
|
 |
คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
| หนังสือกฎแห่งกรรม
เล่ม 12 |
| ::
ภาคกฏแห่งกรรม :: |
เรื่อง
ปฏิบัติธรรมด้วยศรัทธา
โดย วัจนี วรัญญู |
 |
บทนำ
ดิฉันมีความภูมิใจที่ได้มีโอกาสเขียนเล่าถึงความรู้สึกของตนเอง
ลงในหนังสือกฎแห่งกรรม - ธรรมปฏิบัติ ของหลวงพ่อจรัญ มีความปรารถนาจะเรียนให้ท่านทั้งหลายได้ทราบตามความรู้สึกของดิฉันว่า
การที่หลวงพ่อท่านได้พร่ำสั่งสอนพวกเรานั้น เพราะท่านมีเมตตาสูงสุด
มีความปรารถนาดี อยากให้พวกเราประสบสิ่งที่ดี ๆ อย่างที่ดิฉันประสบมาแล้วว่า
เมื่อเกิดความศรัทธาในการปฏิบัติแล้ว สิ่งที่ไม่คาดฝันจะปรากฏแก่เราอย่างชนิดที่เรียกว่า
มหัศจรรย์จริง ๆ อยากให้ทุกท่านหันมาสวดมนต์และปฏิบัติธรรมอย่างสม่ำเสมอ
ในชีวิตประจำวันอย่าได้ขาด ดิฉันเป็นผู้ที่ใฝ่ธรรมมาตั้งแต่เยาว์วัย
คุณแม่เคยเล่าให้ฟังว่า เมื่อดิฉันอายุได้ ๑ - ๒ เดือน เกิดเจ็บป่วยมาก
ใครมาเห็นก็บอกว่าเด็กคนนี้ต้องตายแน่ |
คุณแม่เฝ้าดูแลรักษาจนอ่อนใจ
ตอนกลางวันของวันหนึ่งท่านได้หลับแล้วฝันไปว่า มีพระมาหยอดยาให้ลูก
แล้วลูกก็หายป่วย คุณแม่ไม่ทราบว่าพระองค์นี้อยู่ที่ไหน ได้แต่สืบถามคนไปเรื่อย
ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งมีคนบอกว่าจะพาไปหาพระที่วัดราษฎร์บำรุง
จังหวัดชลบุรี เมื่อคุณแม่เห็นพระองค์นี้ก็บอกว่า "ใช่แล้ว เป็นพระองค์ที่มาพบในฝัน
มาหยอดตาให้ลูกหายจากป่วยไข้" คุณแม่ได้เล่าให้หลวงพ่อฟัง ท่านชื่อ
หลวงพ่อบุญยิ่ง ท่านได้รักษาดิฉันจนหาย
คุณแม่จึงยกให้เป็นลูกของพระ หลวงพ่อได้ตั้งชื่อให้ว่า บุญมี
ดิฉันเพิ่งมาเปลี่ยนในภายหลัง ดิฉันประทับใจในสิ่งที่คุณแม่เล่าให้ฟังมาก
และฝังใจกับหลวงพ่อบุญยิ่งตลอดมา เมื่อตอนเป็นเด็กดิฉันเป็นคนแปลกมาก
ไม่ชอบอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ ชอบไปอยู่กับคุณยายที่จังหวัดชลบุรี
จึงได้มีโอกาสไปกราบหลวงพ่อบุญยิ่งอยู่เสมอ |
|
|
ท่านสั่งสอนในเรื่องบาป
- บุญ และสอนด้วยว่าเวลาเดินต้องมองดูพื้นด้วย จงอย่าเดินเหยียบมด
แมลง ให้เมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย คำสั่งสอนนี้ฝังใจดิฉันมาโดยตลอด
ดิฉันไม่เคยตบยุง ไม่เคยทำลายชีวิตสัตว์เล็กสัตว์น้อยด้วยความตั้งใจเลย
ตอนหลังหลวงพ่อได้ไปสร้างวัดเขาบางพระที่ชลบุรี และมรณภาพเมื่อวันที่
๒๔ กรกฎาคม ๒๕๐๐ ก่อนที่ท่านจะสิ้น ท่านได้สั่งสอนว่า "ลูกทำทานนะ
ทำทานนะ ทำทานนะ" ดิฉันก็ฝังใจกับคำสั่งสอนของหลวงพ่อตลอดมา |
บริจากทาน
ดิฉันมีความใฝ่ฝันอยากเรียนหนังสือมาตั้งแต่เด็ก แต่โอกาสไม่อำนวย
ได้เรียนสำเร็จแค่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ต่อจากนั้นได้แต่งงานกับคุณทนง
วรัญญู มาอยู่ที่อำเภอโพธาราม ตอนที่แต่งงานมานั้นไม่มีอะไรเลย
คุณพ่อของสามีเป็นช่างสร้างโบสถ์ และที่บ้านมีโรงงานทำที่นอน
ดิฉันได้ช่วยเหลือกิจการทำที่นอนของคุณพ่อและคุณแม่ของสามี ด้วยความฝังใจที่อยากเรียนแต่ไม่ได้เรียน
ดิฉันจึงได้ไปให้ทุนนักเรียนที่โรงเรียนประจำอำเภอ ปีละ ๓ ทุน
ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ตลอดมาถึงปัจจุบัน และสนับสนุนให้สามีเรียนจนจบปริญญานิติศาสตร์บัณฑิต
จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ นอกจากนี้ยังมีโอกาสมอบทุนให้นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคอีก
ปรากฏว่าบุตรชายของดิฉันทั้งสี่คนล้วนแต่เรียนเก่ง |
 |
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ปริญญาโท และหลายปริญญา
มีหน้าที่การงานเหมาะสมกับภูมิความรู้ทุกคน ดังนลูกชายคนโต นายวิญญู
