ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 12
:: ภาคกฏแห่งกรรม :: เรื่อง ญาติธรรม
โดย นางมลทิพย์ บัวพุ่ม

สะดุดใจ...หน้าจอโทรศัพท์ "เดี๋ยวค่ะ อย่าเพิ่งเปลี่ยนช่อง ขอฟังพระองค์นี้ท่านเทศน์หน่อยค่ะ" ข้าพเจ้าสะดุดตา สะดุดใจ เมื่อได้เห็นพระรูปนี้ท่านกำลังเทศน์ในรายการของคุณกรรณิกา ธรรมเกษร ก็สนใจในคำสอน ที่คมคายชัดถ้อยชัดคำ สำนวนโวหารเต็มไปด้วยคำคล้องจอง ฟังเพลิดเพลิน พร้อมทั้งท่วงท่าในการเทศน์ จะมีมือยกประกอบตลอดเวลา และข้าพเจ้านึกในใจว่า "เทศน์สนุก ชวนฟังดีจังเลย" แต่ข้าพเจ้าก็มิได้ติดตามแต่อย่างใด ว่าท่านชื่ออะไร อยู่วัดไหน ถ้าเช้าวันหยุดเปิดพบก็จะนั่งฟังราวกับถูกมนต์สะกด จะเป็นอย่างนี้อยู่เป็นประจำ จนในที่สุดก็ได้ทราบว่า พระองค์นี้ชื่อว่า "หลวงพ่อ จรัญ แห่งวัดอัมพวัน จ.สิงหบุรี ก็แค่นั้นค่ะ


ติดใจ....หลวงพ่อเจริญ ในนิยาย ข้าพเจ้าได้รับหนังสือจากผู้ปกครองเด็กท่านหนึ่งท่านนำมาให้ทุกปักษ์ คือหนังสือกุลสตรี ข้าพเจ้าติดใจลีลาการเขียนของ คุณสุทัสสา อ่อนค้อม จนวันหนึ่งข้าพเจ้าได้มีโอกาสพบผู้ปกครองท่านนั้น ก็ได้พูดกับท่านว่าติดใจนิยายของคุณสุทัสสา อ่อนค้อม จังค่ะ ผู้ปกครองท่านนั้นได้บอกว่า อ๋อ...หลวงพ่อเจริญ ก็คือ หลวงพ่อจรัญ นั่นเอง ข้าพเจ้าติดใจแม่ชีก้อนทอง ถึงกับพูดว่า ถ้าได้เจอจะกราบงาม ๆ สักครั้งค่ะ


อธิษฐานจิต อยากกราบแม่ชีก้อนทอง วันหนึ่งข้าพเจ้าเหมือนมีอะไรมาดลใจ ให้เดินทางไปที่ห้องสมุดของโรงเรียน ตามปกติก็มักจะเป็นคนชอบอ่านนวนิยาย แต่วันนั้นข้าพเจ้าได้เดินเข้าไปที่หมวดหนังสือศาสนา เดินเปิดไปเรื่อย ๆ มือก็ได้ไปหยิบหนังสือชื่อ กฎแห่งกรรม - ธรรมปฏิบัติ ของพระราชสุทธิญาณมงคล ซึ่งข้าพเจ้าไม่รู้จักชื่อนี้มาก่อน แต่ก็ได้นำมาอ่านในเล่มที่ ๑ ข้าพเจ้าได้อ่านไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็มาสะดุดใจ เอ๊ะ!...คลับคล้ายคลับคลากับเรื่องของพระเจริญ ในเค้าเรื่องของ หลวงพ่อจรัญ ท้ายสุดก็ได้อ่านไปถึงเรื่องราวของหลวงพ่อกับแม่ชีก้อนทอง พร้อมทั้งมีรูปประกอบ ข้าพเจ้าได้เห็นรูปแม่ชีก้อนทอง ข้าพเจ้าถึงกับน้ำตาไหล ยกมือขึ้นกราบรูปท่านในหนังสือ พร้อมทั้งนั่งน้ำตาไหลขนลุกอยู่นาน อธิษฐานจิต ดลใจ ข้าพเจ้ารู้สึกเหลือเชื่อจริง ๆ ค่ะ


