ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 18
:: ภาคกฏแห่งกรรม :: เรื่อง ความอัศจรรย์แห่งกรรมฐาน
โดย บุศรา พัชรพันธ์

เรื่องราวของดิฉันเป็นเรื่องจริงที่มีความอัศจรรย์อย่างเหลือเชื่อ ต่อหลายเรื่องที่เกิดขึ้นมาในช่วงระหว่างที่ดิฉันได้มาปฏิบัติพระกรรมฐานที่วัดอัมพวัน

เดิมทีดิฉันไม่เคยรู้จักด้วยซ้ำว่า "กรรมฐานคืออะไร" ยังไม่เคยแม้แต่จะคิดเข้าวัด ฟังธรรม ถือศีล ลูกน้องขอลางานไปงานไปวัด ๗ วัน ดิฉันยังมองเป็นเรื่องตลก ไม่จำเป็น ก่อนหน้านี้มีเรื่องแปลกมากที่ดิฉันฝันว่าตัวเองอยู่ในชุดนุ่งขาวห่มขาว นั่งอยู่หน้าประตูโบสถ์วัดไหนไม่รู้ และฝันเห็นเหตุการณ์ที่สามีขออย่าและทะเลาะกัน ดิฉันเล่าเรื่องความฝันนี้ให้สามีฟัง เขาหัวเราะและบอกว่า " เป็นไปไม่ได้ "

พอเวลาผ่านไประยะหลังเราสองคนทะเลาะกันบ่อย ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ต่างคนต่างเก็บสิ่งที่ไม่พอใจจนทนไม่ไหว เราไม่เคยคิดแก้ไขที่ต้นเหตุ เพราะเราหามันไม่เจอ

จนเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๖ ดิฉันตกหลังคาโรงงานลงมาข้อมือหักกระดูกแตกละเอียด และขาซ้ายบาดเจ็บ ช้ำอย่างรุนแรง เนื่องจากคุณอาผู้ชายที่ดิฉันชวนขึ้นไปซ่อมหลังคาตกลงมาเป็นเพื่อนดิฉันอีกคน โดยเขานั่งทับอยู่บนขาซ้ายดิฉัน ดิฉันน่าจะขาหักด้วยซ้ำแต่ไม่หัก เป็นเรื่องแปลก ที่ก่อนตกหลังคา ๑ สัปดาห์ได้มีมูลนิธิทหารผ่านศึกขอรับบริจาคทำขาเทียมให้ทหาร ดิฉันตั้งใจทำไป ๑ ข้าง เป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาท ลูกน้องยังพูดแซวดิฉันว่า "คนพวกนี้มาพูดแค่คำสองคำ พี่บุศก็ให้เขาไปตั้ง ๒,๐๐๐ บาท เอาไปทำจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้" ดิฉันบอกเขาว่า "ไม่เป็นไร เราตั้งใจทำบุญแล้ว เงินนี้เขาจะเอาไปทำจริงหรือไม่พี่ไม่สน"

ดิฉันตกลงมาในท่าที่บาดเจ็บน้อยที่สุด คุณหมอยังบอกว่าโชคดีมากที่ไม่พิการ หรืออัมพาต หลังจากนั้น ๑ เดือน ดิฉันทะเลาะกับสามีเพราะหงุดหงิดกับสภาพสังขารตัวเอง มองเขาไม่มีคุณค่า ไม่เข้าใจดิฉัน เลยท้าเขาหย่า สุดท้ายโดนเขาบังคับหย่า ในวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๔๖ ตอนนั้นรู้เลยว่าความทุกข์เป็นอย่างไร จะอยู่อย่างไรโดยไม่มีเขา ทั้งที่อยู่กันมา ๑๓ ปี มีบุตรด้วยกันถึง ๓ คน (ดิฉันได้สูญเสียบุตรสาวคนกลางไปเมื่อปี ๒๕๓๙ เพราะอุบัติเหตุ)

