ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 17
:: ภาคกฎแห่งกรรม :: เรื่อง ความมหัศจรรย์ของการสวดพุทธคุณ
โดย นางชลธิชา ชาญวิช

ด้วยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดอัมพวัน ด้วยเมตตาบารมีของหลวงพ่อ ดลบันดาลให้ครอบครัวของข้าพเจ้า ต้องมาปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวัน

ข้าพเจ้าชื่อ นางชลธิชา ชาญวิชา สามีของข้าพเจ้า ชื่อ นายสมศักดิ์ ชาญวิชา สามีของข้าพเจ้าทำงานอยู่การรถไฟแห่งประเทศไทย ตำแหน่งผู้ช่วยนายสถานีรถไฟลพบุรี

มีเรื่องมหัศจรรย์เกิดขึ้นกับครอบครัวของข้าพเจ้าหลังจากก้าวแรก ที่ข้าพเจ้าเดินเข้ามาในวัดอัมพวัน เป็นเวลาเกือบ ๔ ปี ที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นสามีของข้าพเจ้ายังไม่ได้ย้ายมารับตำแหน่งผู้ช่วยนายสถานีลพบุรี ข้าพเจ้าและครอบครัวได้มีโอกาสเข้ามาเยี่ยมชมวัดอัมพวัน โดยบังเอิญแต่ไม่ได้เจอหลวงพ่อ เพียงแต่ได้เดินชมรอบๆ วัด และไปเจอร้านหนังสือเห็นรูปหลวงพ่อจรัญ และหนังสือ สวดมนต์เล่มเล็กๆ เขียนไว้ว่า "อานิสงส์ ของการสวดพระพุทธคุณ" สามีของข้าพเจ้าก็หยิบติดมือมาประมาณ ๓-๔ เล่ม หลังจากนั้นสามีของข้าพเจ้าก็นำมาเปิดอ่านและปฏิบัติตามหนังสือก่อนนอน และตอนเช้าก่อนไปทำงานทุกวัน สำหรับข้าพเจ้าก็ไม่ได้สนใจอะไร เพียงแต่รับรู้ว่าสามีของข้าพเจ้าบ่นพึมพำอะไรทุกๆ เช้า เป็นภาษาบาลี ซึ่งข้าพเจ้าก็ไม่เข้าใจ และต่อมาก็ได้มีโอกาส ไปวัดอัมพวัน อีกหลายๆ ครั้ง แต่ไม่เคยพบหลวงพ่อ เพียงแต่ได้ไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์ ในวัดอัมพวันเท่านั้น แต่ทั้งสองแห่งที่ข้าพเจ้าไม่ได้ไปกราบ คือ องค์พระประธานในโบสถ์ และหลวงพ่อเทพนิมิต ซึ่งข้าพเจ้าเดินไม่ทั่วและไม่ทราบว่าองค์หลวงพ่อเทพนิมิต ประดิษฐานอยู่ที่ไหน สำหรับองค์พระประธานในโบสถ์ นั้น ข้าพเจ้าเข้ามาในวัดอัมพวันทีไร เผอิญ โบสถ์ไม่เปิดสักครั้งเลย ไม่มีโอกาสเข้าไปกราบพระองค์ท่าน นี่คือเรื่องราว และแรงบันดาลใจที่ข้าพเจ้าต้องเขียนมาลงในธรรมปฏิบัติ

