ความลบหลู่บุญคุณที่เขาทำไว้แก่ตน คือความเป็นคนอกตัญญู
เป็นเครื่องหมายของอสัตบุรุษ มีอยู่ในผู้ใดย่อมเป็นมลทินแก่ผู้นั้น
ทำให้เป็นคนมัวหมอง น่าเกลียดทั้งทางโลกและทางธรรม ให้ละเสีย
พึงบำรุงอัธยาศัยให้ตั้งอยู่ในคุณธรรม คือความเป็นผู้รู้อุปการคุณที่ท่านทำไว้แล้วแก่ตน
แม้นิดหน่อยก็ไม่ลืม เมื่อมีโอกาสก็ทำบุญคุณของท่านให้ปรากฏ
กล่าวคือทำการตอบแทนตามที่ตนจะทำได้ นี้เป็นลักษณะของสัตบุรุษ
เป็นที่สรรเสริญของนักปราชญ์ ทั้งในพุทธกาลและนอกพุทธการ ตัวอย่างดังในภาษิตนี้
คนเรามีคุณสมบัติต่าง ๆ กัน สูงกว่ากันโดยชาติสกุลก็มี ทรัพย์สมบัติก็มี
ยศศักดิ์บริวารก็มี ความรู้ความสามารถก็มี เพราะฉะนั้นจึงสูงกว่ากันเป็นขั้น
ๆ ตามโลกนิยม สูงกว่าก็มี เสมอกันก็มี ต่ำกว่าก็มี
ในเหล่าคนนั้นมีอัธยาศัยและความประพฤติไม่เสมอกันคนชั้นสูงมีเมตตากรุณาแก่ผู้น้อยก็มี
กดขี่ด้วยอำนาจก็มี คนเสมอกันประพฤติสม่ำเสมอกันก็มี คอยเอาเปรียบแก่กันก็มี
คนชั้นต่ำที่เสงี่ยมเจียมตัวก็มี ที่หยาบคายก็มี เพราะฉะนั้นต้องมีความอดทนต่อคนทุกชั้น
อดทนต่อโอวาทของคนชั้นสูง ย่อมทำตนให้เจริญด้วยความรู้และความพฤติ
แม้ถึงกดขี่ด้วยอำนาจ อดทนไว้ได้ก็ยังคงเป็นคุณรักษาตนเองให้พ้นภัย
อดทนต่อความบีบคั้นของคนที่เสมอกันก็นับว่าดี
เป็นทางป้องกันมิให้เกิดวิวาทระหว่างกันได้ เมื่อเขาเห็นความดีของตนก็จะเกิดความเลื่อมใส
รู้สำนึกตน กลับเป็นคนดีได้ เช่นนั้นชื่อได้ว่าได้ชัยชนะอย่างประเสริฐ
ต้องตามพุทธภาษิตที่ตรัสสอนไว้ว่า พึงชนะความไม่ดีของเขาด้วยความดีของเรา
อดทนถ้อยคำที่กล่าวล่วงเกินของคนที่ต่ำกว่า
ซึ่งไม่มีหนทางที่จะต่อสู้ได้ มีผลดีทุอย่างประเสริฐสุด เหตุฉะนี้ท่านจึงสอนไว้ว่า
พึงอดทนถ้อยคำที่กล่าวล่วงเกินของคนทุกประเภท
ความอดทนมีผลดีทุกอย่าง แต่จะนับว่าเป็น ขันติความอดทนอดกลั้นนั้น
ต้องอดได้โดยใจที่เป็นธรรม ไม่ใช่เพราะความกลัว ผู้ใดถูกเขาดูหมิ่นด้วยแสดงอาการทางกายหรือกล่าววาจาหยาบช้า
ได้ความเจ็บใจ แต่ไม่อาจทำตอบเขาได้ด้วยประการใดประการหนึ่ง
จำเป็นต้องนิ่ง ผู้นั้นไม่ได้ชื่อว่าประกอบด้วยขันติ คือความอดกลั้น
หากผู้ใดถูกดูหมิ่นเช่นนั้น แม้ตนสามารถทำตอบเขาได้ แต่อดกลั้นไว้ด้วยความคิดเห็นโดยอุบายที่ชอบ
ผู้นั้นได้ชื่อว่าประกอบด้วยขันติ เป็นที่สรรเสริญของนักปราชญ์
พึงเห็นตัวอย่างดังตำนานที่ท่านเล่าไว้ |