ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 13
:: ภาคธรรมปฏิบัติ :: เรื่อง นาฬิกาชีวิต
โดย พระราชสุทธิญาณมงคล

เจริญสุขท่านผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลาย ท่านทั้งหลายมารวมกันทั้งใหม่และเก่า เพื่อรับฟังโอวาทในโอกาสกราบนมัสการลา จะมาอยู่ ๓ วัน หรือ ๗ วันก็ตาม การปฏิบัติธรรมแล้วแต่บุญวาสนาของท่านผู้ใด แต่ก็มีจุดมุ่งหมายปลายทางกับจุดมุ่งหมายเริ่มต้นไม่เหมือนกัน บางคนร้อยละ ๖๐ เข้ามาเพื่อแสวงบุญกุศล แต่ก็ไม่ทราบว่าบุญกุศลจะช่วยเราได้อย่างไร ร้อยละ ๙๐ มาบวชชีพราหมณ์ ต้องการจะรับศีลและนุ่งขาวห่มขาว และมาอยู่เฉย ๆ สวดมนต์บ้างไม่สวดมนต์บ้าง ฟังเทศน์บ้างไม่ฟังเทศน์บ้าง เขาคิดว่าได้บุญแล้ว ร้อยละ ๑๐ นั้น ตั้งใจถวายชีวิตต่อพระพุทธศาสนา ต้องการใช้ชีวิตให้มีค่ามากในปัจฉิมวัย ยอมตายในพระพุทธศาสนา ปฏิบัติโดยเข้มงวดกวดขัน แสวงบุญอย่างแท้จริง ต้องการมีความสุขในบั้นปลายของชีวิต ที่ต้องตายจากโลกไปสู่สัมปรายภพ

ท่านทั้งหลาย ถ้าท่านไม่สนใจในหน้าที่การงานของท่านแล้ว ท่านจะเสียใจกระทั่งตาย ในเมื่อยามยาก ยามลำบาก ท่านไม่สนใจในความดี ท่านไปสนใจความแลกเปลี่ยนชีวิตในยามยากยามลำบากแล้วนั้น ท่านจะเสียใจตลอดชาติ ท่านจะหาโอกาสอย่างนี้มิได้แล้ว เวลาหมดไปแล้วจะไปเรียกคืนได้ที่ไหน นาฬิกาทุกเรือนเวลาเท่ากันหมด ไม่มีเวลาเหลื่อมล้ำต่ำสูงกว่ากันเลย แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า นาฬิกาผูกที่ข้อมือของโยม เดินตรงเหมือนกันทุกเรือนไหม จะทราบได้อย่างไรว่า นาฬิกาของเราตรง หรือไม่ตรง ร้อยคนไม่ตรงกันสักคน ไม่เคยเทียบกับคนอื่นเขาเลยหรือ ดูแต่ของตัวเองอย่างนั้นหรือ

นาฬิกาของอาตมาคืนหนึ่งเทียบหลายครั้ง เทียบกับกองอุตุนิยมวิทยา เทียบกับกรมประชาสัมพันธ์ แต่นำไปใช้ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสไม่ได้ ต้องมีสองเรือน เรือนที่ใช้ในประเทศไทยไม่ตรงกับประเทศอื่น บ้านเดียวกันนาฬิกาก็ยังไม่ตรงกัน ถ้าเราเทียบนาฬิกาด้วยกันให้ตรงเวลาเหมือนกันแล้ว จะเป็นระเบียบเดียวกัน นัดเวลาก็จะมาตามนัด

ผู้ที่มาเจริญกรรมฐาน ต้องการมาเทียบนาฬิกาชีวิต ชีวิตนี้คือเวลา เวลาคือชีวิต เวลาเท่านั้นเป็นผู้ตัดสินชีวิต ชีวิตหมดไปแล้ว ๑ วินาที เรียกคืนไม่ได้ ใครผู้ใดหนอจะใช้เวลาแม้แต่วินาทีเดียว ให้คุ้มค่าและดีกว่ากัน