หลังจากที่สามีของข้าพเจ้าสวดพาหุงมหากา พร้อมด้วยอิติปิโส เท่าอายุ บวกหนึ่ง มาตลอด เช้า-เย็น ตลอดระยะเวลาเกือบ ๒ ปี อานิสงส์ ของการสวดพาหุงมหากา ก็ดลบันดาล ให้สามีของข้าพเจ้าได้เลื่อนตำแหน่ง และย้ายที่ทำงานมาเป็นผู้ช่วยนายสถานีรถไฟ ลพบุรี หลังจากนั้นอีกไม่ถึงปี มีแต่ความเจริญในหน้าที่การงานเป็นที่รัก และไว้ใจของผู้บังคับบัญชา ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นระดับ ๗ ผ่านการพิจารณาเงินเดือน ขั้นครึ่ง และสิ่งที่ครอบครัวเราภูมิใจที่สุด คือ สามีของข้าพเจ้า ได้รับคัดเลือกให้เป็นพนักงานดีเด่น(ชมเชย) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นเพราะอานิสงส์แห่งการสวดพระพุทธคุณพาหุงมหากา และเมตตาบารมี ของหลวงพ่อจรัญโดยแน่แท้ ที่ทำให้สามีของข้าพเจ้ามีแต่ความเจริญ ในหน้าที่การงาน ทำให้ข้าพเจ้า ซึ่งไม่เคยสวดมนต์เลย ทำให้ข้าพเจ้าเกิดความศรัทธาอย่างแรงกล้าที่จะต้องสวดพาหุงมหากาให้ได้ จนวันหนึ่งประสบความสำเร็จ ข้าพเจ้าจำบทสวดมนต์ได้ โดยที่ไม่ต้องดูหนังสือเลย และก็สวดเรื่อยมาพร้อมทั้งสามี ของข้าพเจ้าและนอกจากนั้น ก็ยังได้สอนให้ลูกสาวของข้าพเจ้าซึ่งอายุเพียง ๘ ขวบ สวดพาหุงมหากา ได้อย่างแม่นยำ และต่อมาข้าพเจ้า ก็ได้มีโอกาสได้ไปวัดอัมพวันอีกครั้ง วันนี้รู้สึกเป็นบุญของข้าพเจ้าอย่างสุดซึ้งที่ได้มีโอกาสได้ทราบหลวงพ่อข้าพเจ้าเดินเข้าไปโดยบังเอิญ เห็นท่านกำลังเทศน์ให้ญาติโยมฟังอยู่ที่กุฏิหลังเก่าท่านเงยหน้าขึ้นมามองข้าพเจ้าเล็กน้อย แต่ความรู้สึกที่ข้าพเจ้าได้รับมีความรู้สึกปลื้มปิติ เยือกเย็น และอิ่มบุญอย่างบอกไม่ถูก

หลังจากนั้นข้าพเจ้าจะมาวัดอัมพวันบ่อยๆ ถ้ามีเวลาและโอกาส พร้อมทั้งไม่ลืมสวดมนต์ถ้ามีเวลาพอ มีอยู่คืนหนึ่งตรงกับวันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๕ ซึ่งรุ่งเช้าจะเป็นวันเกิดของหลวงพ่อ หลังจากที่ข้าพเจ้าไหว้พระสวดมนต์เสร็จแล้วข้าพเจ้ามีอาการนอนไม่หลับกระสับกระส่าย และในขณะครึ่งหลับครึ่งตื่นนั้น ในมโนภาพของข้าพเจ้าเหมือนไม่ได้ฝัน แต่นอนหลับตาในความมืด ข้าพเจ้าได้นิมิตเห็นพระประธานในโบสถ์ วัดอัมพวัน สีเหลืองอร่าม ตรงกลางองค์พระมีแสงสว่างส่องมาที่ตัวของข้าพเจ้า ในขณะเดียวกันก็มีภาพพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่ง ซึ่งมีลักษณะคล้ายทำด้วยศิลาสมัยโบราณมีแต่เศียร ผุดขึ้นมาจากองค์พระประธานที่มีแสงสว่างมาที่ตัวของข้าพเจ้า รู้สึกเย็นวาบและต่อมาข้าพเจ้าเห็นบทสวดมนต์พาหุงมหากาลอยขึ้นมาตรงหน้าพร้อมภาพของ หลวงพ่อจรัญ แล้วพลันหายไป ตื่นขึ้นมาถามตัวเองว่าหลับไปหรือเปล่า