ซึ้งใจ.... ในธรรมบรรยาย ข้าพเจ้ามีคุณแม่ป่วยเป็นอัมพาต ได้พักอยู่กับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าและครอบครัวได้ดูแลรักษาปรนนิบัติอย่างดี ก่อนที่ท่านจะเป็นอัมพาต ท่านเป็นอัมพฤกษ์มาก่อน ท่านยังเดินได้โดยใช้ไม้เท้า ข้าพเจ้าชอบพาท่านไปเที่ยวอยู่เสมอ ในตอนที่ท่านปกติอยู่ แม้ถึงตอนที่เป็นอัมพฤกษ์ก็ยังพาไปชายทะเล เดินบ้าง อุ้มบ้าง จนในที่สุดท่านก็เป็นอัมพาต เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๓๙ นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลประสาทนานเกือบ ๔ เดือน คุณหมดได้ให้กลับมารักษาตัวที่บ้าน ช่วงนี้เองข้าพเจ้าได้นำหนังสือ กฎแห่งกรรม มาอ่านในภาคธรรมบรรยาย

อ่านไปอ่านมาข้าพเจ้ารู้สึกสงสารท่าน เพราะบางครั้งท่านน้ำตาไหล ข้าพเจ้าจะอ่านเนื้อหาที่ฟังง่าย ๆ อ่านจนครบทั้ง ๑๐ เล่ม พร้อมทั้งตั้งใจจะไปเที่ยววัดอัมพวันให้ได้ อยากจะเห็นหลวงพ่อจรัญสักครั้ง ให้ท่านพูดกับเราสักคำ และคิดว่าถ้าได้ไปปฏิบัติธรรมจะอยู่ ๗ วัน นี่คือความตั้งใจของข้าพเจ้า

ใครไม่มีบุญ มาวัดนี้ไม่ได้ ข้าพเจ้าสงสัยในคำพูด อันท้าทายของหลวงพ่อที่ว่า "ใครไม่มีบุญ มาวัดนี้ไม่ได้ มาได้เฉพาะคนมีบุญเท่านั้น" ข้าพเจ้าตั้งสัจจะไว้ว่าจะมาอยู่วัดนี้ให้ได้ จะมาเอาของดีของวัดนี้กลับไปให้จงได้ ถ้ามาจะต้องอยู่ ๗ วัน ใกล้ปิดภาคเรียนที่ ๑ ทางโรงเรียนมีโครงการจัดอบรมที่วัดอัมพวัน มีทั้ง ๓ วัน และ ๕ วัน ทางโรงเรียนจัดรถรับส่ง พร้อมทั้งออกค่าอบรม ส่วนการทำบุญพวกครูของจัดกันเอง ปรากฏว่ามีผู้สนใจ ๒๓ ท่าน ก่อนไปคุณครูใหญ่ ท่านได้เรียกประชุมนัดหมาย ว่าใครจะอยู่ ๓ วัน หรือ ๕ วัน มีข้าพเจ้าคนเดียวเท่านั้นที่บอกว่าจะอยู่ ๗ วัน และนำรถไปเอง โดยไม่รู้สึกกังวลใด ๆ ว่าจะอยู่ได้หรือไม่ ก่อนวันเดินทางมีครูอาวุโสท่านหนึ่งมาหาข้าพเจ้าบอกว่าอยากไป

แต่รถคันอื่นเต็มหมด ข้าพเจ้าบอกว่ายินดี และร่วมอนุโมทนาด้วย รถข้าพเจ้ายังว่าง ครูท่านนั้นดีใจใหญ่ ในที่สุดมีครูร่วมอบรม ๒๔ ท่าน

