ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 17
:: ภาคกฎแห่งกรรม :: เรื่อง โชคดีจากของจริง
โดย สุนีย์ นามประสิทธิ์

ดิฉันนางสุนีย์ นามประสิทธิ์ รับราชการครู โรงเรียนเทศบาลบ้านหัวหิน ตำแหน่งอาจารย์ ๒ ระดับ ๗ อายุ ๕๘ ปี (และจะลาออกในระยะใกล้นี้) เบื่อของปลอม มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ มีสรรเสริญ มีนินทา มาหาของจริงปฏิบัติกรรม ฐาน เพื่อสะสมบุญไว้ให้ตัวเองจะได้มีสติเมื่อไม่มีวันพรุ่งนี้ สำหรับเรา วันนี้ยังมีลมหายใจถ้าขืน " อัทธุวัง เมชีวิตัง " ชีวิตของเราไม่แน่นอน

ประมาณ ห้าปีที่แล้ว ไปทรรศนะศึกษา มีโอกาสแวะไปนมัสการหลวงพ่อจรัญ แต่น่าเสียดายไม่มีความคิดที่จะปฏิบัติกรรม ฐาน คนเราทุกคนไม่ใช่จะมีโอกาสเท่ากันแล้วแต่วาสนาของใครก็ของคนนั้นเมื่อผู้ใดได้มีโอกาสปฏิบัติ รีบๆ ตักตวงเพราะหลวงพ่อสุขภาพยังแข็งแรง เท่ากับว่าเรามีหลวงพ่ออยู่ให้ความเมตตากับเราเรายังมีหลวงพ่อ ณ วันนี้

ด้วยอุปนิสัยและพื้นฐานของดิฉันและหลวงพ่อของดิฉันก็บวช ป้าก็บวช ตัวดิฉันก็วนเวียนอยู่กับธรรมะดิฉันสอนนักเรียนก็จะเน้น ในการปฏิบัติ สอดแทรก เล่านิทาน เกี่ยวกับกฎแห่งกรรม แทรกศีลห้า แทรกธรรมะ เพื่อปลุกฝังเด็กให้ละอายต่อความชั่วเกรงกลัวกับการทำบาป เด็กจะสนุกสนใจด้วยไม่ได้ สอนเพื่อท่องไปสอบ แต่สอนเพื่อให้นำไปปฏิบัติและเด็กฟังเข้าใจด้วยสอนแทรกนิทานธรรมะด้วยดิฉันชอบอ่านเรื่องกฎแห่งกรรมสมัยก่อนก็ต้อง ท เลียงพิบูล หนังสือโลกทิพย์ และฟังวิทยุก็เพลินกับธรรมะแต่เดี่ยวนี้มักจะเป็นการบอกบุญมากไปก็หยุดฟังรายการโทรศัพท์ก็สนุก ดูในรายการธรรมะฟังแล้วมีความสุข แล้วจะว่าสนุกเพลินด้วยก็ไม่น่าจะผิด ทำให้มีปัญญาจากข้อธรรมะ และรายการชีวิตนี้....ไม่สิ้นหวังที่หลวงจรัญแสดงธรรมะก็ไม่พลาดเช่นกัน แต่ฟังได้เรื่อยๆ โดยไม่ได้ยึดติดกับพระรูปหนึ่งรูปใด ( หมายถึงตอนนั้น ) แต่ตอนนี้ขอเป็นลูกหลวงพ่อ ( พระเทพสิงหบุราจารย์ )หลวงพ่อจรัญ เพราะหลวงพ่อให้ความเมตตาต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะคนที่ปฏิบัติกรรมฐาน ปฏิบัติจริง ) ดิฉันเพียรพยามอยู่ แต่ยากมากเหลือเกิน เพื่อความสุขเพื่อของจริงไม่ยอมถอยอย่างเด็ดขาดใครไม่พบด้วยตัวเองก็จะไม่รู้ ที่ดิฉันปฏิบัติอยู่นี่เพียงน้อยนิดจะเทียบเท่าผู้ที่ปฏิบัติได้ คิดว่าเราทำได้เพียง หนึ่งในล้าน แต่มีค่ามหาศาลกับชีวิตกับตัวเองที่ ได้มีโอกาสมาปฏิบัติ