รุ่งเช้าตรงกับวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๔๕ ซึ่งตรงกับวันเกิดของหลวงพ่อ ตอนเช้าข้าพเจ้าติดธุระจึงไม่มีโอกาส ไปร่วมทำบุญกับหลวงพ่อ มาถึงที่วัด ก็บ่ายสามโมง ซึ่งไม่เจอหลวงพ่อแล้ว จึงได้มีโอกาสเข้าไปกราบองค์พระประธานในโบสถ์ ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับตัวข้าพเจ้า หรือไม่องค์พระประธานในโบสถ์นั้น ใช่เลย เหมือนที่ข้าพเจ้านิมิตเห็นเมื่อคืน ทั้งๆ ที่เข้ามาในวัดหลายครั้งแต่ไม่มีโอกาสเข้ามากราบองค์ท่าน ความปลื้มปิติเกิดขึ้นกับตัวข้าพเจ้าเป็นบุญเหลือเกินเป็นเพราะบารมีของหลวงพ่อจรัญโดยแท้ที่นำพาลูกมาเจอพระพุทธศาสนา ปาวารนาตนว่าจะชนะคนด้วยความดี และเดินไปในทางที่ถูกต้องสิ่งไหนที่เคยทำผิดพลาดมาอาจจะรู้บ้างไม่รู้บ้างข้าพเจ้าอยากชดใช้กรรม และจะทำแต่ความดีต่อไป

เช้าวันรุ่งขึ้นข้าพเจ้ามาวัดอัมพวัน แต่เช้าตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้ได้พบหลวงพ่อและได้มีโอกาสเล่าความฝันให้หลวงพ่อฟังว่าสิ่งที่ข้าพเจ้าพบเจอมานั้น คืออะไร เป็นจริง ดั่งความตั้งใจ ข้าพเจ้าได้มีโอกาส กราบนมัสการอยู่เบื้องหน้าหลวงพ่ออย่างใกล้ชิด และเล่าความฝันให้ท่านฟัง ท่านมีเมตตาตอบว่า ไม่ใช่สิ่งที่ข้าพเจ้าฟุ้งซ่านไป เพราะความเมตตาที่เรามีและอานิสงส์ของการสวดพาหุงมหากา บ้านไหนที่มีแต่เมตตาแสงสว่างแห่งปัญญาก็จะไปลงที่บ้านนั้น เป็นความซาบซึ้งใจอย่างเหลือเกิน หลวงพ่อให้ข้อคิดทางธรรมไว้หลายเรื่องพร้อมทั้งแนะนำให้ข้าพเจ้ามารับพระกรรมฐาน แล้วชีวิตจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ข้าพเจ้ารับคำพร้อมนำมาปฏิบัติ หลังจากนั้นอีก ๒ อาทิตย์ ข้าพเจ้าตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ ตัดทุกสิ่งทุกอย่างจากทางบ้านเพื่อมาขอรับพระกรรมฐานในวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕

ในขณะปฏิบัติธรรมเป็นเวลา ๓ วัน ข้าพเจ้าได้บอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดพร้อมทั้งแม่ใหญ่ และเทพกาหลง และบารมีของหลวงพ่อจงดลบันดาลให้ข้าพเจ้าซึ่งมีความศรัทธา และตั้งมั่น เอาพระศรีรัตนตรัยเป็นที่ยึดเหนี่ยวขอให้ข้าพเจ้าจงมีสติและเกิดแสงสว่างทางปัญญาด้วยเถิด

อานิสงส์ของความตั้งใจจริงข้าพเจ้าปฏิบัติธรรมได้ อยู่ได้ ไม่เหนื่อย ไม่หิว ไม่ง่วง ทั้งๆ ที่ไม่เคยอดข้าวเย็น ไม่เคยนอนตื่นเช้า ยิ่งกว่านั้น ๒ คืนข้าพเจ้าไม่ได้หลับเลยเพราะอาจจะแปลกที่ทำให้นอนไม่หลับ แต่ก็แปลก ที่ไม่มีอาการเหนื่อย หรือ ง่วงแม้แต่เพียงนิดเดียว เป็นเพราะบารมีของหลวงพ่อและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดอัมพวัน เป็นแน่แท้ ที่ทำให้ข้าพเจ้าเป็นลูกศิษย์ พระกรรมฐานของหลวงพ่อจรัญ คนหนึ่งได้โดยที่ไม่มีอุปสรรคอันใดเลย

ผลของการปฏิบัติธรรมข้าพเจ้า ไม่หวังอะไรมากไปกว่าการเป็นคนดีมีศีลธรรม คือ การทำบุญอันยิ่งใหญ่ ซึ่งข้าพเจ้าไม่สามารถนำมาเอ่ย ในที่นี้ได้ เพราะ "รู้ได้เฉพาะตน"ของผู้ปฏิบัติดี และปฏิบัติชอบเท่านั้น ข้าพเจ้ารู้เพียงว่าออกจากวัดในครั้งนี้ ข้าพเจ้าจะพยายามทำแต่ความดีเท่านั้น

