
|
 |
คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
| หนังสือกฎแห่งกรรม
เล่ม 12 |
| ::
ภาคกฏแห่งกรรม :: |
เรื่อง
ญาติธรรม
โดย นางมลทิพย์ บัวพุ่ม |
สะดุดใจ...หน้าจอโทรศัพท์
"เดี๋ยวค่ะ อย่าเพิ่งเปลี่ยนช่อง ขอฟังพระองค์นี้ท่านเทศน์หน่อยค่ะ"
ข้าพเจ้าสะดุดตา สะดุดใจ เมื่อได้เห็นพระรูปนี้ท่านกำลังเทศน์ในรายการของคุณกรรณิกา
ธรรมเกษร ก็สนใจในคำสอน ที่คมคายชัดถ้อยชัดคำ สำนวนโวหารเต็มไปด้วยคำคล้องจอง
ฟังเพลิดเพลิน พร้อมทั้งท่วงท่าในการเทศน์ จะมีมือยกประกอบตลอดเวลา
และข้าพเจ้านึกในใจว่า "เทศน์สนุก ชวนฟังดีจังเลย" แต่ข้าพเจ้าก็มิได้ติดตามแต่อย่างใด
ว่าท่านชื่ออะไร อยู่วัดไหน ถ้าเช้าวันหยุดเปิดพบก็จะนั่งฟังราวกับถูกมนต์สะกด
จะเป็นอย่างนี้อยู่เป็นประจำ จนในที่สุดก็ได้ทราบว่า พระองค์นี้ชื่อว่า
"หลวงพ่อ จรัญ แห่งวัดอัมพวัน
จ.สิงหบุรี ก็แค่นั้นค่ะ |
|
 |
ติดใจ....หลวงพ่อเจริญ
ในนิยาย ข้าพเจ้าได้รับหนังสือจากผู้ปกครองเด็กท่านหนึ่งท่านนำมาให้ทุกปักษ์
คือหนังสือกุลสตรี ข้าพเจ้าติดใจลีลาการเขียนของ คุณสุทัสสา
อ่อนค้อม จนวันหนึ่งข้าพเจ้าได้มีโอกาสพบผู้ปกครองท่านนั้น ก็ได้พูดกับท่านว่าติดใจนิยายของคุณสุทัสสา
อ่อนค้อม จังค่ะ ผู้ปกครองท่านนั้นได้บอกว่า อ๋อ...หลวงพ่อเจริญ
ก็คือ หลวงพ่อจรัญ นั่นเอง ข้าพเจ้าติดใจแม่ชีก้อนทอง ถึงกับพูดว่า
ถ้าได้เจอจะกราบงาม ๆ สักครั้งค่ะ |
อธิษฐานจิต อยากกราบแม่ชีก้อนทอง
วันหนึ่งข้าพเจ้าเหมือนมีอะไรมาดลใจ ให้เดินทางไปที่ห้องสมุดของโรงเรียน
ตามปกติก็มักจะเป็นคนชอบอ่านนวนิยาย แต่วันนั้นข้าพเจ้าได้เดินเข้าไปที่หมวดหนังสือศาสนา
เดินเปิดไปเรื่อย ๆ มือก็ได้ไปหยิบหนังสือชื่อ กฎแห่งกรรม
- ธรรมปฏิบัติ ของพระราชสุทธิญาณมงคล
ซึ่งข้าพเจ้าไม่รู้จักชื่อนี้มาก่อน แต่ก็ได้นำมาอ่านในเล่มที่
๑ ข้าพเจ้าได้อ่านไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็มาสะดุดใจ เอ๊ะ!...คลับคล้ายคลับคลากับเรื่องของพระเจริญ
ในเค้าเรื่องของ หลวงพ่อจรัญ ท้ายสุดก็ได้อ่านไปถึงเรื่องราวของหลวงพ่อกับแม่ชีก้อนทอง
พร้อมทั้งมีรูปประกอบ ข้าพเจ้าได้เห็นรูปแม่ชีก้อนทอง ข้าพเจ้าถึงกับน้ำตาไหล
ยกมือขึ้นกราบรูปท่านในหนังสือ พร้อมทั้งนั่งน้ำตาไหลขนลุกอยู่นาน
อธิษฐานจิต ดลใจ ข้าพเจ้ารู้สึกเหลือเชื่อจริง ๆ ค่ะ |
ซึ้งใจ....