ถึงบ้าน... ของข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าได้ขับรถมารับเพื่อน ๆ ๓ คน พร้อมทั้งช่วยบรรทุกกระเป๋าของเพื่อน ๆ ทุกคนจนเต็มรถ ข้าพเจ้าออกเดินทางเวลา ๗.๓๐ น. ถึงวัดเวลา ๙.๔๕ น. ระยะทาง ๑๓๐ กม. จากกรุงเทพฯ ขับรถไปต้องมองหลักกิโลเมตรกันไปตลอดทาง พอถึงทางเข้าวัด ข้าพเจ้าได้ไปจอดรถที่หลังโบสถ์ แล้วก็เดินหาพวกเพื่อน ๆ ข้าพเจ้าได้พูดว่า "ถึงบ้านของฉันแล้ว รู้สึกอบอุ่น คุ้นเคย" ข้าพเจ้ามองหาที่จอดรถใหม่ ได้ถามลุงคนหนึ่งว่ามาจอดหน้ากุฏิหลวงพ่อได้ไหม ลุงท่านนั้นตอบว่าจอดได้ (ต่อมาภายหลังทราบชื่อว่า ลุงปุ่น) ขณะที่ข้าพเจ้าเลื่อนรถมาจอดได้มีลูกศิษย์หลวงพ่อที่เป็นทหารมาบอกว่า "จอดไม่ได้จอดไม่ได้" ข้าพเจ้าก็บอกว่า "จะมาปฏิบัติ ๗ วัน รถยังผ่อนไม่หมดเพิ่งถอยมา ๕ เดือนใจจะสงบได้อย่างไรเจ้าคะ"


พอพูดจบ ทหารผู้นั้นบอกว่า "เอ้าจอดได้ จอดได้ ถอยชิด ๆ หน่อย" "ขอบคุณเจ้าค่ะ" เวลาเพล ผู้รับศีล ๘ เตรียมตัวไปรับประทานอาหาร พอเวลาบ่ายโมงครึ่งทุกคนไปพบผู้อบรมที่หอประชุมภาวนา - กรศรีทิพา ได้เริ่มฟังบรรยายภาคทฤษฎี การอบรมครั้งนี้มีผู้ร่วมอบรมจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น อีกจำนวน ๑๒๐ คน ซึ่งอบรมวันที่ ๒ - ๕ ตุลาคม


ส่วนของโรงเรียนข้าพเจ้าวันที่ ๒ - ๖ ตุลาคม หลวงพ่อได้มาทำพิธีเปิดการอบรมในเวลา ๒๑.๐๐ น. ข้าพเจ้าได้นั่งอยู่คนแรกแถวหน้า ส่วนเพื่อนที่นั่งคู่กันข้าง ๆ เป็นเพื่อนร่วมห้องที่จะมาปฏิบัติ ๕ วัน ข้าพเจ้านั่งฟังหลวงพ่อเทศน์สายตาจ้องไม่กระพริบ ตั้งใจมาปฏิบัติเพื่อ อุทิศส่วนกุศลให้กับมารดาของข้าพเจ้า ในใจตั้งสัจจะไว้แน่วแน่


ท่านได้เทศน์ตรงใจข้าพเจ้าเหมือนท่านมานั่งอยู่กลางใจของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าอธิษฐานจิตว่าถ้าท่านลงจากอาสนะก็ขอท่านกล่าวทักสักคำเถิด พอถึงเวลาที่ท่านจะกลับกุฏิ ท่านลงมายืนอยู่แถวหน้าข้าพเจ้าได้กล่าวทักทายหลายคำ พร้อมทั้งบอกว่าขาดเหลืออะไรให้บอกได้ ข้าพเจ้าปีติจนหน้าตาซึม ข้าพเจ้าเจอแล้ว พบแล้ว พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ก่อนนอนคืนนั้น เพื่อนที่พักห้องเดียวกันกับข้าพเจ้าบอกว่าจะอยู่ ๗ วันด้วย ข้าพเจ้าเลยได้มีเพื่อนปฏิบัติ ๗ วัน วันที่สองของการอบรม (๓ ต.ค.) ก็เริ่มปฏิบัติ เดินจงกรมและนั่งสมาธิ ข้าพเจ้าได้พบกับเวทนาซึ่งเป็นสิ่งที่รู้ได้เฉพาะตนจริง ๆ

 

 

หน้าถัดไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่