หลังจากที่ข้าพเจ้ารับพระกรรมฐาน วันหนึ่งข้าพเจ้าเผอิญ ได้มีโอกาสเข้าไปร้าน "วรทัศน์" ที่ลพบุรี เพื่อที่จะไปซื้อเครื่องทำน้ำอุ่น สำหรับบ้านหลังใหม่ที่เราสองคนสร้างมาด้วยแรงกาย และแรงใจ ด้วยอานิสงส์ของการปฏิบัติธรรม ทำให้เราเจอแต่สิ่งที่ดีๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมีหลักฐานที่มั่นคง มีความเข้มแข็งทางด้านจิตใจ ทำให้เรามีพลังที่ต่อสู้กับปัญหาที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ข้าพเจ้าได้เจอกับคุณลุง นิพนธ์ นันทพงษ์ ซึ่งเป็นเข้าของร้าน ข้าพเจ้าเหลือบไปเห็น หนังสือสวดมนต์พาหุง มหากาที่โต๊ะก็เลยถามคุณลุงว่าเป็นศิษย์ของหลวงพ่อจรัญ หรือ คุณลุงตอบว่าใช่ ข้าพเจ้าก็เลยถือโอกาสคุย เรื่องข้าพเจ้าได้เข้าไปปฏิบัติธรรม และฝันเห็นหลวงพ่อพระพุทธรูปที่มีแต่เศียร คุณลุงจึงเล่าประวัติความเป็นมาให้ฟังว่า คุณลุงเคยไปสร้างหลวงพ่อเทพนิมิตไว้ที่วัดอัมพวัน คุณลุงนิพนธ์จึงได้แนะนำภรรยาของคุณลุง คือ คุณป้าอุ่นเรือน ให้ได้รู้จัก และหลังจากที่ได้พูดคุยกับคุณป้า อุ่นเรือน มีความรู้สึกว่า อบอุ่นมาก คุณป้าจะคุยเรื่องหลวงพ่อให้ฟัง ซึ่งข้าพเจ้าก็ชอบฟัง ไม่มีวันเบื่อ และศรัทธาในตัวของหลวงพ่อยิ่งๆ ขึ้นไป และพร้อมกันนี้คุณป้ายังแนะนำให้ข้าพเจ้ารู้จักญาติทางธรรมอีกคนหนึ่งชื่อ คุณป้าเสนอ ซึ่งคุณป้าเสนอจะเป็นคนใจดีมาก ทุกครั้งที่เจอคุณป้าเสนอ คุณป้าจะแนะนำในทางที่ดีๆ และให้ความสะดวกทุกอย่าง ในขณะที่ข้าพเจ้ามาภายในวัด ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกอบอุ่นใจอย่างสุดซึ้งที่เจอกับกัลยาณมิตรที่ดีๆ ที่เป็นเพราะเมตตาบารมีของหลวงพ่อจรัญ ดลบันดาลมาให้เจอ นี่คือผลของการปฏิบัติธรรมจะพบเจอแต่สิ่งที่ดีๆ ในชีวิต ประสบความสำเร็จในชีวิต ในหน้าที่การงาน เจอกัลยาณมิตรที่ดีๆ

สุดท้ายนี้ลูกขออาราธนา คุณพระศรีรัตนตรัย จงปกป้อง คุ้มครองหลวงพ่อจรัญ ให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ให้มีอายุยืนยาวนาน อยู่เป็นร่มโพธิ์ ร่มไทร ของปวงชน ทั้งทางโลก และทางธรรมทั้งหลาย ตลอดกาลนาน

ลูกซาบซึ้งในความมีเมตตาบารมีทานของหลวงพ่ออย่าง สุดซึ้งให้ลูกชนะคนด้วยความดี เดินไปในทางที่ถูกต้องตามที่ลูกเคยตั้งจิตอธิษฐาน และนำพาให้ลูกมาเจอพระพุทธศาสนา และเกิดแสงสว่าง แห่งปัญญาจนไม่สามารถจะลืมเลือนได้ เลยในชาตินี้...

 

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่