ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 11
:: ภาคกฎแห่งกรรม :: เรื่อง ต้นแบบของผม
โดย ศาสตราจารย์ รังสรรค์ แสงสุข

เมื่อพูดถึงหลวงพ่อจรัญ ผมอยากจะพูดว่า เป็นความประหลาด หรือ เป็นบุญ หรือ เป็นความประจวบเหมาะ ที่ผมได้ไปรู้จักหลวงพ่อ และ ขอปวารณาตัวเป็นลูกศิษย์ท่าน แต่เดิมมานั้น ผมไม่เคยรู้จักท่าน ผมไปบ้านครอบครัวของภรรยาที่อยู่ที่สุพรรณ ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ได้เห็นหนังสือเล่มหนึ่ง หน้าปกบอกว่า หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี อะไรในทำนองนั้น แต่ไม่ได้เปิดอ่านข้างใน เห็นรูปหลวงพ่ออยู่ที่หน้าปก ผมก็เกิดศรัทธาในใจว่า เป็นพระสงฆ์รูปหนึ่งที่ดูน่านับถือ มีอยู่วันหนึ่งผมจะไปจังหวัดอุทัยธานี มีผู้อำนวยการกองงานวิทยาเขตบางนา ของมหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นคนขับ ซึ่งก่อนไปเราได้คุยกันว่าจะไปที่วัดหนองหญ้านาง จังหวัดอุทัยธานี ที่จะไปวัดหนองหญ้านาง เพราะทราบว่ามีหลวงพ่อที่ทำตู้อบสมุนไพร และ ที่วัดรักษาพวกที่ไม่สบายเกี่ยวกับเส้นเอ็น อัมพฤกษ์ อัมพาต โดยใช้สมุนไพร อยากเห็นเขาว่าทำกันอย่างไร จึงชวนผู้อำนวยการกองวิทยาเขต ไปหาพระที่วัดหนองหญ้านาง และ คนที่รามคำแหงที่อาศัยที่จังหวัดอุทัยธานีก็มีจำนวนมาก ในช่วงเวลาที่ผมจะไปนั้น เป็นเวลาที่จะมีการเลือกตั้งอธิการบดีด้วย ผมเลยคิดว่าจะได้แวะไปเยี่ยมเยือนครอบครัวของชาวรามคำแหงที่อาศัยอยู่ที่จังหวัดอุทัยธานี

