ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 18
:: ภาคกฏแห่งกรรม :: เรื่อง จากสวดพาหุงมหากาสู่การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
โดย ชลธิชา ชาญวิชา

ในกฎแห่กรรมเล่มที่ ๑๗ ข้าพเจ้ากล่าวถึงความมหัศจรรย์ของข้าพเจ้าคือ นายสมศักดิ์ ชาญวิชา ผู้ช่วยนายสถานีรถไฟลพบุรี ได้สวดพหุงมหากา และเกิดความเจริญรุ่งเรือง มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เป็นแรงบันดาลใจให้ข้าพเจ้าปฏิบัติตามด้วยความศัทธาอย่างแรงกล้า

ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าสวดมนต์เสร็จจะอธิษฐานจิตว่า "ขอให้ข้าพเจ้าได้มีช่องทางทำมาหากิน เพื่อช่วยภาระค่าใช้จ่ายในบ้านเพราะบ้านที่สร้างยังต้องผ่อนอยู่ และขอให้พบกับญาติทางธรรม มาช่วยเหลือเกื้อกูลข้าพเจ้าด้วยเถิด" ไม่นานคำอธิฐานจิตเป็นไปดังปรารถนา ข้าพเจ้าได้มีโอกาสรู้จักกับคุณณัฐวัชร - ศรินยา เมธารมณ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคนที่ ๓ ของโลก ในบริษัทขายตรงแห่งหนึ่ง ทั้งสองคนเคยฝึกปฏิบัติธรรมกับคุณแม่ ดร.สิริ กรินชัย

จากแม่บ้านธรรมดาคนหนึ่ง ข้าพเจ้าได้ตัดสินใจทำงานกับบริษัทขายตรงแห่งนี้ หลวงพ่อทราบแล้วให้พรว่า "ให้อดทน ตั้งในทำงาน ก่อนสบายต้องลำบากก่อนเสมอ" หลวงพ่อจะแผ่เมตตาให้ ข้าพเจ้ารับพรจากหลวงพ่อแล้วทำงานด้วยความตั้งใจ พร้องทั้งไม่ลืมสวดมนต์แล้วแผ่เมตตาไปด้วย

งานของข้าพเจ้าเจริญรุ่งเรืองตามลำดับ เดือนแรกขึ้นตำแหน่งผู้จัดการ เดือนที่สองขึ้นตำแหน่งผู้จัดการอาวุโส ขายสินค้าทะลุเป้ามากมาย การทำงานครั้งนี้ทำให้ข้าพเจ้ารู้สัจธรรมของชีวิตว่า "ตนเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งแห่งตน" เรียนให้รู้ ดูให้จำ ทำให้จริง ที่หลวงพ่อเคยสอยไว้ ข้าพเจ้านำมาปฏิบัติ ข้าพเจ้าทำงานด้วยคาวมจริงจัง กินน้อย นอนน้อย พักผ่อนน้อย ข้าพเจ้าเหนื่อยมาก ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ เลย ความสบายต้องลงทุนด้วยความลำบากก่อนเสมอ เป็นจริงดังที่หลวงพ่อพูด บางวันกลับถึงบ้านด้วยร่างกายเหนื่อยล้า ทำให้ไม่ได้สวดมนต์ไหว้พระ สวดบ้างไม่สวดบ้าง ทำให้หน้าที่การงานมีปัญหาและอุปสรรค ช่วงที่ข้าพเจ้ายังแก้ปัญหาไม่ได้รู้สึกสับสนมืดมนอยู่นั้น คืนหนึ่งข้าพเจ้าฝันไปว่า ได้เดินไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง เคว้งคว้างมาก มีผู้คนมากมาย มีหลวงพ่อเดินนำพาไป และมีเสียงหนึ่งมากระซิบที่ข้างหูหลายครั้งว่า "ต้องมาเจริญกรรมฐานเจ็ดวัน ชีวิตถึงจะเจริญรุ่งเรือง"

ข้าพเจ้าตื่นขึ้นมาทบทวนความฝัน ตื้นตันใจจนน้ำตาไหลในความเมตตาปราณีของครูบาอาจารย์ ที่ถึงคราวลูกศิษย์อยู่ในฐานะลำบาก หลวงพ่อมีเมตตาเตือนสติ และส่องแสงสว่างแห่งปัญญามาให้

วันหนึ่งมีญาติธรรมโทรศัพท์มาถามข้าพเจ้าว่า จะเข้าปฏิบัติธรรมในโครงการปฏิบัติธรรมถวายเป็นกุศลแด่หลวงพ่อ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๗๕ ปีของหลวงพ่อ ในวันที่ ๕ - ๑๒ สิงหาคม ๒๕๔๖ นี้หรือไม่ ข้าพเจ้ารีบตอบรับทันที ตั้งใจไปปฏิบัติกรรมฐานเจ็ดวัน เพื่อทดแทนคุณของครูบาอาจารย์ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยอยู่ถึงเจ็ดวันเลย ไม้แน่ใจว่าตัวเองจะอดทนเพียงไร

