 |
คุณวีโก้ บรูน
ชาวนอร์เวย์ นำคณะครูสอนวิชาศาสนาเปรียบเทียบ จากโรงเรียนต่าง
ๆ ในประเทศเดนมาร์ก จำนวน ๓๐ คน ซึ่งสอนนักเรียนระดับมัธยมปลาย
เข้าฟังการบรรยายธรรม ณ วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี |
ขอเจริญพร คุณวีโก้ บรูน ในฐานะที่คุณวีโก้ได้เคยเดินทางมาอยู่ประเทศไทยศึกษาวิชาอักษรศาสตร์
ปริญญาโท ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีศรัทธาได้ถือโอกาสมาบวชที่วัดอัมพวัน
เป็นเวลาประมาณ ๒ เดือน เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๐ นั้น วีโก้ได้ศึกษาพุทธศาสนามามีทั้งภาคทฤษฎีวิชาการ
และปฏิบัติการ พุทธศาสนานั้นเน้นทั้งด้านวิชาการและด้านปฏิบัติการ
พระพุทธเจ้าเน้นวิชาการ ตามที่พระองค์ก่อนเสด็จบรรพชา ท่านได้ ๑๘ ดอกเตอร์
๑๘ ศาสตร์ แต่ไม่ได้อยู่อันเดียวเป็นวิชาที่ไม่มีใครสอน วิชานั้นหาครูสอนไม่ได้
ได้แก่ ๑) วิชาแก้ไขปัญหาชีวิต ๒) วิชาแก้ปัญหาทุกข์
ไม่มีในศาสนาอื่น
ขอให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้ทราบว่า พระพุทธเจ้าเน้นวิชาการ
มีลูกมีหลานขอให้เรียนเป็นดอกเตอร์ เรียนให้มีวิชาความรู้ให้ได้
"นกไม่มีขน คนไม่มีความรู้" จะดีได้อย่างไร
นกไม่มีขนบินไม่ได้ คนไม่มีความรู้จะเก้อเขินในสังคม แต่วิชาแก้ไขปัญหาชีวิต
และวิชาแก้ทุกข์ ไม่มีครูสอน พระพุทธเจ้าจึงทรงเสด็จบรรพชาไปศึกษาเอง
ต้องภาวนาเองให้มันผุดขึ้นมาเองเป็นปัญญา ให้ตัวเรามีปัญญาจะได้แก้ไขปัญหาได้
ถ้าไม่มีปัญญาแก้ไขปัญหาไม่ได้ กว่าจะไปหาวิชานี้ได้ต้องใช้เวลานานถึง
๖ ปี สำเร็จสัมโพธิญาณเป็นพระพุทธเจ้าแล้วจึงได้มาสอนประชาชนให้พ้นทุกข์
พระพุทธเจ้ามีพระมหากรุณาอย่างล้นพ้น แต่น่าเสียใจด้วย พระพุทธเจ้าได้วิชามาให้เราแต่เรากลับนำไปทิ้ง
ไปสร้างแต่ปัญหาตลอด นี่แหละพระพุทธเจ้าสอนให้เราแก้ไขปัญหาชีวิต
ไม่ใช่สร้างปัญหาชีวิต ให้คลี่คลายปัญหาไปสู่ทางที่ดีมีปัญญา
"เรียนให้รู้ ดูให้จำ ทำให้จริง" ถ้าไม่ทำอย่างนี้ก็หมดโอกาส
ศาสนาอื่นไม่มีที่จะแก้ปัญหาชีวิตได้ |
การปฏิบัติกรรมฐานแก้ปัญหาชีวิต กำหนดจิต คิดหนอ
โกรธหนอ
เป็นการแก้ปัญหาชีวิตที่ดีที่สุด ถ้าพูดแต่ศาสนาพุทธ เรียนแต่หนังสือ
เหมือนอย่างพระมหาเปรียญ ๙ ประโยค แปลหนังสือได้ แต่ไม่เคยปฏิบัติ
จึงแก้ปัญหาไม่ได้ เหมือนอย่างท่านทั้งหลายที่มากันนี้เรียนแต่หนังสือ
รู้มาก แต่ไม้รู้จริง คนรู้จริงต้องปฏิบัติได้
"รู้จริง ต้องทำ รู้จำ ต้องท่อง รู้แจ้ง ต้องคิดก่อน"
ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ลึกซึ้งมากมีอยู่ ๒ ประเด็น