ก่อนที่ผมจะออกเดินทางไป บ้านผมอยู่ทางสุขาภิบาล ๑ จึงออกไปทางถนนรามอินทรา ผมนึกขึ้นมาได้ว่า จะไปหาพระแล้วทำไมไม่ฉวยโอกาสทำบุญเสียด้วยเลย ก็เลยแวะหาซื้อสังฆทานแถวรามอินทรา ตัวผมนั่งอยู่บนรถ ส่วนผู้อำนวยการลงไปกับภรรยาผม ผมไม่ได้มองว่าเขาซื้อสังฆทานอะไรบ้าง มองเห็นแต่ว่าร้านนี้มีถึงใส่สังฆทานตั้งอยู่เยอะแยะ เป็นร้านขายเครื่องสังฆทาน โดยตรง ผมมัวแต่มองโน่นมองนี่อยู่ จนภรรยากับผู้อำนวยการกองขึ้นรถมา บอกว่าเรียบร้อย จึงขับรถออกไป ขณะนั้นเป็นเวลา ๑๐ โมงกว่า ๆ เกือบ ๑๑ โมง ขับไปถึงอยุธยาก็นึกหิวข้าวขึ้นมา เลยแวะไปอ่างทอง ขับเส้นถนนสายเอเชีย ผมจำได้ว่าผมเคยไปอ่างทองแล้วมีอาหารจำพวกปลาแม่น้ำ ก็เลยชวนกันไปหาทานกลางวันที่ร้านที่ว่า ถึงตรงนั้นก็เกือบเที่ยง ทานกันเสร็จประมาณบ่ายโมง ออกจากอ่างทองไปแล้ว ขับผ่านวัดเกษไชโย ผ่านสถานที่ต่าง ๆ ทีนี้พอไปถึงจังหวัดสิงห์บุรี เขาก็มีป้ายบอกไว้อำเภออะไรต่ออะไร และมีป้ายบอกไว้ อำเภอพรหมบุรี ก็นึกขึ้นมาได้จึงถามภรรยาว่า หลวงพ่ออะไรที่มีหนังสืออยู่ที่บ้านยายที่สุพรรณบุรี ภรรยาบอกหลวงพ่อจรัญ ถามว่าวัดอยู่ที่ไหน ไม่มีใครรู้ว่าวัดนั้นอยู่ที่ไหน ผมรู้สึกหงุดหงิด จำชื่ออำเภอก็ไม่ได้ว่าอยู่อำเภออะไร เผื่อใกล้จะไดแวะหาได้ถูก คิดอย่างนั้นก็พอดีมาผ่านหน้าวัดอัมพวัน จะเป็นด้วยเหตุบังเอิญ ทำไมจึงมองไปตรงนั้นก็ไม่ทราบ เห็นป้ายเล็กนิดเดียว วางกับพื้นดิน เป็นป้ายสี่เหลี่ยมยาว ๒ คืบ กว้างนิดเดียวเท่าฝ่ามือ เขียนว่าวัดอัมพวัน ผมก็บอกผู้อำนวยการกองให้หยุดรถ ก็พอดีเลยป้ายวัดไปแล้ว ผมจึงบอกว่าผมเห็นชื่อวัดอัมพวัน ต้องเป็นวัดนี้แน่นอน ในเมื่อเรามาตรงนี้แล้ว ทำไมเราไม่เข้าไปดูก่อน ก็ถอยรถมาอีกตั้งไกล เมื่อเลี้ยวเข้าถึงประตูวัดแล้ว ก็เข้ามาที่ตรงกุฏิหลวงพ่อ ผมไม่ทราบว่ากุฏินั้นเป็นกุฏิของหลวงพ่อ ผมลงจากรถเดินมาเห็นเงียบสงบดี ตอนนั้นไม่ค่อยคึกคักนัก ผมเดินเข้าไปถามว่าหลวงพ่อองค์นี้อยู่ที่ไหนจะได้ไปไหว้ เห็นคนนั่งรออยู่ในกุฏิหลวงพ่อมากมาย ผมจึงเข้าไปถามพระรูปหนึ่ง ท่านบอกว่า หลวงพ่ออยู่ข้างบน คอยเดี๋ยว บ่าย ๒ โมง จะลงมารับแขก ผมดูนาฬิกา อีก ๑๐ นาที บ่าย ๒ โมง ผมจึงได้เข้าไปนั่ง เห็นใคร ๆ เขาก็เตรียมของถวาย นึกขึ้นมาได้ว่า เอ๊ะ! จะทำอย่างไร จึงขอซองว่าจะถวายเงินซัก ๕๐๐ บาท แล้วหันมาพูดกับแม่บ้าน และ ผู้อำนวยการว่า ไม่ทราบว่าเราจะมาแวะวัดนี้ จะได้ซื้อสังฆทานมาเผื่อ ทางผู้อำนวยการบอกว่า ซื้อมา ๒ กัง เขาก็บอกว่าไม่รู้ ตอนแรกคิดว่าจะซื้อถังเดียว แต่มือกลับไปหิ้วมา ๒ ถัง แล้วก็จ่ายเงินให้เขาเรียบร้อย ผมจึงขอสังฆทานต่อผู้อำนวยการ ๑ ถึง จะได้นำมาถวายหลวงพ่อองค์นี้ เมื่อถึงเวลาตามพิธีการ ก็เลื่อนไหลกันเข้าไปถวายของหลวงพ่อ แล้วก็มาถึงผม เมื่อถวายสังฆทานและซองปัจจัยเรียบร้อย ผมก็ได้กราบเรียนหลวงพ่อว่า ผมชื่ออาจารย์รังสรรค์ แสงสุข มาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ผมจะลงสมัครเป็นอธิการบดีกับเขา ผมอยากเป็นอธิการบดีรามคำแหงครับ ขอปวารณาตัวเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อ ถ้าหลวงพ่อช่วยได้อย่างไรก็ช่วยผมด้วย หลวงพ่อก็มองหน้าผมเฉย ๆ แล้ว ท่านก็บอกว่าดี...ดี แล้วก็บอกว่าได้...ได้ ผมฟังแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร กราบแล้วก็ถอยออกมา พอถอยออกมาจะพ้นเสา ตรงหน้าหลวงพ่อ หลวงพ่อก็เรียกอีก อาจารย์...อาจารย์มานี่ พอไปถึงตรงหน้าท่าน ท่านก็บอกว่าให้เข้ามาใกล้ ๆ ผมขยับไปใกล้แล้วพนมมือ หลวงพ่อก็จับมือผมแล้วโน้มตัวมาเป่าที่หน้าผากของผม ผมหลับตาก็มีแต่ความปีติยินดี คือมีปีติ ซึ่งไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ท่านยังย้ำแต่ว่าได้...ได้ อยู่อย่างนั้น เสร็จแล้วผมจึงถอยออกมา ท่านได้ให้พระรูปรัชกาลที่ ๕ ซึ่งทุกวันผมก็เอามาไว้ที่ห้องทำงานผม เป็นพระรูปรัชกาลที่ ๕ พิมพ์จากพระรูปจริงที่อยู่ในกุฏิหลวงพ่อ พร้อมกับหนังสือสวดมนต์