ดิฉันได้มาปฏิบัติกรรมฐานประมาณ ห้าครั้งเท่านั้น แต่ละครั้ง ระยะปฏิบัติเจ็ดวัน เก้าวัน ถ้าช่วงปิดเทอม สิบสี่วัน

ก่อนที่ ดิฉันจะได้มาปฏิบัติประมาณปี 2534 ปลายปี คืนหนึ่งนอนหลับฝันเห็นหลวงพ่อ ที่น่าแปลกอย่าที่เกริ่นมาไม่ยึดติดกับพระรูปใดพิเศษ อย่างที่เล่า เรื่องเกี่ยวกับธรรมะฟังไม่เบื่อ แต่จะปฏิบัติได้หรือไม่แล้วแต่จิตเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก็มาคิดทำไมจึงฝันเห็นไม่ได้คิดถึงสักนิด ในฝันก็ไม่เห็นพูดอะไร เพียงให้เห็นว่าอาตมาคือหลวงพ่อจรัญมองมาก็แค่นั้นพูดอะไรก็ไม่พูด

ใจก็อยากจะไปวัดหลวงพ่อจรัญขึ้นมาทันที ไปก็ไม่ถูกด้วยว่าไม่เคยไปไหนคนเดียวเรียกว่าอยู่บ้านกับโรงเรียนเท่านั้นไม่ชอบเที่ยว

หลังจากได้ฝันเห็นหลวงพ่อเวลาผ่านไปประมาณ หนึ่งสัปดาห์ มีโอกาสได้คุยกับคุณกันต์เกตน์ ศึกษานิเทศน์ซึ่งเป็นหน่วยงานการศึกษาสายเดียวกัน แต่ในตอนนั้นสนิทกันไม่มากนัก รู้ลึกต้องการเล่าความฝันให้เขาฟังและบอกเขาว่าต้องการไปวัดของหลวงพ่อจรัญ แต่ด้วยความที่ไม่เคยเดินทางคนเดียวไม่กล้าไป คุณกันต์เกตน์ ก็บอกว่าให้ไปหาลูกศิษย์หลวงพ่อซิ ร้านขายโทรศัพท์มือถืออยู่ข้างแขวงกรมทาง ชื่อร้านวิริยะโชคดี ชื่อคุณถวัลย์ - คุณพานิช ก็ไม่รู้จักเขาจะไปอย่างไรก็ขอให้คุณกันต์เกตน์ พาไปก็นัดเวลาไปพบที่ร้านขายโทรศัพท์ เมื่อได้พบและพูดคุยกันก็มีโอกาสไปวัดเพราะเขาจะไปงานครบรอบหลวงพ่อทำบุญปีสำคัญของหลวงพ่อลูกศิษย์ทุกคนของหลวงพ่อทราบดีว่าปีสำคัญของหลวงพ่อความหมายคืออะไร ครั้งต่อมาก็ได้มีโอกาสได้ไปปฏิบัติกรรม ฐานโดยไปกับคุณถวัลย์และคุณพานิช สมาบุตรผู้ที่มีเมตตาให้ไปด้วยได้ไปอีกหลายครั้ง ขอให้บุญกุศลที่คุณทั้งลองได้พาดิฉันไปปฏิบัติกรรมฐานได้เป็นลูกศิษย์กับเขาด้วยดีใจมากที่ได้ชื่อว่าได้เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อ ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งว่าเราก็เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อจรัญนะ ขอให้คุณทั้งสองคุณถวัลย์และคุณพานิชรวยยิ่งขึ้นมีเงินหลายๆล้านจะได้มีกำลังได้ทำบุญ ช่วยให้คนอื่นๆที่ต้องการความช่วยเหลือจากคุณให้พาไปปฏิบัติกรรมฐานตลอดไปเพราะทุกวันนี้ไม่ใช่เฉพาะดิฉันที่ได้รับน้ำใจและไปปฏิบัติกรรมฐานจากคุณทั้งสองนี้คนอื่นๆ ก็ได้รับเช่นเดียวกับดิฉันมาก่อนด้วยมากมาย คุณถวัลย์บอกว่ายินดีและเต็มใจ เพราะพาคนไปทำบุญเขาก็ได้บุญที่ ได้พาไป

