ขนาดตัวอักษร: เพิ่มลดปกติ


สมัครสมาชิกยกเลิก










 

 

 

 

พบข้อผิดพลาดในเว็บไซต์
แนะนำ ติดชม สอบถาม หรือต้อง
การความช่วยเหลือ ติดต่อ
webmaster@jarun.org

รายนามคณะผู้จัดทำ

 


คลิกที่ชื่อหนังสือด้านล่าง เพื่อกลับสู่หน้ารวมตอนทั้งหมด
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 18
:: ภาคกฏแห่งกรรม :: เรื่อง พระเทพสิงหบุราจารย์(หลวงพ่อจรัญ) ที่ข้าพเจ้ารู้จัก(๓)
โดย นายชัยวัฒน์ เกตุปรีชาสวัสด

ข้าพเจ้าเคยเขียนบทความตอนที่ ๒ ลงในหนังสือกฏแห่งกรรม-ธรรมปฏิบัติ เล่มที่ ๑๗ ในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของหลวงพ่อเจริญอายุครบ ๗๕ ปี วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๔๖

ในบทความตอนที่ ๒ ดังกล่าวแล้ว ข้าพเจ้าได้กล่าวว่า เมื่อพูดถึงเรื่องพระเครื่องขอพูดถึงพระเครื่องที่ระลึก พระเขี้ยวแก้ว พระพุทธเจ้า พิธีวิสาขบูชา พระครูภาวนาวิสุทธิ์ ณ ประเทศศรีลังกา วันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๑๕ เป็นพระเครื่องขนาดฐานกว้าง ๓.๙ ซม. สูงประมาณ ๖.๔ ซม. ราคาที่หาเช่ากันที่ประมาณ ๕,๐๐๐ บาทต่อ ๑ องค์ เป็นพระเครื่องที่ท่านหลวงพ่อจรํญสร้างขึ้นเองประมาณ ๑๐๘ องค์ ข้าพเจ้ามีโอกาสได้พบที่วัดอัมพวัน ๑ องค์ เจ้าของคิดค่าเช่าบูชาองค์ละ ๗๕๐ บาท ตอนนั้นก่อนที่พระมีราคาเช่าองค์ละ ๕,๐๐๐ บาท

ข้าพเจ้าไม่สนใจโดยเห็นว่าเป็นพระเครื่องใหญ่โต ไม่เหมาะที่จะคล้องคอ ต่อมาภายหลังได้ทราบถึงประวัติและการหายากของพระดังกล่าว จึงนึกเสียดายและอยากได้ไว้เคารพบูชา ตอนบ่ายของวันหนึ่ง พ.ศ.๒๕๔๖ ขณะที่นอนพักผ่อนอยู่ที่บ้าน จิตใจเล่าร้อนอยากไปสนามพระซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ ๑ กิโลเมตรเศษ ผลที่สุดก็ตัดสินใจไปเยี่ยมสนาม ปรากฏว่ามีพระเขี้ยวแก้วของหลวงพ่อจรัญอยู่ในแผงพระ ๑ องค์ ข้าพเจ้าได้เช่าบูชาราคา ๓๐๐ บาท ดังปรากฏตามภาพ ซึ่งมีหลงเข้ามาเพียงองค์เดียวตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๒๒ เป็นต้นมาจนถึงปีนี้ เป็นเรื่องที่ยากมาก ซึ่งพระเครื่องจำนวนน้อยจะหลงเข้ามาในสนามพระกรุงเทพมหานคร และดลบันดาลใจให้ผู้อยากได้ ได้มีโอกาสพบเห็นอย่างหน้ามหัศจรรย์ และได้เป็นเจ้าของพระในราคาถูกยิ่งอย่างนี้