หลังจากที่ถวายของเรียบร้อยแล้ว ก็ออกเดินทางไปวัดหนองหญ้านางต่อ ระหว่างทางที่ไปนั้นผมก็เปิดดูหนังสือสวดมนต์ ตามปกตินั้นตอนเป็นเด็กผมสวดมนต์ตั้งแต่เด็ก คือยายผมเราอยู่บ้านนอกด้วยกัน อยู่อย่างลูกชาวไร่ชาวนา ตอนเย็นพอค่ำเราดูแลพวกลูกจ้าง ทานข้าวทานปลากันแล้ว เราก็ดูว่าเขาเก็บของเรียบร้อยหรือไม่ ดูแลบ้านช่องให้เรียบร้อย ยายก็จะเรียกพวกหลาน ๆ เข้าไปในห้องยาย แล้วก็พาไหว้พระกัน มีพระองค์เล็ก ๆ องค์หนึ่งซึ่งพอยายเสียชีวิต ผมก็ไปขอพระจากคุณพ่อผม บอกว่าพระองค์นี้ผมได้ไหว้มาตั้งแต่เด็ก ๆ ขอให้ผมได้เอาไปบูชาเถิด ทางญาติพี่น้องก็ไม่ว่าอะไร ก็ให้ผมมา ผมก็ได้ไหว้พระสวดมนต์ ผมสวดมนต์มาตั้งแต่เด็ก ก็สวดตามยาย สวดทีละครึ่งชั่วโมง พอผมมาอ่านหนังสือสวดมนต์ของหลวงพ่อ แม้ว่าจะมีถ้อยคำบางอย่างในเชิงปาฏิหาริย์ หรือมีถ้อยคำบางอย่างในเชิงที่มีอิทธิฤทธิ์ก็ตาม ผมก็ไม่ได้ไปสนใจตรงนั้น แต่ผมสนใจรงที่ว่าในบทสวดทั้งหลายทั้งปวงนั้น เราเพิ่งมารู้ว่าหมายความว่าอย่างไร ไม่ว่าจะเป็น อิติปิโส บทสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ มหาการุณิโก ไปจนถึงสวด บรรดาพาหุง ทั้งหมด ก็ทำให้เกิดความคิดขึ้นมาว่า ถ้าเราสวดมนต์เหมือนเด็ก ๆ ในสมัยก่อนโน้น ก็คงจะดีเหมือนกัน แต่ก็ช่างมันเถอะ อย่างน้อยในขณะที่เราสวดมนต์นั้นเราก็ไม่ได้ทำบาป ก็เลยคิดต่อไปนี้เราจะสวดมนต์ ก็อ่านหนังสือไป สวดไป

หลังจากที่กลับมาจากการไปพบหลวงพ่อมาแล้ว ผมก็ได้สวดมนต์มาตลอด ไปทำงานรถมันติด ผมก็สวดอิติปิโส ภควา ไม่รู้ว่าเท่าอายุหรือไม่เท่าอายุ ว่าไปจนถึงที่ทำงาน อย่างนี้เป็นต้น และเมื่อมาเป็นอธิการบดี ผมก็ตั้งโต๊ะหมู่บูชา ถ้าผมมาแต่เช้า ผมก็สวดมนต์ที่ทำงานเสียเลย หรือถ้านอนที่ทำงานก็จะตื่นขึ้นมาสวดมนต์ ผมอยากจะบอกแต่เพียงว่าการสวดมนต์นั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะเหาะเหินเดินอากาศได้ แต่การสวดมนต์นั้น ทำให้เกิดศรัทธา เกิดกุศลจิตในหลายเรื่อง ทำให้เราเกิดสมาธิที่จะทำงานทำการ เรามีความเชื่อมั่นในตนเองว่าเราเป็นชาวพุทธ แล้วก็ได้กล่าวสรรเสริญ พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ได้สวดพาหุง และ ได้สวดมหาการุณิโก ก็จะมีความปีติในใจว่า วันนี้เราได้ทำหน้าที่ของชาวพุทธแล้ว ในขณะเดียวกัน เมื่อสวดมนต์เสร็จ เราก็จะได้แผ่เมตตาให้แก่ทุกผู้ทุกคน หลังจากวันที่พบหลวงพ่อแล้ว ผมก็ไปตามกระบวนการของผม ค้อ เข้าดำเนินการเลือกอธิการบดี อธิการบดีของมหาวิทยาลัยรามคำแหงนั้นกว่าจะได้เป็น มันต้องฟันฝ่า จนไม่รู้ว่ายากลำบากแค่ไหน บอบช้ำพอสมควรแก่เหตุ บอบช้ำทั้งจิตใจ บอบช้ำทั้งชื่อเสียงและทุกสิ่งทุกอย่าง

 

หน้าต่อไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่