหนก็จะไม่ยอมเสียสัจจะ จะอยู่ปฏิบัติธรรม ปฏิบัติกรรมฐาน
ให้ได้ครบ ๗ วันให้ได้
|