ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 13
:: ภาคกฏแห่งกรรม :: เรื่อง แสงธรรมนำชีวิต
โดย ปิยะวัฒน์ แสงเย็น

ข้าพเจ้า เป็นลูกศิษย์พระราชสุทธิญาณมงคล หรือ หลวงพ่อจรัญ แห่งวัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี ข้าพเจ้าชื่อนาย ปิยะวัฒน์ แสงเย็น เป็นบุตร นายสนิท นางประสิทธิ์ แสงเย็น เป็นบุตรคนที่ ๓ ในจำนวนพี่น้อง ๘ คน เป็นชาย ๖ คน หญิง ๒ คน อยู่บ้านเลขที่ ๑๔๖ หมู่ที่ ๒ ตำบลแสนตอ อำเภอขาณุลักษณ์บุรี จังหวัดกำแพงเพชร โทร. ๐๑ - ๒๘๐๙๕๑๓ ปัจจุบัน ข้าพเจ้าอายุ ๓๔ ปี ชีวิตในวัยเด็กลำบากมาก ข้าพเจ้าต้องออกมาช่วยพ่อแม่ ทำนา ตั้งแต่เรียนจบแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ รายได้จากการทำนำแต่ละปี นอกจากต้องเสียค่าเช่านา ส่งธนาคารแล้ว ต้องใช้จ่ายในครอบครัวอีก ๑๐ ชีวิต พ่อแม่ลูกแค่มีกินไปวันหนึ่ง ๆ ก็ไม่ค่อยจะพอ จำได้ว่า เมื่ออายุได้ประมาณ ๑๔ - ๑๕ ปี เห็นคนอื่นเขามีอาหารดี ๆ รับประทาน มีเสื้อผ้าใหม่ ๆ ใส่ นึกถึงตัวเองแล้วถึงกับน้ำตาไหล เพราะไม่เคยมีเสื้อผ้าใหม่ใส่เลย มีชีวิตอยู่แบบซังกะตายไปวัน ๆ ไม่มีหลักอะไร ผิดกับลุง ป้า น้า อา เขาค้าขาย ฐานะดีมีรถใช้ เมื่อข้าพเจ้าว่างจากการทำนาก็จะไปช่วยเขา ชำแหละกล้วยบ้าง ตีหมอนกล้วยบ้าง นำกล้วยไข่ล่องไปขายถึงสิงห์บุรี อ่างทอง และกรุงเทพฯ เขาก็จะซื้อบุหรี่ให้สูบ ซื้อเหล้าให้ดื่ม ค่าแรงได้บ้างไม่ได้บ้าง ใช้ชีวิตเที่ยวเตร่ไม่มีแก่นสารอะไร ข้าพเจ้าเคยไปชอบผู้หญิงคนหนึ่ง บ้านเขาอยู่ไปทางใต้บ้านของข้าพเจ้า แม่เขาบอกว่า ถ้ารักชอบกันจริงก็ให้ไปขอ เรียกสินสอดสองหมื่น ทองหมั้นสองบาท เขาจะยกลูกสาวพร้อมทั้งมอบที่ดินอีก ๑๐ ไร่ ข้าพเจ้าเลยไม่ไปบ้านเขาอีกเลยตั้งแต่วันนั้นเพราะเจียมตัวว่าเราจน หวังความก้าวหน้า แต่เพราะมีความรู้เพียง ป.๔ หางานทำงาย จึงไปสมัครเรียนการศึกษานอกโรงเรียนที่จังหวัดกำแพงเพชร แต่ยังไม่ทันจะสอบเทียบระดับชั้นมัธยมศึกษาก็ต้องหยุดเรียนเพราะไม่มีเงิน แล้วตามแม่ไปอยู่กับป้าที่แม่สอด ข้าพเจ้าช่วยป้าเผาถ่าน ๒ คน กับเพื่อน เผาเดือนละประมาณ ๑๕๐-๒๐๐ กระสอบ โดยเริ่มจากการเรียงฟืนจากไม้ที่เล็กบ้างใหญ่บ้างเป็นชั้น ๆ แล้วกรุฝาให้ดีเพื่อจะได้อัดขี้เลื่อยเข้าไปให้แน่น ซึ่งใช้เวลาไม่ต่ำกว่า ๑๕ วัน เวลาเผาต้องดูแลทั้งคืนไม่ให้ข้างในเป็นโพรง ถ้าข้างในเป็นโพรงถ่านจะมอดไหม้หมด ได้ถ่านไม่กี่กระสอบ โดยใช้มีคอยตีบนเตา หรือขึ้นไปเหยียบบนเตา ซึ่งเป็นงานที่เสี่ยงและต้องใช้ความอดทนมาก ต้องยกให้ชาวกะเหรี่ยงที่มีความอดทน เคยมีกะเหรี่ยงคนหนึ่งตกลงไปในเตาถึงกับเสียชีวิต ข้าพเจ้าเคยพลาดขาตกลงไปในเตาข้างหนึ่ง แต่รอดตายมาได้ ไม่เช่นนั้นอาจไม่ได้มาเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อ หรือ อาจเป็นบุญที่ข้าพเจ้าซึ่งเป็นคนใจบุญไปทำบุญในวันพระบ่อย จึงเชื่อว่า บาป บุญ มีจริง จากเหตุการณ์ครั้งนั้นข้าพเจ้าจึงตัดสินใจออกจากบ้านป้า ขณะนั้นมีญาติ คือลูกของป้าเป็นเจ้าของโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า ข้าพเจ้าโทรศัพท์ไปหาเขา เขากำลังขาดคนขายผ้าอยู่พอดี จึงเข้าไปอยู่กับเขา แต่เพราะความรู้น้อยและยังอ่อนประสบการณ์ เขาจึงยังไม่ไว้ใจให้ข้าพเจ้าขาย แต่เขามีมอเตอร์ไซค์อยู่หลายคัน เขาจึงให้ข้าพเจ้าขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ซึ่งข้าพเจ้าก็ตกลงรับงานทันที