ดิฉันเสียใจมาก ควบคุมตัวเองไม่ได้ ไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้เกิดขึ้น เพราะยึดมั่น ถือมั่นและเชื่อมั่นตัวเองมากเกินไป จนดิฉันได้รับการแนะนำจากคุณเก๋(เทพธิดาพยากรณ์) เธอแนะนำดิฉันให้ไปพบหลวงพ่อจรัญที่วัดอัมพวันว่าท่านช่วยดิฉันได้

ดิฉันได้พบและเล่าเรื่องให้หลวงพ่อฟัง ท่านบอกว่า "เอาหนังสือสวดมนต์ไปสวด มีลูกด้วยกันไม่ต้องหย่า" แล้วท่านก็ไปโบสถ์ ดิฉันงงอยู่ครู่หนึ่ง ทุกคนบอกว่าหลวงพ่อตอบแล้ว ดิฉันถามกลับ "แค่นี้หรือ" ทุกคนตอบว่า "ใช่" ดิฉันก็ยังงงอยู่ จนท่านพระครูสังฆรักษ์บอกว่า "อยากรู้ไหมว่าทำกรรมอะไรไว้ ก็ให้มาปฏิบัติกรรมฐานสิ"

แล้วดิฉันก็ตัดสินใจไปทดลองดู ๓ วัน รู้สึกทรมานมากอึดอัดหายใจไม่ออกอยากกรีดร้องออกมา ครบ ๓ วันรีบกลับบ้านทันที เมื่อเจอหน้าสามีก็ขอร้องเขาให้กลับมาดีกันใหม่ เขาก็ไม่ยอม จนทะเลาะกันอีก

เมื่อพี่พาณิชย์โทรศัพท์มาหาและชวนไปวัด ๗ วัน เรื่องราวการเริ่มปฏิบัติกรรมฐานของดิฉันจึงเริ่มขึ้น จากการปฏิบัติเดือนแรกรู้ว่าสามีจะเอาคืน เพราะเห็นแววตาเขา เราคงทำให้เขาช้ำใจมาก กดดันเขามาตลอดโดยไม่รู้ตัว จากคนรักกัน เคยพูดกันดีๆ ก็ห่างเหินพูดจาไม่ไพเราะ ไม่สนใจความรู้สึกคนที่รับฟัง

เดือนที่สอง เป็นเดือนแห่งการชดใช้ ใช้หนี้ทุกคน ระลึกได้ขณะนั่งกรรมฐาน เช่น เรื่องชุดของน้องสาว ปีใหม่พี่พาณิชย์ชวนไปตัดชุดผ้าไหมที่หัวหิน ดิฉันก็ไปโดยชวนน้องสาว ชื่อครูเปิ้ลไปด้วย จู่ๆพี่พาณิชย์ก็บอกว่า "บุศตัดชุดให้น้องสักชุดสิ" ตัวดิฉันยังรู้สึกเสียดายเงินเพราะราคาแพง แต่สุดท้ายก็ตัดใจตัดให้น้อง ๑ ชุด กลับบ้านยังรู้สึกเสียดาย คืนต่อมานั่งกรรมฐานเห็นเลยว่าตอนเด็กเคยไปแย่งเสื้อที่คุณแม่ส่งมาให้จากญี่ปุ่นจากน้องคนนี้ เห็นน้องเสียใจน้ำตาไหล พอออกจากกรรมฐาน โทร.หาพี่พาณิชย์ บอกว่า "รู้แล้ว ชุดนี้ต้องให้น้อง จะแพงเท่าไหร่ก็ต้องให้คืนเขาไป"

เรื่องข้อมือหัก นั่งกรรมฐานต่อมารู้ว่าตัวเองต้องตกหลังคาลงมาข้อมือหักเพราะตอนเด็กเคยก่อวีรกรรมดื้อ เถียงอาม่า จนเขาโมโห เอามือจะฟาดตัว แต่ดิฉันหลบทัน มือของอาม่าไปถูกหัวบันไดแทน บวมปูดเลย ต้องพอกยาที่มือเป็นเดือน