การปฏิบัติกรรมฐานเป็นเรื่องที่ยากมากบางครั้งก็มีบ้างคือ ขี้เกียจ แต่ก็พยายามอดทน หมายถึงว่าเป็นบางครั้งแต่ก็พยายามกำจัดให้หมดไปแต่ยากมาก แต่ก็พอใจในระดับหนึ่งที่รู้ได้จากการนั่งกรรมฐานจากตัวเองเห็นชัดได้คือหลังจากแผ่เมตตามีความรู้สึกว่าเราได้ให้เป็นผู้ให้มีความลุขมากที่ได้ให้ และในความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันที่ชัดเจน ศัตรูก็ไม่เข้าใกล้ คนที่คิดร้ายก็ถอยห่างและกลับมาเป็นมิตร

ดิฉันได้นำการปฏิบัติกรรมฐาน ที่รู้และที่ปฏิบัติได้ความรู้ที่คิดว่าไม่มากแต่ดิฉันได้นำส่วนที่รับมาได้มาถ่ายทอดให้กับนักเรียน และ เพื่อนครู ( ที่เขาไม่มีทิฐิ ) เขาก็นำไปใช้เป็นบุญกับตัวเขา แล้วแต่สติที่พึงมี ดิฉันได้นำหนังสือที่ได้รับมาแจกให้เพื่อนครู ให้นักเรียน และผู้ปกครองเด็กในบางส่วน สอนนักเรียนให้สวดกราบพระรัตนตรัย นมัสการพระรัตนตรัย ขอขมาพระ นั่งสมาธิ แผ่เมตตา ก่อนการเรียนการสอนทุกวัน และปัจจุบันนี้นักเรียนปฏิบัติได้เองทุกขั้นตอนเป็นประจำทุกเช้าให้รู้จักการกราบพระที่ถูกต้อง การสวดมนต์เด็กมีหลายระดับ จะให้สวดให้ครบแบบผู้ใหญ่ไม่ได้จึงให้บทสวดที่ไม่มากและสมควรแก่เวลา เมื่อเด็กเขาปฏิบัติได้ก็ไปปฏิบัติและอวดผู้ปกครอง ครูก็ได้รับคำชมส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็งงกับบางบท ( ครูมั่วหรือเปล่า ) คือขอขมาพระ ส่วนมากไม่รู้จัก เด็กก็มาบอกครู ครูก็บอกว่าไม่มั่วหรอกคะ ครูจะเอาหลักฐานให้ดู ดิฉันเป็นคนชอบในการปฏิบัติและได้สอนมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาวิธีเดียวกันนี้ ยกเว้นบทขอขมาพระรัตนตรัยและเด็กปฏิบัติได้ก่อนได้หนังสือมาแจก จึงใช้วิธีให้จด จะให้ของตนเอง เด็กที่สอนทั้งหมด ๑๘๐ คน สอนประถมปีที่สี่ ไม่ใช่เด็กใหญ่

ครูจะให้หนังสือครูก็กลัวเด็กจะน้อยใจลำเอียงให้ เรื่องนี้ไม่ได้เล่าให้คุณพานิชฟัง หลังจากบอกเด็กว่าครูมีหลักฐานให้ดู แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ลืมไป ว่างก็แวะไปหาไปคุยกับคุณพานิช มีอยู่ครั้งหนึ่งคุณ พานิชมีความคิดว่าจะขอหนังสือหลวงพ่อมาแจกครูแจกเด็ก ดิฉันก็นึกขึ้นมาได้ว่าดิฉันกำลังต้องการหลักฐานให้เด็กแค่คิดก็ได้แล้วหรือนี่ (แต่จน ณ บัดนี้ก็ไม่ได้เล่าให้คุณพานิชฟัง ) แปลกคิดอะไรในทางที่ถูกที่ควรก็ได้อย่างรวดเร็ว นักเรียนได้รับแจกหนังสือก็รีบไปอวดผู้ปกครองทันที นำไปยืนยันแทนครู บางคนก็มารำพันกับครูผู้ปกครองเอาหนังสือไปไม่ยอมคืนให้เอาไปไว้ท่องที่ตลาด ครูก็บอกไม่เป็นไรครูจะให้หนูใหม่ บางคนก็มาเล่าให้ครูฟังคุณครูคะตั้งแต่ผู้ปกครองท่องสวดมนต์ที่คุณคูรแนะนำ เดี๋ยวนี้พ่อกับแม่ไม่เคยทะเลาะกันเลยก่อนนี้ทะเลาะกันทุกวัน ครูตั้งรางวัลให้ใครท่องพาหุงมหากาได้ครูให้รางวัล เขาก็พยายามท่องมาอวดได้คนละแถวสองแถว บางคนก็มาอวดพ่อท่องได้พ่อบอกว่าพ่อบวชพระมา ครูก็บอกเขาว่าให้พ่อมาเอารางวัลที่ครู เขาก็พอใจที่ได้มาเล่าอวดให้ครูฟัง