เมื่อบทความตอนที่ ๒ ได้พูดถึงพระเขี้ยวแก้ว แต่มิได้กล่าวถึงความจริง ข้าพเจ้าได้คิดเสียด้วยว่าพระของหลวงพ่อจรัญน่าจะอยู่ในสนามพระ เมื่อเดินทางไปสนามก็พบพระของหลวงพ่อจรัญทันที ลางสังหรณ์น่าจะได้มาจากมารดาของข้าพเจ้า ซึ่งถึงแก่กรรมแล้วเมื่ออายุ ๙๔ ปี เมื่อมีชีวิตอยู่มารดาของข้าพเจ้าได้เล่าให้ข้าพเจ้าฟังเสมอ สมัยมารดาของข้าพเจ้าตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลวัดโพธิ์ชนไก่ อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี มีหญิงมาเข้าฝันว่า นางเป็นผู้เฝ้ารักษาพระสังกัจจายน์มานานแล้ว ไม่มีโอกาสไปผุดไปเกิดเสียที นางจึงขอให้ไปขุดบริเวณพระปูนที่หัก และมีต้นเถาหางไหลแดงขึ้นแซม ถ้าขุดไปลึก ๒ วา ก็จะพบ เนื่องจากบริเวณที่ขุดนั้นเป็นป่าวัดร้าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผลสงคราม พม่าได้รุกรานประเทศไทย ทั่วไปยังเป็นป่า บางแห่งเป็นวัดร้าง เดินไปไม่ระวังจะเตะเกศพระซึ่งฝังดินและโผล่แค่พระเกศเท่านั้น มารดาของข้าพเจ้าไม่กล้าเข้าไป จึงเล่าให้บิดาของข้าพเจ้าฟัง บิดาข้าพเจ้าบอกว่าท่านกินมากก็ฝันมาก ไม่เชื่อคำที่ข้าพเจ้าบอก ครั้นตกกลางคืนมารดาข้าพเจ้านอนหลับแล้ว

