ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 14
:: ภาคกฎแห่งกรรม :: เรื่อง หลวงพ่อใช้พลังจิตแผ่เมตตาข้ามประเทศช่วยชีวิต
โดย ดร.วิเชียร วงศ์ชัยพฤกษ์

ผมต้องกราบขอบพระคุณพระเดชพระคุณเจ้า พระราชสุทธิญาณมงคล (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี ที่ท่านได้ใช้พลังจิตแผ่เมตตาข้ามประเทศช่วยชีวิตผม เมื่อวันที่ ๑๖ - ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๔๒ (๑๙๙๙) ที่โรงพยาบาล ในประเทศสหรัฐอเมริกา (FAIRFAX HOSPITAL, ANNADELE, VIRGINEA USA.) และกรุณาอนุญาตให้ผมได้เขียนเรื่องจากประสบการณ์ลงหนังสือกฎแห่งกรรม

ผมถือโอกาสเล่าความเป็นมา เมื่อได้มาพบหลวงพ่อ ทั้งๆที่ผมอยู่ประจำที่กรุงวอขิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา มาร่วม ๓๔ ปี ของสมัครเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อเมื่อไร

ผมได้พบหลวงพ่อครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ (๑๙๙๘) เกิดความศรัทธาเลื่อมใสทันที เพราะอะไรทุกๆอย่างก็ต้องมีทั้งเหตุและผล ที่ผมจะเรียนให้ท่านทราบ

ปัจจุบันผมทำงานอยู่ที่ WORLD BANK (ธนาคารโลก) กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และได้เป็นข้าราชการบำนาญ และได้เคยมาปฏิบัติหน้าที่ราชการอยู่ที่สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนไทย - สถานทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมาร่วม ๓๔ ปี ชีวิตผมต้องทำงานด้วย และเรียนด้วยคู่กันเสมอ จึงไม่ต้องรบกวนทุนทางบ้าน

ผมและพี่ๆน้องๆทุกคนยึดหลัก ความกตัญญูต่อคุณบิดา มารดา ครูบาอาจารย์ และผู้มีพระคุณเป็นหลัก ด้วยเหตุผลอันนี้จึงทำให้ผมมีความเจริญในความเป็นอยู่ดี ซึ่งตรงกับหลวงพ่อที่พร่ำสอนญาติโยมเสมอว่า ต้องรู้คุณบิดาคุณมารดา ทำความดีเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ ถ้าไม่ทำความดี พอทานจากไป ถึงทำกงเต๊ก เอาตึกหรือรถยนต์กระดาษไปเผาให้ ท่านก็ไม่ได้รับหรอก (กฎแห่งกรรม เล่ม ๕ หน้า ๑๘๓)

หลวงพ่อสอน " สร้างคน - พัฒนาคน" ไม่ใช่หลงใหลในวัตถุ และมีอีกหลายๆเรื่องที่ท่านสอนไว้ในหนังสือกฎแห่งกรรม ท่านทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อยมาก ทุ่มเททั้งกำลังกายและใจ เพื่อต้องการสร้างคนพัฒนาคน ให้ได้หลุดพ้นจากความทุกข์ สอนให้รู้กฎแห่งกรรม และแก้ไขปัญหาชีวิต ด้วยเหตุผลหลายๆประการ เมื่อผมได้พบหลวงพ่อครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๘ พ.ย. ๒๕๔๑ ก็เกิดศรัทธาเลื่อมใสทันที ในจิตคิดเสมอว่ามีเงินเท่าไรอยากทำบุญกับท่านเลย ผมมา CLICK (สัมผัส) กับความจริงใจและคำสอนของท่านมาก

