ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 13
:: ภาคธรรมปฏิบัติ :: เรื่อง กรรมฐานแก้ไขปัญหาชีวิตได้อย่างไร
โดย พระราชสุทธิญาณมงคล

ขอเจริญพรทุก ๆ ท่าน วันนี้นับว่าเป็นมหามงคลชีวิตอีกวาระหนึ่ง ที่ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ได้ถือโอกาสสร้างความดีของท่าน ด้วยการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน เพราะท่านซาบซึ้งในธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว จึงได้จัดให้มีการบรรยายธรรมและมีการสนทนาธรรม ครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งที่ ๑๓ ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ได้รับสั่งให้คุณฉวีวรรณ ขจรประศาสน์ นิมนต์พระมาแสดงธรรมะบรรยาย โดยไม่ได้เจาะจงว่าจะเป็นพระภิกษุรูปใด คุณฉวีวรรณมีอัธยาศัย มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เห็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ เป็นแม่แบบแม่แปลนที่ดีมาก จึงอาราธนาอาตมาภาพมาฉลองศรัทธา และแสดงธรรมะบรรยายในวันนี้ ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ให้ชื่อเรื่องว่า กรรมฐานแก้ไขปัญหาชีวิตได้อย่างไร? ขอท่านทั้งหลายได้ติดตามฟังกันต่อไป

ทุกคนไม่มีใครว่างงาน "ถ้าคนอยู่ว่าง ห่างผู้ใหญ่ จะหลงทางได้ง่าย" ก็ขอเจริญพรทุกท่านว่าถ้าท่านมีลูก อย่าให้อยู่ว่าง อย่าให้ห่างผู้ใหญ่ จะหลงทางได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องลูก แค่โตๆ ก็หลงทางเยอะ แต่เด็กหลงทางไม่เป็นไร ถ้าผู้ใหญ่หลงทางนี่ซิแย่ กลับไม่ถูก แต่เด็กหลงทาง กลับถูก เพราะพ่อแม่ไปตามกลับ แต่ถ้าผู้ใหญ่หลงทางใครจะไปตาม ถ้าท่านไม่ช่วยตัวเอง ถ้าท่านขาดสติปัญญาท่านจะตามกลับไม่ได้ ฝากไว้ให้คิดในวันนี้ด้วย มาพูดในวันนี้ฝากให้ท่านคิด ให้ท่านมีสติปัญญาแก้ไขปัญหา นี่เขาล่ำลือกันจะไปดูดาวตก แต่ที่จริงดาวมันตกทุกวัน แต่เพิ่งจะรู้กันหรือ มงคลตื่นข่าวกันไม่เข้าเรื่องเสียงานเสียการ ถ้าเป็นราชการต้องลาพักร้อนไปดูดาวตก เสียงานไหม ท่านพี่น้องที่รักน่าจะคิดตีความ วันนี้อาตมาไม่ว่างหรอก เมื่อคืนต้องแจกหนังสือผู้ที่มาอบรมที่วัดอัมพวัน บวชมานี่ ๕๐ ปีแล้ว เราก็ตายไปแล้ว นี่แหละกรรมฐานมันรู้ความตายโอกาสข้างหน้า น่าจะตีความตรงนี้ ไม่ใช่กรรมฐานไปสวรรค์นิพพาน ไปบวชชีพราหมณ์ตามวัด ทัวร์บุญกัน น่าจะทัวร์บุญในอารมณ์ สร้างกุศลให้แก่จิต ในเมื่อคุณฉวีวรรณได้กล่าวร้องขออาราธนาอาตมาก็ดีใจมาก ได้ทราบว่าท่านผู้หญิงมณีรัตน์ ท่านสนใจกรรมฐาน ก็อยากจะฉลองศรัทธาให้ท่าน ขอฝากข้อคิดอีกว่าใครหนอจะอยู่ว่าง ถ้าคนไหนอยู่ว่าง คนนั้นใช้ไม่ได้ เลว คนจะต้องไม่อยู่ว่าง จะต้องไม่ห่างผู้ใหญ่ จะได้ไม่หลงทางง่าย ฝากท่านไปสอนลูกด้วย ถ้าลูกของท่านอยู่ว่าง จะหลงทาง รับรองท่านจะแก้ลูกท่านไม่ได้ อาตมาอยู่ว่างไม่ได้ ตี ๓ ตี ๔ ต้องรับโทรศัพท์จากต่างประเทศตลอด เดี๋ยววันนี้จะต้องรีบกลับชาวฟิลิปปินส์โหนรถเมล์มาเข้ากรรมฐาน เดือนก่อนก็ทูตกงสุลประเทศเนปาลมาเข้ากรรมฐาน ขากลับก็เอารถตู้ไปส่งถึงสถานทูต เขาก็ดีใจมาก เราต้องเอื้อเฟื้อสงเคราะห์เขา คนเราต้องสงเคราะห์ตัวเองก่อนให้ได้ ถ้าสงเคราะห์ตัวเองไม่ได้ ไปสงเคราะห์คนอื่น ก็โง่ ก็ฝากพี่น้องทุกคนที่อยู่ในสถานที่มงคลชีวิต แก้ไขไม่พลาดผิดชีวิตในสังคมที่มีระเบียบแบบแผนมีระบบ เพราะฉะนั้นขอฝากทุกคนอย่าอยู่ว่าง คนไหนอยู่ว่าง คนนั้นจิตใจต่ำ เหมือนน้ำไหลไปสู่ที่ต่ำฉะนั้น ต้องมีงานทำ งานนั้นต้องถูกโฉลกโชคดีมีปัญญา ทำงานให้มีประโยชน์ต่อตนและครอบครัว ต่อประเทศชาติ

