ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 18
:: ภาคกฏแห่งกรรม :: เรื่อง ประสบการณ์ชีวิต
โดย เพ็ญศรี สุริยะพรหมชัย

ดิฉันอายุ ๕๐ ปี เกิดที่จังหวัดอุดราชธานี แต่ได้ย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ กับพี่สาวต่างมารดาตั้งแต่อายุ ๑๑ ขวบ สามีเป็นสถาปนิก ลูกสาวแยกไปมีครอบครัว ลูกชายจบปริญญาตรีทางการออกแบบตกแต่งภายใน ดิฉันมีโรคประจำตัวหลายโรค เช่นปวดหลัง ปวดกระเพาะปัสสาวะ ปวดหัวเข่า เป็นต้น แต่นับว่าเป็นบุญที่ได้เกิดมาเป็นพุทธศาสนิกชน ดิฉันชอบไปวัด ไปทำบุญบ้าง ไปเพื่อความสงบของร่างกายและจิตใจ ดิฉันเคยไปฝึกวิชาธรรมกายที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ดิฉันเคยได้ยินกิตติศัพท์ ชื่อเสียงปฏิปทานของพระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม จนเมื่อดิฉันและครอบครัวได้ไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นได้อ่านหนังสือสวดมนต์พาหุงมหากาของวัดอัมพวันและที่ปกหลังพิมพ์ที่อยู่ของวัดไว้ด้วย จึงได้ตามไปพบหลวงพ่อในที่สุด

ดิฉันได้อ่านหนังสือประวัติ หนังสือธรรมะต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม รู้สึกศัทธาและหายสงสัยว่าทำไมจึงมีผู้คนศรัทธาในหลวงพ่อและพากันไปกราบหลวงพ่อและปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวันกันไม่ขาดสายจากทั่วทุกสารทิศ

โรคปวดหลังหรือหมอนรองกระดูกสันหลังไปเบียดทับเส้นประสาทของดิฉันมันไม่ทุเลาลงเลย มีแต่จะยิ่งปวดทรมานยิ่งขึ้น แม้ว่าจะสูญเสียเงินทองเพื่อรักษาไม่รู้เท่าไรก็ไม่ดีขึ้น จนมีความท้อแท้สิ้นหวัง จึงมีคว่มคิดที่จะหนี้ความเจ็บปวดทรมานนี้ไปเสียด้วยการฆ่าตัวตายและจะไปกราบขอขมาลาตายกับหลวงพ่อ จึงได้เตรียมปืนพกใส่ไว้ในกระเป๋าถือ พร้อมพานธูปเทียนแพไปกราบแทบเท้าพระเดชพระคุณหลวงพ่อ โดยตั้งจิตอธิษฐานไว้ที่พานว่า ลูกนำพานเทียนแพมาขอลาตาย ต่อไปนี้ลูกคงไม่ได้มาปฏิบัติธรรมอีกล้ว ขอให้หลวงพ่ออโหสิกรรมให้ลูกด้วยเถิด หลวงพ่อไม่รับ ท่านทราบว่าเราคิดอย่างไร แล้วท่านก็ได้ให้โอวาทเรื่องโทษของการฆ่าตัวตาย จนดิฉันเข้าใจและได้สติ ได้ไปปฏิบัติธรรมตามคำแนะนำของคุณพาณิชย์ โดยวิธีขอกรรมฐานใช้สติกำหนดความปวดอยู่ ๓ วัน โรคปวดหลังที่ทรมานมาเป็นเวลานานก็หาย ดิฉันระลึกถึงครั้งที่มากราบนมัสการหลวงพ่อใหม่ๆ ดิฉันไม่ค่อยเข้าใจหรือรู้เรื่องการปฏิบัติกรรมฐาน และไม่ทราบถึงความเมตตาของหลวงพ่อที่กรุณาชี้ทางผ่อนคลายทุกข์ให้ โดยให้ไปปฏิบัติธรรม ก็เลยไม่ได้เข้าไปปฏิบัติกรรมฐาน หลังจากนั้นเดือนเศษดิฉันก็มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง เพราะกระเพาะปัสสาวะอักเสบมากจนต้องผ่าตัดทันที และอีกไม่กี่เดือนก็ต้องผ่าตัดซ้ำ ดิฉันได้มาคิดทบทวนดูก็ได้แต่โทษตัวเองที่โง่เขลาไม่มีสติปัญญาเข้าใจสิ่งที่หลวงพ่อแนะนำ

มีอยู่ครั้งหนึ่งดิฉันหนี้กลับบ้านจากการปฏิบัติธรรม ซึ่งเป็นวันที่ตรงกับวันพระใหญ่ คือวันมาฆบูชา ซึ่งดิฉันก็ทราบว่าหลวงพ่อเคยสอนว่าไม่ให้เดินทางในวันพระ ดิฉันเชื่อว่าอุบัติเหตุที่ดิฉันประสบน่าจะรุนแรง แต่การที่ดิฉันรู้สึกเหมือนเห็นหน้าหลวงพ่อในช่วงเสี้ยววินาทีที่เกิดอุบัติเหตุนั้นดิฉันเชื่อว่าหลวงพ่อท่านเมตตาช่วยชีวิต จึงรอดจากเหตุร้ายนั้นโดยไม่มีบาดแผลหรือบอบช้ำเจ็บปวดใดๆเลย ทั้งๆที่รถพังยับ เยินเพราะพุงลงรองกลางถนน เขตอำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชนต้นไม้ขนาดเท่าโคนขา ขาดไป ๒ ต้นเฉียดขอบบ่อพักน้ำ ค.ส.ล. ขนาด ๔.๐๐ x ๔.๐๐ ลึกประมาณ ๓-๔ เมตรไปไม่ถึงศอก รถพุ่งขึ้นขอบถนนฝั่งตรงข้ามแล้วเลี้ยวกลับลงร่องกลางถนนดังเดิม จึงจอดสนิท ระยะทางจากจุดลงถึงจุดหยุดนิ่งเป็นระยะทางประมาณ ๓๐ เมตร

ปัจจุบันดิฉันดีใจและสุขใจที่ทั้งลูกชายและสามีต่างมีความศรัทธาในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โดยเฉพาะพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ลูกชายได้บวชเรียนที่วัดอัมพวัน ๑ เดือน ได้เข้าร่วมปฏิบัติด้วย และตั้งใจว่าจะปฏิบัติตลอดไป เพราะพวกเราทุกคนต่างตระหนักในคำสอนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เรื่องชาติต่อๆไปและเรื่องที่จะตามเราไปเหมือนเงา คือบาปและบุญเท่านั้

 

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่