ปรากฏว่าหญิงนั้นก็ได้มาเข้าฝันเช่นเดิมอีก มารดาข้าพเจ้าจึงจุดธูปและบอกกับหญิงนั้นว่า มารดาข้าพเจ้าไม่กล้าไปและบอกกับบิดาของข้าพเจ้าแล้วก็ไม่เชื่อ ขอให้ไปเข้าฝันบอกบอดาข้าพเจ้าเอง และในคืนนั้น ปรากฏว่าหญิงนั้นได้ไปเข้ฝันบิดาของข้าพเจ้าให้ไปขุดพระสังกัจจายน์ โดยบอกตำแหน่งที่จะขุด อยู่บริเวณพระปูนที่หัก และต้นเถาหางไหลแดงขึ้นแซมพอดี เมื่อบิดาข้าพเจ้าตื่น ขึ้นก็ลองไปขุดตามที่ผู้หญิงคนนั้นบอกเมื่อเดินทางเข้าวัดร้าง พบพระปูนหักและต้นเถาหางไหลแดงขึ้นแซมจึงผลักพระปูนออก และขุดลงไปลึก ๒ วาก็พบพระสังกัจจายน์ ๑ องค์ ขนาดเท่าไข่เป็ด พระพักตร์ยิ้ม มีดอกพิกุลคล้ายร่วงจากรอยยิ้ม ต่อมาครอบครัวของข้าพเจ้าจะอพยพไปอยู่อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เรือที่บรรทุกสิ่งของได้เกยตื้นตรงหมู่ ๘ ตำบลไม้ดัด อำเภอบางระจัน จุงหวัดสิงห์บุรี คุณยายช้อยซึ่งเป็นคหบดีที่นั่นได้ชวนขึ้นพักที่หมู่ ๘ ตำบลไม้ดัด พอดีมีห้องว่างจึงตกลง และข้าพเจ้ได้ถือกำเนิด ณ บ้านหลังนี้เอง มารดาได้บูชาพระสังกัจจายบ์ไว้บนหลังตู้ซึ่งใส่เสื้อผ้าจำหน่าย เนื่องจากบ้านข้าพเจ้าเป็นร้านค้าชั้นเดียว มารดาข้าพเจ้ามักจะเล่าให้ผู้สนิทชิดชอบฟังประวัติการได้พระสังกัจจายน์มา จนผลที่สุดพระสังกัจจายน์ดังกล่าวได้ถูกคนร้ายลักไปในเวลากลางวัน ในขณะที่ไม่มีคนเฝ้าหน้าร้าน มารดาข้าพเจ้าร้องไห้และสาปแช่งคนร้ายที่ลักไป มีหญิงรายหนึ่งเขาหาว่ามารดาข้าพเจ้าสาปแช่งสามีเขา ความจริงสามีเขาไม่ได้เป็นผู้ลักไปแต่อย่างไร
มารดาของข้าพเจ้าบอกหญิงนั้นไปว่าไม่ได้แช่งสามีของเขา แช่งเฉพาะคนที่ลักพระไป และต่อมาสามีของหญิงดังกล่าวปรากฏข่าวลือว่า ได้ร่วมกับพวกเป็นโจรปล้นทรัพย์และถูกตำรวจยิงจนถึงกับความตาย สำหรับพระสังกัจจายน์ที่ขโมยไปนั้น ได้นำไปเล่นการพนัน และเสียพนันไป เรื่องพระสังกัจจายน์ที่ได้มาแล้วหายไป มารดาของข้าพเจ้าได้เล่าให้ข้าพเจ้าฟังหลายครั้ง ก็ตรงกันทุกครั้ง พี่สาวคนโตของข้าพเจ้าปัจจุบีนอายุ ๘๐ ปี ซึ่งเป็นเจ้าของโรงสีข้าว มานะเฟื้องฟู อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี ขณะนี้ยังมีชีวิตอยู่ได้เล่าเรื่องการได้พระสังกัจจายน์มาและถูกคนร้ายเอาไปให้ข้าพเจ้าฟัง ซึ่งก็ตรงกันกับคำบอกเล่าของมารดาข้าพเจ้า ดังกล่าวแล้วด้วย ทำให้ข้าพเจ้าพยามเช่าหาพระสังกัจจายน์ ผลที่สุดในระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๑๒ - ๒๕๒๐ ระหว่างที่ข้าพเจ้ารับราชการอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ได้เช่าพระสังกัจจายน์หน้าตักกว้าง ๒ นิ้ว ได้ ๑ องค์ ราคา ๒๕๐ บาท เนื้อทองเหลือง ลงรักลงชาดปิดทอง แต่ชาดและทองได้หลุดหายไปแล้ว คงมองเห็นที่เหลืออยู่เท่านั้น และด้านหลังองค์พระด้านซ้ายมีรอยคล้ายถูกจอบหรือเสียม ๑ แห่ง สำหรับผ้าที่ห่มคลุมเป็นลายดอกพิกุลที่หน้าอกขวามีดอกพิกุล ๑ ดอก ที่ใต้อกซ้ายมีดอกพิกุล ๑ ดอก เป็นพระยุครัตนโกสินทร์ ดังปรากฏตามภาพ ข้าพเจ้าพยายามเช่าพระสังกัจจายน์ไว้ดังกล่าว อาจจะเป็นองค์เดียวกันก็ได้ เรื่องดังกล่าวเมื่อไต่ตรองด้วยเหตุและผลแล้ว ทำให้เชื่อว่าวิญญาณที่เฝ้ารักษาพระนั้นมีอยู่จริง และพระที่จะตกไปอยู่กับผู้ใดนั้น ขึ้นอยู่กับจิตของบุคคลจะมีศรัทธากับพระนั้นเพียงใด แต่มารดาของข้าพเจ้าได้บอกกับข้าพเจ้าไว้ว่า "ลูกเอ๋ย มีพระไว้ห้อยคอเพียง ๑ องค์ก็พอ" มารดาของข้าพเจ้าระหว่างมีชีวิตอยู่มีจิตศรัทธาเคารพหลวงพ่อจรัญเป็นอย่างมาก