หลังจากที่แจกหนังสือให้เพื่อนครูไปไม่นานนักก็มีอยู่คนหนึ่งมาเล่าให้ฟังว่าเขากลุ้มใจไม่รู้จะพึ่งใคร วิตกกังวลพ่อป่วยมาก ต้องเข้ากรุงเทพอยู่ห้อง ไอซียู ขยับตัวไม่ได้ พี่ๆเปลี่ยนเวรกันเฝ้าตัวเขาก็ลาบ้าง ไปวันหยุดบ้าง หมดที่พึ่งก็นึกถึงหนังสือที่ได้รับแจกไป ก็ท่องตามที่หลวงพ่ออธิบายไว้ในหนังสือและนึกถึงพ่อ สวดทุกวันประจำทำให้นอนหลับวันไหนไม่สวดมนต์นอนไม่หลับและวิตกกังวลห่วงพ่อ เขาบอกเหมือนปาฏิหาริย์ พ่อขยับตัวได้แล้ว ปัจจุบันใกล้จะกลับบ้านที่หัวหินและตอนนี้กำลังทำกายภาพบำบัดอยู่ที่โรงพยาบาล เขาบอกเขาทราบและรู้จักหลวงพ่อมาก่อนจากเพื่อนเพราะเพื่อนเขาก็ไปปฏิบัติ กรรมฐานเหมือนกัน แต่ตัวเขาเองก็จะหาเวลาไปยังไม่ได้ ก็คงเหมือนอีกหลายๆ คนที่มีความคิดเช่นนี้ใจ ก็อยากจะบอกเขาว่าตอนนี้หลวงพ่อยังแข็งแรงอยู่มีโอกาสก็ไป มาคิดอีกทีเขาก็รู้ว่าเขาไปได้เมื่อไรก็ไปแล้วกัน

ส่วนตัวดิฉันไม่รอใครอีกแล้ว รอให้เด็กเรียนอีกห้าเดือนหมดเทอมก็ขอลาออก ความสุขแต่ละคนย่อมแตกต่างกันจะให้เขาเหมือนเรา และให้เราเหมือนเขา ย่อมเป็นไปไม่ได้ เป็นได้ว่าเราชอบความสุขในลักษณะใดก็ให้ค้นหาให้พบแล้วเลือกเอาไม่มีใครบังคับ บางคนก็ชอบของจริง บางคนก็ชอบของปลอม จะรู้ได้ว่าสิ่งไหนปลอม สิ่งไหนจริงก็ต้องมาปฏิบัติกรรมฐาน

ในฐานะเป็นครูผู้ทำการสอนก็ขอกลับมาพูดถึงเรื่องการเรียนการสอน ดิฉันมีความต้องการให้ผู้ใหญ่เห็นความสำคัญในการปฏิบิตมากกว่าภาคทฤษฏีที่มี ไว้ให้ครูสอน เพื่อให้เด็กทำข้อสอบเด็กดีเป็นศรีแก่ชาติเด็กฉลาดชาติเจริญ (แต่เดี๋ยวนี้ข่าวหน้าหนึ่ง) ผู้ใหญ่ ผู้ปกครอง ครู และเด็ก เกิดอะไรขึ้นไม่ละอายต่อความชั่วไม่เกรงกลัวต่อการทำบาป เพราะเราไม่ปลูกฝังธรรมะให้เขาเมื่อเขายังเยาว์วัยจะไปว่าผู้คนเดี๋ยวนี้ขาดคุณธรรม ก็ไม่ปลูกฝังให้เขาปฏิบัติจริงเขาก็ไม่ทราบตัวคุณธรรมเป็นอย่างไรตัวครูเองก็ เป็นเด็กมาก่อนก็ไม่ได้รับการปลูกฝังมาก็เหมาะสมกัน ผู้ใหญ่มีวิธีการใดให้ครูได้ปฏิบัติกรรม ฐานไม่ต้องมากปีละสองครั้ง ครั้งละ ๗ - ๙ วัน ไม่ต้องรอวันหยุดราชการ เสียเวลาราชการ แต่เสียเพื่อที่จะได้เอาเวลาที่จะไปทรรศนะศึกษามาเข้าวัดปฏิบัติกรรมฐาน ได้ประโยชน์กับตัวเอง ครอบครัว และนักเรียน

