กระผม นายบุญเติม อินทฤทธิ์ และครอบครัว
หลังจากทีได้เข้านมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชสุทธิญาณมงคลครั้งแรกเมื่อ
วันเสาร์ที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๓๕ และได้รับเมตตาให้เรียนพระกัมมัฏฐาน
โดยมีแม่ชี ซูง้อ แซ่เอ็ง เป็นครูสอน คุณแม่ใหญ่ คุณแม่อุบาสิกาสุ่ม
ทองยิ่ง เป็นครูใหญ่ พระเดชพระคุณหลวงพ่อเป็นอาจารย์ผู้สอบอารมณ์
ต่อมากระผมได้พาคุณแม่ของภรรยา น้องภรรยา หลาน บุตรชาย และเด็กวัดสระแก้ว
ลูกศิษย์หลวงพ่อสำเนียง จ.อ่างทอง มาเข้ารับการเรียนปฏิบัติพระกัมมัฏฐานที่วัดอัมพวัน
ซึ่งกระผมเคยเขียนบทความไว้ในหนังสือกฎแห่งกรรม ธรรมปฏิบัติ
เล่ม ๘ หน้า ๗๕ ครั้งหนึ่งแล้ว |
 |
ณ วันนี้ วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๔๒
ผลปรากฏว่า คุณแม่บุญรอด จำนงค์บุตร (คุณแม่ของภรรยา) แต่เดิมมีอาการตาฟาง
ปัจจุบันมีร่างกายแข็งแรง สุขภาพดีมาก สายตาดี สามารถตัดเย็บกางเกง-เสื้อผ้าได้อย่างมีฝีมือ
น้องภรรยาคือ คุณสำเริง จำนงค์บุตร ปัจจุบันรับราชการตำรวจตระเวนชายแดนอยู่
อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี หลานคือ นางสาว เพลินพิศ จำนงค์บุตร
เป็นเด็กดี แต่ยากจน ได้ส่งไปเรียนที่โรงเรียนวังไกลกังวลหัวหิน
จบแล้วได้โควต้ามาเรียนที่สถาบันราชมงคลกรุงเทพ ปัจจุบันจบปริญญาตรี
มีงานทำแล้ว |
บุตรชาย คือ คุณอภิชาติ อินทฤทธิ์ ในชั้นต้นคิดว่าคงจะส่งลูกเรียนได้เพียงแค่
ปวส. เพราะประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่ก็สามารถเรียนต่อได้จนจบปริญญาตรี
ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ จังหวัดขอนแก่นในวันหยุดคุณอภิชาติจะไปปฏิบัติธรรมหรือช่วยงานท่านพระครูสมุห์ธีรวัฒน์
ฐานุตตโร แห่งศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน จอนแก่น
เด็กจากวัดสระแก้ว คือ คุณสถิตย์ มีพิมพ์ ปัจจุบันรับราชการตำรวจอยู่ที่
อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี
ตามที่กระผมได้กราบเรียนมานี้ เป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกในครอบครัว
ที่ได้มารับพระกัมมัฏฐาน จากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๕
ถึงปี พ.ศ. ๒๕๔๒ รวมเวลาโดยประมาณ ๗ ปี ซึ่งแต่ละท่านที่กล่าวมานี้ในอดีตยังไม่รู้ว่าดำเนินชีวิตไปในทิศทางใด
แต่ปัจจุบันถือว่าทุกท่านได้ประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิตพอสมควรแก่ฐานะและภูมิปัญญาของตน
สำหรับส่วนตัวกระผม ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๓๗ ได้ย้ายหน้าที่การงานจาก
อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี มาอยู่ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ทำให้จิตใจว้าวุ่นมา
บางครั้งควบคุมอารมณ์ไม่ได้ มีความทุกข์มาก เวลาปฏิบัติธรรม จะพบสิ่งอัศจรรย์แปลกๆ
หลายครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่ง เมื่อพบสิ่งอัศจรรย์ แล้วรีบเดินทางไปกราบนมัสการเรียนถาม
พระเดชพระคุณหลวงพ่อในทันที ได้รับคำตอบจากพระเดชพระคุณหลวงพ่ออย่างซาบซึ้งใจ
ไม่มีที่เปรียบปานได้
|
ช่วงที่กระผมมีความทุกข์มากได้ไปที่วัดเขาวงษ์
ตำบล ช่องแค อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อปฏิบัติธรรม(เพราะห่างจากที่ทำงานไม่มากนัก)
โดยมีพระครูนิยมศิริทัต (เจ้าอาวาสวัดเขาวงษ์) คอยช่วยเหลืออุปการะ
ท่านได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า เมื่อฝึกใช้สติควบคุมจิตไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควร
น่าจะเรียนพระปริยัติธรรมไปด้วย เมื่อจิตมั่นคงเวลาใดจึงปฏิบัติพระกัมมัฏฐานควบคู่กันไป
กระผมจึงน้อมรับฟังคำแนะนำขอท่านด้วยความเคารพจากนั้นกระผมเริ่มเรียนพระปริยัติธรรมตั้งแต่ปี
พ.ศ.๒๕๓๘ สอบในสนามหลวงปี พ.ศ.๒๕๓๙ ได้ธรรมศึกษาชั้นตรี ปี พ.ศ.
