ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 18
:: ภาคกฏแห่งกรรม :: เรื่อง อานิสงส์ของการปฏิบัติธรรม
โดย บุญเรือง ตั้งตรงสากล
ข้าพเจ้าเกิดที่จังหวัดสิงห์บุรี ทำงานอยู่สำนักฝนหลวงและการบินเกษตร สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อราวปลายปี พ.ศ. 2537 ข้าพเจ้าได้มาแวะกราบหลวงพ่อ พร้อมกับสามีและเพื่อนร่วมงาน เห็นป้ายประกาสกำหนดการปีใหม่ที่วัดมีการสวดมนต์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จึงได้ชวนเพื่อนและสามีไปปฏิบัติธรรมในช่วงปีใหม

ข้าพเจ้าได้พักที่ตึกปริยัติ จำได้ว่ามีคนจำนวนมากาต้องนอนแบบพอดีตัว เอาของส่วนตัวไว้บนศีรษะ แต่อาจเป็นบุญของข้าพเจ้าทำให้ข้าพเจ้าไม่บ่นเลย และค่อนข้างมีความสุข ได้ปฏิบัติธรรมในสวนป่า ซึ่งปัจจุบันนี้ฆราวาสไม่ได้เข้าไปปฏิบัติในที่นั้นอีกแล้ว ขณะนั้นมีอาจารย์สอนคือครูหมวย ครุพันธุ์ทิพย์ และคุณวิไล จำได้ว่าคุณวิไลมีเมตตามาก ตอนนอนเดินจงกรมแทบจะเอามือมาจับเท้าข้าพเจ้าเลย

การปฏิบัติธรรมอุทิศกุศลถึงพ่อแม่ได้
ทุกครั้งหลังออกจากกรรมฐานกลับบ้าน มักพบว่าพ่อมาหาที่บ้าน ข้าพเจ้าระลึกคำหลวงพ่อที่สอนว่า ถ้าทำไม่ดีไว้กับพ่อแม่ให้ขออโหสิกรรม ข้าพเจ้าก็ทำ แต่ด้วยยังมีความไม่พอใจการกระทำที่ผ่านมาของพ่อ ที่มีผลกระทบให้ข้าพเจ้าและน้อง ๆ ต้องเผชิญความลำบากมากหลังจากแม่เสียชีวิต และด้วยความเขลาเบาปัญญาของข้าพาเจ้า แม้จะขออโหสิกรรมแล้ว แต่ข้าเจ้าก็ไม่ได้ทำดีกับท่านได้ตลอด ในที่สุดท่านก็จากข้าพเจ้าและน้องไป

การที่พ่อแม่มาหาข้าเจ้าบ่อยในช่วงไปปฏิบัติธรรมนั้นไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา มันเป็นความไม่ปกติ เพราะธรรมดาพ่อไม่เคยมาหาข้าเจ้าเลย แต่ในช่วงที่ข้าพเจ้าปฏิบัติธรรมนั้นท่านมาบ่อย และมักจะมาตรงกับวันที่ข้าพเจ้าออกจากกรรมฐาน มาระลึกได้ในช่วงปี 2546 นี้ว่าการทำกรรมฐานสามารถแผ่กุศลให้พ่อได้ พ่อจึงมาหาเรา ซึ่งน่าเสียดายที่ข้าเจ้าควรปฏิบัติดีต่อท่านในฐานะลูกที่ดีมากกว่านี้ ไม่ใช่แค่แบ่งเบาภาระท่านในการเลี้ยงดูแลน้องเท่านั้น แต่ควรปฏิบัติดีต่อท่านโดยตรง โดยเฉพาะไม่ควรพูดล่วงเกินท่านให้เสียใจเลย

การปฏิบัติธรรมมีผลต่อหน้าที่การงาน
ปี 2539 ข้าพเจ้าไปรับราชการที่จังหวัดขอนแก่น ข้าพเจ้าปฏิบัติธรรมสม่ำเสมอ ถ้าไม่ทำกรรมฐานก็สวดมนต์ และใส่บาตรบ่อยมาก (อยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้ใส่บาตร) ในช่วงนั้นมีการให้เขียนผลงานเพื่อเลื่อนตำแหน่ง เป็นงานวิจัยข้าเจ้าไม่เคยเขียนงานวิจัย แม้หัวข้องานวิจัยข้าพเจ้าก็ยังไม่มี ขณะที่เพื่อนร่วมงานของข้าพเจ้าหลายคนมีผลงานพร้อมแล้ว ด้วยกุศลกรรม (ทาน ศีล และภาวนา) ข้าพเจ้าจึงคิดหัวข้ออก และนำมาทำเป็นงานวิจัยเรื่องแรก ใช้เวลาไม่นานก็สำเร็จ และเมื่อต้องทำงานวิจัยมากกว่าหนึ่งเรื่อง ถ้าทำได้สำเร็จ ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน และเป็นผลงานที่กรรมการและผู้บังคับบัญชาขณะนั้นชอบเนื้อหา ทำให้ข้าพเจ้าได้ตำแหน่งสูงขึ้น ข้าพเจ้าเชื่อว่าเป็นผลจากการที่ข้าพเจ้ามีทาน ศีล ภาวนา ครบในขณะนั้น

