ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 17
:: ภาคกฎแห่งกรรม :: เรื่อง ผู้บริสุทธิ์
โดย นางชญา โพธิ์สุวรรณ

ข้าพเจ้าชื่อนางชญา โพธิ์สุวรรณ เกิดวันที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๒ ปีกุน เดือน ๘ อายุประมาณ ๔๓-๔๔ ปี

อาชีพค้าขายขนมหวานและขายแกง ปลีกและส่งขายอยู่ที่ตลาดบางบัวทอง ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืน ถึงเที่ยงวัน ดิฉันมีลูก ๔ คนด้วยกัน ลูกสาว ๓ คน ลูกชาย ๑ คน คนเล็ก ดิฉันโชคดีมากที่ลูกดีทุกคน ขยันอดทน ต้องช่วยดิฉันขายของก่อนไปโรงเรียนทุกวัน ดิฉันไม่มีเงินทองมากมาย แต่ลูกดีก็นับว่าเป็นโชคอันประเสริฐ ไม่ต้องทุกข์ใจเพราะลูก

(เริ่มประมาณปลายเดือนเมษายน ๒๕๔๕) จำวันที่ไม่ได้ ดิฉันได้ทำมาค้าขายตามปกติ ช่วง พ.ศ.๒๕๔๔ ดิฉันขายของพอใช้จ่าย แต่พอมาต้นปี " ๒๕๔๕ " ดิฉันขายของตกมาก จากวันละประมาณ ๑๔,๐๐๐-๑๘,๐๐๐ บาท พอถึงเดือน เมษายน-พฤษภาคม ๒๕๔๕ ดิฉันขายของตกจนเหลือวันละ ๖,๐๐๐-๙๐๐๐ บาท ทุกวันขายไม่พอซื้อของเป็นอย่างนี้ทุกวัน ดิฉันกลุ้มใจมาก ค่าบ้านก็ไม่มีส่ง จนกระทั่งธนาคารฟ้องต้องขึ้นศาลดิฉันไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลาย ทำให้ดิฉันนึกเสียใจจนทุกวันนี้ เพราะดิฉันคนเดียวทำให้น้องสาวของดิฉันต้องเสียเครดิตที่สะสมมานานโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ช่วงนี้น้องสาวของดิฉันโกรธดิฉันมาก ไม่พูดกับดิฉันเลยเห็นหน้าแล้วก็เสียใจ (น้องสาวของดิฉันชื่อ รสสุคล เกียรติอุทัย) ดิฉันแอบร้องให้ทุกวัน เขาเป็นผู้ช่วยเหลือดิฉันมาตลอด ดิฉันระลึกอยู่เสมอตลอดชีวิตนี้ดิฉันจะใช้หนี้ชีวิตน้องหมดไหม ดิฉันเคยคิดที่จะฆ่าตัวตายหรือเดินให้รถชนตายก็เป็นไปไม่ได้ บางวันดิฉันนั่งรถเมล์ไปเรื่อยพอรถจอดก็ลง พอนึกถึงลูก ถ้าลูกขาดดิฉันเสียคนลูกต้องลำบากแน่ก็นั่งรถกลับ

 

อยู่มาวันหนึ่ง เพื่อนที่ขายของข้างๆ ก็ไปเล่าให้น้องรสสุคลฟังว่าดิฉันไม่ไหวแล้วให้ช่วยหน่อย พอน้องของดิฉันได้ฟังก็ร้องไห้ พอรุ่งขึ้นอีก ๑ วัน น้องก็โทรมาบอกให้ดิฉันไปหาแม่ชีที่หัวหิน เขานัดเอาไว้แล้ว ตอนตี ๕ ซึ่งน้องดิฉันก็ได้เอาเงินมาให้ดิฉันจำนวน ๕,๐๐๐ บาท พอวันรุ่งขึ้นดิฉันก็ไปดังได้กล่าว แม่ชีก็บอกให้ดิฉันเข้าวัดเลยนะไปนั่งกรรมฐานแก้กรรม ภายใน ๗ วันดิฉันก็ได้มาเล่าให้น้องฟังประมาณปลายเดือนเมษายน ๒๕๔๕ จำวันที่ไม่ได้ น้องก็ได้พาดิฉันไปส่งที่วันอัมพวัน จ.สิงห์บุรี และได้แนะนำให้รู้จักเพื่อนของน้องชื่อคุณพานิช สมาบุตรและเพื่อนๆ อีก ๒ คน เป็นครั้งแรก ซึ่งนอนอยู่ในห้องเดียวกัน รวมกันทั้งหมด ต่อหนึ่งห้อง ช่วงนั้นดิฉันดำมาก พอถึงเวลาปฏิบัติธรรมดิฉันก็ลงมาปฏิบัติธรรมข้างล่างภาวนา ๑ ดิฉันอยู่ ๗ วัน ส่วนคุณพานิช สมาบุตรก็อยู่ ๗ วัน แต่คุณพานิช มาอยู่ก่อนดิฉันแล้ว ๕ วัน เป็นอันว่าดิฉันอยู่ร่วมห้องกับคุณพานิชแค่ ๒ วัน พอครบกำหนดกลับคุณพานิชและเพื่อนๆ ก็กลับในตอนเย็นเพราะรถมารับประมาณมืดดิฉันก็ได้ปฏิบัติธรรมตามปกติ ประมาณ ๑ ทุ่ม คุณพานิชก็ได้เข้าไปเรียกดิฉันในภาวนา ๑ ให้ออกมาคุยกันข้างนอก ดิฉันก็งงและได้เดินตามออกมาที่หินอ่อนที่เพื่อนๆ ของคุณพานิชรออีก ๒ คน