คุณฉวีวรรณ ขจรประศาสน์ อาตมารู้จักกันมานานแล้ว ท่านช่วยเหลือวัดวาอารามต่างๆ ช่วยเหลือครอบครัว ช่วยเหลือแม่บ้าน ไม่จำเป็นต้องมีสามีเป็น มท.๑ ก่อนจะเป็นก็ช่วยมานานแล้ว ปิดทองหลังพระตามพระบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ปิดหน้าพระมันหล่นง่าย ปิดทองหลังพระใครไม่รู้ไม่เป็นไรเรารู้ตัวก็พอใจแล้ว ว่าเราทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ไม่มีอื่นใดที่จะซึ้งใจเท่ากับข้อนี้ อาตมาซึ้งใจพระบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้าอีกข้อหนึ่ง นักบริหารทั้งหลายโปรดทราบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รับสั่งว่า "คนกำลังจะจมน้ำตาย ช่วยก่อนได้ไหม" เหมือนอย่างเรากำลังจะจมน้ำตาย ถ้าใครมาช่วยเรารอดพ้นจากความตาย เราก็ดีใจ เราจะได้ไปช่วยคนอื่นต่อไป

รับสั่งอีกคำหนึ่งอาตมาก็ชอบใจมาเป็นเวลา ๑๕ ปีแล้ว ในวันแม่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อาตมาบันทึกไว้ ๒ หน้ากระดาษ ท่านรับสั่งว่า "พ่อแม่ต้องสร้างบ้านเมืองให้ยิ่งสุข ลูกต้องสร้างชาติให้ยิ่งใหญ่" อาตมาจดจำมา โยมเป็นพ่อเป็นแม่สร้างบ้านเมืองให้ลูก ให้ลูกอยู่เย็นเป็นสุข ลูกต้องสร้างชาติให้ยิ่งใหญ่ เรียนหนังสือให้เป็นปริญญาเอก เป็นรัฐมนตรี ช่วยเหลือชาติ ศาสน์ กษัตริย์ พ่อแม่ต้องสร้างบ้านเมืองให้ยิ่งสุข หมายความว่า พ่อแม่ต้องสร้างความดีให้กับลูก ทำถูกให้กับหลาน รักให้มันถูกวิธี ทำความดีให้ลูกดู