ในธรรมบรรยาย ข้าพเจ้ามีคุณแม่ป่วยเป็นอัมพาต ได้พักอยู่กับข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าและครอบครัวได้ดูแลรักษาปรนนิบัติอย่างดี ก่อนที่ท่านจะเป็นอัมพาต
ท่านเป็นอัมพฤกษ์มาก่อน ท่านยังเดินได้โดยใช้ไม้เท้า ข้าพเจ้าชอบพาท่านไปเที่ยวอยู่เสมอ
ในตอนที่ท่านปกติอยู่ แม้ถึงตอนที่เป็นอัมพฤกษ์ก็ยังพาไปชายทะเล
เดินบ้าง อุ้มบ้าง จนในที่สุดท่านก็เป็นอัมพาต เมื่อวันที่ ๒๔
ธันวาคม ๒๕๓๙ นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลประสาทนานเกือบ ๔ เดือน
คุณหมดได้ให้กลับมารักษาตัวที่บ้าน ช่วงนี้เองข้าพเจ้าได้นำหนังสือ
กฎแห่งกรรม มาอ่านในภาคธรรมบรรยาย |
 |
อ่านไปอ่านมาข้าพเจ้ารู้สึกสงสารท่าน เพราะบางครั้งท่านน้ำตาไหล ข้าพเจ้าจะอ่านเนื้อหาที่ฟังง่าย
ๆ อ่านจนครบทั้ง ๑๐ เล่ม พร้อมทั้งตั้งใจจะไปเที่ยววัดอัมพวันให้ได้
อยากจะเห็นหลวงพ่อจรัญสักครั้ง ให้ท่านพูดกับเราสักคำ และคิดว่าถ้าได้ไปปฏิบัติธรรมจะอยู่
๗ วัน นี่คือความตั้งใจของข้าพเจ้า
 |
ใครไม่มีบุญ
มาวัดนี้ไม่ได้ ข้าพเจ้าสงสัยในคำพูด อันท้าทายของหลวงพ่อที่ว่า
"ใครไม่มีบุญ มาวัดนี้ไม่ได้ มาได้เฉพาะคนมีบุญเท่านั้น" ข้าพเจ้าตั้งสัจจะไว้ว่าจะมาอยู่วัดนี้ให้ได้
จะมาเอาของดีของวัดนี้กลับไปให้จงได้ ถ้ามาจะต้องอยู่ ๗ วัน
ใกล้ปิดภาคเรียนที่ ๑ ทางโรงเรียนมีโครงการจัดอบรมที่วัดอัมพวัน
มีทั้ง ๓ วัน และ ๕ วัน ทางโรงเรียนจัดรถรับส่ง พร้อมทั้งออกค่าอบรม
ส่วนการทำบุญพวกครูของจัดกันเอง ปรากฏว่ามีผู้สนใจ ๒๓ ท่าน ก่อนไปคุณครูใหญ่
ท่านได้เรียกประชุมนัดหมาย ว่าใครจะอยู่ ๓ วัน หรือ ๕ วัน มีข้าพเจ้าคนเดียวเท่านั้นที่บอกว่าจะอยู่
๗ วัน และนำรถไปเอง โดยไม่รู้สึกกังวลใด ๆ ว่าจะอยู่ได้หรือไม่
ก่อนวันเดินทางมีครูอาวุโสท่านหนึ่งมาหาข้าพเจ้าบอกว่าอยากไป
|
แต่รถคันอื่นเต็มหมด ข้าพเจ้าบอกว่ายินดี และร่วมอนุโมทนาด้วย รถข้าพเจ้ายังว่าง
ครูท่านนั้นดีใจใหญ่ ในที่สุดมีครูร่วมอบรม ๒๔ ท่าน
ถึงบ้าน...