มีเหตุการณ์อยู่ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าได้เหมารถตู้ มีคนนั่งไปในรถประมาณ ๑๒ คน ไปกราบนมัสการหลวงตาโง่น โสรโย วัดเขารวก อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร สมัยนั้นหลวงตาโง่นยังมิได้ละสังขาร ท่านมีความผูกพันกรมอัยการมาก โดยเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๒๕ ท่านได้รับนิมนต์จากกรมอัยการมาพุทธาภิเศกพระกริ่งอธิบดีและพระชัยพระผงอธิบดี ซึ่งข้าพเจ้าริเริ่มสร้างเป็นครั้งแรกที่พระอุโบสถวัดชัยพฤกษ์มาลา ซึ่งอยู่ที่ธนบุรี ที่เล่าลือกันมากคือท่านนั่งสมาธิเห็นศาลหลักเมืองพิจิตรโบราณ ซึ่งในขณะนั้นร่องรอยของที่ตั้งศาลหลักเมืองได้สูญหายไปหมดแล้ว และท่านยังได้นั่งสมาธิเห็นพระฤาษีถูกฝังจมดินอยู่ และได้เชิญมาไว้ที่วัดแล้ว ข้าพเจ้าและคณะยังได้ไปกราบพระฤาษีดังกล่าวด้วย ขากลับรถได้วิ่งมาถึงอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ฝนหยุดตกใหม่ ๆ เวลาประมาณหนึ่งทุ่มเศษ เห็นชายคนหนึ่งอายุประมาณ ๔๐ ปีเศษ นอนไม่ไหวติงอยู่บนถนนซีกซ้าย มีรถจักรยานล้มอยู่ซ้ายมือ ได้ถามคนในรถก็ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด และข้าพเจ้าไม่ได้หยุดช่วยเหลือผู้นั้นแต่อย่างใด

หลังจากข้าพเจ้าได้ย้ายจากจังหวัดนครสวรรค์ไปดำรงค์ตำแหน่งกองที่ปรึกษากรมอัยการ ภริยาข้าพเจ้ายังคงทำคลินิกที่อำเภอพยุหะคิรี จังหวัดนครสวรรค์ โดยข้าพเจ้าจะขับรถยนต์ออกจากกรุงเทพวันศุกร์ตอนเย็น และทำคลินิกในวันเสาร์และอาทิตย์ จึงกลับกรุงเทพในวันอาทิตย์ ในเที่ยวไปคือวันศุกร์ตอนเย็น ขณะนั้นถนนมืดแล้ว รถต้องเปิดไฟ เวลาประมาณหนึ่งทุ่มเศษ ข้าพเจ้าเป็นคนขับ ภริยานั่งข้างซ้าย ไปถึงสะพานแห่งหนึ่ง ข้าพเจ้าสังเกตเห็นชายอายุ ๒๐ ปีเศษ แต่งกายด้วยชุดทหารพราน ถูกรถชนเลือดอาบเต็มใบหน้า มือทั้งสองอยู่ในท่าจับพวงมาลัยรถจักรยานซึ่งตะแคงอยู่ด้านซ้ายติดกับทางเดินสะพาน ข้าพเจ้าไม่กล้าหยุดช่วยเหลือ เพราะมืดมากแล้ว และภริยาข้าพเจ้านั่งอยู่ด้านซ้ายก็ไม่ได้มองเห็นเหตุการณ์แต่อย่างใด