คือ
๑) คันถธุระ ๒) วิปัสสนาธุระ
คันถธุระ ต้องเรียน มีเรียนตามลำดับและเรียนสันโดษ เรียนตามลำดับคือเรียนวิชาไปตามขั้นตอน
เรียนสันโดษคือเรียนด้วยการปฏิบัติทั้งหมด บรรยายแล้วปฏิบัติตามที่ครูสอน
อย่างที่วีโก้ได้ปฏิบัติมาแล้ว เรียกว่าเรียนสันโดษ วีโก้ก็มีความเข้าใจในพระพุทธศาสนาแล้วมาปฏิบัติเรียกว่ากรรมฐาน
การกระทำให้ฐานะดี การกระทำให้จิตมีหลัก มีสติ มีปัญญา มีการแก้ปัญหาได้
รูปนามขันธ์ห้าเป็นอารมณ์ รู้จริง รู้แจ้ง เห็นจริง เห็นแจ้ง จึงเรียกว่าวิปัสสนา
ส่วนมากเป็นครูอาจารย์มีแต่รู้คันถะ รู้แต่วิชาการในหนังสือหรือเรียนจากครูบาอาจารย์ไม่เคยปฏิบัติเลย
จะรู้จริงไม่ได้ รู้จริงต้องปฏิบัติ ปฏิบัติได้ แก้ปัญหาได้ ถึงจะสอนได้ดี
ถ้าคนปฏิบัติได้จริงแล้วจะรู้ซึ้ง รู้เข้าใจ รู้แก้ปัญหาได้ทุกประการ
เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าสอนตรงนี้คนเราจะได้ไม่มีปัญหาในครอบครัว จิตจะสงบ
จะไม่สร้างความเลวร้ายให้กับใคร และตัวเองก็จะไม่ประพฤติชั่ว และไม่ไปทางอบายมุข
อันนี้เป็นจุดสำหรับข้อปฏิบัติทั้งหมด
พระพุทธเจ้าสอนอริยมรรค
มรรค ๘ อริยสัจ ๔ อย่างที่เรียนกัน อยากจะเรียนถามว่า มรรค ๘
มีอะไร ปฏิบัติได้ไหม? มรรค ๘ สรุปเหลือ ๓ คือ ไตรสิกขา ๓ คือ
ศีล สมาธิ ปัญญา ทุกคนถ้าเรียนแต่วิชาการจะไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้
เช่น ศีล จะเข้าใจผิดคิดว่าศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๒๒๗ อย่างนี้ยังใช้ไม่ได้
ต้องรู้ว่าศีลแปลว่าปกติ ปกติมาจากไหน คนที่จะปกติได้จะต้องมีสติสัมปชัญญะ
นี่ถึงจะเรียกว่าศีล |
|
ศีล แปลว่า มีมารยาท
กายจะยืน เดิน นั่ง นอน เหลียวซ้ายแลขวา มีสติสัมปชัญญะ วาจาก็พูดมีสัจจะความจริงต่อประชาชน
จริงต่อตัวเอง และจริงต่อคนอื่น ถ้าคนขาดสติสัมปชัญญะหมดโอกาสที่จะมีศีล
ถ้าไปสอนตามหนังสือไม่ได้ความ ต้องสอนภาคปฏิบัติ ถ้าใครปฏิบัติได้จะรู้ว่าศีลแปลว่าปกติ
คนที่ปกติจะดีมีสติสัมปชัญญะนั้นจะเรียบร้อยทุกอย่าง จะทำอะไรก็มีปัญญาทุกอย่าง
นี่คือศีลชัดเจน ตั้งแต่ ปาณาฯ ถึงสุราฯ นั้นไม่ใช่ศีล แปลว่าองค์ปฏิบัติ
ถ้าคนมีสติสัมปชัญญะแล้วนั้น จะไม่ฆ่าสัตว์ คนมีสติสัมปชัญญะสูงขึ้นเป็นชั้นที่สองจะไม่อยากได้ทรัพย์ของคนอื่น
จะไม่เห็นแก่ตัว ถ้าคนมีสติสัมปชัญญะดีมีปกติดีแล้วไม่ขาดสติ จะไม่ล่วงประเวณีกับลูกเขา
เมียเขาในสังคม จะไม่หลอกลวงโลกหวังเอาลาภ ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด
ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ ถ้าเรามีสติชั้นห้าเราจะไม่ดื่มสุรา เพราะสติมันครบวงจร
