ผมได้บวชที่วัดอัมพวัน
เมื่อเดือนพฤษภาคม 2542 เป็นเวลา 1 เดือน โดยหลวงพ่อจรัญเป็นครูอุปัชฌาย์
หลังจากนั้นได้ปฏิบัติกรรมฐานเองอย่างเคร่งครัดตามที่หลวงพ่อได้เทศนาสั่งสอนมาตลอดระยะเวลาสิบกว่าปี
ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าจากการที่ผมได้ยวชเรียนและปฏิบัติกรรมฐานมาโดยตลอด
ทำให้ปัญหาต่าง ๆ ของผมที่มีมากมายได้ถูกแก้ไขและคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น
เช่นเรื่องของลูกสาวคนโตของผมชื่อเพลิน |
 |
น้องเพลินเป็นโรคไฮเปอร์แอคทีพ (Hyperactive) และ แอลดี LD
(Learning Disable) โรค Hyperactive คือการที่สมองทำงานบกพร่อง
ซน อยู่นิ่งไม่ได้ ส่วนโรค LD คือการที่เด็กมีความบกพร่องในการเรียนรู้
ในวัยเด็กน้องเพลินซนมาก ๆ มีสมาธิตั้งใจเรียนได้เพียงระยะเวลาอันสั้นเท่านั้น
ก็เสมือนกับว่าไม่ตั้งใจเรียน ไม่เอาใจใส่ในการเรียน โกรธง่าย
หงุดหงิดง่าย ไม่ชอบรับประทานอาหาร ไม่อยู่นิ่ง แต่แปลกที่มีสิ่งหนึ่งที่มีสมาธิทำได้ดีมาก
คือ การต่อจิกซอ (ตัวต่อ) ได้ถูกต้องและรวดเร็ว ถนัดในการเรียนรู้จากภาพได้เป็นส่วนใหญ
ตอนที่น้องเพลินยังเล็กอยู่
ผมไม่ได้เล็งเห็นปัญหา คิดว่าซนไปตามประสาเด็กเล็ก ผมก็ใช้วิธีการทำโทษโดยตีเขาแรง
ๆ เพื่อให้จำว่าจะไม่ซน ไม่ทำแบบนั้นอีก ปัจจุบันนี้ผมยังคงเสียใจไม่หายที่เคยตีเขาแรง
ๆหลวงพีอสอนผมว่าอย่าตีลูก ทั้ง ๆ ที่หลวงพ่อท่านก็ไม่เคยเห็นผมตีลูก
พอมาช่วงอายุประมาณ 8-9 ขวบ เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่
3 การเรียนการเอาใจใส่ของน้องเพลินก็ยังแย่เช่นเดิมและพบว่าน้องเพลินไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ
คือชอบจำตัวอักษรสลับกัน เช่นจำผิดระหว่าง b กับ d ซึ่งเป็นโรคที่เรียกว่า
Dyslexia จะมีลักษณะคือเห็นภาพสลับเป็นภาพลวงในที่สุดน้องเพลินได้ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาเป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลจุฬา
ชื่อคุณหมอ อำพล สู่อำพัน จึงได้ทราบว่าน้องเพลินเป็น
Hyperactive กับ LD |
หลังจากที่ผมได้ทราบแล้ว จึงสังเกตพฤติกรรมของน้องเพลินเพิ่มขึ้นว่า
น้องเพลินอ่านหนังสือเองไม่ได้ ต้องมีใครมาอ่านให้ฟังหรือพูดบอกถึงจะเรียนรู้ได้
เมื่อใกล้จะสอบน้องเพลินถึงจะติวหนังสือ เพราะถ้าติวแต่เนิ่น
ๆ ก็จะลืมตอนนั้นผมไม่รู้จะทำอย่างไร ทั้งยังไม่เข้าใจ Hyperactive
กับ LD น้องเพลินทำอะไรให้ขวางหูขวางตาไปหมด
น้องเพลินโชคดีที่มีผู้เมตตา เข้าใจ เช่นในช่วงที่เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาตอนต้น
มีครูเป็นนิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะครุศาสตร์ ชื่อครูป้อ
ณัชกร งามจามรีกุล ซึ่งเข้าใจว่าน้องเพลินต้องเรียนตัวต่อตัวถึงจะได้ผลดี
พอมาถึงชั้นมัธยมศึกษาน้องเพลินก็มีปัญหาเรื่องการเข้ากับเพื่อน
ๆ ที่โรงเรียน ต้องพาไปหาหมอซึ่งได้ให้ยามาทานเพื่อช่วยบรรเทาอาการบางอย่าง
และช่วยในการเรียนหนังสือ
นับเป็นบุญของน้องเพลินที่ได้อาจารย์ ภัทราดา ยมนาค
(ครูนัน) เป็นผู้ให้ทั้งความรู้ความรักและความเข้าใจแก่น้องเพลิน
ตั้งแต่ยังเป็นเด็กประถม จนขณะนี้เป็นเวลา 10 กว่าปีแล้วที่น้องเพลินสัมผัสได้ว่าครูนันช่วยเขาและสอนเขาด้วยความรัก
ขณะนี้น้องเพลินเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะนิเทศศาสตร์
ภาคอินเตอร์(ภาคภาษาอังกฤษ) ต้องให้ครูนันช่วยมาตลอด
ครูนันเห็นว่าหากช่วยอย่างนี้เรื่อยไป น้องเพลินจะไม่สามารถช่วยตัวเองได้
ครูนันจึงพยายามไม่ช่วย ไม่กี่เดือนมานี้น้องเพลินจึงได้เริ่มอ่านเองได้
และเริ่มสนุกกับการอ่านบ้างแล้ว
ขอขอบพระคุณครูนันและคุณหมออำพลเป็นอย่างมาก ที่ช่วยทำให้น้องเพลินดีขึ้น
และที่สำคัญที่สุดคือหลวงพ่อเสมือนเป็นผู้แนะนำโดยธรรมะนั้น
จัดสรรให้ได้รู้จักกับครูนันและทุกคนที่มีส่วนร่วม น้องเพลินบอกเสมอว่าถ้าเขาจบปริญญา
ใบปริญญานั้นคือของคุณครูนันครึ่งใบและอีกครึ่งใบคือของหลวงป
|
 |
หลวงพ่อพูดเสมอว่า ถ้าทำความดีจะร้อนถึงพระอินทร์
ผมเชื่อว่าเพราะสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิธรรมะจะช่วยจัดสรรให้เอง
แต่ผมไม่ได้หมายความว่า หากเราทำความดีแล้วทุกข์จะหายหมดไปเอง
สุดท้ายที่อยากจะกล่าวถึงคือคำกล่าวของหลวงพ่อที่ว่า หนี้ทุกอย่างใช้ทดแทนได้หมด
แต่หนี้บุญคุณไม่มีวันหมด
บุญคุณของหลวงพ่อจะไม่มีวันลบเลือนจากใจของผมและครอบครัวไปได้เลย
|