การปฏิบัติธรรมทำให้เรียนหนังสือได้ดี
ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะเรียนต่อปริญญาโท แต่ตอนเรียนปริญญาตรีได้คะแนนเฉลี่ยไม่ดี ต้องได้การรับรองจากผู้บังคับบัญชาจึงจะสมัครสอบได้ จนกระทั่งปี 2542 ได้เรียนปริญญาโทที่คณะสถิติประยุกต์ สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ ผลการเรียนข้าพเจ้าได้เกรดเฉลี่ยประมาณ 3.5

การปฏิบัติธรรมทำให้ศัตรูกลับเป็นมิตร
ตลอดเวลาประมาณ 40 กว่าปีที่มีชีวิตอยู่ ได้สร้างมิตรให้เป็นศัตรู ไม่เว้นแม้แต่ญาติพี่น้อง บางครั้งก็ต้องมาเกลียดกันเป็นศัตรูกัน นี่คือชีวิตที่ผ่านมา หลังจากได้มาปฏิบัติธรรมกับหลวงพ่อ ความคิดแ ละพฤติกรรมก็เปลี่ยนศัตรูก็เริ่มเป็นมิตร ยิ่งนานวันก็ยิ่งมองความดีของคนอื่น ๆ มากาขึ้น มือไม้อ่อนขึ้น ระลึกถึงความเลวของตัวเองมากขึ้น ผลมันเกิดที่ใจเรา มันเป็นสุข อิ่มเอิบใจ ข้าพเจ้าไม่เกลียดใครอีกเลย จะมีโกรธบ้าง แต่ความพยาบาทจากการโกรธน้อยลงและมักอภัยให้เสมอ ชีวิตต่อไปนี้คงเป็นชีวิตที่เหลือที่จะทำให้ศัตรูกลับเป็นมิตร และคงเลิกคิดว่าใครเป็นศัตรูกับเราเสียที หลังจากหลงตกนรกมานาน

ความกตัญญูมีผลต่อความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรม
ข้าพเจ้าได้มาปฏิบัติธรรมในโครงการมุทิตาสักการะรุ่นที่ 4 ระหว่างวันที่ 5-12 สิงหาคม พ.ศ. 2546 เป็นการปฏิบัติธรรมถวายหลวงพ่อเป็นประจำ ก่อนถึงวันคล้ายวันเกิดท่าน ในการอบรมครั้งนี้มีพระอาจารย์จิรายุทธ์ อธิฉันโท เป็นพระวิทยากร เป็นโชคดีของข้าพเจ้าที่มีการปฏิบัติธรรมแบบเนสัชชิกังคธุดงค์ ถือการนั่งเป็นวัตร คือ นั่ง ยืน เดิน ไม่นอน จนถึงรุ่งอรุณ ครั้งนี้ข้าพเจ้าไม่เผลอสติเลย สามารถตามอารมณ์ได้ตลอด ความรู้ตัวยังคงอยู่ไปถึงอีกวันต่อมา ทำให้การปฏิบัติกรรมฐานในวันต่อมาก็ยังรักษาอารมณ์กรรมฐานต่อเนื่อง รักษาปัจจุบันธรรมดาข้าพเจ้าคิดว่าเป็นผลจากความกตัญญูที่มีต่อครูบาอาจารย์ (หลวงพ่อจรัญ) ทำให้ข้าพเจ้ามีความเพียรอย่างมาก

หวังว่าเรื่องประสบการณ์ของข้าพเจ้า คงทำให้ผู้ปฏิบัติบางท่านได้มีกำลังใจที่จะทำความเพียรในการปฏิบัติกรรมฐานต่อไป

 

หน้าที่แล้ว --- หน้าถัดไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่