ถ้ามีสติสัมปชัญญะดีแล้ว จะมีสมาธิโดยอัตโนมัติ
แต่ถ้าคนขาดสติสัมปชัญญะจะไม่มีสมาธิ สมาธิจะไม่เกิด จะเป็นคนวุ่นวาย
เป็นคนฟุ้งซ่าน เป็นคนคิดมาก เป็นคนแก้ปัญหาไม่ได้ สมาธิแปลว่า
จับจุดนั้นเป็นจุดเดียว ไม่คิดหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน คิดแต่เรื่องเดียว
อย่าคิดหลายเรื่องในขณะนั้น หลายเรื่องมันสับสน เป็นสมาธิไม่ได้
ถ้าคนไม่มีสติสัมปชัญญะทำสมาธิไม่ได้เลย สมาธิแปลว่าจับจุดงานอย่าทิ้งงานและหน้าที่รับผิดชอบ
คือสมาธิภาวนา เพราะฉะนั้นการสอนพระพุทธศาสนาจึงไม่เหมือนกัน
การปฏิบัติกรรมฐานไม่เหมือนกัน ปฏิบัติไม่ถูกต้องเยอะ ปฏิบัติที่ถูกต้องมีสติ
ใช้สติปัฏฐานสี่เป็นแนวปฏิบัติ จะบอกว่า พุทโธ ไปสวรรค์นิพพานไม่ถูกต้อง
เพราะว่าแค่สมบัติมนุษย์ยังรักษาไม่ได้ จะไปสวรรค์ได้อย่างไร
การสอนพุทธศาสนาไม่ใช่สอนง่าย ถ้าเป็นครูอาจารย์ปฏิบัติไม่ได้อย่าไปสอน
ไม่ขลัง ดูหนังสือแล้วมาสอนใครก็สอนได้ ปฏิบัติไม่ได้ ไม่ได้ผล
น่าจะพูดข้อปฏิบัติ ไม่ใช่เอาหนังสือมาพูด เพราะฉะนั้นสมาธิแปลว่าสัจจะ
ทำงานอย่าทิ้งงาน คนที่ทิ้งงานนี้จะเสียเวลามาก คนที่มีสมาธิไม่มีเดี๋ยว
ไม่พลัดวันประกันพรุ่ง ต้องทำงานให้เสร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งโครงการไว้
แล้วงานนั้นเสร็จทันเวลา ไม่เสียเวลา เหมือนคนไทยชาวพุทธที่ไม่ปฏิบัติ
โกงเวลาเก่ง มาทำงานก็สาย กลับก่อนเวลา ภาคปฏิบัติไม่ใช่ของง่าย
แต่ก็ไม่ใช่ของยากถ้าตั้งใจ ถ้าไม่ตั้งใจเรียนผ่านไปเฉยๆ ไม่มีประโยชน์แล้วก็จะมาว่าศาสนาพุทธไม่มีประโยชน์
สมาธิมีอยู่มาก คือจับงานอย่าทิ้งงานและหน้าที่รับผิดชอบ ถ้าคนไม่มีสติสัมปชัญญะจะไม่รับผิดชอบ
แค่ตัวเองก็ยังไม่รับผิดชอบตัวเอง แล้วจะไปรับผิดชอบคนอื่นเขาได้หรือ
เดี๋ยวนี้คนชาวพุทธบางแห่งไม่รับผิดชอบตัวเอง ไม่ใช่ชาวพุทธแท้
แต่เป็นชาวพุทธแบบฟอร์ม เป็นชาวพุทธเศษกระดาษ เรียนมาด้วยกันทั้งนั้นแต่ไม่ปฏิบัติ
เหมือนชาวพุทธแบบฟอร์ม รู้แต่ข้าวขันแกงโถไปวัดตักบาตร สมาธิคือไม่ผัดวันประกันพรุ่ง
ถ้าใครผัดวันประกันพรุ่ง ไม่เอางานเอาการคนนั้นขาดสมาธิ ทำไมขาดสมาธิ
เพราะขาดสติสัมปชัญญะ ถ้ามีสติสัมปชัญญะครบวงจร วิสัยทัศน์กว้างขวาง
วิสัยทัศน์กว้างไกล คนนั้นจะมีอัธยาศัย มีน้ำใจ จะมีเมตตา เรียกว่าสมาธิภาวนา
มันผุดขึ้นเอง ถ้าสมาธิได้จากการอ่านหนังสือทำอย่างไรก็ไม่ได้ผล
ต้องให้มันผุดขึ้นมาเอง ในเมื่อมันผุดขึ้นมาแล้วก็จะเกิดปัญญาแก้ไขปัญหาได้
นี่คือสมาธิ มีสติสัมปชัญญะดี มีสมาธิดี แล้วก็เกิดมั่นใจในตัวเอง
