
|
 |
คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
| หนังสือกฎแห่งกรรม
เล่ม 13 |
| ::
ภาคชีวประวัติ :: |
เรื่อง
หลวงพ่อบูรณะวัดจินดามณี
โดย หลวงพ่อบูรณะวัดจินดามณี
พระครูปริยัติกิจจานุกูล
เจ้าอาวาสวัดจินดามณี
|
|
ไฟไหม้วัดจินดามณี
 |
"เมื่อมีเจริญ ก็มีเสื่อม
เป็นของคู่กันเป็นธรรมดาของสัจธรรม" |
อาตมาจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวอาตมาและวัดจินดามณี
ตำบลบ้านแป้ง อำเภอพรหมบุรี ค่ำคืนของวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ.
๒๕๔๑ อาตมาก็ทำหน้าที่อันเป็นกิจของสงฆ์เรียบร้อย โดยไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคืนวันนี้จะเป็นคืนที่ฝันร้าย
อันเป็นชะตากรรมอันหนักที่จะมาถึงอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้
เป็นวันที่จะต้องสูญเสียทุกอย่างที่มีอยู่ ดังคำที่ว่า "โจรปล้นสักร้อยครั้งยังไม่เท่ากับไฟไหม้ครั้งเดียว"
ในความรู้สึกหรือจิตใต้สำนึกในคืนนี้นั้น มีความไม่สงบอยู่ตลอดเวลา
จนถึงเวลาสมควรอาตมาก็สวดมนต์ภาวนาตามปกติแล้วก็เข้าจำวัด
ในขณะจำวัดรู้สึกว่าหลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่ตลอดเวลาก็พยายามภาวนาสงบจิต
เพื่อต้องการให้จำวัดหลับสนิท แต่ก็ยังหาความสงบมิได้ จนถึงเวลาประมาณ
๑ นาฬิกาของวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๑ ไฟฟ้าเกิดดับ ๆ ติด ๆ
อยู่พักหนึ่ง อาตมาก็คิดว่าไฟฟ้าคงจะเกิดเหตุภายนอกวัด
|
|
จึงไม่เกิดความสงสัยอะไร เพราะไฟฟ้าก็ติดตามปกติแล้ว
หลังจากนั้นประมาณสัก ๓๐ นาที อาตมาก็ต้องตกใจเมื่อพระภิกษุที่อยู่ใกล้เหตุการณ์รีบมาบอกอาตมาว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ในกุฏิ
อาตมาก็ถามว่าหลังไหน ท่านบอกหลังใต้สุด จึงรีบไปดูจุดที่เกิดเหตุ
อาตมาเห็นไฟกำลังไหม้ภายในกุฏิอย่างหนัก จึงปลุกพระและเด็กวัดทุกคนให้ช่วยกันดับ
ทุกคนพยายามดับจนสุดความสามาถ พระบางรูปก็ตีระฆังและกลอง อาตมาก็สั่งให้พระโทรไปแจ้งรถดับเพลิงตามหน่วยต่าง
ๆ กว่ารถจะมาถึงก็ไหมไปเกือบ ๑ หลังแล้ว ทั้งชาวบ้านเป็นร้อยคน
นายอำเภอ รองผู้กำกับฯ ก็มาช่วยกัน แต่พระเพลิงก็โหมอย่างหนัก
ชาวบ้านหรือทุกคนต่างยืนดูกันด้วยอาการกระวนกระวายร้อนอกร้อนใจ
เสียอกเสียใจกับภาพที่กำลังเกิดขึ้น บ้างก็อุทานว่าหมดแล้ววัดเราไม่เหลืออะไรอีก
คนเฒ่าคนแก่ก็ร้องห่มร้องไห้เสียอกเสียใจ เห็นแล้วน่าสลดใจยิ่งนัก
ส่วนตัวอาตมาก็พยายามทำใจสั่งการให้คุมสถานการณ์ให้ได้ แต่ก็สุดวิสัยจนพระเพลิงได้ไหม้กุฏิไปหลังแล้วหลังเล่า
หมดกุฏิไป ๖ หลัง หอสวดมนต์ ๑ หลัง หอกลองหอระฆังอีกอย่างละหลัง
สิ่งของที่อยู่ในหอสวดก็ดี กุฏิก็ดี เสียหายจนหมดสิ้น คงเหลือกุฏิอยู่หลังเดียวซึ่งเป็นที่อยู่ของอดีตเจ้าอาวาส
ซึ่งเป็นอาจารย์ของอาตมาเอง และก็รูปหล่อของท่านที่อยู่ในหอสวดมนต์ไม่ไหม้ไปกับพระเพลิงเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์อย่างมาก |
เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในความสงบแล้ว
อาตมาก็นั่งคิดว่านี่เป็นความฝันร้ายแต่เป็นเรื่องจริง ทุกสิ่งทุกอย่างหมดแล้วจะทำอย่างไรดี
กุฏิไม้สักสวย ๆ งาม ๆ อายุเป็นร้อยปี หอสวดมนต์ก็หมดไปกับพระเพลิง
อะไรมันมืดมนไปหมด มองภาพที่เสียหายก็นึกแทบทำใจไม่ได้ แต่ก็พยายามข่มจิตข่มใจตลอดเวลาว่าจะไม่แสดงอาการความรู้สึกเสียใจให้ญาติโยมได้รู้ได้เห็น
เพราะจะทำให้ญาติโยมเสียใจมากขึ้น กว่าอาตมาจะทำใจได้ก็นานพอสมควร
พอนึกถึงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราตรัสไว้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมีเกิดขึ้นก็มีดับไปเป็นธรรมดา
มีเจริญก็มีเสื่อม เป็นสัจธรรมเที่ยงแท้ เมื่อวานนี้เรามีที่อยู่อาศัยที่ประกอบกิจ
มีสมบัติที่สะสมเอาไว้เป็นของวัดก็ดี หรือของตนเองก็ตาม แต่วันนี้ไม่มีอะไรเหลือคงมีผ้านุ่งผ้าห่มติดตัวออกมาจากห้องเท่านั้น
เมื่อเราเกิดมาก็ไม่มีอะไรมามีแต่กรรมดีและชั่วติดตัวกันมาเท่านั้นเอง
จะคิดเสียใจทำไมให้เกิดทุกข์เสียเปล่า |
 |
| ถือว่าเกิดจากความประมาทหรือเวรกรรมของเรา
หรือวัดของเรา เมื่อคิดได้อย่างนี้แล้วอาตมาก็เริ่มรวบรวมคิดใช้ปัญญาให้เกิดประโยชน์
เริ่มตั้งโครงการจัดรูปกุฏิ ๔ หลัง ๆ หนึ่งยาว ๙ เมตร กว้าง
๖ เมตร หอสวดมนต์ ๒ หลัง ๆ ยาง ๒๑ เมตร กว้าง ๑๒ เมตร และก็ต้องรีบดำเนินการสร้างกุฏิก่อน
เพราะว่าสภาพพื้นที่วัดน้ำจะท่วมสูงมาก สูงถึง ๑.๗๐ เมตร พระก็ไม่มีที่อยู่เมื่อถึงเวลาน้ำท่วม
จึงต้องรีบสร้างขึ้น ก็มีญาติโยมมาร่วมบริจาคบ้างแต่ก็ยังขาดทุนทรัพย์อีกมาก
อาตมาก็มืดมนพอสมควรว่าจะหาทุนมาสร้างกุฏิและหอสวดมนต์จากที่ไหน
|
 |
แต่ก็เหมือนฟ้าประทานเมื่อหลวงพ่อพระราชสุทธิญาณมงคล
เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งเป็นอาจารย์เป็นกรรมวาจาจารย์ของอาตมาเองได้มาเยี่ยมดูแลให้กำลังใจ
อาตมามีกำลังใจขึ้น เมื่อพระผู้ใหญ่ผู้เป็นอาจารย์มาให้กำลังใจ
หลวงพ่อท่านเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตาอย่างสูงต่อลูกศิษย์ทุกคนที่ได้รับความทุกข์
ท่านให้กำลังใจ ให้ความคิด และให้กำลังทรัพย์ ท่านประกาศว่าจะช่วยอนุเคราะห์ในการก่อสร้างวัดจินดามณีขึ้นมาใหม่จนแล้วเสร็จ
ท่านให้อาตมารีบดำเนินการเลย นี่แหละคือความเมตตาที่แท้จริงจากหลวงพ่อที่ต้องการให้พระศาสนาเจริญต่อไป |
และลูกศิษย์พ้นจากทุกข์อันหนัก เกล้ากระผมในนามภิกษุสามเณรและญาติโยมทุกท่านทุกคน
ต้องกราบขอบพระคุณอย่างสูงที่หลวงพ่อพระราชสุทธิญาณมงคล ให้ความอนุเคราะห์และเมตตาในการก่อสร้างกุฏิและหอสวดมนต์
ของวัดจินดามณี ต.บ้านแป้ง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี นี่แหละบุญกรรมมีจริง
ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว ทำดีได้สุข ทำชั่วได้ทุกข์ เป็นสัจธรรมที่แท้จริง...
|
  
|