ทำไมผมต้องมาสนใจสมาธิ เพราะเมื่อปี ๒๕๓๓ (๑๙๙๐) ผมเป็นโรคความดันสูง แพทย์อเมริกันให้ผมทานยาลดความดัน พอรู้ว่าเป็นโรคความดัน ซึ่งผมถูกขู่ว่า ถ้าไม่ทานยาอาจเป็นโรคหัวใจวาย อัมพาต เบาหวาน และโรคอื่นอีกจิปาถะ ยิ่งกลัวความดันก็ยิ่งสูง และจำเป็นต้องทานยาลดความดันวันละเม็ด ผลที่เกิดขึ้นต้องเข้าห้องน้ำปัสสาวะอยู่บ่อยครั้ง บังเอิญผมเลี้ยงสุนัขพันธ์ปักกิ่งชื่อ แบนดิท สีน้ำตาลแก่สวยน่ารัก เวลาพาออกไปทำธุระ มันจะต้องยิงกระต่ายทุกๆที่ๆไปไม่ยอมหยุด เอ๊ะผมเกิดเอะใจขึ้นมา เรากินยาความดันต่อไปต้องเข้าห้องน้ำเรื่อยไปไม่ยอมหยุด เหมือนเจ้า แบนดิท แน่ ชักไม่ค่อยงาม เสียบุคลิก โชคดีเมื่อปี ๒๕๓๔ ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมธนาคารโลกครั้งแรก ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ใกล้โรงงานยาสูบ มีชาวต่างประเทศเข้าร่วมประชุม ๑๑๕ ประเทศ ซึ่งผมได้มีโอกาสมาร่วมประชุมที่เมืองไทยด้วย และดีใจที่ได้พบอดีตท่านทูตอานันท์ ปันยารชุน ที่เคยพบท่านขณะประจำอยู่ที่กรุงวอชิตัน ท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรี ประเทศไทย เราก็โชคดีที่มีนายกรัฐมนตรี ที่ชาวต่างประเทศยกย่องมาก ท่านได้กล่าวปราศรัยเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้ฝรั่งยกนิ้วว้าท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่เก่งยอดเยี่ยมมาก

ผมได้มีโอกาสพบนายแพทย์ไทยที่มาบริการที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายแพทย์ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคหัวใจ และจบมาจากประเทศอังกฤษ เสียดายที่ผมจำชื่อท่านไม่ได้ ท่านได้มาวัดความดันผม แล้วบอกว่า พี่ต้องออกกำลังกาย และนั่งสมาธิไม่ต้องทานยาลดความดันก็ได้ ผมแปลกใจว่าหมอไทยก็ไปเรียนต่างประเทศตำราแพทย์อันเดียวกัน แต่หมอฝรั่งให้ทานยาลดความดัน หมอไทยว่าไม่ต้อง ผมตัดสินใจเชื่อหมอไทยเลิกกินยาลดความดันทันที ไม่เช่นนั้นต้องเข้าห้องน้ำบ่อยเหมือนเจ้าสุนัขของผม ด้วยเหตุผลอั้นนี้ผมจึงเริ่มสนใจเรื่องสมาธิช่วงมาประชุมไม่มีโอกาสไปไหนนัก ผมได้ซื้อตำราฝึกสมาธิ พุทโธ มาอ่านและฝึกปฏิบัติเอง บางครั้งมีโอกาสพบพระสงฆ์ที่มาประชุมคณะสงฆ์ที่ประเทศสหรัฐ และผ่านมาทางกรุงวอชิงตัน ก็ได้คำแนะนำต่างๆ กัน แล้วแต่จริตของแต่ละองค์

ขอวกกลับไปยังช้างธนาคารโอกาสูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ก่อนประชุมใหญ่ไม่กี่วันที่หอประชุม มีพนักงานนำช้างตัวใหญ่ ซึ่งสวยสง่างาม ประดับด้วยดอกกล้วยไม่สีขาว ประมาณหมื่นดอก และมีพิธีจุดธูป หลังจากนั้นแขกที่มาประชุมร้อยกว่าประเทศก็มามุงถ่ายรูปกันอย่างคับคั่ง ดูแล้วน่าปลื้มใจมาก เท่าที่ทราบช้างตัวนี้มาจากโรงแรมดุสิต ไม่เพียงแต่ช้างสวยเท่านั้นรัฐบาลได้คัดเลือกนักศึกษาที่น่าตาดีๆ สวยๆ ที่พูดภาษาอังกฤษได้มาต้อนรับ และคอยบริการที่หอประชุมแห่งชาติสิริกิติ์อีกด้วย