เมื่อมารับราชการในส่วนกลางแล้ว ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปต่างประเทศคือ อังกฤษ เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี สเปน โปรตุเกส ตุรกี กรีซ ฝรั่งเศส นอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา แคนาดา เวเนซูเอลา แอฟริกาใต้ บราวิล จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ใต้หวัน อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงค์โป ออสเตรเรีย และฮ่องกง บางประเทศไปไม่น้อยกว่าสามครั้ง เช่น อังกฤษ อิตาลี ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา แคนาดา จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงค์โป ออสเตรเรีย และฮ่องกง ทุกครั้งที่ต้องนำติดตัวไปด้วยคือ พระเครื่อง ๑๑ องค์ หนังสือระเบียบปฏิบัติสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม และบทสวดทำวัตรเช้า-เย็นของวัดอัมพวัน อำเภอพรมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี และหนังสืออานิสงส์ของการสวดพระพุทธคุณของพระราชสุทธิญาณมงคล และบทสวดมนต์ถวายพรพระ ที่เอาหนังสือไปเพื่อให้มีโอกาสได้สวดมนต์ ไหว้พระ และข้าพเจ้าได้ใช้ผ้าเช็ดหน้าปูในห้องนอนวางไว้ที่สูง ได้นำพระเครื่องทั้งหมดวางบนผ้าเช็ดหน้ารวมทั้งกระเป๋าสตางค์ และนาฬิกา เวลาฉุกเฉินก็จะหยิบฉวยไม่ผิดพลาด อนึ่ง เวลาที่ข้าพเจ้าและภริยาผ่านยังประเทศตุรกี ปรากฏว่าว่าประชาชนมีความรู้เรื่องเคลือบแก้วด้วยทองคำ เคลือบแล้วคงทน ไม่ลอกง่าย ข้าพเจ้าและภริยาซื้อมา ๒ คู่ คือถ้วยแก้วเคลือบด้วยทองคำ ๒ ใบ กับจานรอง ๒ ใบ และได้ถวายหลวงพ่อจรัญ ๑ คู่ ส่วนอีก ๑ คู่ ข้าพเจ้ากับภริยาเก็บรักษาไว้

เมื่อครั้งไปยังกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียและได้ไปพักโรงแรมแห่งหนึ่งในประเทศนอร์เวย์ เป้นห้องนอนห้องสุดท้ายที่เป็นห้องปิดขวางทางเดิน เมื่อเข้าไปในห้องมีโต๊ะสำหรับรีดผ้าแต่ไม่ได้ใช้ ขณะนั้นหักพับเก็บไว้ติดกับข้างฝาห้องนั้น และผ้าปูโต๊ะรองรีดซึ่งขึงอย่างตึงพร้อมจะรีดได้ทันที และมีเตารีดไฟฟ้าไม่ได้ใช้ ถอดปลั๊กไว้เรียบร้อย วางไว้บนโต๊ะอีกตัวหนึ่งข้าง ๆ โต๊ะสำหรับรีดผ้านั้น นอกจากนี้ตรงบานประตูมีช่องเล็ก ๆ สำหรับมองออกไปเมื่อเวลามีแขกมากดออดก็สามารถมองออกไปได้จนสุดทาง ข้าพเจ้าและภริยาเมื่อได้อาบน้ำและนำพระไปวางบนผ้าเช็ดหน้าปูรองรับพระ และได้สวดมนต์ และก็เข้านนออ่อนเพลียหลับไป ตกใจตื่นพร้อมกันเมื่อเวลาประมาณ ๐๒.๐๐ น. เมื่อเสียงดังมากเหมือนคนกางโต๊ะรีดผ้าและเตารีดกระทบกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดจึงเกิดเสียงดังปานนั้น ข้าพเจ้าไปเปิดไฟสว่างทั้งห้อง มองไปที่เครื่องรีดผ้า ทุกสิ่งวางไว้เหมือนปกติก่อนนอน มองดูตรงช่องประตูสำหรับดูแขกก็ไม่ปรากฏว่ามีสิ่งหนึ่งสิ่งใดผิดปกติ ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบสงัดไปหมด ข้าพเจ้าและภริยาต่างนึกถึงหลวงพ่อจรัญ สวดมนต์และแผ่ส่วนกุศลไปให้ผู้ที่ก่อให้เกิดเสียงดัง และนอนต่อไปจนสว่างก็ตื่นตามปกติ ไม่ได้มีสิ่งอื่นสิ่งใดรบกวนอีกแต่อย่างใด