การขับรถในกรุงเทพฯ ไม่เหมือนต่างจังหวัด การจราจรคับคั่งและยังไม่รู้จักซอยต่าง ๆ ก็ได้แต่อาศัยผู้โดยสารบอกทางให้บ้าง เดาเอาเองบ้าง บ้างครั้งขาไป ๆ ได้ แต่ขากลับ ๆ ไม่ถูก หลงทางอยู่บ่อย ๆ ก็ต้องเที่ยวถามเขาจึงกลับมาถูก เหมือนคำโบราณที่ว่า "ทางอยู่ที่ปาก" เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ใช้เวลาเป็นปีกว่าจะชำนาญทาง เวลานั้นถ้าวิ่งระยะใกล้ ๆ เช่น แค่กลางซอย ค่าโดยสาร ๒ บาท ถ้าไปปากซอยก็ ๕ บาท วันหนึ่ง ๆ หักค่าเช่าและค่าใช้จ่ายส่วนตัวแล้วพอมีเหลืออยู่บ้างแต่ไม่มาก พอย่างเข้าปีที่สอง หัวหน้าวินเขาไม่พอใจว่า ข้าพเจ้าเป็นคนต่างจังหวัดแต่มาแย่งอาชีพเขา เขาก็คอยหาเรื่องอยู่บ่อย ๆ ข้าพเจ้าไม่อยากมีเรื่องกับใคร และรายได้ก็แค่พอกินพอใช้เท่านั้น จึงบอกเถ้าแก่ (ลูกของป้า) ว่าขอกลับบ้านต่างจังหวัด ไปทำนาอย่างเดิม ชีวิตมืดมนไม่มีอะไรก้าวหน้า ข้าพเจ้าเข้ากรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่ง พอดีช่วงนั้นโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าของลูกป้ากำลังขายดีมาก เขาเลยให้ข้าพเจ้าช่วยขายกางเกง ให้ค่าแรงวันละ ๕๐ บาท ขายตั้งแต่เช้าถึงตีสอง ลำบากมาก จนเขาไว้ใจให้ข้าพเจ้าขายให้โดยให้เปอร์เซ็นต์ ข้าพเจ้าจึงเริ่มขายเป็น และขายเรื่อย ๆ ไปทุกจังหวัด ตอนนั้นก็ขายไม่ค่อยดีเท่าไร ไปตามงานต่าง ๆ ก็เสี่ยงมากเพราะมีขโมยมาก เผลอไม่ได้ ขายอยู่หลายปีไม่มีอะไรเป็นของตนเอง ก็กลับต่างจังหวัดอีก มีเงินเหลือไปนิดหน่อย พอเงินหมดก็กลับมาขายอีก ทำเช่นนี้อยู่หลายปี ตอนนั้นข้าพเจ้าเริ่มสวดมนต์บ้าง แต่ยังไม่ถูกต้อง เพราะยังไม่ได้พบหลวงพ่อจรัญ โดยสวดมนต์แล้วสวดพระคาถาชินบัญชร ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆัง พอมาพบหลวงพ่อ หลวงพ่อท่านสอนว่า "จะสวดคาถาอะไรก็ได้ แต่อย่าข้าม บทพุทธคุณ ธรรมคุณ และสังฆคุณ คือ อิติปิโสฯ และ พาหุงมหาการุณิโก" นั้นเอง ฉะนั้น เท่ากับข้าพเจ้าปฏิบัติเหมือนกับคำสอนของหลวงพ่อที่ว่า "ข้ามไปเรียนปริญญาโทเลย โดยที่ยังไม่ได้เรียนชั้น ป.๑" ข้าพเจ้าออกขายตามต่างจังหวัด จนไปพบผู้หญิงถูกใจ ที่จังหวัดพิษณุโลก รู้สึกถูกชะตา ข้าพเจ้าจึงเข้าไปพูดขอกับผู้ใหญ่ด้วยตนเอง ผู้ใหญ่ก็ยกให้เพราะเขาเห็นว่าข้าพเจ้าเป็นคนทำมาหากิน ตกลงแต่งงานทั้ง ๆ ที่ตัวคนเดียวยังเอาตัวไม่รอด ต้องดิ้นรนหลายปี ไปขายงานเทศกาลตามจังหวัดต่าง ๆ พอหมดงานเทศกาลก็กลับบ้าน ได้แค่มีกินมีใช้ไปวันหนึ่ง ๆ