การเจริญพระกรรมฐาน เป็นการเดินรุดหน้าและมองดูข้างหลัง เดินหน้าอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมองดูข้างหลังด้วย พี่น้องที่เคารพรัก ก้าวต้องมีที่เกาะ เกาะต้องมีที่เก็บ มองดูข้างหลังหมายความว่ากระไร พูดอย่างนี้ท่านอาจไม่ทราบ ตัวอย่างเช่น เราอยู่บ้านนี้ จะไปอยู่บ้านโน้น ก้าวเกาะไว้ก่อน อีกขาหนึ่งอย่าเพิ่งออกจากบ้านนี้ เพราะอะไร เผื่อบ้านโน้นไม่ดี จะได้ก้าวกลับ พูดอย่างนี้ง่ายดีเข้าใจไหม บ้านนี้อย่าเพิ่งขาย ออกจากบริษัทนี้จะไปบริษัทโน้น จะก้าวไปทั้งหมดไม่ได้ รู้หนอ ๆ ๆ ก่อน ถ้ารู้จริงค่อยก้าวหมด แสดงว่าข้าพเจ้าไม่กลับ รุดหน้าไปแล้ว อย่าลืมต้องเหลียวหลังดูบ้าง เป็นลูกสาวลูกชายของพ่อแม่ จะแยกครอบครัวไป หันหลังดูพ่อแม่บ้าง ไม่ใช่ไปบวชชีพราหมณ์ที่วัดนี้ออกไปวัดโน้น ทั้ง ๆ ที่ ยังไม่ได้ ไม่ย้อนกลับมาสำรวจดูตัวเองเลย

ถ้าญาติโยมมาด้วยความจริงใจจะพบของจริงทันที ถ้ามาด้วยของปลอมจะพบแต่ของปลอมกลับไป จะเสียใจต่อภายหลัง ตาดีก็ได้ ตาร้ายก็เสีย ตามีปัญญาได้แน่ ตาไม่มีปัญญาไม่ได้อะไรเลย ตามีกิเลส มองแต่กิเลสคนโน้น มองกิเลสคนนี้ ความดีเขาก็มีมากมายไม่เคยคิดเลย นี่แหละหมดเวลาไปน่าเสียดายอย่างนี้ หมั่นเทียบนาฬิกากันหน่อย บ้านเดียวกันตีกันบ่อย ๆ เพราะนาฬิกาไม่ตรงกัน

ท่านรู้จักนาฬิกาเหมือนกันไหม นาฬิกาไม่ตรงก็พอตั้งกันได้ แต่ใจคอไม่ตรงกันจะทำอย่างไร พี่น้องท้องเดียวกันยังเหมือนกันไม่ได้ จิตไม่ตรงกันเพราะเหตุใด ทั้งนี้เนื่องมาจากต่างกรรมกันมาและต่างเวลาด้วย มาจากธาตุแท้หรือธาตุเทียม มาจากเมืองไหน เมืองนรก หรือเมืองสวรรค์ มาเกิดท้องเดียวกัน ทุกคนทำกรรมมาไม่เหมือนกัน

ถ้าคุณแม่มาถือศีลภาวนา มาเจริญกรรมฐานกลับไปตั้งครรภ์ แต่จิตยังไม่ปฏิสนธิ เมื่อปัญจสาขา คือมือสองเท้าสองสมองหนึ่งเกิดขึ้นแล้ว เทพเจ้ากฎแห่งกรรมจึงได้ส่งดวงวิญญาณนักปราชญ์ไปเกิด บุตรที่คลอดออกมาจะต้องเป็นปราชญ์แน่ แต่ถ้าคุณแม่อารมณ์ไม่ดีทั้งเดือน นาฬิกาในบ้านนั้นไม่ตรงกัน ขัดใจกันตลอดเวลา พูดดีเป็นร้าย พูดร้ายเป็นดี สัตว์นรกที่เพิ่งออกจากคุกต้องไปเกิดบ้านนี้ ลูกจึงเหมือนกันไม่ได้ ลูกแฝดชายคู่ คลอดห่างกัน ๑๕ นาที ยังเหมือนกันไม่ได้ จิตใจไม่ตรงกัน ต่อยกันไปต่อยกันมา น้องคว้ามีดแทงพี่ตายเลย เป็นศัตรูมาเกิด