ผมเพิ่งมาทราบภายหลังว่าช้างธนาคารโลกได้มาอยู่ที่วัดอัมพวัน เมื่อครั้งแรกที่ผมได้มาพบหลวงพ่อ เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ ท่านได้เล่าประวัติความเป็นมาของช้างธนาคารโลกเป็นที่น่าสนใจมาก สรุป ๒ ปีให้หลัง ผมได้พบช้างธนาคารโลกอีกครั้งที่วัดอัมพวัน สิงห์บุรี

ผมตั้งใจอยากเรียนสมาธิกับพระเกจิดังๆ ที่เมืองไทย แต่ว่าโอกาสมีน้อย เพราะส่วนใหญ่ผมอยู่ที่ประเทศสหรัฐ เท่าที่ทราบว่าวัดไหนมีพระดังๆ ก็มีคนแห่กันไปมากโอกาสที่จะเข้าหาพระดังๆ ก็คงลำบาก เพราะเวลาที่จะลาหยุดมาเมืองไทย ก็ต้องดูจังหวะเรื่องงานที่ทำอีกด้วยผมเคยจุดธูปอธิษฐานขอให้ได้เจอพระที่ปฏิบัติกรรมฐานเก่งๆ จะได้มีโอกาสไปขอศึกษา และเรียนกับท่าน

เมื่อประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ.๒๕๔๐ ผมได้แวะที่ลอสแองเจลิส แคลิเฟอเนียร์ ได้พบแพทย์หญิงผู้หนึ่งบอกผมว่า เคยไปนั่งสมาธิกับหลวงพ่อจรัญ ท่านมีญาณสมาธิเก่งมากวัดนี้ผีดุ พวกที่ไปนั่งส่วนมากมักจะเจอเสมอ พอพูดถึงเรื่องผีผมก็ลืมถามว่าวัดอะไร คือยังสนใจอยู่อย่างเดียวว่า หลวงพ่อมีญาณสมาธิดี

ราวกลางปี พ.ศ.๒๕๔๐ มีเพื่อผู้หญิงคนหนึ่ง ขอใช้ชื่อสมมุติว่า "คุณติ๋ม" ซึ่งเคยรู้จักกันมาร่วม ๑๐ ปี ก็หายไปเพราะทราบว่ากลับมาอยู่เมืองไทย ผมจำได้ว่าเจอคุณติ๋มทีไร เธอมักจะมีปัญหาร้อยแปดพันเก้า คือมีแต่เรื่องทุกข์น่าสงสาร อยู่ดีๆ ก็โทรมาหาซึ่งเสียงแจ๋วสดใสมาก บอกว่าตอนนี้เพิ่งกลับมาอยู่ที่อเมริกาอีก เพราะลูกสาวจะจบปริญญาโท คุณติ๋มบอกว่าช่วงหนึ่งมีความทุกข์มาก และเพื่อนพาไปนั่งสมาธิวัดหลวงพ่อจรัญ ผมถามที่ไหน คุณติ๋มบอกว่าสิงห์บุรี นั่งแล้วตอนนี้สบายมาก ไม่มีทุกข์เลย สรุปว่าไม่ได้เจอกันอีก ผมก็ลืมขอเบอร์โทรของคุณติ๋มไว้ และมาคิดดู วัดหลวงพ่อจรัญคือวัดอะไร ในจิตก็คิดไปว่าไปเมืองไทยคราวหน้าต้องหาโอกาสไปกราบท่านให้ได้ที่สิงห์บุรี

