ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 18
:: ภาคกฏแห่งกรรม :: เรื่อง หนี้ชีวิต
โดย ตรีรัตน์ ภาสเวคิน
ผมได้บวชที่วัดอัมพวัน เมื่อเดือนพฤษภาคม 2542 เป็นเวลา 1 เดือน โดยหลวงพ่อจรัญเป็นครูอุปัชฌาย์ หลังจากนั้นได้ปฏิบัติกรรมฐานเองอย่างเคร่งครัดตามที่หลวงพ่อได้เทศนาสั่งสอนมาตลอดระยะเวลาสิบกว่าปี ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าจากการที่ผมได้ยวชเรียนและปฏิบัติกรรมฐานมาโดยตลอด ทำให้ปัญหาต่าง ๆ ของผมที่มีมากมายได้ถูกแก้ไขและคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น เช่นเรื่องของลูกสาวคนโตของผมชื่อเพลิน

น้องเพลินเป็นโรคไฮเปอร์แอคทีพ (Hyperactive) และ แอลดี LD (Learning Disable) โรค Hyperactive คือการที่สมองทำงานบกพร่อง ซน อยู่นิ่งไม่ได้ ส่วนโรค LD คือการที่เด็กมีความบกพร่องในการเรียนรู้ ในวัยเด็กน้องเพลินซนมาก ๆ มีสมาธิตั้งใจเรียนได้เพียงระยะเวลาอันสั้นเท่านั้น ก็เสมือนกับว่าไม่ตั้งใจเรียน ไม่เอาใจใส่ในการเรียน โกรธง่าย หงุดหงิดง่าย ไม่ชอบรับประทานอาหาร ไม่อยู่นิ่ง แต่แปลกที่มีสิ่งหนึ่งที่มีสมาธิทำได้ดีมาก คือ การต่อจิกซอ (ตัวต่อ) ได้ถูกต้องและรวดเร็ว ถนัดในการเรียนรู้จากภาพได้เป็นส่วนใหญ


ตอนที่น้องเพลินยังเล็กอยู่ ผมไม่ได้เล็งเห็นปัญหา คิดว่าซนไปตามประสาเด็กเล็ก ผมก็ใช้วิธีการทำโทษโดยตีเขาแรง ๆ เพื่อให้จำว่าจะไม่ซน ไม่ทำแบบนั้นอีก ปัจจุบันนี้ผมยังคงเสียใจไม่หายที่เคยตีเขาแรง ๆหลวงพีอสอนผมว่าอย่าตีลูก ทั้ง ๆ ที่หลวงพ่อท่านก็ไม่เคยเห็นผมตีลูก พอมาช่วงอายุประมาณ 8-9 ขวบ เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 การเรียนการเอาใจใส่ของน้องเพลินก็ยังแย่เช่นเดิมและพบว่าน้องเพลินไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ คือชอบจำตัวอักษรสลับกัน เช่นจำผิดระหว่าง b กับ d ซึ่งเป็นโรคที่เรียกว่า Dyslexia จะมีลักษณะคือเห็นภาพสลับเป็นภาพลวงในที่สุดน้องเพลินได้ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาเป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลจุฬา ชื่อคุณหมอ อำพล สู่อำพัน จึงได้ทราบว่าน้องเพลินเป็น Hyperactive กับ LD

หลังจากที่ผมได้ทราบแล้ว จึงสังเกตพฤติกรรมของน้องเพลินเพิ่มขึ้นว่า น้องเพลินอ่านหนังสือเองไม่ได้ ต้องมีใครมาอ่านให้ฟังหรือพูดบอกถึงจะเรียนรู้ได้ เมื่อใกล้จะสอบน้องเพลินถึงจะติวหนังสือ เพราะถ้าติวแต่เนิ่น ๆ ก็จะลืมตอนนั้นผมไม่รู้จะทำอย่างไร ทั้งยังไม่เข้าใจ Hyperactive กับ LD น้องเพลินทำอะไรให้ขวางหูขวางตาไปหมด

น้องเพลินโชคดีที่มีผู้เมตตา เข้าใจ เช่นในช่วงที่เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาตอนต้น มีครูเป็นนิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะครุศาสตร์ ชื่อครูป้อ ณัชกร งามจามรีกุล ซึ่งเข้าใจว่าน้องเพลินต้องเรียนตัวต่อตัวถึงจะได้ผลดี พอมาถึงชั้นมัธยมศึกษาน้องเพลินก็มีปัญหาเรื่องการเข้ากับเพื่อน ๆ ที่โรงเรียน ต้องพาไปหาหมอซึ่งได้ให้ยามาทานเพื่อช่วยบรรเทาอาการบางอย่าง และช่วยในการเรียนหนังสือ

นับเป็นบุญของน้องเพลินที่ได้อาจารย์ ภัทราดา ยมนาค (ครูนัน) เป็นผู้ให้ทั้งความรู้ความรักและความเข้าใจแก่น้องเพลิน ตั้งแต่ยังเป็นเด็กประถม จนขณะนี้เป็นเวลา 10 กว่าปีแล้วที่น้องเพลินสัมผัสได้ว่าครูนันช่วยเขาและสอนเขาด้วยความรัก ขณะนี้น้องเพลินเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะนิเทศศาสตร์ ภาคอินเตอร์(ภาคภาษาอังกฤษ) ต้องให้ครูนันช่วยมาตลอด ครูนันเห็นว่าหากช่วยอย่างนี้เรื่อยไป น้องเพลินจะไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ครูนันจึงพยายามไม่ช่วย ไม่กี่เดือนมานี้น้องเพลินจึงได้เริ่มอ่านเองได้ และเริ่มสนุกกับการอ่านบ้างแล้ว

ขอขอบพระคุณครูนันและคุณหมออำพลเป็นอย่างมาก ที่ช่วยทำให้น้องเพลินดีขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือหลวงพ่อเสมือนเป็นผู้แนะนำโดยธรรมะนั้น จัดสรรให้ได้รู้จักกับครูนันและทุกคนที่มีส่วนร่วม น้องเพลินบอกเสมอว่าถ้าเขาจบปริญญา ใบปริญญานั้นคือของคุณครูนันครึ่งใบและอีกครึ่งใบคือของหลวงป

หลวงพ่อพูดเสมอว่า ถ้าทำความดีจะร้อนถึงพระอินทร์ ผมเชื่อว่าเพราะสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิธรรมะจะช่วยจัดสรรให้เอง แต่ผมไม่ได้หมายความว่า หากเราทำความดีแล้วทุกข์จะหายหมดไปเอง สุดท้ายที่อยากจะกล่าวถึงคือคำกล่าวของหลวงพ่อที่ว่า หนี้ทุกอย่างใช้ทดแทนได้หมด แต่หนี้บุญคุณไม่มีวันหมด

บุญคุณของหลวงพ่อจะไม่มีวันลบเลือนจากใจของผมและครอบครัวไปได้เลย

 

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่