ลูกต้องสร้างชาติให้ยิ่งใหญ่ หมายความว่า ลูกต้องเรียนหนังสือให้เก่ง กล้าประหยัด ไม่ขาดพวกพรรค รักษาความสะอาด ฉลาดรอบครอบ ชอบระวัง ตั้งใจตรง ดำรงศีลธรรม นำทางถูก ปลูกสติ ดำริชอบ ประกอบกุศล ได้ผลอนันต์เป็นหลักฐานสำคัญ ชาติคือตัวเรา ดูชาติก็คือดูลูก รักลูกจึงคิดปลูกฝัง ให้ลูกตั้งตนฝึกรับศึกษา ให้ลูกได้ดีมีปัญญา ให้ลูกมีวิชาตั้งตนเป็นคนดี นี่แหละได้จากกรรมฐานทั้งหมด ถ้าไม่ได้กรรมฐานจะออกมาได้อย่างไร

ก็ขอเจริญพรต่อไป พ่อแม่ปลูก เหมือนปลูกต้นไม้ ปลูกในกระถาง ขึ้นในกระถาง ปลูกถี่ขึ้นถี่ ปลูกห่างขึ้นห่าง ต้นไม้มันโต แล้วเราจะบอกต้นไม้บ้าอะไรขึ้นไม่มีระเบียบ ขึ้นไม่เท่ากัน ห่างบ้าง สั้นบ้าง ถ้าต้นไม้พูดได้จะบอกว่าใครเป็นคนปลูก เดี๋ยวนี้สถาบัน ๓ สถาบันทำลายสังคม คือ วัด โรงเรียน ครอบครัว พ่อแม่ไม่ได้ดูแลลูก ลูกจึงติดยาเสพย์ติดกันมากมาย ถ้าบ้านไหนทำกรรมฐาน ทั้งโรงเรียนทำกรรมฐาน รับรองไปรอดแน่ นี่แหละพ่อแม่ที่เคารพรักของลูก อาตมาจึงได้พูดกับผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีว่า กลุ่มบ้าน กลุ่มวัด ต้องช่วยกลุ่มเมือง กลุ่มเมืองต้องเข้ากับกลุ่มวัดและช่วยกลุ่มบ้าน ในหลวงรับสั่งไว้ให้ "รักสามัคคี สร้างความดีร่วมกัน" ถ้าไม่มีการรักสามัคคี จะสร้างความดีร่วมกันไม่ได้ แตกแยกกันไปหมด แตกพรรค แตกพวก ควรจะรักสามัคคี สร้างความดีร่วมกัน อย่าเป็นพลูต่างใบ ไม่ร่วมใจกัน นี่แหละความรู้คู่กับความดีมีปัญญา สถาบันครอบครัวนี้สำคัญ เช่น ที่ศาลเยาวชน จังหวัดราชบุรี เด็กและเยาวชนติดยาเสพย์ติด ๘๐๐ คน บัดนี้กลับสภาพคืนแล้ว ได้ความว่าพ่อแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แล้วลูกก็ไปติดยาเสพย์ติดอย่างนี้จะแก้อย่างไร นั่งกรรมฐานถึงจะรู้ว่า พ่อแม่นี้ช่วยแก้ลูกได้ สถาบันโรงเรียน น่าจะช่วยกัน แต่ครูกลับมาขายยาเสพย์ติด ครูไร้วิญญาณครูเพราะไม่ได้เจริญพระกรรมฐาน อาตมาสอนเด็กมาปีนี้เป็นดอกเตอร์ ๘๐ คน เป็นนายพลอีกหลายคน สอนตรงนี้ พระที่มาเทศน์ก็จะเทศน์ไปสวรรค์นิพพาน แต่วิธีปฏิบัติ เชิงปฏิบัติการ เรียกว่าวิทยานิพนธ์ ไม่มีใครมาเทศน์ น่าจะเทศน์ข้อปฏิบัติกันบ้าง วิธีการทำอย่างไร จะได้ผลสมคาดปรารถนาทุกประการ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนรวย

๑) ครอบครัวไม่มีความสุข ทะเลาะกันทุกวัน

๒) ผิดหวังในชีวิต โดดตึกตาย เป็นโรคทันสมัย คือโรคประสาทกันทั้งบ้าน ทั้งวัด ทั้งการเมือง กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ขอให้นั่งกรรมฐานเถิดประเสริฐที่สุดแล้ว


๓) ลูกไม่เรียนหนังสือ จะแก้ได้อย่างไร ไม่ใช่ไปทำบุญสร้างโบสถ์ สร้างศาลา น่าจะสร้างคน พระพุทธเจ้าสร้างคน อาตมามีโครงการ "ปลุกคนให้ตื่น เสกคนให้เป็นงาน แก้ปัญหาชีวิตของประชาชน ให้เขาอยู่รอดปลอดภัย" เพราะคนเราเดี่ยวนี้ราคาตก เศรษฐกิจตก ทำให้คนราคาตกหมดราคา น่าจะปลุกเสกตัวเองให้มีราคา "ชีวิตท่านไม่มีค่า เวลาของท่านก็จะไม่มีประโยชน์" ถ้าท่านตีค่าชีวิตของท่านต่ำ เวลาของท่านก็จะไม่มีประโยชน์ ไปช้อปปิ้งที่โน่น ไปช้อปปิ้งที่นี่ เวลานาฬิกาเท่ากันหมด เวลาแม้แต่วินาทีเดียว จะทำให้เป็นประโยชน์และคุ้มค่ากว่ากันไม่ได้หรือ ถ้าท่านตีราคาตรงนี้ถูก ท่านจะไม่ไปช้อปปิ้ง ท่านจะไม่ไปเที่ยวให้เสียเวลา เสียงานเสียกิจการในครอบครัว เสียราชการและหน้าที่ เดี่ยวนี้คนเราขาดกรรมฐานจึงขยันนอกหน้าที่การงาน ไม่มีขยันในหน้าที่การงานเลย ถือแฟ้มไปธุระเรื่อย ไปธุระนั้นไม่ใช่หน้าที่การงาน แต่ไปขายที่ดิน ไปช้อปปิ้ง นี่เรื่องจริง อาตมาชอบพูดตรง ไม่มีคนชอบ ถ้าพูดหลอกลวงจะมีคนชอบมาก

"ออกแขกไม่ดี บอกเรื่องไม่ดี ไม่ดีตลอดชีวิต" ลิเกละครจะต้องออกแขกก่อนว่าจะเล่นเรื่องอะไร ใครเป็นพระเอกนางเอก ต้องออกแขกก่อน เล่นดีหรือไม่ดี ตัวเองจะไม่รู้หรอกว่าเล่นดีหรือไม่ดี ต้องดีที่คนดูเขา คนดูจะบอกเราว่าเล่นไม่ดี ไม่มีใครดู ถ้าออกแขกบอกหน้าพากย์ดี รับรองว่าเล่นดีตลอดจนกระทั้งตาย ดีทั้งลูก ดีทั้งหลาน ดีทั้งการงานจะแจ่มใส เดี่ยวนี้เศรษฐกิจตก แก้ได้เยอะแยะ ต้องช่วยกันทุกคน อย่าให้กำลังใจตก เศรษฐกิจตกแต่ราคาคนอย่าให้ตก แต่ถ้ากำลังใจเราสูงขึ้นมา พยายามปลูกศรัทธา ถ้าญาติโยมปลูกศรัทธาตั้งใจให้มั่น ด้วยการตั้งใจทำงาน ทำด้วยความตั้งใจ ทำด้วยความเคารพ อย่าเดี๋ยว ถ้าท่านทั้งหลายไม่มีเดี๋ยว รับรองงานเสร็จแน่ อย่าทิ้งคำพูด พูดแล้วต้องทำ เคารพวาจาที่เราพูด เคารพสถานที่ เคารพกติกานัดหมาย เคารพกฎหมายบ้านเมืองเขา ถ้าเราไปกรุงปารีสประเทศฝรั่งเศส ก็ต้องเคารพกฎหมายบ้านเมืองเขา จะเอากฎหมายบ้านเมืองเราไปบังคับเขาไม่ได้ ทำอะไรทำด้วยความสงบ จิตอย่าวุ่นวาย ราคาท่านจะราคาดี ทำอะไรทำด้วยความถูกต้องท่านจะมีราคาขึ้น คนที่มีราคามีคุณค่าของชีวิต คนนั้นจะต้องรู้จักตีราคาตัวเอง อย่าตีราคาให้มันต่ำ จะเสียหายอย่างน่าใจหาย มีคนไปถามที่วัด ก็บอกว่าถ้าทุกคนช่วยกันไปรอด ทุกคนไม่เอา ต่างคนต่างดึง แบ่งพรรค แบ่งพวก มีแต่ขี้เกียจ ขี้โกง ขี้อิจฉาริษยากัน ถ้าต่างคนต่างรักสามัคคี สร้างความดีร่วมกันแล้ว ไปรอดแน่ ด้วยการเจริญกรรมฐานแก้ปัญหาชีวิตนี้ให้ได้