ท่านทั้งหลายมานั่งกรรมฐาน อย่าคิดมาวิจัยสังเคราะห์ สร้างบุญให้เกิดความสุขก่อน ทำตัวเองก่อน เดี๋ยวจะรู้หมด ถ้าอยากรู้โน่น รู้นี่ ปฏิบัติเพียงวันสองวันไม่ได้ผล ต้องสร้างตัวให้ดีก่อน ขัดสนิมในใจออกก่อนถึงจะเห็นของจริงที่แน่นอนและถูกต้อง ที่เขาลือกันว่า ผู้ชายฆ่าผู้หญิงแล้วยัดใส่ส้วม หั่นศพจนแหลก ถ้าสืบเสาะเจาะให้ลึกอย่าไปว่า เมื่ออดีตชาติที่ผ่านมา ผู้หญิงเคยฆ่าผู้ชายอย่างนี้ ผู้ชายก็ต้องฆ่าผู้หญิงอย่างนี้ ทั้ง ๆ ที่รักแสนจะรัก ทั้งรักทั้งแค้นแน่นในทรวง ทั้งหึงทั้งหวงหนักหน่วงในหัวใจ และฆ่ายัดใส่ส้วมเลย

ญาติโยมทั้งหลาย ที่เรามาเจริญกรรมฐานนั้น ไม่ใช่มาสร้างบุญอย่างเดียว เรามาขัดสีฉวีวรรณ เหมือนขัดกระจก ขัดให้เป็นเงา ทำพื้นฐานของชีวิตให้ดี เหมือนเฟอร์นิเจอร์ถ้าไม่ได้ขัดแล้วมาทาแล็กเกอร์จะไม่ขึ้นเงา แต่ถ้าขัดให้ขึ้นเงาแล้วทาแล็กเกอร์จะทำให้เป็นเงาลึก ถ้าไม่ขัดเลย พื้นฐานไม่มี จะไม่มีเงา เงาด้านเหมือนกระจกฝ้า ส่องไปที่ใดก็ไม่เห็นไกล ไม่ใช่มานั่งแค่สองวันแล้วได้ไปนะ เรามาฝึกนิดเดียวจะได้อะไร ปีหน้าค่อยมา ๓ วัน ปีโน้นมาอีก ๓ วัน ก่อนจะแก่ตายไม่ได้อะไรเลย กลับไปบาปติดตัวไป

ท่านทั้งหลายที่มาเจริญพระกรรมฐาน เจริญ แปลว่า รุ่งเรือง ไม่เปลืองเวลา ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ในชีวิตและกิจประจำวัน การเจริญกรรมฐานต้องการสร้างชีวิตของเราให้เป็นมงคล มงคล แปลว่า ความถูกต้อง ไม่ใช่ความถูกใจ ความถูกใจเป็นอัปมงคลก็มากหลาย เราอย่าเอาแต่ใจของเราเลย เอาความถูกต้องเป็นหลัก เอาใจคนอื่นเขาบ้าง เราเอาใจคนอื่นเขา คนอื่นเขาก็เอาใจของเรา ตรงนี้เป็นการถูกต้องไหม สิ่งที่เป็นมงคลทั้งหลายเป็นความถูกต้อง ไม่มีความชั่วช้าสามานย์อยู่ในจิต ไม่เป็นบาป ไม่เดือดร้อน ถึงจะเรียกว่า "ความถูกต้อง"

ความถูกใจคือ ชอบใจ ไปดื่มเหล้าก็ชอบใจ ดีใจ คนนี้ชอบดื่มสุรา คนนั้นชอบดื่มเบียร์ คนนี้ชอบเล่นการพนัน ทำตามชอบใจอย่างนี้ จะเป็นมงคลได้อย่างไร ไม่เป็นการถูกต้องแต่ประการใด