วรัญญู เป็นทนายความ เปิดสำนักงานทั้งที่กรุงเทพฯ และราชบุรี
ลูกชายคนที่สอง ดร. วิศณุ วรัญญู เป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
และเป็นเลขานุการของคุณอานันท์ ปันยารชุน ลูกชายคนที่สาม นายสัญญา
วรัญญู เป็นผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายของซิตี้แบงค์ และลูกชายคนสุดท้อง
นายประพันธ์ วรัญญู เป็นทนายความที่ธนาคารกรุงไทย ดิฉันจึงเกิดความเชื่อมั่นว่าเป็นอานิสงส์จากการให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนอย่างแน่นอน
การมอบทุกนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิค สืบเนื่องจากดิฉันได้ไปทำประกันอุบัติเหตุให้นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิค
ได้เห็นเด็กบางคนน่าสงสาร บางคนเรียนดีแต่ยากจน บางคนกำลังจะจบต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย
จึงคิดอยากจะช่วย จึงได้ไปปรึกษา คุณชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิ ซึ่งเป็นเพื่อนนักขายคนหนึ่งที่มีคุณธรรมสูงมาก
พอเล่าให้เขาฟัง เขารับปากทันที และเริ่มประเดิมให้ ๑๐๐ ทุน
และเขาได้ชักชวนคนมาร่วมอุปถัมภ์อีก ขณะนี้มีทั้งหมด ๑๓๖ ทุน
เป็นส่วนของดิฉัน ๑๐ ทุน เป็นทุนที่ให้ต่อเนื่องจนสำเร็จการศึกษา |
 |
ดิฉันได้ทำหน้าที่เป็นเลขานุการประสานงาน
โดยมีคุณชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิ เป็นประธาน ดิฉันได้ติดต่ออาจารย์เทคนิคราชบุรี
สมุทรสงคราม โพธาราม กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ช่างกลปทุมวัน
ให้เป็นผู้คัดเลือกผู้ที่สมควรได้รับทุน และเชิญมารับทุนในกลางปีโรงโรงแรมตะวันนารามาดา
ถ.สุริวงศ์ กรุงเทพฯ เชิญครู อาจารย์มาแห่งละ ๓ คน พิธีการแจกทุนมีกิจกรรมให้รำลึกถึง
พ่อ แม่ ครู อาจารย์ คุณชาญวิทย์ สอนให้เด็ก ๆ กตัญญู เป็นคนดีของสังคม
เป็นตัวอย่างที่ดีแก่คนรุ่นหลัง พูดถึงความลำบากของคนเป็นแม่
พรรณนาจนทุกคนต้องร้องไห้ |
จัดกิจกรรมให้เด็ก ๆ มีความคิดดี
มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เพื่อให้เป็นคนดีในสังคม เป็นตัวอย่างที่ดีของรุ่นน้อง
จัดให้ขึ้นไปกล่าวบนเวทีว่า เงินที่ได้รับนี้ได้สร้างคุณประโยชน์อะไรบ้าง
เด็ก ๆ ได้พูดให้ผู้มอบทุนประทับใจ ได้เชิญผู้ที่ให้ทุนมามอบด้วยตนเอง
ผู้มอบทุนกล่าวให้โอวาทเด็ก และชื่นชมเมื่อเด็กได้เกรดสูง เด็ก
ๆ ได้มีการเขียนจดหมายถึงผู้มีอุปการะคุณในภายหลัง ในตอนกลางปีได้จัดมอบรางวัลเรียนดีอีก
๑๐ รางวัล เป็นทุน ๆ ละ ๓,๐๐๐ บาท เชิญมารับรางวัล ดื่มน้ำชา
กาแฟ ตลอดงานจะมีเพลง "อยากให้ความรักแก่คนทั้งโลก" "พระคุณที่สาม"
และ "รางวัลแด่คนช่างฝัน" |
|
|
อบอวลไปด้วยความสุขของผู้ให้และผู้รับ
นักศึกษาได้ทำงานฝีมือมามอบให้ผู้อุปการะคุณท่านละชิ้นด้วยฝีมือ
เป็นของที่ด้วยราคาแต่ทำให้ผู้รับประทับใจจนน้ำตาไหล การให้ทุนดำเนินมาตั้งแต่
พ.ศ. ๒๕๓๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๓๙ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ คุณชาญวิทย์ได้ย้ายบริษัทไปจึงได้ชลอการมอบทุนไว้ก่อน
ถ้าคุณชาญวิทย์กลับมาอยู่อย่างเดิมก็จะแจกต่อ หรือขอเวลาอีกระยะหนึ่งก็จะทำโครงการนี้ต่อ
ดิฉันภูมิใจมากที่ได้เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง และขอชื่นชมกับผู้มีเมตตาทั้งหลายทุก
ๆ ท่าน เด็ก ๆ และครูอาจารย์ยังติดต่อกับดิฉันตลอดเวลา เขาเหล่านั้นยังรอความเมตตาจากพวกเราอยู่
ดิฉันตั้งใจว่าจะต้องจัดให้มีวันนั้นอีกอย่างแน่นอน
|
|
  
หน้าถัดไป
|