ในวันนั้นเวลาประมาณ ๑๔.๐๐ น. พรรคพวกซึ่งอยู่จังหวัดเชียงใหม่ได้นำรถยนต์มารับที่จังหวัดเชียงรายแล้ว
ได้นำข้าพเจ้าและภริยาข้าพเจ้าไปพักที่โรงแรมดุสิตไอส์แลนด์รีสอร์ท
และได้พาเที่ยวข้ามแดนไปท่าขี้เหล็กประเทศพม่า ก่อนที่จะข้ามไปนั้น
ได้นำอาวุธปืนพกสั้นไปฝากไว้กับตำรวจท้องที่ แล้วจึงขับรถไปท่าขี้เหล็กประเทศพม่า
ผิดคาดจริง ๆ ตลาดค่อนข้างจะเงียบเหงาเพราะระยะนี้ด้านพม่าปิดประเทศหลายครั้งมาก
แต่รูปหล่อของบุเรงนองซึ่งหล่อด้วยโลหะประมาณขนาด ๒ เท่าครึ่งของพระองค์จริงและสร้างไว้
ณ สนามแห่งหนึ่ง ยังคงยืนมือกุมดาบมองมายังประเทศไทย หลังจากเที่ยวเสร็จแล้ว
จะเดินทางกลับโรงแรม พรรคพวกจะลืมอาวุธปืนที่ฝากตำรวจไว้หรือไม่ก็ตาม
ข้าพเจ้าได้เตือนพรรคพวกว่า "อย่าลืมอาวุธปืนที่ฝากไว้นะ" พรรคพวกจึงแวะไปเอาปืนที่สถานีตำรวจนั้น
คืนนั้นในห้องนอนของข้าพเจ้ากว่าจะได้นอนก็หลังเที่ยงคืนแล้ว
เพราะความประมาทของข้าพเจ้าทำให้มีดโกนหนวดบาดที่ริ้วชี้ซ้าย
และเลือดไหลไม่ยอมหยุด ต้องใช้ผ้ากดไว้นานประมาณหนึ่งชั่วโมง
เลือดจึงหยุดไหล มองที่ลำน้ำกกที่ไหลไม่หยุดนิ่ง ทำให้คิดเลยไปว่าเมื่อเส้นโลหิตแตกในสมอง
ถ้าไม่ได้หลวงพ่อจรัญช่วย คงไม่มีชีวิตมาเที่ยวถึงวันนี้
วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๔๖ จากจังหวัดเชียงรายได้เดินทางกลับโดยรถยนต์จะมาขึ้นเครื่องบินที่สนามบินจังหวัดเชียงใหม่
พรรคพวกได้พาไปดูบ้านของเขาที่จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง
แล้วเสร็จประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ขนาดบ้านใหญ่โตกว้างขวางมาก
เมื่อดูเสร็จแล้วพรรคพวกจะขับรถไปส่งที่สนามบินเวลาประมาณ ๑๖.๐๐
น. ปรากฏว่ารถเบนซ์ที่พรรคพวกขับมาส่งนั้น หาลูกกุญแจไม่พบ เขาได้ถามลูกชายว่าลูกกุญแจอยู่ที่ลูกหรือเปล่า
ลูกว่าไม่ได้อยู่กับเขา ภรรยาของพรรคพวกข้าพเจ้าให้เข้าไปค้นหาในบ้าน
คิดว่าคงจะลืมทิ้งไว้ ในขณะนั้นเอง รู้สึกว่าคล้ายจะมีใครกระซิบบอกข้าพเจ้าให้ไปมองที่พื้นดินด้านท้ายรถเบนซ์
ข้าพเจ้าจึงมองไปก็ได้เห็นลูกกุญแจร่วงหล่นอยู่บนพื้นดิน ห่างจากท้ายรถประมาณ
๕ วา ข้าพเจ้าได้หยิบลูกกุญแจขึ้น แล้วว่าลูกกุญแจตกอยู่บนพื้นดิน
ท้ายรถเบนซ์นี่เอง ภริยาของเขาบอกกับสามีว่ากุญแจอยู่นี่แล้ว
พรรคพวกก็ขับรถมาส่งข้าพเจ้าและภรรยาข้าพเจ้าที่สนามบิน โดยสารเครื่องบินกลับกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ
เรื่องที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ อาจเกิดจากการสวดมนต์ภาวนา
การเดินจงกรม และนั่งสมาธิตามที่หลวงพ่อจรัญได้เมตาพร่ำสอน อนึ่ง
ข้าพเจ้ายังจำคำพูดของหลวงพ่อตอนหนึ่งว่า "พุทธศาสนิกชนต่างได้มาที่วัดอัมพวันกันเสมอ
ล้วนแต่เคยเป็นทหารหาญซึ่งเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมากับหลวงพ่อแต่ชาติปางก่อน"
แต่ผู้ใดจะรู้แจ้งเห็นจริงเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับการปฏิบัติของผู้นั้นเอง
|