ปี พ.ศ.๒๕๔๑ ประมาณกลางเดือน พฤศจิกายน ๒๕๔๑ ผมได้กลับมาเยี่ยมญาติที่เมืองไทย และวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ น้องเขยและน้องสาวตั้งใจจะพาผมไปจังหวัดพิษณุโลก เราออกเดินทางตอนเช้ามุ่งตรงไปจังหวัดพิษณุโลก บังเอิญต้องผ่านจังหวัดสิงห์บุรี ผมถามน้องทั้งสองว่า สิงห์บุรีมีหลวงพ่อจรัญ ได้ข่าวว่าท่านเป็นพระกรรมฐานมีญาณสูงมาก แต่ได้ข่าวว่าวัดนี้ผีดุ เราควรไปกราบไหว้ท่าน และทำบุญเสร็จก็รีบไปจังหวัดพิษณุโลก น้องทั้งสองก็เห็นด้วยว่าเราควรจะแวะหาท่าน น้องเขยเคยเป็นปลัดอำเภอทางภาคเหนือมาก่อน บอกว่าสงสัยวัดอัมพวัน เคยผ่านเส้นทางนี้แต่ไม่เคยแวะเข้าไป และอยู่ไม่ไกลจากที่เรากำลังขับอยู่ สรุปช่วยกันมองป้ายชื่อวัดอัมพวัน ขับรถต่ออีกประมาณ ๑๐ นาที ก็เห็นป้ายวัด และไปถึงวัดเวลาประมาณ ๑๐ โมงเช้า

พอเดินไปที่กุฏิหลวงพ่อ เราได้พบผู้หญิงคนหนึ่ง หน้าตายิ้มแย้มดี ดูว่าเป็นคนใจดีมีอัธยาศัยดี ถามผมว่ามาหาใคร ผมบอกว่าจะมาขอกราบหลวงพ่อแล้วก็จะเดินทางไปจังหวัดพิษณุโลกต่อ ผู้หญิงคนนี้ถามผมว่าคุณชื่ออะไร มาจากไหน ผมก็แนะนำตัวและให้นามบัตร และก็ทราบชื่อผู้หญิงคนที่ทักผมชื่อ "พี่เสนอ ตันศิริ" พี่เสนอบอกว่า หลวงพ่อไม่ค่อยว่าง ต้องเจิมรถ และต้องขึ้นศาลาฉันเพล แล้วพี่เสนอก็รับไปเรียนหลวงพ่อให้ทราบ สักครู่หนึ่งหลวงพ่อเดินออกมาด้วยความรีบ เพราะงานท่านมีมากดูท่านกำลังเร่งรีบกับเวลา แต่ท่านก็ยังมีเมตตาบอกกับผมว่า ให้ขึ้นไปบนศาลาฉันเพล และชวนให้ทานข้าวก่อน ปกติ ผมไม่ค่อยชอบทานข้าวตามวัด นอกจากนำอาหารมาถวายเองแล้วก็เป็นลูกศิษย์ต่อ ก็ตกลงรับคำเชิญจากหลวงพ่อสักครู่หนึ่งเราทั้งสามก็ขึ้นไปบนศาลาดังกล่าว คนนั่งเต็มไปหมด เจ้าภาพมาทำบุญวันเกิด ผมมองไปเห็นว่าที่ใกล้เสามีที่ว่าง ไม่มีใครนั่งเพราะอยู่ด้านหลังไม่เห็นหลวงพ่อ ผมและน้องสาวก็ย่องขึ้นไปนั่ง ระหว่างที่ท่านฉันเพล ท่านบอกว่าวันนี้ มี ดร.วิเชียร มาจากธนาคารโลก และท่านหันมาทางผม ผมกับน้องสาวยังแปลกใจว่าท่านเห็นเราได้อย่างไร ท่านก็เล่าถึงประวัติของช้างธนาคารโลก มาอยู่วัดนี้ได้อย่างไร ท่านเล่าได้อย่างละเอียด

 

หน้าต่อไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่