เรื่องงานที่อัศจรรย์ ดิฉันได้รับงานสินค้าเพื่อส่งเสริมการขายของบริษัทต่างๆจากลูกค้ามาทำ จำนวน ๘ ล้านชิ้น ระหว่างดำเนินการไปได้ ๒ เดือน ลงทุนไปหลายแสนบาทปรากฏว่าลูกค้าขอลดจำนวนลงเหลือแค่ ๒ แสนชิ้น ดิฉันตกใจมาก คิดว่าอย่างนี้ไม่ทำดีกว่า จึงปรึกษาพี่พาณิชย์และได้ให้คำแนะนำว่า ๒ แสนชิ้นก็ให้ทำไป ดิฉันบอกว่ามีแคนเสียสติเท่านั้นที่จะทำ เพราะมันจะขาดทุนมาก พี่พาณิชย์บอกว่า "เชื่อหลวงพ่อไหม ทำไป เราไม่เสียสัจจะ แล้วจะพบสิ่งอัศจรรย์" ดิฉันจึงตอบตกลงทำให้ลูกค้า ปรากฏว่าระหว่างที่ทำงานชิ้นนี้ ลูกค้าได้เพิ่มจำนวนการสั่งสินค้าเป็น ๘ ล้านชิ้น และเพิ่มมาเรื่อยๆจนถึง ๗ ครั้ง จนยอดสั่งซื้อสูงถึง ๓๖.๙ ล้านชิ้น

เดือนที่สาม เดินจงกรม ๓ ชั่วโมง นั่ง ๓ ชั่วโมง ดิฉันเห็นภาพงู ๒ ตัวขดกัน ตอนแรกไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร สักครู่หนึ่งก็นึกได้ว่า สามีเคยขับรถทับงูเห่าตอนไปเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์โดยไม่ได้เจตนาเป็นงูเห่าขนาดใหญ่มากยาวประมาณ ๒ เมตร กำลังเลื้อยข้ามถนนในขณะที่รถวิ่งผ่านด้วยความเร็ว จึงขออโหสิกรรม เนื่องจากนึกได้ถึงเรื่องที่สามีบ่นว่าปวดหลังโดยไม่รู้สาเหตุอยู่บ่อยๆบางครั้งปวดมากจนต้องไปหาหมอ

ดิฉันเคารพหลวงพ่อมาก ท่านเมตตาดิฉันตลอดมา พระกรรมฐานที่หลวงพ่อให้ดิฉันมาจะรักษาไว้จนวันตาย อุทาหรณ์ครั้งนี้ดิฉันต้องขอกราบขอบพรระคุณสามีดิฉันอย่างที่สุด ถ้าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกิดขึ้น ดิฉันไม่มีวันรู้ตัว และคงไม่ได้มาวัดอัมพวัน ไม่ได้รู้จักหลวงพ่อจรัญ

พระกรรมฐานขัดเกลานิสัยดิฉันเสียใหม่ ให้ชีวิตใหม่ดิฉันอย่างน่าอัศจรรย์ ครั้งแรกที่มาวัดอัมพวันพบหลวงพ่อ ดิฉันดูแก่ อ้วน น่าเกลียดมาก อมทุกข์ เมื่อปฏิบัติพระกรรมฐาน เริ่มตั้งแต่ขัดเดินจงกรม ๒ ชั่วโมง นั่งสมาธิ ๒ ชั่วโมง บุคลิกภาพของดิฉันเริ่มเปลี่ยนแปลง จากที่เคยนั่งหลังโกง ยืนหลังค่อม มุมปากตก เวลาเดินหัวจะไปก่อนตัว เปลี่ยนมาเป็นนั่งหลังตรง ยืน-เดินตรง ดิฉันดูดีขึ้น ทั้งรูปร่างหน้าตา