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนข้าพเจ้าเส้นเลือดในสมองแตก หลังจากนั้นแล้วภริยาของข้าพเจ้าได้หาโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศอีก ปรากฏว่าตั๋วการบินไทยมีโบนัสให้ไปเที่ยวที่คุณหมิง ประเทศจีน ๑ เที่ยวฟรี ภริยาข้าพเจ้าก็เลยซื้อตั๋วอีก ๑ ที่ จึงสามารถไปด้วยกันได้ และแม้ที่คุณหมิงจะมีเขาสูงชันเพียงใด ข้าพเจ้าก็เดินทางจนสุดทางมาแล้ว มิให้เป็นภาระแก่ผู้ร่วมเดินทางแต่อย่างใด
ที่เล่ามาทั้งหมดนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนข้าพเจ้าเส้นเลือดในสมองแตก หลังจากนั้นแล้วภริยาของข้าพเจ้าได้หาโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศอีก ปรากฏว่าตั๋วการบินไทยมีโบนัสให้ไปเที่ยวที่คุณหมิง ประเทศจีน ๑ เที่ยวฟรี ภริยาข้าพเจ้าก็เลยซื้อตั๋วอีก ๑ ที่ จึงสามารถไปด้วยกันได้ และแม้ที่คุณหมิงจะมีเขาสูงชันเพียงใด ข้าพเจ้าก็เดินทางจนสุดทางมาแล้ว มิให้เป็นภาระแก่ผู้ร่วมเดินทางแต่อย่างใด

หลังจากไปเยี่ยมคุณหมิงแล้ว ข้าพเจ้าและภริยาได้ไปเที่ยวจังหวัดเชียงราย อัยการที่จังหวัดเชียงรายบอกว่า โรงแรมดุสิตไอส์แลนด์รีสอร์ท เป็นโรงแรมที่สวยที่สุด โอ่อ่าที่สุดของเชียงราย มีแม่น้ำกกไหลผ่านโรงแรมนี้ โดยเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๔๖ ภรรยาของข้าพเจ้าเดินทางมาราชการที่จังหวัดเชียงรายและเจ้าหน้าที่ได้จองห้องพักไว้ให้โดยจะต้องมาพักที่โรงแรมนี้ ข้าพเจ้าได้ร่วมเดินทางมาด้วย ตามกำหนดการวันรุ่งขึ้นจะต้องไปร่วมประชุมที่เชียงตุงประเทศพม่า

ในวันนั้นเวลาประมาณ ๑๔.๐๐ น. พรรคพวกซึ่งอยู่จังหวัดเชียงใหม่ได้นำรถยนต์มารับที่จังหวัดเชียงรายแล้ว ได้นำข้าพเจ้าและภริยาข้าพเจ้าไปพักที่โรงแรมดุสิตไอส์แลนด์รีสอร์ท และได้พาเที่ยวข้ามแดนไปท่าขี้เหล็กประเทศพม่า ก่อนที่จะข้ามไปนั้น ได้นำอาวุธปืนพกสั้นไปฝากไว้กับตำรวจท้องที่ แล้วจึงขับรถไปท่าขี้เหล็กประเทศพม่า ผิดคาดจริง ๆ ตลาดค่อนข้างจะเงียบเหงาเพราะระยะนี้ด้านพม่าปิดประเทศหลายครั้งมาก แต่รูปหล่อของบุเรงนองซึ่งหล่อด้วยโลหะประมาณขนาด ๒ เท่าครึ่งของพระองค์จริงและสร้างไว้ ณ สนามแห่งหนึ่ง ยังคงยืนมือกุมดาบมองมายังประเทศไทย หลังจากเที่ยวเสร็จแล้ว จะเดินทางกลับโรงแรม พรรคพวกจะลืมอาวุธปืนที่ฝากตำรวจไว้หรือไม่ก็ตาม ข้าพเจ้าได้เตือนพรรคพวกว่า "อย่าลืมอาวุธปืนที่ฝากไว้นะ" พรรคพวกจึงแวะไปเอาปืนที่สถานีตำรวจนั้น