วันแรกของการปฏิบัติธรรม เดินครึ่งชั่งโมง นั่งครึ่งชั่งโมง จิตเริ่มสงบ เริ่มทบทวนชีวิตที่ผ่านมา ความผิดพลาดใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการกระทำขอตัวเองโดยรู้บ้างไม่รู้บ้าง ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกผิด ข้าพเจ้าโชคดีที่ได้พบหลวงพ่อ ที่เป็นผู้ชี้แนวทางให้ข้าพเจ้าพบพระธรรมในพระพุทธศาสนา ทำให้รู้สึกซาบซึ้งจนน้ำตาไหลออกมาดดยไม่รู้ตัว วันที่สี่ของการปฏิบัติธรรม ความเจ็บปวดเกิดขึ้นขณะนั่งกรรมฐาน ปวดเข่า ปวดแขน ปวดขา ข้าพเจ้าคิดลำพองในใจว่า ปวดแล้วกำหนดคงหายเหมือนเมื่อวาน ด้วยความที่ตั้งใจอยากจะชดใช้กรรม ข้าพเจ้าอธิษฐานจิตว่า เวรกรรมใด ๆ ที่ข้าพเจ้าทำมา ข้าพเจ้าขอชดใช้กรรมให้หมด ขอให้เจ้ากรรมนายเวรจงมารับเอาด้วยเถิด สิ้นคำอธิฐานได้ไม่นาน ความปวดเพิ่มทวีความรุนแรง ปวดหัวปวดแขน ปวดทั่วสกลกาย ตั้งสติไม่ได้ ไม่รู้จะกำหนดอะไรก่อน ข้าพเจ้ารู้สึกมึนงง วิงเวียนศีรษะ ใจสั่นอย่างรุนแรง เหงื่อเริ่มแตกเป็นเม็ด ๆ เหมือนคนใกล้จะตาย คิดว่านาทีตายคงรออยู่เบื้องหน้า แต่ข้าพเจ้าไม่ยอมลืมตาออกจากกรรมฐาน เพราะหลวงพ่อเคยบอกไว้ว่า ไม่เคยมีใครตายเพราะกรรมฐาน ข้าพเจ้ากำหนตั้งสติว่า "รู้หนอ" "รู้หนอ" รู้ว่ายังมีสติอยู่กับตัวและบอกกับตัวเอง จะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ข้าพเจ้าจะทดแทบบุญคุณของหลวงพ่อให้จงได้ ทันทีที่คิดถึงหลวงพ่อ เสียงกริ่งเตือนบอกหมดเวลา ข้าพเจ้าจึงออกจากกรรมฐาน แล้วต่อด้วยอโหสิกรรมแล้วค่อยแผ่เมตตา ทุกครั้งที่มีการแผ่เมตตาและแผ่ส่วนกุศล ข้าพเจ้ามีความปลื้มปีติขนลุกขนผอง ในขณะที่แผ่ส่วนกุศลออกไป

มาถึงวันที่ห้าวันที่หกของการปฏิบัติธรรม ข้าพเจ้ามีความรู้สึกอึดอัด หายใจไม่ค่อยสะดวก หนักเนื้อหนักตัวเหมือนมีอะไรมารัดตัวไว้ พลันนึกถึงคำของหลวงพ่อที่ว่า "มารไม่มี บารมีไม่เกิด" "ทำความดีต้องฝึกใจ" ข้พเจ้าจึงทำสติให้หมั่นคง ตั้งมั่น อดทน นึกถึงหลวงพ่อแล้วมีกำลังใจอดทนต่อความยากลำบากได้ ในที่สุดข้าพเจ้าก็ปฏิบัติธรรมได้ครบเจ็บวัน ได้สร้างความดีให้กับตัวเอง บุญกุศลที่เกิดขึ้นข้าพเจ้าขอน้อมถวาบแด่ "หลวงพ่อจรัญ" ที่ข้าพเจ้าศรัทธาและเทิดทูลอย่างสูงสุด

ชีวิตของข้าพเจ้ายังต้องดิ้นรนต่อสู้ต่อไป แต่ข้าพเจ้าจะไม่หวั่นไหวกับสิ่งใด ถ้าตราบใดที่ข้าพเจ้าใช้สติในการดำรงชีวิตอยู่ ข้าพเจ้าตั้งใจไว้ว่าจะละชั่วประพฤติดี และทำหน้าที่ของแม่และของมนุษย์คนหนึ่งให้ดีที่สุด

ลูกสำนึกในพระคุณของหลวงพ่อที่ชี้ทางบรรเทาทุกข์ให้ลูก ในยามที่ลูฏอ่อนแอและท้อแท้หมดกำลังใจ หลวงพ่อทำให้ลูกเกิดแสงสว่างแห่ปัญญษ มีสติ มีความอดทนและเข็มแข็ง เพื่อต่อสู่กับปัญหาที่เกิดขึ้น

เนื่องในวันเกิดครบ ๗๖ ปี ของหลวงพ่อในปีนี้ บุญกุศลใดที่ลูกกระทำมาขอน้อมถวายแด่หลวงพ่อ ลูกขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย ช่วยปกป้องคุ้มครองให้หลวงพ่อมีร่างการที่สมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็ฐ อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูฏและปวงชนตลอดชั่วกาลนานเทอญ

 

หน้าที่แล้ว --- หน้าถัดไป

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่