บางคนไม่ชอบไม่เคยและยังไม่รู้ถึงค่าของการปฏิบัติกรรมฐานถ้าผู้ใหญ่ให้โอกาสให้การสนับสนุนให้รางวัลโดยไม่คิดวันลา อย่างน้อยก็เป็นการจูงใจไม่บังคับแต่ต้องปฏิบัติเพราะไม่ใช่วันหยุดอย่างน้อยเขา ก็เต็มใจครึ่งหนึ่งให้เพื่อได้ ขาดทุนนิดเดียวแต่กำไรระยะยาวแม้จะช้าหน่อย กล้วยไม้ออกดอกช้าเช่นไร ก็ต้องใช้เวลาเช่นนั้น แต่เมื่อได้เห็นดอกกล้วยไม้ก็จะคุ้มที่รอคอย เพราะดอกกล้วยไม้สวยเหลือเกิน บางชนิดสวยและมีกลิ่นหอมอีกด้วย และดอกกล้วยไม้ถึงแม้จะออกดอกช้าแต่กว่าจะร่วงโรยหมดอายุก็นานมาก เด็กเขาเปรียบไว้เหมือนผ้าสีขาว ผ้าสีขาวเราสามารถกำหนดให้เป็นสีใดย่อมได้ เพราะผ้าขาวแต่งสีได้ง่าย ขอให้ผู้ใหญ่ได้โปรดพิจารณาสักนิด เมื่อครูปฏิบัติศีลห้า เมื่อครูปฏิบัติกรรมฐานครูและผู้บริหารเป็นพวกเดียวกันเข้าใจตรงกัน ปฏิบัติในเรื่องเดียวกัน ครูได้อย่างไรเด็กก็ได้อย่างนั้น เรียนรู้ในเรื่องเดียวกัน การเรียนการสอนก็จะดีขึ้น ต่างคนต่างมีสติ อุปนิสัย การเรียน สังคมโรงเรียน ครอบครัว และที่จะเกิดในระยะยาวก็คือประเทศชาติ ก็จะอยู่กันอย่างสงบสุข สมกับคำขวัญ เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดและมีคุณธรรมชาติก็เจริญ เพราะเขามีสติ เขาละอายต่อความชั่วเกรงกลัวต่อการทำบาป แต่การปฏิบัติกรรมฐานไม่ใช่ที่ไหนก็ได้ ถ้าอย่างนั้นเสียเวลาเสียโอกาสและขาดทุนเปล่าสถานที่ปฏิบัติต้องหาสถานที่ที่เป็นของจริง " ไม่ต้องมีแอร์ ไม่ต้องมีอาหารว่าง " ปฏิบัติมากๆ นอนน้อยๆ กินน้อยๆ พูดน้อยๆ จึงจะได้ของจริง

