ดิฉันอายุ ๕๐
ปี เกิดที่จังหวัดอุดราชธานี แต่ได้ย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ
กับพี่สาวต่างมารดาตั้งแต่อายุ ๑๑ ขวบ สามีเป็นสถาปนิก
ลูกสาวแยกไปมีครอบครัว ลูกชายจบปริญญาตรีทางการออกแบบตกแต่งภายใน
ดิฉันมีโรคประจำตัวหลายโรค เช่นปวดหลัง ปวดกระเพาะปัสสาวะ
ปวดหัวเข่า เป็นต้น แต่นับว่าเป็นบุญที่ได้เกิดมาเป็นพุทธศาสนิกชน
ดิฉันชอบไปวัด ไปทำบุญบ้าง ไปเพื่อความสงบของร่างกายและจิตใจ
ดิฉันเคยไปฝึกวิชาธรรมกายที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ดิฉันเคยได้ยินกิตติศัพท์
ชื่อเสียงปฏิปทานของพระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม
จนเมื่อดิฉันและครอบครัวได้ไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นได้อ่านหนังสือสวดมนต์พาหุงมหากาของวัดอัมพวันและที่ปกหลังพิมพ์ที่อยู่ของวัดไว้ด้วย
จึงได้ตามไปพบหลวงพ่อในที่สุด
ดิฉันได้อ่านหนังสือประวัติ หนังสือธรรมะต่างๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม รู้สึกศัทธาและหายสงสัยว่าทำไมจึงมีผู้คนศรัทธาในหลวงพ่อและพากันไปกราบหลวงพ่อและปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวันกันไม่ขาดสายจากทั่วทุกสารทิศ |
โรคปวดหลังหรือหมอนรองกระดูกสันหลังไปเบียดทับเส้นประสาทของดิฉันมันไม่ทุเลาลงเลย
มีแต่จะยิ่งปวดทรมานยิ่งขึ้น แม้ว่าจะสูญเสียเงินทองเพื่อรักษาไม่รู้เท่าไรก็ไม่ดีขึ้น
จนมีความท้อแท้สิ้นหวัง จึงมีคว่มคิดที่จะหนี้ความเจ็บปวดทรมานนี้ไปเสียด้วยการฆ่าตัวตายและจะไปกราบขอขมาลาตายกับหลวงพ่อ
จึงได้เตรียมปืนพกใส่ไว้ในกระเป๋าถือ พร้อมพานธูปเทียนแพไปกราบแทบเท้าพระเดชพระคุณหลวงพ่อ
โดยตั้งจิตอธิษฐานไว้ที่พานว่า ลูกนำพานเทียนแพมาขอลาตาย ต่อไปนี้ลูกคงไม่ได้มาปฏิบัติธรรมอีกล้ว
ขอให้หลวงพ่ออโหสิกรรมให้ลูกด้วยเถิด หลวงพ่อไม่รับ ท่านทราบว่าเราคิดอย่างไร
แล้วท่านก็ได้ให้โอวาทเรื่องโทษของการฆ่าตัวตาย จนดิฉันเข้าใจและได้สติ
ได้ไปปฏิบัติธรรมตามคำแนะนำของคุณพาณิชย์ โดยวิธีขอกรรมฐานใช้สติกำหนดความปวดอยู่
๓ วัน โรคปวดหลังที่ทรมานมาเป็นเวลานานก็หาย ดิฉันระลึกถึงครั้งที่มากราบนมัสการหลวงพ่อใหม่ๆ
ดิฉันไม่ค่อยเข้าใจหรือรู้เรื่องการปฏิบัติกรรมฐาน และไม่ทราบถึงความเมตตาของหลวงพ่อที่กรุณาชี้ทางผ่อนคลายทุกข์ให้
โดยให้ไปปฏิบัติธรรม ก็เลยไม่ได้เข้าไปปฏิบัติกรรมฐาน หลังจากนั้นเดือนเศษดิฉันก็มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง
เพราะกระเพาะปัสสาวะอักเสบมากจนต้องผ่าตัดทันที และอีกไม่กี่เดือนก็ต้องผ่าตัดซ้ำ
ดิฉันได้มาคิดทบทวนดูก็ได้แต่โทษตัวเองที่โง่เขลาไม่มีสติปัญญาเข้าใจสิ่งที่หลวงพ่อแนะนำ
| มีอยู่ครั้งหนึ่งดิฉันหนี้กลับบ้านจากการปฏิบัติธรรม
ซึ่งเป็นวันที่ตรงกับวันพระใหญ่ คือวันมาฆบูชา ซึ่งดิฉันก็ทราบว่าหลวงพ่อเคยสอนว่าไม่ให้เดินทางในวันพระ
ดิฉันเชื่อว่าอุบัติเหตุที่ดิฉันประสบน่าจะรุนแรง แต่การที่ดิฉันรู้สึกเหมือนเห็นหน้าหลวงพ่อในช่วงเสี้ยววินาทีที่เกิดอุบัติเหตุนั้นดิฉันเชื่อว่าหลวงพ่อท่านเมตตาช่วยชีวิต
จึงรอดจากเหตุร้ายนั้นโดยไม่มีบาดแผลหรือบอบช้ำเจ็บปวดใดๆเลย
ทั้งๆที่รถพังยับ เยินเพราะพุงลงรองกลางถนน เขตอำเภอบางปะหัน
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชนต้นไม้ขนาดเท่าโคนขา ขาดไป
๒ ต้นเฉียดขอบบ่อพักน้ำ ค.ส.ล. ขนาด ๔.๐๐ x ๔.๐๐ ลึกประมาณ
๓-๔ เมตรไปไม่ถึงศอก รถพุ่งขึ้นขอบถนนฝั่งตรงข้ามแล้วเลี้ยวกลับลงร่องกลางถนนดังเดิม
จึงจอดสนิท ระยะทางจากจุดลงถึงจุดหยุดนิ่งเป็นระยะทางประมาณ
๓๐ เมตร |
 |
ปัจจุบันดิฉันดีใจและสุขใจที่ทั้งลูกชายและสามีต่างมีความศรัทธาในพระพุทธ
พระธรรม พระสงฆ์ โดยเฉพาะพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ลูกชายได้บวชเรียนที่วัดอัมพวัน
๑ เดือน ได้เข้าร่วมปฏิบัติด้วย และตั้งใจว่าจะปฏิบัติตลอดไป
เพราะพวกเราทุกคนต่างตระหนักในคำสอนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เรื่องชาติต่อๆไปและเรื่องที่จะตามเราไปเหมือนเงา
คือบาปและบุญเท่านั้
|