ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 18
:: ภาคกฏแห่งกรรม :: เรื่อง วิปัสสนากรรมฐาน คือ พลังของชีวิต
โดย สุธิดา

ดิฉันอายุ 41 ปี ทำธุรกิจขายตรงกับบริษัทแห่งหนึ่ง ชีวิตของดิฉันประสบความทุกข์อย่างสาหัส เริ่มตั้งแต่ถูกข่มขืนโดยผู้มีพระคุณเมื่อมีอายุแค่ 10-11 ขวบ ตัดสินใจเล่าให้แม่ฟัง แม่ก็ช่วยไม่ได้ แม่เกลียดลูกผู้หญิง ที่บ้านมีพี่น้องรวมดิฉัน 8 คนผู้หญิง 3 คน แม่ชอบด่าว่ามีผู้หญิงเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน แม่ติดไพ่ ชีวิตของแม่ส่วนมากอยู่ในบ่อนไพ่ พี่สาวเลี้ยงดูดิฉันช่วงสั้น พอพี่สาวออกเรือนไป พี่ชายคนโตเกเรมากชอบรังแกดิฉันเสมอ พี่ชายคนที่สองขยัน รักพ่อรักแม่และรับผิดชอบภายในบ้าน ชีวิตของดิฉัน พ่อ แม่ และน้องสาว ขึ้นอยู่กับพี่ชายคนนี้

มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เข้ามาในชีวิตของดิฉันมาก ดิฉันเคยคิดถึงขั้นฆ่าตัวตาย ดิฉันมองโลกในแง่ร้าย ใช้อารมณ์เป็นใหญ่ เป็นคนเก็บกด ดื้อรั้น ก้าวร้าว พูดโดยไม่คิด บางครั้งเป็นการทำร้ายผู้มีพระคุณ แต่พอกลับบ้านดิฉันก็เป็นเหมือนเดิม แก้ไขปัญหาชีวิตไม่ได้

จนกระทั่งเดือนมีนาคม พ.ศ. 2543 ดิฉันขอให้เพื่อนช่วยเหลือ ดิฉันยอมแพ้แล้ว ดิฉันตกลงที่จะไปวัดอัมพวันตามที่เพื่อนบอก

ดิฉันอยู่ปฏิบัติวิปัสสนาเป็นเวลา 4 วัน สิ่งที่ได้รับมาและจดจำมาตลอด คือข้อความในแผ่นป้ายหน้าห้องลงทะเบียน ซึ่งเขียนไว้ว่า "อดทนได้ รอได้ สำเร็จได้" มีกฏระเบียบการปฏิบัติธรรม ไม่มีการเรี่ยวไรเงินทำบุญ มีชุดแจก มีข้าวให้กิน โดยไม่เสียเงิน มีแม่ครูคอยให้คำแนะนำดูแลการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด รู้สึกประทับใจมาก

หลังจากครบ 4 วัน ดิฉันรู้แล้วว่าดิฉันเจอทางพ้นทุกข์แล้ว ต่อมากลางเดือนเมษายน พ.ศ. 2543 ดิฉันก็ไปอีกและไปอย่างต่อเนื่อง ดิฉันทำตามกฏระเบียบของวัดอัมพวัน ออกปฏิบัติทุกรอบไม่เคยเหลวไหล หรือแอบนอน ไม่เดินเพ่นพ่าน สิ่งที่ได้ยินในตอนนั้นบ่อยมาก แม่คือพระอรหันต์ แม่คือพระพรหม ถ้าอยากปฏิบัติได้ก้าวหน้าให้ไปขอขมามารดาฃ

พอมาปลายปี พ.ศ. 2544 ดิฉันก็ได้ทำสิ่งที่มีค่ายิ่ง คือ ได้มีโอกาสปฏิบัติดูแลแม่อย่างใกล้ชิด เพราะแม่ป่วยหนัก ในขณะที่พี่น้องต้องทำงาน ดิฉันโชคดีที่สุด ดิฉันคิดเสมอตอนดูแลแม่คอยเปลี่ยนแพมเพอร์ส (ผ้าอ้อมผู้ใหญ่) เช็ดอุจจาระ ให้แม่ขี่คอ พาไปอาบน้ำ มี่ให้ชีวิตฉันเกิดมาหนี้บุญคุณนี้ใช้จนตายก็ไม่หมด อาการแม่เริ่มทรุดหนัก จากพลิกตัวได้ก็ไม่ได้ จากนั่งได้ก็ไม่ได้ ตอนดึกตี 1 ตี 2 เคยร้องหิวก็ไม่มีเสียง ระบบภายในร่างกายไม่ตอบรับ ถ่ายตลอด ดิฉันจับพลิกซ้าย อุจจาระออกมาเป็นเลือก พลิกขวาก็ออกมาเป็นเลือด จนวันสุดท้ายแม่ก็จากไปอย่างสงบกับอกของดิฉัน ดิฉันสวดมนต์อิติปิโสกี่รอบไม่ได้นับ นี่คือสิ่งที่ดิฉันได้จากการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ดีใจได้ทำหน้าที่ของลูกด้วยความรัก ด้วยความเต็มใจ ดิฉันได้ใจพี่น้องเกือบทุกคน ถ้าดิฉันไม่ได้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ดิฉันคงคิดว่าทำไมดิฉันต้องเป็นคนดูแลแม่ และดิฉันคงต้องตกนรกทั้งเป็นด้วย ความอกตัญญูอย่างแน่นอน

หลังจากเสร็จงานศพแม่ ดิฉันก็ไปปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานอย่างต่อเนื่อง การปฏิบัติค่อย ๆ ดีขึ้น ลมหายใจละเอียดขึ้น ได้รู้มากขึ้นถึงการทำบุญให้ได้ความสุข ใจเย็นขึ้น มีสติมากขึ้น สุขภาพดีขึ้น ภูมิแพ้หาย ท้องไม่ผูก จากคนอ้วนกลายเป็นไม่อ้วน ดิฉันกลายเป็นอ่อนโยนอ่อนน้อมถ่อมตน เริ่มได้คุณสมบัติมนุษย์เพิ่มขึ้นทีละนิด

ดิฉันปฏิบัติอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ได้รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นขณะปฏิบัติ ดิฉันได้ไปปฏิบัติธรรมทั้งที่วัดอัมพวันและที่ศุนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน จังหวัดขอนแก่น โดยมีท่านพระครูเป็นผู้แนะนำและควบคุมการปฏิบัติ เมื่อกลับบ้านก็ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องไม่เคยขาด ยิ่งปฏิบัติก็ยิ่งรู้มากขึ้น สวดมนต์พุทธชัยมงคลคาถา และอิติปิโส 108 จบ ก่อนนอนและตอนเช้า เริ่มมีสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต การมองคนในแง่ร้ายหายไป รู้จักคิดก่อนพูด ความก้าวร้าวในตัวหายไป ได้พบกัลยาณมิตร

 

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่