คนที่มีทุกข์เดือดร้อนใจเป็นอัปมงคล สามีภรรยาคู่นี้ทะเลาะกันทุกวันเป็นเพราะเหตุใด เพราะเงินทองร่อยหรอ กิจการบริษัทจะล้ม สามีก็เครียด ภรรยาก็เครียด ตีกันทะเลาะกัน ดื่มสุรา ขัดคอกันตลอดมาเป็นเวลาแรมเดือน ลูกสาวมาที่วัดนี้ มาเรียนให้อาตมาทราบว่า ป๋ากับแม่ทะเลาะกันตลอด เมื่อก่อนไม่เคยทะเลาะกัน ทำไมเป็นเช่นนี้ หลวงพ่อช่วยหน่อยค่ะ อาตมาก็คิดหนอ คู่นี้ยังมีบุญวาสนาอยู่ ถ้าไร้บุญวาสนาจะช่วยไม่ได้ หม้อแบตเตอรี่เก็บไฟไม่อยู่ ช่วยไม่ได้ ถ้าหม้อแบตเตอรี่หมดไฟ สตาร์ทไม่ติด เมื่อชาร์ทไฟให้แล้ว สตาร์ทติดทันที รถวิ่งได้เลย อย่างนี้ช่วยได้ ถ้าหม้อแบตเตอรี่เสีย เก็บไฟไม่อยู่ ช่วยไม่ได้

โยมเข้าใจอย่างนี้เถอะ อาตมาจะแผ่เมตตาให้โยมต่อเมื่อโยมมีหลักฐานเก็บไฟอยู่ หม้อแบตเตอรี่ไม่เสีย ถ้าหม้อแบตเตอรี่เสียต้องตายแน่นอน ช่วยไม่ได้ โปรดจำไว้ แผ่เมตตาแทบตายก็ช่วยไม่ได้ อาตมารู้เลย แผ่ไปแล้วมันย้อนกลับ แสดงว่าต้องตายไม่ผิดหวัง

โยมมาเจริญสมาธิภาวนานี้ ต้องการรักษาหม้อแบตเตอรี่ไม่ให้เสีย ไม่ใช่มาชาร์ทไฟแต่ไม่รักษาหม้อแบตเตอรี่ หม้อแบตเตอรี่เสียไม่ต้องแก้เลย คือมีสนิมในใจ ไม่รู้จักเอาสนิมออก กลับไปเป็นสนิมในใจ หม้อแบตเตอรี่เก็บไฟไม่อยู่ ต้องเสียแน่ แก้ไม่ได้ โยมอย่าให้เสียตรงนี้ ถ้าเสียตรงนี้หมดทางแก้

ไฟหมดคือ กำลังใจตก ถ้าโยมกำลังใจตก ไม่สบายใจ กำลังเขียนหนังสือจะแก้อย่างไร ต้องแก้เดี๋ยวนี้ ปัจจุบันนี้ด้วย จะไปรอกันวันพรุ่งนี้ไม่ได้ วิธีแก้ให้หายใจยาว ๆ จากจมูกถึงสะดือเดี๋ยวนี้ กำลังเขียนหนังสือ วางปากกาให้หมด อย่าอ่านหนังสือ นั่งหลับตาตรงนี้ บนโต๊ะนี้ กำลังใจหมดแล้ว ให้รีบทำเดี๋ยวนี้ อย่าปล่อยให้นิสัยเคยชิน ถ้าไม่ทำตรงนี้ จะโมโหเก่ง เสียใจจะผูกคอตาย จะโดดตึกตาย ในไม่ช้าหม้อแบตเตอรี่เสีย ต้องกระโดดตึกตายแน่ ถึงจะมานั่งกรรมฐานก็ต้องไปกระโดดตึกตาย เพราะไม่แก้ปัญหาชีวิตของตัวเอง ไปให้คนอื่นแก้ปัญหาได้อย่างไร เราต้องแก้ปัญหาของเราเอง ไม่ต้องไปหาหมอดู ไม่ต้องไปหาหมอสะเดาะเคราะห์ เราสะเดาะเคราะห์ของเราเองได้ไหม หายใจยาว ๆ ถ้าเรามีพลังจิตขึ้นมาสูงจะดีที่สุด คนที่เคยเดินจงกรมแล้วจะทำได้ง่าย ถ้าเรามีพลัง มีสมาธิดี มีกำลังไฟพอใช้ พัดลมหมุนแน่ แต่ถ้ากำลังไฟไม่มี กำลังไฟตก พัดลมไม่หมุน จำไว้เลยนะ