ของข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าได้ขับรถมารับเพื่อน ๆ ๓ คน
พร้อมทั้งช่วยบรรทุกกระเป๋าของเพื่อน ๆ ทุกคนจนเต็มรถ ข้าพเจ้าออกเดินทางเวลา
๗.๓๐ น. ถึงวัดเวลา ๙.๔๕ น. ระยะทาง ๑๓๐ กม. จากกรุงเทพฯ ขับรถไปต้องมองหลักกิโลเมตรกันไปตลอดทาง
พอถึงทางเข้าวัด ข้าพเจ้าได้ไปจอดรถที่หลังโบสถ์ แล้วก็เดินหาพวกเพื่อน
ๆ ข้าพเจ้าได้พูดว่า "ถึงบ้านของฉันแล้ว รู้สึกอบอุ่น คุ้นเคย"
ข้าพเจ้ามองหาที่จอดรถใหม่ ได้ถามลุงคนหนึ่งว่ามาจอดหน้ากุฏิหลวงพ่อได้ไหม
ลุงท่านนั้นตอบว่าจอดได้ (ต่อมาภายหลังทราบชื่อว่า ลุงปุ่น)
ขณะที่ข้าพเจ้าเลื่อนรถมาจอดได้มีลูกศิษย์หลวงพ่อที่เป็นทหารมาบอกว่า
"จอดไม่ได้จอดไม่ได้" ข้าพเจ้าก็บอกว่า "จะมาปฏิบัติ ๗ วัน รถยังผ่อนไม่หมดเพิ่งถอยมา
๕ เดือนใจจะสงบได้อย่างไรเจ้าคะ" |
|
 |
พอพูดจบ ทหารผู้นั้นบอกว่า "เอ้าจอดได้
จอดได้ ถอยชิด ๆ หน่อย" "ขอบคุณเจ้าค่ะ" เวลาเพล ผู้รับศีล ๘
เตรียมตัวไปรับประทานอาหาร พอเวลาบ่ายโมงครึ่งทุกคนไปพบผู้อบรมที่หอประชุมภาวนา
- กรศรีทิพา ได้เริ่มฟังบรรยายภาคทฤษฎี การอบรมครั้งนี้มีผู้ร่วมอบรมจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น
อีกจำนวน ๑๒๐ คน ซึ่งอบรมวันที่ ๒ - ๕ ตุลาคม |
ส่วนของโรงเรียนข้าพเจ้าวันที่
๒ - ๖ ตุลาคม หลวงพ่อได้มาทำพิธีเปิดการอบรมในเวลา ๒๑.๐๐ น.
ข้าพเจ้าได้นั่งอยู่คนแรกแถวหน้า ส่วนเพื่อนที่นั่งคู่กันข้าง
ๆ เป็นเพื่อนร่วมห้องที่จะมาปฏิบัติ ๕ วัน ข้าพเจ้านั่งฟังหลวงพ่อเทศน์สายตาจ้องไม่กระพริบ
ตั้งใจมาปฏิบัติเพื่อ อุทิศส่วนกุศลให้กับมารดาของข้าพเจ้า ในใจตั้งสัจจะไว้แน่วแน่ |
|
|
ท่านได้เทศน์ตรงใจข้าพเจ้าเหมือนท่านมานั่งอยู่กลางใจของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าอธิษฐานจิตว่าถ้าท่านลงจากอาสนะก็ขอท่านกล่าวทักสักคำเถิด
พอถึงเวลาที่ท่านจะกลับกุฏิ ท่านลงมายืนอยู่แถวหน้าข้าพเจ้าได้กล่าวทักทายหลายคำ
พร้อมทั้งบอกว่าขาดเหลืออะไรให้บอกได้ ข้าพเจ้าปีติจนหน้าตาซึม
ข้าพเจ้าเจอแล้ว พบแล้ว พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ก่อนนอนคืนนั้น
เพื่อนที่พักห้องเดียวกันกับข้าพเจ้าบอกว่าจะอยู่ ๗ วันด้วย
ข้าพเจ้าเลยได้มีเพื่อนปฏิบัติ ๗ วัน วันที่สองของการอบรม (๓
ต.ค.) ก็เริ่มปฏิบัติ เดินจงกรมและนั่งสมาธิ ข้าพเจ้าได้พบกับเวทนาซึ่งเป็นสิ่งที่รู้ได้เฉพาะตนจริง
ๆ |
|
  
หน้าถัดไป
|