คืนนั้นในห้องนอนของข้าพเจ้ากว่าจะได้นอนก็หลังเที่ยงคืนแล้ว เพราะความประมาทของข้าพเจ้าทำให้มีดโกนหนวดบาดที่ริ้วชี้ซ้าย และเลือดไหลไม่ยอมหยุด ต้องใช้ผ้ากดไว้นานประมาณหนึ่งชั่วโมง เลือดจึงหยุดไหล มองที่ลำน้ำกกที่ไหลไม่หยุดนิ่ง ทำให้คิดเลยไปว่าเมื่อเส้นโลหิตแตกในสมอง ถ้าไม่ได้หลวงพ่อจรัญช่วย คงไม่มีชีวิตมาเที่ยวถึงวันนี้

วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๔๖ จากจังหวัดเชียงรายได้เดินทางกลับโดยรถยนต์จะมาขึ้นเครื่องบินที่สนามบินจังหวัดเชียงใหม่ พรรคพวกได้พาไปดูบ้านของเขาที่จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง แล้วเสร็จประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ขนาดบ้านใหญ่โตกว้างขวางมาก เมื่อดูเสร็จแล้วพรรคพวกจะขับรถไปส่งที่สนามบินเวลาประมาณ ๑๖.๐๐ น. ปรากฏว่ารถเบนซ์ที่พรรคพวกขับมาส่งนั้น หาลูกกุญแจไม่พบ เขาได้ถามลูกชายว่าลูกกุญแจอยู่ที่ลูกหรือเปล่า ลูกว่าไม่ได้อยู่กับเขา ภรรยาของพรรคพวกข้าพเจ้าให้เข้าไปค้นหาในบ้าน คิดว่าคงจะลืมทิ้งไว้ ในขณะนั้นเอง รู้สึกว่าคล้ายจะมีใครกระซิบบอกข้าพเจ้าให้ไปมองที่พื้นดินด้านท้ายรถเบนซ์ ข้าพเจ้าจึงมองไปก็ได้เห็นลูกกุญแจร่วงหล่นอยู่บนพื้นดิน ห่างจากท้ายรถประมาณ ๕ วา ข้าพเจ้าได้หยิบลูกกุญแจขึ้น แล้วว่าลูกกุญแจตกอยู่บนพื้นดิน ท้ายรถเบนซ์นี่เอง ภริยาของเขาบอกกับสามีว่ากุญแจอยู่นี่แล้ว พรรคพวกก็ขับรถมาส่งข้าพเจ้าและภรรยาข้าพเจ้าที่สนามบิน โดยสารเครื่องบินกลับกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ

เรื่องที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ อาจเกิดจากการสวดมนต์ภาวนา การเดินจงกรม และนั่งสมาธิตามที่หลวงพ่อจรัญได้เมตาพร่ำสอน อนึ่ง ข้าพเจ้ายังจำคำพูดของหลวงพ่อตอนหนึ่งว่า "พุทธศาสนิกชนต่างได้มาที่วัดอัมพวันกันเสมอ ล้วนแต่เคยเป็นทหารหาญซึ่งเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมากับหลวงพ่อแต่ชาติปางก่อน" แต่ผู้ใดจะรู้แจ้งเห็นจริงเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับการปฏิบัติของผู้นั้นเอง

 

หน้าที่แล้ว

 

 

 

วัดอัมพวัน อ. พรหมบุรี จ. สิงห์บุรี 16160 โทร. 036 599381
Copyright 2004 jarun.org All Rights Reserved Version 4.0
เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2547

ติดต่อคณะผู้จัดทำ: webmaster@jarun.org หรือ กรอกแบบฟอร์มที่นี่