เราต้องทำก่อนคือ หายใจยาว ๆ จากจมูกถึงสะดือ มันเสียใจเรื่องอะไร หมดกำลังใจเรื่องสามี หรือจะเป็นเรื่องลูก เรื่องบริษัท หรือเรื่องการขาดทุน เข้ามาสุมอยู่ในหัวใจ อย่าให้จิตใจเป็นสนิมขุม ต้องแก้เดี๋ยวนี้เลยนะ ต้องชนะใจเลย กำหนดว่า เสียใจหนอ… ที่ลิ้นปี่

บางคนบอกว่า "หลวงพ่อ ฉันกำหนดได้ผลเลยที่ลิ้นปี่" พอถามย้อนว่าลิ้นปี่อยู่ที่ไหน กลับชี้ไปที่ลูกกระเดือก ฟังผิด เวลาอาตมาพูดก็นั่งหลับ เห็นไหมว่า นาฬิกาตรงกันหรือไม่ ถ้าเรานั่งสมาธิเข้าระดับเดียวกันแล้ว จะพูดกันรู้เรื่องเลย ฉะนั้นเรามาอยู่ด้วยกัน รู้ใจกันด้วยกรรมฐาน เทียบกันไว้เสมอ

ถ้าเรามาเจริญกรรมฐานสัก ๒ วัน หรือ ๓ วัน จะรู้นิสัยวิสัยทัศน์กว้างไกล ว่าใจแคบหรือใจกว้าง จะบอกออกมาชัดเจนมาก ที่ลิ้นปี่นี่เป็นเครื่องบอก เป็นนาฬิกาอันหนึ่งของชีวิต เป็นนาฬิกาชีวิต ใช้สำหรับเทียบคน เราจะมีสามีหรือภรรยาเทียบนาฬิกาทางโลกนี้ไม่ได้ แม่บ้านไม่ดี นำวันเดือนปีเกิดของว่าที่ลูกสะใภ้ และวันเดือนปีเกิดของลูกชาย ไปให้หมอดูว่า วันเดือนปีตรงกันไหม ถ้าวันเดือนปีตรงกันแล้วจะแต่งงานกัน อย่างนี้จะใช้ได้หรือ ต้องเทียบนาฬิกาหลาย ๆ เรือน นาฬิกาทางโลกก็ต้องเทียบเหมือนกัน เช่น อยากรู้ว่า ว่าที่ลูกเขยอายุเท่าไร เดี๋ยวไม่รู้ว่าแก่อ่อนกว่าลูกสาวเท่าไร ลูกสาวอายุ ๒๗ คนที่มาขออายุ ๘๐ จะเป็นอย่างไร แก่กว่าพ่อตาอีกหรือ ต้องเทียบอย่างนั้น แต่ที่แน่นอนที่สุดนั้นคือ นาฬิกาชีวิต ใช้เทียบกันว่าลูกของเรากับผู้ชายคนนั้น คู่กันด้วยจิตใจ รักกันด้วยจิตใจ เกรดเดียวกันไหม นั่งดูนาฬิกาของชีวิตเทียบดูจิตใจของคน เห็นหนอ ๆ ๆ เห็นด้วยปัญญา คนนี้เป็นใคร จิตใจตรงกันไหม เดี๋ยวจะฉายออกมาว่า นิสัยไม่ตรงกัน ไม่รักกัน จะไม่ผูกพันกัน ถ้านิสัยตรงกัน จะผูกพันกันแน่

 

หน้าต่อไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่