ขอเจริญพรที่อาตมาไปพบหลวงพ่อในป่าที่จังหวัดขอนแก่น ที่อาตมาจะไปลาสึกกับหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ ท่านบอกสึกไม่ได้ จะให้คาถาคชสารวิชาช้าง ปู่ย่าตาทวดต่อช้างถวายพระมหากษัตริย์ กรุงศรีอยุธยาราชธานี ไม่มีใครเรียน อาตมาก็บอกว่าผมไม่เรียนหรอกครับ ผมจะสึก ขอคาถามหานิยมให้ผู้หญิงรักสักบทหนึ่งเท่านี้ก็พอ ท่านก็ให้ "หนึ่งอย่าเป็นสอง" พูดแล้วต้องทำ อย่าเดี่ยว มีคนนิยมชมชอบ ไม่เฉพาะผู้หญิง ผู้ชายก็ชอบ อาตมาใช้อยู่ทุกวันนี้ พูดแล้วอย่าทิ้งคำพูด อย่าเดี๋ยว ไม่เสร็จอย่ากินข้าว ไม่เสร็จอย่านอน ทำได้มีคนนิยมชมชอบแน่นอน สรุปใจความว่าได้เรียนวิชาคชสาร จึงได้ไปพบหลวงพ่อในป่าที่จังหวัดขอนแก่น ท่านให้ปัญหามา "อยากเรียนรู้ถามหญิงคันหูก อยากทำถูกถามเด็กเลี้ยงควาย คนสามบ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน เดินทางเดียวอย่าเหยียบรอยกัน นะอยู่หัวสามตัวอย่าละ นะอยู่ที่ไหนตามไปเอามาให้ได้" ถ้าใครตอบได้ แสดงว่าคนนั้นได้กรรมฐาน อาตมาถามพระอาจารย์มา ๕๐-๖๐ องค์ ท่านตอบไม่ได้ อาตมาดีใจมากที่ได้ช่วยเหลือประเทศชาติได้มาก ตำรวจเข้ามาอบรมพันกว่าคนแล้ว สามปีใช้เงินไปแล้ว ๒๕ ล้านบาท ไม่เคยเบียดเบียนใครเลย เด็กติดยาเสพย์ติด ๑๑ จังหวัดในภาคอีสาน หายหมดแล้ว พ่อแม่ก็ดีใจกันมากมาย นี่แหละกฎแห่งกรรมแก้ปัญหาชีวิตได้ อาตมาจึงได้ไปพบหลวงพ่อในป่าดังที่กล่าวแล้ว ท่านบอกให้เจริญสติปัฏฐาน ๔ ถ้าปฏิบัติได้จะทำให้

๑) ระลึกชาติได้
๒) รู้กฎแห่งกรรม
๓) แก้ปัญหาชีวิตได้

 

หน้าต่อไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่