"อดทนเป็นคุณสมบัติของนักสู้" หลวงพ่อพูดอยู่เสมอ สอนให้ดิฉันหัดอดทนให้มาก ถ้าอดทนได้ขนาด ๖ ชั่วโมงไม่พูดกับใคร ทนเจ็บปวดได้ เมื่อเราออกไปใช้ชีวิตประจำวัน เจอเหตุการณ์ต่างๆที่มากระทบใจ เราก็ใช้ความอดทนนี้มาสร้างสติเตือนใจตนเองได้

ช่วงแรกที่มาวัดอัมพวัน ถือศีล ๗ วัน ทุกครั้งเมื่อกลับถึงบ้านสอบตกทุกครั้ง เจอสามีเป็นต้องทะเลาะกัน หนักขึ้นเรื่อยๆจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ จากเดิมที่แทบจะไม่เคยตีกัน ชนะใจตัวเองไม่ได้เลย ซึ่งจริงอย่างที่หลวงพ่อสอน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับดิฉัน "ทำความดีนั้นทำยาก และเมื่อยิ่งทำดี กรรมก็จะตามมาให้ชดใช้เร็วขึ้น"

ทุกอย่างที่เกิดกับดิฉัน เพราะดิฉันมีศรัทธา หลวงพ่อสอนเสมอ "มองคนอื่นให้ดี ถ้ามองเขาไม่ดี ตัวเรานั้นแหละไม่ดี" ตอนแรกดิฉันไม่สามารถทำได้ มองสามีว่าเขาผิดตลอด เราดี เราถูก สิ่งนี้มักจะเกิดกับหลายๆคน จะเรียกว่าทิฐิก็คงใช่ พระกรรมฐานขัดเกลาทิฐิจนราบเรียบ แม้แต่ให้กราบเท้าขอขมาสามีด้วยธูปเทียนแพดิฉันก็ทำ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยกราบเท้าใคร ดิฉันจดจำคำที่หลวงพ่อสอน ดิฉันเชื่อว่าทุกคนอาจกลับตัวกลับใจใหม่ได้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับตัวเรา

ปัจจุบันนี้ ครอบครัวดิฉันกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา สามีกลับมาเป็นคนดีที่รักครอบครัว และมองเห็นสิ่งเปลี่ยนแปลงในตัวดิฉัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยพูดกับดิฉันว่า "ดิฉันไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้"

เขาศรัทธาในหลวงพ่อจรัญ ที่สามารถเปลี่ยนภรรยาของเขาได้ หลวงพ่อท่านเจียระไนดิฉันใหม่ ให้รู้จักอดทนอดกลั้น พูดให้น้อยฟังให้มาก กินน้อยนอนน้อย ปฏิบัติให้มาก มองคนอื่นให้ดี พูดดี ทำดี คิดดี ขว้างอะไรไปได้อย่างนั้นกลับ ยิ่งให้ยิ่งได้

ประสบการณ์ที่ผ่านมามีคุณค่ามากมาย เงินล้านไม่สามารถซื้อความสงบในใจได้ อยากให้หลายๆคนมองเห็นสิ่งที่หลวงพ่อสอน เหมือนอย่างที่ดิฉันได้พบและจะขอจดจำไว้ไม่ลืมเลือน

ดิฉันตั้งใจเขียนเรื่องราวทั้งหมดนี้ เพื่อให้มนุษย์อีกหลายท่านหันกลับมามองดูตัวเองว่าเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์หรือไม่ และสามารถแก้ไขที่ต้นเหตุได้ถูกต้อง

หลวงพ่อท่านให้ชีวิตใหม่แก่ดิฉันและครอบครัว กว่าจะมีวันนี้ดิฉันต้องผ่านการอบรม เจอด่านทดสอบมากมาย ขอกราบขอบพระคุณพ่อที่มอบสิ่งวิเศษที่สุดให้ดิฉันและขอกราบขอบพระคุณท่านพระครูสังฆรักษ์ พี่พานิชย์ พี่ถวัลย์ และพี่ๆญาติธรรมทุกท่านที่เป็นกำลังใจ คอยสอนสั่งชี้แนะ

 

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่