เป็นที่น่าตกใจมาก คุณพานิช ได้พูดกับดิฉันว่า " เธอขโมยสร้อยคอของเพื่อนฉันไป เอาไปไว้ที่ไหน เอามาคืน อยู่กันมาตั้งนานหลายปี ไม่มีของหายพอเธอมาอยู่ ๒ วันเองของก็หาย เดี๋ยวจะโทรไปบอก "รสสุคล" เธอยอมรับมาเสียดีๆ แล้วก็มีคนถามว่าดิฉันมาวัดเอาเงินมาเท่าไร ดิฉันก็บอกว่าเอามา ๒๐๐ บาท ซึ่งตอนนั้นดิฉันจำไม่ได้ว่าเพื่อนคนไหนพูด ดิฉันก็ได้ร้องไห้ โฮ เลย เพราะตกใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะดิฉันไม่เคยคิดที่จะขโมยของๆ ใคร แค่นี้ก็ทุกข์ใจมากพอแล้ว จะสร้างเวรกรรมทำไมของๆ เพื่อนคุณพานิชเป็นอย่างไร ไม่เคยเห็น ก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหนมาให้ ก็ได้แต่ร้องไห้ บอกว่าไม่ได้เอาไป

 

อีกสักพักหนึ่ง เพื่อนของคุณพานิชอีกคนหนึ่ง ซึ่งมีอายุมากหน่อยก็ได้ค้นกระเป๋าของคนที่บอกว่าสร้อยคอหาย เปิดโน่น เปิดนี่ จนไปถึงกล่องใส่แว่นตา เขาก็เปิดไม่ออก " ก็บ่นว่าทำแน่นจัง" นาน ประมาณ ๓ นาที ก็เปิดออกทั้งเจ้าของสร้อยเอง และป้าคนที่เปิดตกใจและดีใจระคนกันที่ "สร้อยคออยู่ในนี้เอง" พอดิฉันเห็นสร้อยคอเส้นนั้น ดิฉันก็ร้อยไหโฮ อีก คือดีใจที่เจอสร้อย และดีใจที่ทุกคนเข้าใจ ในตัวดิฉันดังสุภาษิตว่า "อย่าคบคนที่หน้า ให้คบที่ใจ"

คุณพานิช และเพื่อนเจ้าของสร้อยก็ต่างได้ของโทษดิฉันต่อหน้าแม่ชี ที่ทำหน้าที่ลงทะเบียน และพูดว่าดิฉันบริสุทธิ์จริงๆ ดิฉันก็บอกกับทุกคนว่า ดิฉันไม่โกรธค่ะ เป็นเพราะโชคของดิฉันไม่ดีเอง ถ้าไม่มีเหตุการณ์ แบบนี้เกิดขึ้นในวันนี้ ดิฉันก็อาจจะเป็นไปอย่างอื่นก็ได้ และคุณพานิช ก็ได้พูดขึ้นว่า "ทำไมฉันจึงต้องเป็นคนตัดกรรมให้เธอนะ"

หลังจากวันนั้นมาก ดิฉันได้มาปฏิบัติธรรมบ่อย พอว่างก็มา หลังจากนั้นจนทุกวันนี้ดิฉันก็ขายของดี ขายได้วันละ ๑๖,๐๐๐ - ๒๐,๐๐๐ บาทต่อวัน เดี๋ยวนี้ดิฉันสวดมนต์ พาหุงมหากา และอิติปิโส และทำกรรมฐานมากน้อยแล้วแต่โอกาส

 

ทั้งหมดนี้ ที่เกิดขึ้นที่วัดอัมพวัน จากการสวดมนต์เจริญวิปัสสนากรรมฐาน ชดใช้กรรมได้ จริงๆ ดิฉันได้ตั้งจิตอธิษฐานจะปฏิบัติธรรมตลอดไปและเป็นทางเดินของดิฉัน ตลอดไป

การเจริญวิปัสสนากรรมฐานและคำสอนของหลวงพ่อจรัญ ขอให้ผู้ที่อ่านเรื่องราวของดิฉันแล้ว ขอให้ใช้เวลาว่างที่มาปฏิบัติธรรมกรรมฐาน สวดมนต์ พาหุงมหากา และท่านจะได้รู้ได้ด้วยตนเอง

เรื่องราวของดิฉัน คงมีประโยชน์กับบุคคลอื่นบ้าง เพียงแต่ให้มีความซื่อสัตย์ อยู่ในศีลในธรรม รักษาความดีไว้ ใครๆ ก็ทำอะไรเราไม่ได้ ต่อให้มีมารมาผจญก็ทำอะไรเราไม่ได้ ปฏิบัติตัวเองให้อยู่ในศีล สมาธิ ปัญญาก็จะเกิด

"ตนรู้ได้เฉพาะตน"

ข้าพเจ้านางชญา โพธิ์สุวรรณ
๑๘/๓๗ หมู่ ๕ ซอยตรงข้าม ธนาคารออมสิน
ถนนบางกรวย-ไทรน้อย
ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง
จังหวัด นนทบุรี ๑๑๑๑๐
โทรศัพท์ ๐-๒๙๒๐-๑๐๘๙, ๐-๙๐๕๔-๐๓๕๙

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ คุณพานิช สมาบุตร ที่อนุญาตให้เอ่ยนามในเรื่องนี้ และขอขอบคุณ คุณรสสุคล เกียรติอุทัย ที่อโหสิกรรมให้พี่ ขอให้ความดีทั้งหลายที่เธอให้พี่ จงสนองตอบแด่ คุณรสสุคล เกียรติอุทัย ให้ได้รับแต่สิ่งดีๆ ตลอดไปจากใจ

 

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่