สมาธินั้นทำงานเสร็จทันเวลา คิดได้เร็ว และความคิดนั้นถูกต้อง
และนำไปใช้ได้ทันที |
สมาธินั้นประกอบด้วย สติ สัมปชัญญะ คือ สติปัฏฐาน
๔ จะทำอะไรเรียบร้อย จะขยัน ไม่นอกหน้าที่การงาน จะขยันเฉพาะในหน้าที่การงานของตนเท่านั้น
คนที่ขยันนอกหน้าที่การงานนั้นเป็นคนขาดสมาธิ ขาดสติ คนที่มีสติสัมปชัญญะกำหนดกรรมฐานได้จะจัดงานอะไรก็เรียบร้อย
ทำอะไรก็ไม่บกพร่อง ทำอะไรก็ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน ทำอะไรก็ไม่เห็นแก่ตัว
คนที่มีสมาธิจะไม่กลัวลำบาก ความยากจะไม่เกิดขึ้นแก่เขา
ปัญญา ถ้าปฏิบัติได้
มีสติได้ จะเกิดปัญญามี ๒ ประการ โลกียปัญญา และ โลกุตตรปัญญา, โลกียปัญญา
คือปัญญาทางโลก โลกุตตรปัญญา คือปัญญาทางธรรม ควบคู่กันไป
โลกียปัญญานั้น พระพุทธเจ้าสอนเน้นวิชาการ คนเกิดมาในโลกนี้ถ้าไม่มีความรู้จะไร้ความหมาย
โลกียปัญญา หมายความว่าแผนงานของชีวิตที่จะต้องดำเนินงาน ประกอบกิจหน้าที่การงาน
จะเป็นวิชาแพทย์ วิชาวิศวกร วิชาต่างๆ นั้น เป็นโลกียปัญญา ไม่เรียนไม่ได้
เป็นภาคบังคับ
 |
แต่มีวิชาความรู้ดีอย่างไรก็ตาม
ความรู้นั้นเอามาแก้ปัญหาชีวิตไม่ได้ ความรู้นั้นเอามาแก้ปัญหาได้เฉพาะการงานที่ทำตามหน้าที่ที่ได้เรียน
เช่น เป็นวิศวกรไฟฟ้า ต้องเรียนไฟฟ้าให้จบ เป็นวิศวกรโยธาต้องเรียนให้จบ
เป็นนักธุรกิจ หรือเป็นรัฐศาสตร์การปกครองต้องเรียนให้จบ แต่วิชาการเหล่านี้ทั้งหมดไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาชีวิตของเขาได้
ถึงเขาจะมีความรู้ก็รู้มาก แต่ขาดความรู้จริง ถ้ามีความรู้จริงที่จะแก้ปัญหาได้แน่นอนต้องเข้าไปสู่โลกุตตรปัญญา |
โลกุตตรปัญญานั้น เป็นปัญญาที่จะต้องแก้ไขปัญหาชีวิต
เป็นการแก้ปัญหาทุกข์ เป็นการแก้เหตุการณ์ที่เกิดเฉพาะหน้าได้ โลกียปัญญาเป็นภาคบังคับ
เช่นประเทศไทยต้องเรียนภาคบังคับ ๑๒ ปี ๖ ปีแรกชั้นประถมศึกษา ๖ ปีหลังชั้นมัธยมศึกษา
แต่จะเข้ามหาวิทยาลัยปริญญาตรี โท เอก ไม่บังคับ แต่รัฐบาลกระทรวงศึกษาธิการต้องบังคับ
๑๒ ปีเป็นภาคบังคับ ไม่อย่างนั้นขาดความจำเป็นของชีวิต แต่เราจะเรียนทางโลกไปแค่ไหน
ถึงจะเรียนสูงมากมายเท่าไรก็ตาม ก็ทำให้วิชาการสูงขึ้น แต่ขาดความดีของชีวิตคือโลกุตตรปัญญาแล้วไม่สามารถจะส่งเสริมวิชาการให้ดีได้
ถ้าวีโก้มีด้านวิชาการมากดี แต่วีโก้ขาดความดี ขาดปัญญาแก้ไขปัญหา
วีโก้จะไร้ความหมาย เหมือนวีโก้ปลูกเรือนสวยไม่มีบันได บ้านสวยไม่มีบันได
จะขึ้นบ้านไม่ได้ สรุป "ความรู้ต้องคู่กับความดี"
ความดีเท่านั้นจะส่งเสริมวิชาการให้วีโก้เด่นในสังคมต่อไป
|