ข้าพเจ้ามีโอกาสได้รู้จักหลวงพ่อจรัญ

เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ข้าพเจ้าไปอยู่กับน้องสาวแท้ ๆ ซึ่งเคยเป็นคนงานโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า แล้วแยกตัวมาเปิดกิจการของตนเองที่จังหวัดนครสวรรค์ เขาให้ข้าพเจ้าไปช่วยขาย ข้าพเจ้าคิดว่าช่วยน้องของเราดีกว่าไปช่วยคนอื่น จึงเป็นลูกจ้างของน้องสาวอยู่หลายปีก็ไม่มีอะไรดีขึ้น พอกินพอใช้ไปวันหนึ่ง ๆ ลำบากมาก ข้าพเจ้ากับภรรยาไปขายมาทุกจังหวัดไม่ว่าภาคเหนือ ภาคใต้ ไปหมด ขายได้ไม่คุ้มกับของที่หาย ค่าใช้จ่ายสูง แม้จะเข้าห้องน้ำก็ต้องเสียเงิน ข้าพเจ้าไปขายของที่จังหวัดนครสวรรค์ ไปพบคุณลุงท่านหนึ่ง อายุประมาณ ๕๐ ปี แนะนำข้าพเจ้าว่า "ถ้าหนูจะเดินสาย ก็เดินให้ ถูกทาง ทุกข์ก็จะไม่มี มงคลก็จะมา" (ข้าพเจ้าเก็บไปคิดอยู่นาน คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก) ข้าพเจ้าสนใจพระเครื่อง ชอบอ่านหนังสือพระ และเลื่อมใสศรัทธาหลวงพ่อเดิมแห่งวัดหนองโพธิ์ จากข้อความในหนังสือจึงได้ทราบว่า หลวงพ่อจรัญเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อเดิม ทำให้ข้าพเจ้าเกิดความสนใจหลวงพ่อจรัญ ข้าพเจ้าได้รู้จักหลวงพ่อจรัญครั้งนั้นเอง และได้ทราบถึง มงคลชีวิต หรือ แก่นแท้ของพระพุทธศาสนา จากหนังสือกฎแห่งกรรมของหลวงพ่อจรัญ ซึ่งถ้านำมาปฏิบัติแล้วจะสามารถแก้กรรมได้ ข้าพเจ้านึกถึงคำพูดของคุณลุงที่พบที่นครสวรรค์ได้ว่า มงคลชีวิตที่แท้จริง คือ การเดินทางชีวิตให้ถูก ข้าพเจ้าจึงเริ่มสวดมนต์บทอิติปิโสฯ และพาหุงมหาการุณิโก บทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ที่หลวงพ่อเทศน์สอน พระเณร อุบาสก อุบาสิกา ให้สวดอยู่ทุกวันนั่นเอง

 

หน้าถัดไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่