๒๕๔๐ สอบได้ธรรมศึกษาชั้นโท และในปี พ.ศ.๒๕๔๑ สอบได้ธรรมศึกษาชั้นเอก |
ผลจากการที่กระผมเรียนธรรมศึกษาเอกจบแล้ว ทำให้ซาบซึ้งในสำนักเรียนทุกสำนัก
และสำนักสอบธรรม ซึ่งเป็นผู้ที่จะสืบทอดพระพุทธศาสนา พระปริยัติธรรมให้เจริญรุ่งเรืองสืบทอดต่อไป
แต่สิ่งที่ประทับใจมากที่สุด คือ วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี
โดยพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระราชสุทธิญาณมงคล ซึ่งอยู่ในฐานะผู้อำนวยการสอนพระกัมมัฏฐาน
การสอนก็ดี การเรียนก็ดี เรื่องพระกัมมัฏฐาน มิใช่เรื่องง่าย
อาจารย์ผู้สอนต้องมีภูมิปัญญาและจิตวิทยาในการสอน ผู้เรียนต้องมีความอดทนเข้มแข็งอย่างยิ่ง
แต่เป็นเรื่องที่สามารถเรียนได้
 |
พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ใช้พลังปัญญาบารมี
ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย สามารถเรียนได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก
วัยรุ่นหนุ่มสาว วัยกลางคน และวัยสูงอายุ เมื่อเรียนพระกัมมัฏฐานจากท่านแล้วนำไปปฏิบัติ
สามารถทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จไปแล้วมากมาย หาดูหลักฐานได้จากหนังสือกฎแห่งกรรม
ธรรมปฏิบัติ ตั้งแต่เล่ม ๑ เป็นต้นไป |
พระเดชพระคุณหลวงพ่อ เคยสอนให้ทุกท่านที่มีปัญหาชีวิต
สวดพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ พาหุงมหากา แล้วสวดพระพุทธคุณมากกว่าอายุ
๑ จบ แผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศล จากเหตุร้ายจะกลายเป็นดี จากดีจะเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น
กระผมขอยืนยันว่าอานุภาพจากการสวดนี้มีจริง และสามารถช่วยเหลือเป็นที่พึ่งได้
กระผมขอเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของกระผม ดังนี้
เด็กชาย โสฬส อินทฤทธิ์ อายุ ๑๓ ปี เป็นบุตรคนที่
๖ ของกระผม เรียนอยู่ชั้น ม.๑ โรงเรียนตาคลีประชาสรรค์ อำเภอตาคลี
จังหวัดนครสวรรค์ ( เคยถ่ายภาพร่วมกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อ อยู่ในหนังสือ
กฎแห่งกรรม ธรรมปฏิบัติ เล่ม ๘ หน้า ๗๕ )
เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๒ นางหนูจร (เป็นคุณแม่ของ
เด็กชายโสฬส ) ป่วยเป็นโรคลมชักอยู่บ่อยๆ ลูกจึงนำไปตรวจที่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
คุณหมอตรวจแล้วพบเนื้องอกในสมองจำเป็นต้องผ่าตัดในทันที หลังการผ่าตัดแล้วอาการทรุดลงจนแทบหมดโอกาส
หลานๆ ได้เตรียมการจองศาลา ๖ วัดธาตุทองไว้เป็นที่เรียบร้อย
ทางญาติจึงส่งข่าวให้กระผมและ เด็กชาย โสฬส ทราบ
เด็กชาย โสฬส เสียใจร้องไห้ กระผมปล่อยให้เขาร้องไห้จนนิ่งแล้วบอก
เด็กชายโสฬส ว่า การร้องไห้ช่วยอะไรไม่ได้ นอกจากยาและหมดเท่านั้น
เย็นนี้ขึ้นนอนแต่หัวค่ำ กราบพระ สวดมนต์ตามหนังสือของวัดอัมพวัน ที่หลวงพ่อ
จรัญสอนไว้จะสามารถทำให้แม่ถูกยาที่หมอให้ และหายป่วยได้ตามปกติ
 |
เด็กชายโสฬส ได้นำหนังสือสวดมนต์มาอ่าน
และสวดตามคำแนะนำของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระราชสุทธิญาณมงคล
ทุกประการ สวดก่อนนอนทุกวันเริ่มตั้งแต่วันที่ทราบข่าวว่าแม่จะตาย
ผลปรากฏว่า อาการป่วยของแม่ เด็กชายโสฬส ดีขึ้นตามลำดับ และออกจาก
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้เมื่อวันศุกร์ที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๔๒ กระผม
และเด็กชายโสฬส ลงไปเยี่ยม เห็นรอยผ่าตัดที่ศีรษะแล้วน่าใจหาย
เด็กชายโสฬส ได้ตั้งสัจจะไว้ว่า เมื่อโรงเรียนปิดภาคเรียน จะมาปฏิบัติพระกัมมัฏฐานที่วัดอัมพวัน
เป็นเวลา ๗ วัน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวรของคุณแม่ |
กระผมขอกราบบูชาพระคุณของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชสุทธิญาณมงคล
ที่ได้แนะนำการสวดมนต์ และขอขอบพระคุณท่านผู้มีจิตศรัทธาพิมพ์หนังสือสวดมนต์
แจกเป็นธรรมทานที่วัดอัมพวัน ขอให้ท่านได้มีส่วนในกุศลครั้งนี้ด้วย |
ขออัญเชิญอำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกและที่วัดอัมพวัน
พร้อมทั้งบุญบารมีที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชสุทธิญาณมงคล ได้อนุเคราะห์มวลมนุษย์และสั่งสมไว้ทุกภพทุกชาติ
ได้โปรดอภิบาลพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ให้มีพลานามัยแข็งแรง มีความเกษมสำราญอยู่เป็นหลักชัยของพระบวรพุทธศาสนา
เป็นเนื้อนาบุญที่พึ่งอันอุดม ของพุทธศาสนิกชนผู้ใฝ่ธรรมตลอดกาลนานเทอญ
|