เราไม่เริ่มปฏิบัติในวันนี้ วันพรุ่งนี้จะมีให้เหมือนกันทุกคนหรือ " อัทธุวัง เมชีวิตัง " ชีวิตของเราไม่แน่นอน ดิฉันได้รับรางวัลจากการปฏิบัติกรรมฐาน ดิฉันไม่เก่งเกินใคร ซ้ำการปฏิบัติตนเรียบง่าย แทบไม่อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่เสียด้วยซ้ำ สิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เป็นไปได้อย่างไร ดิฉันได้รับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ "ครูสุดุดี " ณ วันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๔๕ และได้รับโล่ห์ เกียรติคุณ สาขาพัฒนามาตร ฐานการศึกษาส่งเสริมศาสนา ณ วันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๔๕ ดิฉันภูมิใจที่ได้รับเกียรติในครั้งนี้เป็นรางวัลที่ได้ก่อนจะอำลาอาชีพครู ( ก่อนเกษียน ) ประมาณเดือน พ.ค. ๒๕๔๖ นี้ จากการที่ ได้ปฏิบัติกรรมฐานและสวดพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ( พาหุงมหากา ) และพุทธคุณ เท่าอายุ บวก ๑ อย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตนเองให้พลาดจากศีลห้าให้น้อยที่สุด แต่รางวัลชีวิตที่ยิ่งใหญ่ไม่มีรางวัลใดจะใหญ่เท่า รางวัลนี้หาค่ามิได้สำหรับดิฉัน ลูกชายคนเดียวของดิฉัน ปัจจุบันมีกันสองคนแม่ลูก ด้วยตัวดิฉันเป็นลูกคนเดียว และมีลูกก็มีคนเดียว สามีเสยชีวิต ๖ ปีผ่านมา มีกันสองคนแม่ลูก ไม่เคยให้แม่ต้องทุกข์ใจ เพราะเขาเลยเขาเป็นคนดี จิตใจดี มีศีลห้าครบคิดว่ามีมากกว่าดิฉันด้วยซ้ำไม่ยุ่งอบายมุขทุกชนิด อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ฟุ้งเฟ้อ เชื่อมั่นในตัวเอง อ่อนโยนกับแม่และผู้ใหญ่ ที่ดิฉันดีใจมากที่สุดเขาให้สตางค์ ดิฉันทำบุญเมื่อบอกเขาว่าจะไปปฏิบัติกรรม ฐาน

ปัจจุบันศึกษาจบปริญญาตรี มหาวิทยาลัยหอการค้า อายุ ๒๔ ปี มีงานทำ ดิฉันแนะนำหนังสือ ที่ได้รับมาจากหลวงพ่อ ให้เขาสวดพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ พาหุงมหากา พุทธคุณเท่าอายุ บวก ๑ ยิ่งทำให้การทำงานคล่องตัวยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เขามีความสุขกับงานที่ทำ เป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน และผู้ใหญ่เมตตาไว้วางใจ

อานิสงส์ของการปฏิบัติกรรมฐาน และสวดมนต์ ทำให้รู้จักตัวเอง ทำให้เกิดปัญญาลามารถแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง มีสติรู้อยู่ตลอดเวลา และเจริญรุ่งเรืองในอาชีพสุจริตของตนเอง ครอบครัวก็มีแต่ความสุข เมื่อท่านต้องการค้นพบตัวเอง ต้องการพบของจริง ท่านก็ต้องปฏิบัติกรรมฐาน ( ปัจจัตตัง เวทิตัพโพวิญญู ฮีติ ) เป็นสิ่งที่ผู้รู้ ก็รู้ได้เฉพาะตน ต้องมาเรียนรู้ด้วยตนเอง

การปฏิบัติกรรมฐานจะช่วยให้ได้พบตัวตนที่แท้จริงของเรา ช่วยให้ลดละ ความโกรธ ให้อภัย และเชื่อกฎแห่งกรรม ทำให้ละความพยาบาท จิตคิดแต่กุศล และมีสติห่างไกลความชั่ว กิเลสเบาบาง ไม่ยึดติดใน ลาภ ยศ คำสรรเสริญเยินยอ

สุดท้ายนี้ลูกขอกราบขอบพระคุณ พระเทพสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ) ที่ได้โปรดเมตตาโดยทัดเทียมกัน ไม่ว่าผู้นั้นเป็นใครมาจากไหนขอเพียงให้ช่วยตัวเองโดยมีความเพียรในการปฏิบัติเพื่อตัวของผู้ ปฏิบัติเอง นับว่าเป็นโชควาสนาของดิฉันและลูกชายที่ได้มาอยู่ใต้ใบบุญของหลวงพ่อลูกขอ กราบนมัสการหลวงพ่อด้วยความสำนึกในพระคุณอย่างสูง

 

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่